ไม้ดอกไม้ประดับ
ต้นรวงผึ้ง มีชื่อเรียกอื่นๆ ทางเหนือ เรียก ดอกน้ำผึ้ง กรุงเทพฯ เรียก สายน้ำผึ้ง มีชื่อสามัญว่า Yellow Star อยู่ในวงศ์ Tiliaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ Schoutenia glomerata King ssp.peregrina Rockm. เป็นพรรณไม้ไทยอันทรงคุณค่า เนื่องจากเป็นต้นไม้ประจำพระองค์ รัชกาลที่ 10 เนื่องจากออกดอกในช่วงเดือนพระราชสมภพ ดอกสีเหลืองอร่ามโดดเด่น ส่งกลิ่นหอมชื่นใจ ปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ ในลักษณะต้นสูงใหญ่ ให้ดอกสีสันสวยงาม ยามแหงนมองขึ้น เห็นดอกสีเหลืองอร่ามกระจายดั่งดวงดาวประกายแสงเหลืองทองบนฟากฟ้าแดนสรวง ดังชื่อสามัญที่เรียกว่า Yellow Star ต้นรวงผึ้ง จัดอยู่ในกลุ่มต้นไม้ขนาดเล็ก สูง 6-8 เมตร แตกกิ่งก้านจำนวนมาก แต่ละกิ่งก้านแข็งแรง มีเรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ เปลือกสีน้ำตาลปนขาว ใบเป็นชนิดใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับรูปรี แกมขอบขนาน มีส่วนกว้างไม่เกิน 3 เซนติเมตร แต่ความยาวใบสมบูรณ์ ยาวถึง 10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสังเกตจะมองเห็นว่าเบี้ยว มีเส้นใบออกจากโคนใบ ใบสีเขียวแก่ แต่ใต้ใบเป็นสีอ่อน และเป็นเกล็ดเล็กๆ รวมทั้งก้านใบมีขน ช่อดอกมีสีเหลืองเข้ม เหมือนทองเหลืองใหม่ๆ ออกช่อเป็นกระจุกแน่นตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ส่
เฟิร์น (Fern) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Pteridophyta เป็นพืชอีกกลุ่มหนึ่งที่มีราว 20,000 สปีชีส์ โดยถูกจำแนกในไฟลัม Pteridophyta หรือ Filicophyta เฟิร์นเป็นพืชที่มีท่อลำเลียงที่แตกต่างไปจากไลโคไฟตา (lycophyte) ตรงที่มีลักษณะใบแท้จริง (megaphylls) ที่ต่างจากพืชที่มีเมล็ด และที่สำคัญระบบสืบพันธุ์ไม่มีดอกและเมล็ด ซึ่งวงจรชีวิตของเฟิร์นนั้นเป็นวงจรชีวิตแบบสลับ โดยมีระยะสปอโรไฟต์ที่มีโครโมโซม 2 ชุด (diploid) และแกมีโทไฟต์ที่มีโครโมโซม 1 ชุด (haploid) ซึ่งแกมีโทไฟต์ของเฟิร์นสามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระ เฟิร์นเป็นพืชที่เจริญเติบโตช้าจึงมีความต้องการสารอาหารในปริมาณที่ไม่มาก ทำให้สามารถเจริญเติบโตได้บนดินที่เลว บนหิน ตามร่องหินหรืออาศัยอยู่บนต้นไม้ได้ จึงเป็นไม้ประดับที่นิยมนำมาตกแต่งภายในสวน เพื่อให้เกิดความอ่อนช้อยและมีมิติมากยิ่งขึ้น เมื่อนำมาปะปนอยู่กับไม้อื่นๆ ภายในบริเวณนั้น คุณสุเมธ ศรีสุนทร เป็นเกษตรกรปลูกเฟิร์นอยู่ที่ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเฟิร์นที่เขาปลูกและขยายพันธุ์นั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ โดยเริ่มทำจากความชอบจนกลายมาเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี ค
