ไม้ดอกไม้ประดับ
เบญจมาศ เป็นพรรณไม้ล้มลุก มีลำต้นสูงได้ประมาณ 1-3 ฟุต การแตกกิ่งก้านแตกไม่มาก ซึ่งตามกิ่งก้านและลำต้นจะมีขนละเอียดอยู่ ลักษณะใบของเบญจมาศจะมีลักษณะใบเรียวรี ขอบใบหยัก ใบอ่อนและมีขนอ่อนๆ อยู่ทั่วทั้งใบ มีสีเขียว โดยใบที่มีลักษณะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่ที่สายพันธุ์เป็นหลัก โดยเบญจมาศมีการผสมแบ่งออกเป็นสายพันธุ์ย่อยอีกมากมาย ซึ่งดอกก็มีด้วยกันหลายสีและขนาดของดอกแตกต่างกันไป พร้อมทั้งมีดอกที่ซ้อนกันจะมากหรือน้อยแล้วแต่สายพันธุ์ สีดอกเบญจมาศหลักๆ จะประกอบไปด้วย สีแดง สีชมพู สีขาว สีเหลือง ฯลฯ เบญจมาศเป็นไม้กลางแจ้งที่ต้องการแสงแดดจัด นิยมปลูกกันเป็นแนวตามริมรั้วหรือริมทางเดิน ซึ่งการปลูกก็จะปลูกในดินร่วนผสมอินทรียวัตถุ เพราะจะทำให้ออกดอกดกและสวยงาม ในบ้านเราด้วยความที่มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อความศรัทธา ดอกเบญจมาศจึงเป็นไม้ดอกที่นำมาบูชาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงทำให้ตลาดไม้ดอกในบ้านเรามีความต้องการดอกเบญจมาศ ส่งผลให้มีการปลูกเป็นเบญจมาศตัดดอกในหลายพื้นที่ คุณนภัสวรรณ เมณะสินธุ์ อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ที่ 3 บ้านตาติด ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ได้เล็งเห็นถึงความต้องการข
ในวงการไม้ดอกไม้ประดับคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักชวนชม พรรณไม้ที่มีความโดดเด่นในเรื่องสีสันของดอกที่สวยงาม รูปทรงต้นที่แปลก อีกทั้งยังเป็นไม้ที่ปลูกเลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพแห้งแล้งมากๆ จนได้รับสมญาว่า กุหลาบทะเลทราย ในประเทศไทย ได้มีการค้นพบต้นชวนชมในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) แต่ไม่ทราบว่านำเข้ามาประเทศไทยเมื่อไร แต่ถึงอย่างไรก็ตาม นับเป็นเรื่องที่ดีกับวงการไม้ดอกไม้ประดับของบ้านเรา เนื่องจากทุกวันนี้ชวนชมได้กลายมาเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่คนให้ความนิยมนำมาปลูกประดับตกแต่งตามอาคารบ้านเรือนจนกลายเป็นไม้ดอกที่สร้างมูลค่าให้กับผู้เพาะปลูกมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันชวนชม มีปลูกกันในหลายพื้นที่ทุกภูมิภาคของประเทศ เนื่องจากเป็นไม้ประดับที่ปลูกเลี้ยงง่าย อีกทั้งยังเป็นไม้ที่คนไทยเชื่อว่าเป็นสิริมงคล บ้านใดปลูกจะแสดงถึงความร่ำรวย จนได้รับกระแสตอบรับจากนักสะสมผู้มีประสบการณ์และความชำนาญนำมาเพาะขยายพันธุ์ในหลายรูปแบบ ทั้งวิธีการติดตา การปักชำ การเพาะเมล็ด และการผสมเกสรให้ได้ไม้ตัวใหม่ที่แตกต่างจากต้นพ่อและแม่ คุณอนงค์ พรหมหมวก เป็นคนที่ชอบและหลงรักในไม้ดอกไม้ประดับอย่างชวนชม เพาะขยายพ
เบญจมาศ เป็นไม้ดอกล้มลุก มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีนและญี่ปุ่น ถ้าแบ่งตามลักษณะการใช้ประโยชน์ก็จะแบ่งได้เป็นเบญจมาศที่ปลูกเพื่อตัดดอกกับเบญจมาศที่ปลูกเพื่อเป็นไม้กระถาง ในปัจจุบันมีการพัฒนาพันธุ์ของเบญจมาศกระถางกันมากมาย นอกจากความหลากหลายสีสันแล้ว ยังมีความหลากหลายในลักษณะของรูปทรงดอกอีกด้วย และการแตกทรงพุ่มและการเจริญเติบโตของเบญจมาศกระถางก็ยังมีความแตกต่างกัน โครงการพัฒนาบ้านโปงตามพระราชดำริ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ได้เสด็จพระราชดำเนิน ทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ที่บ้านโปง ในปี พ.