ไม้ดอกไม้ประดับ
จั๋งเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาปลูกประดับตกแต่งภายในและภายนอกอาคาร เพราะด้วยความสวยงาม ทนทาน ขนาดของต้นไม่ใหญ่มากและมีความสามารถในการช่วยปรับสภาพอากาศ ช่วยดูดไอระเหยของสารเคมีต่างๆได้ดีเท่าต้นหมากเหลือง ทำให้ต้นจั๋งได้รับความนิยมนำมาปลูกประดับตามอาคารสถานที่ต่างๆซึ่งปัจจุบันแหล่งผลิตต้นจั๋งในบ้านเรานั้นมีให้เห็นอยู่ทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะชุมชนหมู่บ้านแคร่ ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง หมู่บ้านแคร่เป็นหมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีชื่อเสียงและความชำนาญในเรื่องการเพาะขยายพันธุ์ต้นจั๋งที่มีคุณภาพเป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการของตลาดในจังหวัดและต่างจังหวัด ซึ่งในแต่ละปีนั้นสามารถทำรายได้ให้กับชุมชนได้มากกว่ารายได้จากการปลูกพืชหลักที่ทำอยู่ รับซื้อจำหน่ายเป็นไม้ประดับ สร้างรายได้เป็นเท่าตัว จั๋งเดิมที่เป็นพืชที่คนในอำเภอลองจังหวัดแพร่นำยอดอ่อนมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน ซึ่งจะมีรสชาติขมเล็กน้อยคล้ายกับหวาย ในขณะที่คนในชุมชนมองว่าต้นจั๋งเป็นพืชที่นำมาปรุงเป็นอาหารได้นั้น คุณศรีรัตน์ วงค์สุนะได้มองเห็นว่าต้นจั๋งนั้นสามารถนำมาปลูกใ
เมื่อร่วมสิบปีที่แล้วได้เขียนบทความเรื่อง ว่านนางคุ้ม ตัดดอกเชิงการค้า : คุ้มหรือไม่คุ้ม! ลงในเทคโนโลยีชาวบ้าน วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ฉบับที่ 433 เพื่อเล่าประสบการณ์ที่ตั้งใจจะทำช่อดอกว่านนางคุ้มแบบไม้ตัดดอก แต่ได้สรุปเล่าหรือบันทึกไว้ว่า ไม่คุ้มครับ ด้วยฝนหลังสงกรานต์ ไม้หัวประเภทต่างๆ เช่น ว่านสี่ทิศสีสันต่างๆ ทั้งพันธุ์ในและนอกประเทศ ว่านนางคุ้ม และอื่นๆ กำลังแทงช่อทะลุทะลวงดินโผล่ชูก้านช่อแล้วเริ่มบานหรือกำลังจะบานอย่างสวยงาม หลังจากที่ได้ทิ้งใบไปตามธรรมชาติ หลังหมดฝนเข้าหนาวปีที่แล้ว เห็นช่อนางคุ้มกำลังแทงช่อยังไม่แจกดอกบานออกมาที่ใต้ต้นลำดวนที่บ้าน ทำให้นึกถึงศักยภาพของเขาที่ควรจะมีการพัฒนาสายพันธุ์ คัดฟอร์มดอก ความแน่นช่อดอก จำนวนดอก ฯลฯ เพื่อการค้า สำหรับทำไม้กระถาง แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มีใครเหลียวแลมาวิจัยหาข้อมูลเพื่อส่งเสริมพี่น้องชาวสวนไม้ดอกไม้ประดับเรา ทั้งๆ ที่ศักยภาพในเชิงการทำตลาดไม้กระถางเพื่อใช้จัดสวนหนึ่ง หรือประดับในอาคารหนึ่ง ของว่านนางคุ้มนี้มหาศาลครับ อีกทั้งในอดีต เมื่อไปตามสถานที่ที่มีการจัดสวน หรือโรงแรมที่พักที่มีการปลูกประดับสวนหย่อม หรือใส่กระถางตั้งโชว์
ปทุมา (Siam Tulip) เป็นพืชล้มลุกที่มีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน โดยพืชชนิดนี้จะพักตัวในช่วงฤดูหนาวและร้อน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนจะเริ่มผลิใบออกดอก มีต้นสูงประมาณ 2 ฟุต ใบมีลักษณะยาวคล้ายใบพาย ส่วนก้านช่อดอกนั้นสูงเหนือพุ่มใบขึ้นไป มีกาบดอกสีม่วง สีชมพู ซึ่งการขยายพันธุ์ส่วนใหญ่นิยมใช้วิธีการแยกหน่อ ปทุมานอกจากจะนำมาใช้ประโยชน์เป็นไม้ประดับแล้ว ดอกยังสามารถรับประทานได้อีกด้วย โดยนำมาลวกเป็นผักแกล้มรับประทานกับน้ำพริก หรือจะนำไปชุบแป้งทอดรับประทานกับน้ำจิ้มที่มีลักษณะคล้ายอาจาดก็อร่อยลงตัวทีเดียว ดร.