แวนด้า (Vanda) เป็นชื่อของกล้วยไม้สกุลหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกและมีการพัฒนาสายพันธุ์มากที่สุด แวนด้าเป็นกล้วยไม้ที่อยู่ในประเภท โมโนโพเดี้ยล คือกล้วยไม้ที่ไม่แตกกอ มีการเจริญเติบโตไปทางยอด รากเป็นรากอากาศ ใบมีลักษณะกลมแบนหรือร่อง ใบจะเรียงตัวซ้อนสลับกัน ช่อดอกจะออกด้านข้างของลำต้นสลับกับใบ ช่อดอกของแวนด้าจะยาวและแข็ง ส่วนกลีบดอกนอกและกลีบในมีรูปร่างคล้ายคลึงกัน สีดอกของแวนด้ามีหลายสีและที่ได้รับความนิยมคือ สีน้ำเงินเข้ม สีครามอ่อน สีชมพู สีเหลือง หากปลูกรวมกันมากๆ จะเห็นถึงความสวยงามของสีที่สลับกัน ดูสวยงามหลากหลายสีสันน่าชวนมอง ดอกแวนด้าสามารถอยู่ทนสำหรับการปักแจกันได้ 5-7 วัน และออกดอกตลอดทั้งปี คุณวสันต์ ชุบคำ อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 13 ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ได้สืบทอดการทำสวนกล้วยไม้แวนด้าต่อจากครอบครัว โดยการนำเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่ๆ เข้ามาช่วย ทำให้การจำหน่ายเข้าถึงลูกค้าได้เป็นวงกว้าง แม้แต่ลูกค้าต่างประเทศที่ชื่นชอบในไม้ชนิดนี้ ก็ติดต่อเข้ามาดูแวนด้าถึงในสวนของเขา เกิดเป็นรายได้จากการขายทั้งในและต่างประเทศ คุณวสันต์ เล่าให้ฟังว่า อาชีพทางก
หลายคนชื่นชอบการปลูกบัวประดับ แต่หลังจากซื้อบัวประดับจากร้านค้ากลับมาเลี้ยงที่บ้าน ต้นบัวประดับให้ดอกสวยงามแค่เพียงระยะแรก หลังจากเลี้ยงไปได้ 3 เดือน ดอกเริ่มเล็กลง และไม่ค่อยมีดอกแถมต้นทรุดโทรมลงอีกต่างหาก หากใครเจอปัญหาแบบนี้ ไม่ต้องกังวล “เทคโนโลยีชาวบ้าน” มีเทคนิควิธีดูแลบัวประดับอย่างถูกวิธี ที่จะช่วยให้บัวประดับของท่านมีดอกสวยงามเหมือนเดิม บัวไทยมี 3 สกุล ก่อนอื่นอยากแนะนำให้รู้จักสกุลบัวที่ปลูกอยู่ในประเทศไทยว่า มีอยู่ 3 สกุล คือ สกุลบัวหลวงหรือปทุมชาติ สกุลบัวสายหรืออุบลชาติ และ สกุลวิกตอเรียหรือบัวกระด้ง 1. สกุลบัวหลวงนิยมเรียกชื่อว่า ปทุมชาติ หรือบัวหลวง มีถิ่นกำเนิดอยู่ใน จีน อินเดีย และประเทศไทย บัวเป็นพืชที่มีต้นใต้ดิน หรือเหง้า และมีไหลเมื่อวัยอ่อน มีลักษณะเรียวยาว เลื้อยไปใต้พื้นดินเล็กน้อย เมื่อโตเต็มที่จะอวบอ้วน เพราะมีการสะสมอาหารเอาไว้ ต่อมาพัฒนาเป็นข้อปล้อง ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของต้นอ่อนและราก เมื่อเติบโตขึ้นจะยืดตัวส่งใบและดอกโผล่ขึ้นเหนือน้ำ ก้านใบและก้านดอกมีหนาม ดอกเป็นชนิดดอกเดี่ยว รูปทรงมีทั้งป้อมและแหลม ดอกจะบานในเวลากลางวัน กลิ่นหอมมีกลีบเลี้ยง 4-6 กลีบ กลีบด้
