ประมง
วันที่ 18 พฤษภาคม นายทิฆัมพร ว่องธวัชชัย ผู้ช่วยนักวิจัยศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 3 จ.ตรัง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 จังหวัดตรัง ได้ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ลงพื้นที่ทางทะเลอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี สำรวจปะการัง ในบริเวณ อ่าวปิเละ อ่าวโละซามะ เกาะยูง ด้านทิศตะวันออก อ่าวลิง เกาะไผ่ เกาะไก่ หมู่เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จาการสำรวจพบว่าเกิดปรากฏการณ์ ปะการังฟอกขาวเป็นวงกว้างกระจายอยู่ ทั่วทุกพื้นที่ โดยชนิดปะการังที่ฟอกขาว ที่พบประกอบด้วย ปะการังเขากวาง ปะการังวงแหวน ปะการังช่องเหลี่ยม ปะการังดอกเห็ด ปะการังดอกกะหล่ำ และปะการังโขด โดยปะการังเกิดการฟอกขาวมากที่บริเวณเกาะไก่ ประมาณร้อยละ 80 สาเหตุเกิดจาก อุณหภูมิของน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น อยู่ที่ 31-35 องศา จากปกติจะอยู่ที่ 28-30 องศา สิ่งที่น่าเป็นห่วง ได้แก่ ปะการังโขด ที่พบว่ามีการฟอกขาวเกิดขึ้น ขณะที่เมื่อปี 2553 เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งรุนแรง แต่ปะการังชนิดนี้ ไม่มีการฟอกขาวแต่อย่างใด และไม่เคยมีบันทึกการฟอกขาวในปะการั
หอยลาย เป็นอาหารทะเลที่รสชาติดีมีคุณค่าทางโภชนาการและนิยมนำมาบริโภคกันอย่างแพร่หลาย สามารถประกอบอาหารได้หลากหลายประเภท อีกทั้งเป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจของไทยอาชีพ “เลี้ยงหอยลายในบ่อ” จึงอาจเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้ดีไม่แพ้อาชีพอื่นๆ น.ส.จูอะดี พงศ์มณีรัตน์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า หอยเป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางอาหารไม่น้อยกว่าสัตว์น้ำจำพวกปลา ปู และกุ้ง มนุษย์กินหอยเป็นอาหารมาเป็นเวลายาวนาน ทุกวันนี้สัตว์จำพวกหอยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประเทศ อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงหอยไม่ว่าจะนำมาเพื่อทำเป็นอาหาร หรือการเลี้ยงหอยมุกเพื่อเก็บเอาไข่มุกมาขายก็ล้วนแต่เป็นธุรกิจที่สร้างความรุ่งเรืองและทำกำไรให้แก่ผู้เพาะเลี้ยงและประเทศชาติได้เป็นอย่างมาก กรมประมงตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำโดยเฉพาะหอยสายพันธุ์ต่างๆ มาโดยตลอด เห็นได้จากการกำหนดมาตรการทางกฎหมาย เพื่อควบคุมการทำประมงหลายมาตรการ อีกทั้งยังมีการศึกษา วิจัย การเพาะขยายพันธุ์ และฟื้นฟูแหล่งพ่อแม่พันธุ์หอย โดยการปล่อยลูกพันธุ์เพื่อเพิ่มความอุดมส
ครูไพบูลย์ พันธ์เมือง ร้อยเรียงบทกลอนสดุดีลุงจาง ด้วยสำนึกในคุณความดีตอนหนึ่งว่า มีปูกินทั้งปีไม่มีสูญ ดอกผลพูนเป็นเงินตรามหาศาล ฟุ้งเฟื่องขจรไกลในตำนาน จากชาวบ้านธรรมดามาเป็นครู … แด่ครูจาง เฟื่องฟุ้งผดุงสิน แม้ชื่อจางแต่แผ่นดินยังรู้ค่า อยู่แห่งหนชนไกลคนไปมา เพื่อเสาะหานักปราชญ์ราษฎร์เดินดิน … “ลุงจาง” ชาวประมงพื้นบ้านป่าชายเลนอ่าวทุ่งมหา จังหวัดชุมพร มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของท้องทะเลที่เริ่มเสื่อมโทรมจากการใช้เครื่องมือประมงแบบล้างผลาญ ที่กวาดจับสัตว์น้ำน้อยใหญ่ จนส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตอย่างรุนแรง ลุงจางใช้ชีวิตผูกพันกับท้องทะเลมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ในบ้านบ่อฝ้าย