ศ. 2527 ด้วยทรงทราบว่าราษฎรชาวบ้านโปงมีการอนุรักษ์ป่าและต้นน้ำลำธารเป็นอย่างดี เนื่องจากบริเวณแถบนี้เป็นแหล่งต้นน้ำของห้วยโจ้ ซึ่งจะไหลไปรวมกันเป็นแม่น้ำแม่ปิง จึงได้มีพระราชดำริให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้จัดหาพืชพรรณที่เหมาะสมในการปลูกเลี้ยงมาให้ชาวบ้านแม่โปง เพื่อจะได้มีอาชีพเป็นหลักเป็นฐานโดยไม่ต้องไปรบกวนแหล่งต้นน้ำลำธาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยฝ่ายพัฒนาเกษตรที่สูง สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร จึงได้รับสนองพระราชดำริโ
มาทำความรู้จักกับบุปผาราชินีกัน เริ่มกันที่ พรรณไม้พระนาม ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 4 ชนิดกันค่ะ เป็นยังไงกันบ้างคะ นอกจากจะชื่อสวยแล้วสีดอกแต่ละชนิดก็สวนงามสะดุดตาอีกด้วย พรรณไม้ในพระนาม ทั้ง 4 ชนิด เกิดจากการผสมพันธุ์กันสองสายพันธุ์แล้วเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาที่มีลักษณะโดดเด่นและสวยงามแปลกตากว่าเดิม หากท่านใดอยากชมความงามของพรรณไม้ทั้ง 4 ชนิด สามารถเข้ามาชมได้ที่ อุทยานหลวงราชพฤกษ์นะคะ ที่มา : อุทยานหลวงราชพฤกษ์https://www.royalparkrajapruek.org/Knowledge/view/311#:~:text=%2D%20%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%A7%20%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%8C%20%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88,%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B0
“กล้วยไม้สกุลช้าง” มีหลายชนิดมากในบ้านเรา เช่น ช้างแดง, ช้างเผือก, ช้างกระ, ช้างพลาย, ช้างค่อม, ช้างส้ม, ช้างการ์ตูน ฯลฯ และมีการพัฒนาลูกไม้ใหม่ๆ ลูกผสมขึ้นอยู่เสมอ พอเข้าสู่ฤดูหนาว ราวเดือนพฤศจิกายน ช้างก็จะเริ่มแทงช่อดอกออกมาแล้ว ดอกจะเริ่มบานได้เดือนธันวาคม – เดือนมกราคม ของทุกปี ส่วนการออกดอกจะมากหรือน้อยนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าถ้าอากาศเย็นมากช้างก็จะออกดอกแทงช่อดี กล้วยไม้สกุลช้าง มีการเจริญเติบโตแบบฐานเดี่ยว มีลักษณะแตกต่างไปจากกล้วยไม้สกุลอื่นๆ คือ มีลำต้นสั้น แข็งแรง ใบแข็ง หนาค่อนข้างยาว อวบน้ำ เรียงชิดกันอยู่บนลำต้น ใบเป็นร่อง หน้าตัดของใบรูปตัววี สันล่างของใบเห็นได้ชัด ใบอาจมีเส้นใบเป็นเส้นขนานสีจางๆ หลายๆ เส้นตามความยาวของใบ ปลายใบหยักมน หรือเป็นฟันแหลมไม่เท่ากัน รากเป็นระบบรากอากาศ มีขนาดใหญ่ แขนงรากใหญ่ ปลายรากมีสีเขียวซึ่งสามารถปรุงอาหารด้วยวิธีสังเคราะห์ด้วยแสงได้ ช่อดอกอาจห้อยลงหรือตั้งขึ้น ความยาวของช่อดอกเกือบเท่าๆ กับความยาวของใบ ดอกมีเป็นจำนวนมาก แน่นช่อดอก กลีบนอกและกลีบในของดอกแผ่ออก อาจมีจุดหรือไม่มีจุด สีม่วงหรือสีน้ำเงินก็ได้ ขนาดของกลีบนอกโตกว่ากลีบใน เส้าเกส