วาสนา ใจกล้า เจ้าของอู่ทองพรรณไม้ ตั้งอยู่เลขที่ 39 หมู่ที่ 12 ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรหญิงแกร่งที่อยู่ในวงการไม้ดอกไม้ประดับมากว่า 10 ปี เธอก็ได้ทำการรวบรวมพันธุ์ปทุมาและนำมาขยายพันธุ์เพื่อจำหน่าย เป็นอีกหนึ่งพันธุ์ไม้ที่สร้างรายได้ให้กับสวนของเธอได้เป็นอย่างดี จากอาชีพรับราชการ ผันสู่ชีวิตเกษตรกร ดร.วาสนา เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีก่อนที่จะมาทำสวนไม้ดอกไม้ประดับนั้น เธอมีอาชีพรับราชการเป็นงานหลัก โดยช่วงที่ทำงานประจำอยู่ก็ได้ปลูกไว้หลากหลายสายพันธุ์ เพราะมีความชื่นช
อาชีพปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ในพื้นที่อำเภอธาตุพนม นับว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เกษตรกรหลายๆคนหันมาให้ความสนใจและทำเป็นอาชีพเสริมนอกเหนือจากการทำนาที่เป็นอาชีพหลัก ซึ่งปัจจุบันอาชีพเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับ สามารถทำเม็ดเงินให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอย่างต่อเนื่องทุกๆปี โดยเฉพาะในช่วงของงานเทศกาล วันลอยกระทง วันเข้าพรรษา และวันสงการณ์ จะเป็นช่วงเวลาที่ประชนทั้งในและจังหวัดใกล้เคียงมีความต้องการหาชื้อไม้ดอกเพื่อนำไปกราบไหว้บูชาองค์พระธาตุพนม ณ วัดพระธาตุพนม วรวิหาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เป็นจำนวนมาก ส่งผลทำให้พื้นที่บ้านดอนกลางทุ่ง ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐ พร้อมกับให้ความรู้กับเกษตรกรที่สนใจ พร้อมกับสนับสนุนจนกลายเป็นพื้นที่ผลิตไม้ดอกบูชาพระที่สำคัญแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคอีสาน คุณเดือน สุริวงศ์ และคุณสมพร แสนกลาง เป็นเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกจำหน่ายในพื้นที่บ้านดอนกลางทุ่ง ควบคู่กับอาชีพทำนา สลับหมุ่นเวียนกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ จนถึงปัจจุบันก็ยังคงทำสืบเนื่องทุกปี โดยเนื้อที่ 3 ไร่ ได้จัดแบ่งให้เป็นพื้นที่ปลูกไม้ดอกทั้งหมด 3 ชนิด คุณเดือนและคุณสมพร เล่าใ
ผลงานวิจัยของนักวิจัยไทยอีกเรื่องหนึ่งที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ทั้งเกษตรกรรวมทั้งบุคคลทั่วไป ได้แก่ ผลงานวิจัยชื่อ “การสำรวจพรรณไม้ในวัดในกรุงเทพมหานคร” ซึ่งทำการสำรวจตั้งแต่ปี 2551-2552 และ “พรรณไม้เด่นในวัดในกรุงเทพมหานคร” ซึ่งทำการสำรวจระหว่างปี 2553-2555 โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิชัย ปทุมชาติพัฒน์ หรือ อาจารย์วิชัย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งท่านยังเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่สถาบันดังกล่าวด้วย ในสาขาวิชาเกษตรศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากนี้ อาจารย์วิชัยได้จัดทำงานวิจัยขึ้นโดยได้รับการพระบรมราชานุเคราะห์จัดพิมพ์งานวิจัยขึ้น เพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งได้รับพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ อาจารย์วิชัยได้ทำการสำรวจพรรณไม้ในวัดในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 238 วัด โดยใช้ชื่อเอกสารเผยแพร่ว่า “หลากหลายพรรณไม้ใน
อาชีพปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ในพื้นที่อำเภอธาตุพนม นับว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เกษตรกรหลายๆคนหันมาให้ความสนใจและทำเป็นอาชีพเสริมนอกเหนือจากการทำนาที่เป็นอาชีพหลัก ซึ่งปัจจุบันอาชีพเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับ สามารถทำเม็ดเงินให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอย่างต่อเนื่องทุกๆปี โดยเฉพาะในช่วงของงานเทศกาล วันลอยกระทง วันเข้าพรรษา และวันสงการณ์ จะเป็นช่วงเวลาที่ประชนทั้งในและจังหวัดใกล้เคียงมีความต้องการหาชื้อไม้ดอกเพื่อนำไปกราบไหว้บูชาองค์พระธาตุพนม ณ วัดพระธาตุพนม วรวิหาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เป็นจำนวนมาก ส่งผลทำให้พื้นที่บ้านดอนกลางทุ่ง ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐ พร้อมกับให้ความรู้กับเกษตรกรที่สนใจ พร้อมกับสนับสนุนจนกลายเป็นพื้นที่ผลิตไม้ดอกบูชาพระที่สำคัญแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคอีสาน คุณเดือน สุริวงศ์ และคุณสมพร แสนกลาง เป็นเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกจำหน่ายในพื้นที่บ้านดอนกลางทุ่ง ควบคู่กับอาชีพทำนา สลับหมุ่นเวียนกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ จนถึงปัจจุบันก็ยังคงทำสืบเนื่องทุกปี โดยเนื้อที่ 3 ไร่ ได้จัดแบ่งให้เป็นพื้นที่ปลูกไม้ดอกทั้งหมด 3 ชนิด คุณเดือนและคุณสมพร เล่าให้ฟั
“โอม…แม่โพสพ แม่โพสพ แม่นพดารา แม่จันทร์เทวี แม่ศรีโสภาได้เลี้ยงลูกมา ใหญ่กล้าเพียงนี้ ลูกขอบวงสรวง ด้วยพวงมาลี ธูปเทียนอัคคี ตามมีบูชา ลูกขอนี้ไซร้ ขอยกบุญคุณแม่โพสพ ขึ้นนบนอบเหนือเศียร…ฯลฯ” เป็นส่วนหนึ่งของการทำขวัญข้าว การทำพิธีบูชาแม่โพสพ ในบางท้องถิ่นอาจจะกล่าวรวมๆ กันว่า เป็นการเชิญขวัญแม่โพสพ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาเป็นอย่างยิ่ง ด้วยคำบวงสรวงที่กล่าวไว้เป็นคำปฏิบัติบูชา แม่โพสพ ตามสารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน แปลว่า เทวดาประจำพืชพรรณธัญญาหารทั้งปวง มวลมนุษยชาติเชื่อถือและกราบไหว้มาตั้งแต่โบราณ ตามตำนานเล่าว่า แม่โพสพเป็นสตรีเพศร่างงาม แต่งกายด้วยผ้าผ่อนแพรพรรณสมัยโบราณ ห่มสไบเฉียง นุ่งผ้าจีบชายกรอมลงมาถึงปลายหน้าแข้ง ทรงเครื่องทิพยาภรณ์ตระการตา ไว้ผมยาวสลวยประบ่า มีกระจังกรอบหน้าคล้ายมงกุฎ และจอนหูงอนชดช้อย มือข้างหนึ่งชูรวงข้าว ส่วนอีกข้างหนึ่งถือถุงโภคทรัพย์เต็มถุง ประทับนั่งพับเพียบเรียบร้อยแบบแพนงเชิงอย่างไทยโบราณ เมื่อเกษตรกรชาวไร่ชาวนาปลูกข้าว ได้เก็บเกี่ยวรวงข้าว นวด ฟัด ได้เมล็ดข้าวเปลือก ทุกคนก็ยังถือว่าเป็นสิ่งเคารพน้อมนบบูชา ถือว่าท่านแม่โพสพเป็นเมล็ดข้าวป
คุณจุติมา บูรณะตระกูล หญิงแกร่ง เจ้าของ “สวนปากแดง” แหล่งปลูกไม้ดอกกระถางที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครนายก ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 69/4 หมู่ที่ 8 ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก คุณจุ เล่าว่า ตนเองจบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ก่อนที่จะมาทำอาชีพปลูกไม้กระถาง เคยทำงานเป็นสาวออฟฟิศอยู่ในเมืองกรุงมาก่อน ทำได้เพียงระยะสั้นๆ ก็รู้สึกว่างานไม่เหมาะกับบุคลิกและความชอบของตัวเอง จึงเริ่มมองหางานใหม่ ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นมีเพื่อนมาชวนร่วมหุ้นเปิดร้านขายไม้ดอกไม้ประดับพอดี จึงตัดสินใจทำกับเพื่อนด้วยเหตุผลที่เราเรียนจบมาทางด้านเกษตร อาชีพนี้น่าจะเหมาะกับตัวเองมากกว่า สวนปากแดง เกิดขึ้นได้ เพราะแรงกดดันจากตลาด คุณจุ เล่าว่า เธอเริ่มจับธุรกิจขายไม้ดอกไม้ประดับ โดยการซื้อมาขายไป ขายอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร ช่วงแรกถือว่าขายดีมาก ลูกค้าต้องแย่งกันซื้อ จนถึงขนาดต้องขยายล็อกเพิ่มจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ อาจจะด้วยเหตุผลที่ว่าช่วงนั้นดอกไม้ที่นำมาขายค่อนข้างใหม่และมาเร็วกว่าเจ้าอื่น แต่เมื่อขายได้สักพักก็มีเจ้าอื่นเริ่มทำตาม ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติของการค้าขาย เราเป็นแม่ค้าเราก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Dalbergia oliveri Gamble (D.obariensis pierre) ชื่อวงศ์ LEGUMINOSAE ชื่อสามัญ Burma rosewood tamalan ชื่ออื่นๆ ดูสะแตน เก็ดแดง อีเม็ง พะยูงแกลบ กะซิบ หมากพลูตั๊กแตน ประดู่ชิงชัน ผมเป็นคนแข็งกร้าวแกร่ง แต่แปลกที่มีคนอยากมีผมอยู่ในทุกครัวเรือน เพียงแต่ผมถูกใช้งานหนักไปหน่อย เช่น ถูกตี ถูกฝังดิน ถูกใช้เป็นคานรับเรือนเสาบ้าน ไม่มีใคร “ชิงชัง” ผม แต่ถ้าชิงชังใครเขาก็ใช้ผมเป็น “ไม้คมแฝก” ไปตีหัวคนนั้น ผมก็เดือดร้อนเสียชื่อไม้ดีๆ อย่างผม ชื่อผมแปลก มีบางคนเขียนผิดทำให้เป็นความหมายที่ไม่ดี ลองถามเด็กนักเรียน นักศึกษา สมัยนี้ว่ารู้จัก “ชิงชัน” ไหม ตอบกันว่าไม่รู้จัก ไม่รู้ด้วยว่าเป็นชื่อต้นไม้ รู้จักแต่คำว่า “ชิงชัง” คือเกลียด แต่พอนำผมไปทำเป็น “ผืนระนาด” ผมถูกตีเป็นแผ่นระนาดเอกดังทั่วทิศทั่วไทย นำผมไปฝังดินทำเสาเรือน คานบ้าน ทำเฟอร์นิเจอร์ ทำเครื่องดนตรี ไม้ตีกรับ กลองตะโพน เสาซออู้ ซอด้วง รวมทั้งเครื่องไม้แกะสลัก ทำเครื่องมือเครื่องใช้สารพัด แต่กลับบ่นกันว่าหาตัวผมยาก ราคาแพง ผมถูกลักลอบตัดจนกลายเป็นไม้ที่หายาก เป็นไม้ต้องห้าม กว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ผมต้องบรรลุนิติภาวะคืออายุถึง
มาทำความรู้จัก “แอสโตรไฟตัม” กระบองเพชรสุดยอดสายพันธุ์มาเเรงในปี 2561 ที่มีรูปทรงและลวดลายคล้ายดวงดาว มีเสน่ห์และท้าทายนักเพาะเลี้ยงกระบองเพชรมืออาชีพและมือสมัครเล่น เพราะหากใครเลี้ยงดูได้ดี ทรวดทรงรูปดาวก็จะสวยสมบูรณ์และมาพร้อมกับแต้มขาวที่สะอาดสดใสน่ามองเป็นที่สุด ไมริโอกิ๊กโกะ เป็นหนึ่งในสายพันธุ์แอสโตรไฟตัมที่พัฒนาขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ลำต้นไม่มีหนาม ส่วนใหญ่เป็นสันขึ้นมาประกอบกันจนดูคล้ายกับรูปดาว 5-6 แฉก มีรอยหยักเป็นบั้ง ปลายงอนแหลม คล้ายกับขั้นบันไดไปจนถึงยอด ออนซึกะ สายพันธุ์จากญี่ปุ่นที่พัฒนาให้ลำต้นมีลายตารางสีขาว มีขนาดใหญ่ ดอกสีเหลือง ออกบริเวณปลายยอด ให้ดอกช้า ลำต้นไม่มีหนาม เคยได้รับความนิยมมาก แต่ปัจจุบันหาดูได้ยาก จัดเป็นแอสโตรไฟตัมที่สวยงามมากสายพันธุ์หนึ่ง วีนูดัม สายพันธุ์นี้ได้รับความนิยมมากจากนักเลี้ยงแค็กตัสทั้งในและต่างประเทศ คนไทยพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นจนได้ต้นที่มีลายรูปตัววีสีขาว บนพื้นลำต้นสีเขียว เป็นที่มาของชื่อ วีนูดัม (V-nudum) จัดเป็นจุดเด่นที่ไม่ซ้ำใคร ซูเปอร์คาบุโตะ ลำต้นทรงกลม ไม่มีหนาม ผิวปกคลุมไปด้วยแต้มสีขาว บางต้นมีลายหนาคล้ายกับปกคลุมด้วยหิมะ บางต้นเห็