เมืองหัวหิน ได้ล่องเรือเลาะเลียบชายฝั่งอ่าวไทยเพื่อหาแหล่งทำกินใหม่ และได้ยึดทำเลชายฝั่งใกล้เกาะเตียบ บริเวณคุ้งอ่าวทุ่งมหา ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ปักหลักตั้งถิ่นเป็นที่อยู่อาศัยทำมาหากินเป็นชาวประมงพื้นบ้านตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา และเริ่มตั้ง “กลุ่มฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าชุมชนเกาะเตียบ” ริเริ่ม “ธนาคารปูม้า” เพื่อกระตุ้นสำนึกและจิตวิญญาณด้วยแนวคิด “ฟื้นฟูคู่อนุรักษ์ รู้จักใช้อย่า
“ปลากะพงขาว” เป็นปลาน้ำกร่อย ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย มีการเพาะเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ในบริเวณเขตจังหวัดชายทะเล เนื่องจากเลี้ยงง่ายและเนื้อมีรสชาติดี เป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรมีการเพาะเลี้ยงปลากะพงขาวจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันเกษตรกรยังต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับต้นทุนในการเลี้ยงปลากะพงขาว เนื่องจาก 60 เปอร์เซ็นต์ ของต้นทุนการเลี้ยง เป็นค่าอาหาร ทั้งแบบการใช้ปลาสดจากธรรมชาติ และการใช้อาหารสำเร็จรูป นอกจากนี้อาหารแต่ละชนิดยังมีคุณค่าทางอาหารและโภชนาการที่แตกต่างกันอีกด้วย ดังนั้น การพัฒนาดัชนีชี้วัดการเจริญเติบโตของปลากะพงขาวที่ตอบสนองต่อโภชนาการ เพื่อให้ได้อาหารที่มีโภชนาการดีและทำให้ปลามีการเจริญเติบโตดี โดยเฉพาะส่วนของเนื้อปลากะพงขาวจะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกรได้ ทีมนักวิจัยกรมประมง จึงได้ศึกษา “ การใช้หน่วยพันธุกรรม Insulin-like Growth Factor (IGF) และ Myostatin (MSTN) เพื่อเป็นดัชนีวัดการเจริญเติบโตประเมินคุณค่าทางอาหาร และกระตุ้นการเจริญเติบโตของปลากะพงขาว ดร.พิชญา ชัยนาค นักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประ
หลังจาก “มติชนออนไลน์” ได้นำเสนอข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เกี่ยวกับทางเลือกการรับประทานปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง นอกเหนือจาก “ปลาแซลมอน” ที่มีราคาแพง ยังมีปลาน้ำจืดไทย อย่าง “ปลาสวาย” โดยได้มีการเปิดเมนูปลาสวาย และความนิยมเพิ่มขึ้นนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พญ.นภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า นอกจากปลาสวาย มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ในการบำรุงสมอง บำรุงเส้นประสาทและสายตา ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด และช่วยให้สมองทารกพัฒนาอย่างสมบูรณ์แล้ว ยังพบว่า โอเมก้า 3 ยังพบได้ในปลาน้ำจืดชนิดอื่นๆ ก็มีเช่นกัน อย่าง ปลาดุก ปลาช่อน ปลานิล ปลากราย สิ่งสำคัญ คือ แม้จะพบมาก แต่อย่าลืมว่าปลาเหล่านี้ก็มีไขมันอื่นๆด้วย ดังนั้น หากเรารับประทานมากจนเกินไปก็จะส่งผลต่อปริมาณไขมันอิ่มตัวเข้ามาด้วย ไม่ใช่แค่โอเมก้า 3 เท่านั้น ดังนั้น การรับประทานก็ต้องพอดี และต้องกินอย่างหลากหลาย ด้าน รศ.ครรชิต จุดประสงค์ จากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ทำวิจัยเรื่อง “ปริมาณไขมันทั้งหมด กรดโอเมก้า 6 และกรดโอเมก้า 3 ใน