ในช่วงนี้เป็นฤดูกาลที่ดอกเข้าพรรษากำลังจะออกดอกมาให้ได้เชยชมกัน ซึ่งก็เป็นช่วงที่จะเข้ากับเทศกาลเข้าพรรษาในทางพระพุทธศาสนา ทำให้เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ทุกคนที่เป็นชาวพุทธจะนำดอกไม้ชนิดนี้ตัดดอกรวมช่ออย่างสวยงาม เพื่อนำไปบูชาในการทำบุญ ซึ่งดอกเข้าพรรษาไม่เพียงแต่ตัดดอกขายได้เท่านั้น แต่ปัจจุบันเริ่มมีการปลูกและขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายเป็นพันธุ์ไม้ปลูกประดับ ดอกเข้าพรรษา (Globba) หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า หงส์เหิน เป็นพืชที่มีลำต้นเป็นหัวใต้ดิน ประเภทรากแบบ Rhizome เป็นรากแบบสะสมอาหาร กาบใบที่เรียงตัวแน่นทำหน้าที่เป็นต้นเทียมเหนือดิน ลักษณะเป็นกลุ่มกอ มีความสูงอยู่ที่ 30-70 เซนติเมตร ใบของดอกเข้าพรรษามีลักษณะเรียวยาวรูปใบคล้ายหอกเหมือนใบกระชาย ขนาดของใบประมาณ 10×25 เซนติเมตร ส่วนดอกแทงจากยอดเป็นช่อโค้ง ลักษณะห้อยตัวลงอย่างอ่อนช้อย มีหลากหลายสีสวยงาม พร้อมทั้งมีรูปทรงของช่อดอกและกลีบที่แตกต่างกันออกไป ด้วยลักษณะพิเศษเหล่านี้จึงเป็นไม้ที่ได้รับความนิยมและนำมาปลูกเพื่อความสวยงาม คุณธวิยา พาป้อง ได้เห็นความสวยงามของดอกเข้าพรรษา จึงทำให้เธอเกิดแรงบันดาลใจและเรียนรู้ที่จะปลูกให้ได้ดอกที่
ปีนี้ร้อนกว่าทุกปีที่ผ่านมา บ้านไหนที่มีแพลนกำลังจะทำสวน หาไม้เลื้อย ตกแต่งบ้าน ทำซุ้มบังแดด สร้างร่มเงา วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน รวม 6 พันธุ์ไม้เลื้อย ที่ทั้งถึก ทน โตไว มาให้แล้ว แต่ละสายพันธุ์ล้วนมีจุดเด่นที่ชวนหลงใหล แต่จะมีสายพันธุ์ไหนบ้างต้องไปดู ไม้เลื้อยจะเจริญเติบโตแบ่งออกเป็น 2 ประเภท เลื้อยเบนเข้าหาแสง ด้วยการใช้พลังงานน้อยที่สุด จะเป็นการเติบโตแบบยืดยาวเข้าหาแสงแทนที่จะใช้พลังงานจำนวนมากในการสร้างเนื้อไม้ ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ใช้เป็นโครงสร้างในการทรงตัว เลื้อยเบนออกจากแสง กลไกการเลื้อยแบบนี้ จะพยายามงอกไปในทิศทางที่ไม่มีแสง โดยกิ่งก้านจะงอกไปถึงโคนต้นไม้ และปีนขึ้นไปบนยอดไม้ที่สว่างกว่าอย่างรวดเร็ว ไม้เลื้อยนั้นสามารถรับประโยชน์ได้จากสภาพแวดล้อม 2 แบบ คือ จากการหยั่งรากลงดินในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์เป็นหย่อมๆ บริเวณที่มีดินน้อยหรือไม่มีเลย และยังสามารถรับประโยชน์จากแสงสว่าง โดยใบจะเจริญเฉพาะในบริเวณที่โล่ง หรือมีแสงแดดส่องถึงเป็นช่วงๆ ได้ 1. ม่านบาหลี มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศเขตร้อนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นไม้เลื้อยอายุหลายปี ลำต้นมีรากพิเศษแตกตามข้อเป็นเส้นสีแดงยาวห้อยลง
หนุ่มตรังวัย 26 ปี ลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ กลับบ้านเกิดทำฟาร์มปลูกแค็กตัสลูกผสมสวยๆ ราคาตั้งแต่หลักสิบถึงหมื่น ขายออนไลน์เจาะตลาดต่างประเทศทั้งแถบยุโรปและเอเชีย สร้างรายได้ทะลุหลักแสนต่อเดือน คุณสิรวิชญ์ มากแก้ว หรือ คุณเจ เกษตรกรรุ่นใหม่วัย 26 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 272 หมู่ที่ 5 ตำบลในควน อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง และเป็นเจ้าของฟาร์มสวนหุบเขาดาวใต้ ปลูกแค็กตัส หรือกระบองเพชรจิ๋ว หลากหลายสายพันธุ์ หลากสีสันนับหมื่นต้น ภายในโรงเรือนเนื้อที่ 200 ตารางเมตร โดยเน้นปลูกแค็กตัสพันธุ์ ยิมโนคาไลเซียม (Gymnocalycium) ถึงร้อยละ 99 เพราะเหมาะสำหรับปรับปรุงสายพันธุ์เป็นลูกผสม ที่มีลักษณะเด่นแตกต่างไปจากต้นเดิม ทั้งรูปร่าง รูปทรง ดอก และสีสัน โดยมีราคาจำหน่ายตั้งแต่ต้นละ 15 บาทไปจนถึง 150,000 บาท ทุกวันนี้ แค็กตัสที่ขายดีที่สุดอยู่ในกลุ่มรูปทรงที่สีแดง สีส้ม สีม่วง และสีเขียว แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ หมวกสังฆราชขาว ถังทอง กระบองทอง ดาวล้อมเดือน ปราสาทนางฟ้า บาเนียนัม สายรุ้ง และแค็กตัสในตระกูลแอสโต ที่เพาะได้ทั้งจากเมล็ดและต้นอ่อนที่งอกออกมา ใช้เวลาเพาะเลี้ยง 8-12 เดือน ก็สามารถขา
ระยะนี้จะมีแดดออกสลับกับมีฝนตก และมีลมกระโชกแรงบางช่วงในสภาพอากาศเช่นนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้เฝ้าระวังการระบาดของโรคใบปื้นเหลือง จะพบการเข้าทำลายในทุกระยะการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ มักจะพบอาการของโรคที่เกิดบริเวณใบล่างโคนต้นก่อนแล้วลุกลามสู่ใบยอด ด้านหน้าใบเป็นจุดกลมสีเหลือง ต่อมาแผลขยายใหญ่เป็นปื้นสีเหลืองตามแนวยาวของใบ พลิกดูด้านใต้หลังใบพบกลุ่มผงสีดำของเชื้อราคล้ายขี้ดินสอขึ้นอยู่เต็มไปหมด ถ้าอาการรุนแรงใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแห้ง และหลุดร่วงจากต้นได้ ทำให้ต้นกล้วยไม้ทิ้งใบหมด โดยจะสามารถพบการระบาดของโรคปื้นเหลืองได้ตลอดทั้งปี เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ควรหมั่นสังเกตการระบาดของโรคปื้นเหลือง หากพบการระบาดของโรค ให้เกษตรกรเก็บใบที่เป็นโรคและใบที่ร่วงไปเผาทำลายนอกแปลง และพ่นด้วยสารคาร์เบนดาซิม 50% เอสซี อัตรา 10-20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโพรพิเนบ 70% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5-7 วัน โดยไม่ควรพ่นสารชนิดใดชนิดหนึ่งต่อเนื่องกันเกิน 3 ครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันการดื้อยาของเชื้