หากจะกล่าวถึงต้นไม้ที่แปลกหรือประหลาด ต้นไม้ที่หลายๆ คนคิดถึงคงไม่พ้นจำพวกพืชกินแมลง บางคนอาจคิดว่าไม่มีอยู่จริง หรืออาจคิดว่าต้องอยู่ในป่าลึกลับ หลายคนคงไม่คิดว่าจะสามารถเจอได้ในประเทศไทย หรือเห็นขายในตลาดต้นไม้ทั่วไป และในป่าธรรมชาติของประเทศไทยก็มีพืชกินแมลง เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง ที่หลายคนอาจจะเคยเห็นหรือรู้จักมาบ้าง พืชกินแมลงไม่ได้เลี้ยงยากอย่างที่คิด บางพันธุ์เลี้ยงได้ง่ายมาก พืชกินแมลงมีลักษณะพิเศษ ในการล่อแมลง จับแมลง และลักษณะที่จะขาดไม่ได้คือ กินเหยื่อ หรือความหมายในเชิงวิทยาศาสตร์คือ สามารถย่อยและดูดซึมธาตุอาหารจากเหยื่อ เพื่อช่วยในการบำรุงต้นให้แข็งแรง และเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของต้นพืชเพื่อโอกาสในการอยู่รอด และยังมีพืชหลายชนิดที่สามารถดักจับและฆ่าแมลงได้ แต่ไม่กิน (ไม่ดูดซึมสารอาหารจากเหยื่อ) จึงไม่จัดว่าเป็นพืชกินแมลง ทำไมต้องกินแมลง มีคำอธิบายจากแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์ ถึงประเด็นนี้ แบ่งออกเป็น 2 แนวคิด คือ สิบเอก บรรลือศักดิ์ สีหิน หรือ คุณดิ๊ ประกอบอาชีพเสริมเป็นเกษตรกรเพาะพันธุ์และจำหน่ายไม้กินแมลง ปัจจุบันภายในโรงเรือนเพาะเลี้ยงไม้กินแมลงแห่งนี้ มีหลายร้อยสายพันธ
กล้วยไม้ เป็นไม้ประดับมีเสน่ห์อ่อนหวาน ทั้งหลากสีสันสวยสดงดงาม หรือมีกลิ่นหอมที่เย้ายวนรัญจวนใจ จึงนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย ซึ่ง “ว่านเพชรหึง ” เป็นหนึ่งในกล้วยไม้ที่หลายคนอยากมีไว้ครอบครอง เพราะเป็นกล้วยไม้ลำต้นใหญ่ที่สุดในโลก และมีช่อดอกขนาดใหญ่ ยาวถึง 2 เมตร ถือเป็นเอกลักษณ์เด่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ว่านเพชรหึง เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปเอเชีย และหมู่เกาะตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ในประเทศไทยพบตามป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่านเพชรหึงมีลำต้นเป็นแท่งกลมขนาดใหญ่ ดอกออกเป็นช่อขนาดใหญ่ ยาวได้ถึง 2 เมตร ดอกกว้าง 6-8 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงและกลีบดอกพื้นสีเหลืองหม่น มีประสีน้ำตาล แกมม่วงกระจายทั่วกลีบ กลีบปาก สีเหลืองอมน้ำตาล ในแต่ละช่อดอก มีดอกได้มากถึง 50 ดอก ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ คนโบราณเชื่อว่า ว่านเพชรหึงมีสรรพคุณรักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน และรักษาอาการไอเจ็บคอ จึงมีการใช้คำว่า ว่าน นำหน้าชื่อกล้วยไม้ชนิดนี้ ผู้สนใจสามารถสัมผัสความสวยงามของกล้วยไม้ว่านเพชรหึง ที่ชูช่อ ออกดอก ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ท่ามกลางสีสันแห่งป่าธรรมชาติที่
ดอกไม้แสนสวยที่มีสีสดสวย และมีกลิ่นหอม นอกจากใช้ประดับเพิ่มความงามให้กับบ้านแล้ว ยังเป็นสมุนไพรมากคุณค่าอีกด้วย ตัวอย่างไม้ดอก ที่เป็นสมุนไพรที่ช่วยดูแลสุขภาพที่พบเจอกันได้บ่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น 1.ปีบ หรือกาสะลอง ต้นไม้สูง ออกดอกขาวโพลนทั้งต้น กลิ่นหอมโชยตามลมอย่างต้นปีบนี้ ไม่ได้แค่สวยและหอมอย่างเดียว เพราะดอกของต้นปีบ ใช้เป็นสมุนไพรในการแก้โรคหอบ หืด ได้โดยการนำดอกมามวนสูบ 2.เบญจมาศ ดอกไม้ที่เป็นไปด้วยกลีบเล็กๆ อัดซ้อนกันจนแน่นอย่างเบญจมาศนี้ ไม่ได้แค่สวยอยู่แต่ในแจกันเท่านั้น เราสามารถนำดอกและใบมาคั้นเป็นยาสมุนไพร ใช้สำหรับรักษาบาดแผล หรือจะนำไปต้มดื่มรักษาโรคนิ่ว โรควัณโรค และโรคที่เกี่ยวกับต่อมน้ำเหลือง 3.