กรมประมง ประกาศปิดอ่าว ตัว ก 8 จังหวัด ระหว่าง 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2559 พร้อมแจ้งเตือนชาวประมง ห้ามใช้อวนรุนเคยไนลอนสีแดง (ด้าย 3) ขนาดช่องตา 1.5 มิลลิเมตร เพราะตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ 8 มกราคม 2559 ที่ออกภายใต้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 นั้น กำหนดว่าเครื่องมืออวนรุนเคยประกอบเรือยนต์ที่ใช้ทำการประมงที่อนุญาตให้ใช้ได้นั้น ต้องมีขนาดช่องตาอวน 2×2 มิลลิเมตร โดยถุงอวนจะต้องทําด้วยเนื้ออวนชนิดโพลีเอทีลีน (Poly ethylene, PE) สีฟ้า ตาสี่เหลี่ยม แบบไม่มีปม และต้องไม่ติดโซ่เท่านั้น ผู้ฝ่าฝืนมีโทษหนัก ปรับสูงสุด 30 ล้านบาท พร้อมยึดเรือ ถอนใบอนุญาต กรมประมงย้ำว่า มีหลักฐานทางวิชาการยืนยันว่า มาตรการปิดอ่าวส่งผลดี พบสัตว์น้ำมากขึ้นและมีขนาดใหญ่ขึ้น ตามที่ กรมประมง ได้ประกาศปิดอ่าวไทยตอนใน หรืออ่าวไทย รูป ตัว ก ระหว่าง วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2559 เป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นไปตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับลงวันที่ 13 สิงหาคม 2556 ที่ประกาศห้ามใช้เครื่องมือทำการประมง 6 ประเภท ในพื้นที่จับสัตว์น้ำบางส่วนของ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทร
รัฐบาลเวียดนามกล่าวว่า น้ำเสียที่ปล่อยจากโรงงาน Taiwanese Formosa Plastics โรงงานเหล็กขนาดใหญ่ เป็นสาเหตุให้ปลาตายเป็นจำนวนมากเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาซึ่งเหตุปลาตายดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนแห่ประท้วงในเดือน พ.ค. รวมถึงนักเคลื่อนไหวก็เรียกร้องให้มีการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลด้วยโดยเจ้าหน้าที่ของเวียดนามกล่าวว่า โรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานเกี่ยวกับเหล็ก ซึ่งยอมรับว่าปล่อยน้ำเสียซึ่งเป็นมลพิษสู่น้ำทะเล จนเป็นเหตุให้ปลาตายจริง ซึ่งโรงงานก็ตกลงว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เดือดร้อนเป็นจำนวนเงิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (17,500 ล้านบาท) ทั้งนี้ โรงงานดังกล่าวมีมูลค่าถึง 10.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.7 แสนล้านบาท) ตั้งอยู่ทางใต้ของกรุงฮานอย ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามขณะที่นายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีของเวียดนาม ได้ให้มีการสืบหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์นี้เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา หลังพบว่าปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬที่สันนิษฐานไว้นั้นไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ปลาตายดังกล่าว ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิตด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นับเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกรมประมงได้มีการทำ MOU ความร่วมมือข้อตกลงกับผู้ผลิตพันธุ์สัตว์น้ำและผู้จำหน่ายปัจจัยการผลิตในการลดปัจจัยการผลิตในราคาที่ต่ำกว่าตลาด ซึ่งผู้ผลิตพันธุ์สัตว์น้ำที่เข้าร่วมโครงการจะเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ 1) ของกรมประมง และได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (GAP) หรือหากยังไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์ม GAP จะต้องมีการรับรองจากกรมประมงว่า เป็นผู้ที่มีความพร้อมในการเป็นฟาร์ม GAP