“บอนสี” ฟาร์มใหญ่พัฒนาสายพันธุ์ผสมเพาะเลี้ยงใหม่ๆ จากสายพันธุ์โบราณ สายพันธุ์ หายาก ทำตลาดออนไลน์ ออฟไลน์ การตลาดยังขายได้ดี ขายภายในประเทศ 90 เปอร์เซ็นต์ ส่งออก 10 เปอร์เซ็นต์ พัทลุง เปิดพิพิธภัณฑ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซื้อขาย ถ้าได้ดูแลสนับสนุนตลาดต่างประเทศจะไปไกล จากที่บอนสีไทยโดดเด่นที่สุดในโลก คุณณัฏฐาพงศ์ สงวนศักดิ์ เจ้าของสวนทรัพย์ทวี เลขที่ 378 หมู่ที่ 4 ตำบลวังใหม่ อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ผู้ผลิตเลี้ยงเพาะพันธุ์บอนสีรายใหญ่ เล่าว่า มีที่เพาะเลี้ยงบอนสีประมาณ 1 ไร่ มีสายพันธุ์บอนสีประมาณ 300 สายพันธุ์ ได้เพาะเลี้ยงจากการเก็บและซื้อพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์สายพันธุ์ดีมาจากหลายพื้นที่ ก่อนที่จะนำมาผสมข้ามสายพันธุ์ เพื่อที่จะได้สีสันสวยงาม แปลก และใหม่ นอกจากการผสมพันธุ์เลี้ยงบอนสีขายแล้ว สวนทรัพย์ทวียังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์บอนสี ที่ได้รวบรวมเอาบอนโบราณกับบอนสีสมัยใหม่ให้มาอยู่ในพื้นที่เดียวกันด้วย พร้อมทั้งให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และโอกาสต่อไปก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยว อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุงด้วย สำหรับบอนสี จังหวัดพัทลุงนั้น เริ่มต้นเพาะเลี้ยงกันมาประมาณ 10 ปี บอนสีมีตั้งในสวนยางพารา ข้าง
“เฟื่องฟ้า” เป็นหนึ่งในไม้ดอกไม้ประดับที่ปลูกง่ายและที่นิยมปลูกกันทั่วไป ไม่ว่าเราเดินทางไปที่ไหนก็ตามมักจะพบเห็นได้เสมอแทบทั่วประเทศ ปลูกได้ไม่จำกัดสถานที่ หากใครอยากซื้อต้นเฟื่องฟ้าไปปลูกที่บ้าน สามารถไปเลือกซื้อได้ที่ คลองสิบห้า จังหวัดปทุมธานี ที่นี่มีสารพัดพรรณไม้ให้ผู้สนใจได้เลือกซื้อหาในราคาย่อมเยา “เฟื่องฟ้า” (Bougainillea ssp.) เป็นไม้ยืนต้นประเภทพุ่มกิ่งเลื้อย มีขนาดพุ่มลูกไปจนถึงพุ่มใหญ่ มีหนามตามลำต้น ใบเดี่ยวรูปร่างรีแหลมยาวแตกออกสลับกับกิ่งมีขนเล็กน้อย ส่วนใบประดับลักษณะคล้ายรูปไข่ ออกดอกตามซอกใบหรือปลายกิ่งเป็นช่อแต่ละช่อมี 3 ดอก มีหลากสีตามสายพันธุ์ เช่น ตระกูลจินดามีสีแดง ชมพู เหลืองและส้ม ม่วงประเสริฐสี ขาวน้ำผึ้ง ม่วงกฤษณา เหลืองอรทัย สุมาลีขาว-ทอง ใบด่าง และอีกหลากหลาย เฟื่องฟ้าได้รับสมญาว่าเป็นราชินีแห่งไม้ประดับทีเดียว เฟื่องฟ้าเจริญเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด แต่ดินปลูกนั้นต้องระบายน้ำได้ดี อีกทั้งทนต่อสภาพแวดล้อมแห้งแล้งได้ ยิ่งแล้งยิ่งออกดอกดี ประการสำคัญ เฟื่องฟ้าต้องการแสงแดดจ้าตลอดทั้งวัน เฟื่องฟ้าเป็นไม้อีกชนิดหนึ่งที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