บุนนาค ไม้ดอกกลีบบางน่าทะนุถนอม กลายเป็นสมุนไพรช่วยบำรุงเลือด ทำเป็นยาหอม รักษาอาการร้อนอ่อนเพลีย 4.บานเย็น ไม้ดอก ที่ดอกไม่บานตอนเช้า กว่าจะได้ยลโฉมก็ต้องรอบ่ายไปแล้ว นำดอกที่ได้มาคั้นเอาแต่น้ำ แล้วนำไปผสมน้ำดื่ม เป็นยาสมุนไพรที่ใช้สำหรับอาการกระอักเลือด และอาเจียนเป็นเลือด 5.บัวหลวง ดอกไม้บูชาพระ สวย สะอาด บริสุทธิ์ นอกจากจะสวยดึงดูดสายตาแล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรบำรุงหัว
พูดถึงต้นหญ้า หลายคนจะมองว่าเป็นพืชที่ไร้ค่า ไม่มีประโยชน์ สร้างความรกรุงรัง ใครเจอก็มักจะถอนทิ้งด้วยความฝังใจ แต่ในปัจจุบัน ต้นหญ้าที่เห็นอยู่ทั่วๆ ไปนั้น ถูกหยิบขึ้นมาใช้งาน สร้างคุณประโยชน์และคุณค่า Mr.Louis N. Wise ได้กล่าวไว้ว่า หญ้าเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตมนุษย์และสัตว์ต่างๆ หากปราศจากหญ้า มนุษย์จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่อดยาก สาเหตุที่เขากล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่าต้นข้าวสาลีซึ่งผลผลิตเป็นแป้งสาลีและนำมาทำเป็นขนมปังนั้น แท้จริงแล้วก็คือหญ้าชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับต้นข้าวของไทย และนอกจากต้นหญ้าจะเป็นแหล่งอาหารแก่มนุษย์และสัตว์ Mr.Louis N. Wise ยังได้กล่าวอีกว่า หญ้ามีส่วนช่วยกำกับดูแลสภาพแวดล้อม ป้องกันการชะล้างของหน้าดินที่เกิดจากลมและฝน ชนิดที่มีกอต้นและดอกจะนำมาปลูกเป็นหญ้าประดับสร้างความสวยงามภายในสวนของคุณอย่างลงตัว คุณสาธิต พุทธวรรักษ์ ผู้ที่หลงใหลและมีความรักในธรรมชาติ ชอบปลูกต้นไม้มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังเรียนจบจึงออกมาประกอบธุรกิจเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับร่วมกับเพื่อน คุณสาธิต เล่าให้ฟังว่า หญ้าประดับ คือหญ้าที่นำมาจัดสวน มีทรงพุ่มสวยงาม ใบเป็นเส้นเ
ช่วงนี้ถ้าพูดถึงในวงการไม้ประดับใบที่มีงานประกวดและการซื้อขายในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง คงจะหนีไม่พ้นโชคเก้าชั้นที่กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะด้วยการพัฒนาสายพันธุ์ที่มีอยู่เสมอ ทำให้โชคเก้าชั้นเป็นอีกหนึ่งไม้ประดับที่น่าจับตา ซึ่งลูกไม้ใหม่ที่ได้จะไม่เหมือนต้นแม่เสียทีเดียว แต่มีการปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ ตั้งแต่ใบสีเขียว สีขาว สีด่างขาว และด่างชนิดที่เรียกว่าสีสดออกไปทางแดงอย่างเด่นชัด เมื่อมีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอแล้ว จึงทำให้ลูกไม้ใหม่เป็นที่ชื่นชอบของผู้เล่นทั้งรายใหม่และรายเก่า คุณภาสกร ตินะโส หรือ คุณหนุ่ม เจ้าของสวนไชยกาญจน์ เป็นอีกหนึ่งท่านที่สนใจในเรื่องของการปลูกโชคเก้าชั้นเป็นอย่างมาก ในช่วงแรกมองว่าเป็นเพียงไม้ประดับใบใช้เพื่อตกแต่งบ้านเท่านั้น แต่เมื่อได้เรียนรู้และทำความรู้จักมากขึ้น คุณหนุ่มจึงเกิดแรงบันดาลใจและได้ทำการพัฒนาพันธุ์ให้เกิดลูกไม้ใหม่อย่างต่อเนื่อง จนสามารถส่งไม้เข้าประกวดและสร้างรายได้มาจนถึงปัจจุบัน โชคเก้าชั้น ไม้ประดับทรงคุณค่า คุณหนุ่ม เล่าว่า อาชีพหลักที่ทำอยู่คือเปิดร้านตัดผม แต่ด้วยความที่เป็นคนชื่นชอบการปลูกไม้ประดับ จึงได้หาซื้อ