ส่วนผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำ คือผู้ที่ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ 2) ของกรมประมง และได้รับมาตรฐานการผลิต GMP ของกรมประมง ขณะนี้ทราบว่า มีผู้จำหน่ายพันธุ์สัตว์น้ำและผู้ประกอบการจำหน่ายปัจจัยการผลิต รวมถึงบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำจากทั่วประเทศ 121 ราย สมัครเข้าร่วมโครงการและแสดงเจตจำนงในการลดราคาจำหน่ายพันธุ์สัตว์น้ำและอาหารสัตว์น้ำ สูงสุดถึง 50% และจะเริ่มจำหน่ายในราคาพิเศษนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาค
พื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย เป็นพื้นที่ที่จัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอยู่มากพอสมควร โดยเฉพาะระบบน้ำในการเกษตร ที่เหมาะสำหรับทำประมง เพราะใกล้แหล่งน้ำที่สำคัญทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม และบางพื้นที่ยังเหมาะสำหรับการเลี้ยงสัตว์น้ำบางชนิดที่เจริญเติบโตได้ดีในระบบน้ำกร่อยอีกด้วย เช่น เกษตรกรตำบลบางหัก อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เกือบทั้งตำบลประกอบอาชีพประมงเป็นอาชีพหลัก นอกเหนือจากนั้นเป็นการปลูกพืชไร่ พืชสวน และเลี้ยงสัตว์ การรวมกลุ่มเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรในชุมชน เป็นสิ่งที่เกษตรกรอาชีพประมงในพื้นที่ตำบลบางหัก อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี หันมาให้ความสำคัญ และสิ่งนี้ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่ม ทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแก้ปัญหาเมื่อเพื่อนสมาชิกประสบ เกษตรกรประมงกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่มีอำนาจต่อรองการซื้อขายสัตว์น้ำ และลดการเกิดปัญหาในอาชีพ เม็ดเงินที่ได้จากการเกษตรจึงเป็นรายได้ที่สร้างความพึงพอใจเป็นอย่างดี ความโดดเด่นของเกษตรกรประมงกลุ่มนี้คือ การเลี้ยงปลานิลลดต้นทุน อีกทั้งปลานิลที่เลี้ยงเป็นปลาไซซ์ใหญ่ ราคาต่อกิโลกรัมสูง และไม่มีกลิ่นโคลนเหมือ
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง แถลงข่าวโครงการฟื้นฟูประชากรม้าน้ำในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์ปฏิบัติการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีนายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธาน นายธัญญากล่าวว่า เนื่องจากสถานภาพของม้าน้ำกำลังถูกคุกคามอย่างหนัก จนมีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว สาเหตุหลักมาจากการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยบริเวณแนวหญ้าทะเล แนวปะการัง และป่าชายเลน ที่เป็นเสมือนบ้าน และที่หลบภัย และการนำม้าน้ำมาใช้ประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะในแถบเอเชีย ที่มีความเชื่อว่านำมาใช้เป็นองค์ประกอบของยาในการรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคหืด เส้นโลหิตตีบ กระดูกแตกหัก และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ นำมาทำเครื่องประดับ รวมถึงการนำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม ทำให้มีการซื้อขายม้าน้ำกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งล้วนแต่เป็นม้าน้ำที่ได้จากธรรมชาติเกือบทั้งหมด จึงได้มีการทำข้อตกลงระหว่างประเทศ โดยจัดม้าน้ำเข้าสู่อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที
