ปศุสัตว์
เลี้ยงควายที่เกาะช้าง ดูเป็นเรื่องแปลกไม่น่าเชื่อจะมีวีถีชีวิตเช่นนี้ เพราะเกาะช้างได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของภาคตะวันออก แต่ในสภาพพื้นที่เกาะช้างด้านในหรือด้านทิศตะวันออกหรือมักจะเรียกว่า “เกาะช้างเลี้ยวซ้าย” ยังมีพื้นที่เกษตรกรรมเพาะปลูกผลไม้ ทุเรียนชะนี GI ส้มโอ รวมทั้งสวนมะพร้าวที่มาตั้งแต่ดั้งเดิม แต่ 8-10 ปีที่ผ่านมาพื้นที่ได้มีการเปลี่ยนมือไปเพื่อการลงทุนทางธุรกิจท่องเที่ยวค่อนข้างมาก เช่นเดียวกับ นาวาโท สมบัติ บุญเกิดพานิชย์ หรือ “เสธบัติ” ชาวเกาะช้าง ลาออกจากราชการและกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดทำธุรกิจสนามยิงปืน “บ้านลูกช้าง เกาะช้าง” (Koh Chang Shooting Range) พร้อมกับ คุณจารุวรรณ จินตกานนท์ ภรรยา แต่ที่แปลกต่างไปคือ การนำควายมาเลี้ยงในพื้นที่สนามยิงปืน เป็นที่เดียวบนเกาะช้างและมีแนวทางที่จะพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไอเดียจากปัญหาการกำจัดหญ้า ไม่ใช้สารเคมี นาวาโท สมบัติ ครอบครัวทำเกษตรกรรมและประมงที่เกาะช้าง แม้ชีวิตราชการจะรุ่งโรจน์ แต่กลับตัดสินใจลาออกมาใช้ชีวิตที่เงียบสงบที่บ้านเกิดและสร้างธุรกิจสนามยิงปืน เล่าถึงที่ม
“นกยูง” หากพูดถึงนกชนิดนี้ คนส่วนใหญ่อาจจะรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่น้อยคนนักที่จะทราบว่านกที่มีแพนหางสุดอลังการนี้ มี 3 สายพันธุ์ (Species) ด้วยกัน คือ นกยูงไทย นกยูงอินเดีย และนกยูงคองโก ซึ่งในประเทศไทยสามารถพบนกยูงได้ 2 สายพันธุ์ คือ นกยูงไทย และนกยูงอินเดีย แต่มีเพียงนกยูงไทยเท่านั้น ที่สามารถพบได้ในป่าธรรมชาติ ซึ่งแพร่กระจายในภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศไทยซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีความแตกต่างกัน ทั้งลักษณะทางกายภาพและถิ่นที่อยู่อาศัยที่เฉพาะของพวกมันเอง ที่อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา คุณชิณภัทร จันทร์ทละ เกษตรกรหัวก้าวหน้าประสบความสำเร็จในการเลี้ยงนกยูง สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ เล่าว่า ช่วงที่ไปทำงานที่ออสเตรเลียมีความคิดที่ทำอะไรสักอย่างนอกจากทำการเลี้ยงกว่างที่มีความรู้และประสบการณ์ดีแล้วหลังกลับมาอยู่บ้าน อยากจะมีกิจกรรมอื่นเพิ่มเติมที่แตกต่างจากคนอื่นเผื่อกลับเมืองไทยจะได้มีกิจกรรมรายได้เพิ่มมากขึ้น ได้รู้จักรุ่นพี่คนหนึ่ง ที่ทำงานด้วยกันในออสเตรเลียที่ชอบทำอะไรแปลกๆ เหมือนกัน “วันหนึ่งพี่เขาบอกว่าซื้อม้า ซื้อสุนัขพันธุ์แปลกๆ มาเลี้ยง แล้ววันหนึ่งเขาพูดถึงเรื่องนกยูงและนำภาพมาให้ดู
“บราห์มา” (Brahma) เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ไก่ที่นิยมเลี้ยงเพื่อความสวยงาม มีจุดเด่นเรื่องขนาดตัวที่ใหญ่และขนดก ตามข้อมูลพบว่าไก่บราห์มามีความสูงเต็มที่ถึง 1 เมตร และน้ำหนักมากสุดถึง 8 กิโลกรัม (ขนาดประมาณเด็ก 7-8 ขวบเลยทีเดียว) เรียกว่ายักษ์จริง การนำไก่บราห์มาที่เป็นสายพันธุ์จากต่างประเทศมาเลี้ยงในบ้านเราถูกพัฒนาและปรับปัจจัยสภาพแวดล้อม สภาพอากาศให้มีความเหมาะสมจนสามารถเลี้ยงได้อย่างไม่มีปัญหา แม้ขนาดตัวอาจไม่ใหญ่โตเท่าแหล่งกำเนิด แต่นับว่ามีความใหญ่และขนาดสวยแบบฉบับไทย ทั้งการเลี้ยงกินอยู่ไม่ได้ยุ่งยาก เป็นที่สนใจของนักเลงไก่หันมาเลี้ยงสร้างรายได้มากขึ้น ดังนั้น ในตลาดไก่สวยงามจึงมีไก่บราห์มาขึ้นติดอันดับอยู่ด้วย คุณกิตติธัช แผ้วประสงค์ หรือ คุณโอ๊ต เป็นหนึ่งในนั้น และเป็นเจ้าของฟาร์มไก่บราห์มาที่ชื่อ “อาร์มี่ฟาร์ม” ตั้งอยู่เลขที่ 269/10 หมู่ที่ 2 ตำบลเก้าเลี้ยว อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ ฟาร์มเพาะ-ขายพันธุ์ที่ยืนยันคุณภาพไก่ด้วยรางวัลชนะเลิศมากมาย คุณโอ๊ตมีอาชีพประกอบธุรกิจเปิดร้านขายของเบ็ดเตล็ด แล้วเลี้ยงไก่เป็นงานอดิเรกก่อนที่จะเพาะขายจริงจังเป็นอาชีพได้ประมาณ 5 ปี เหตุผลที่ม
ตั๊กแตนปาทังก้า ถือเป็นศัตรูพืชที่เป็นปัญหาของเกษตรกรทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยของเราก็เช่นกัน ในอดีตมีแผนปูพรมกวาดล้างฉีดพ่นยาฆ่าแมลงเพื่อกำจัดตั๊กแตนปาทังก้า แต่ในวิกฤตยังมีโอกาสเสมอ เกษตรกรไทยได้เรียนรู้ว่าแท้จริงแล้วอาวุธที่ดีที่สุด ในการจัดการกับตั๊กแตนตัวร้ายก็คือน้ำมันร้อนๆ ซอสปรุงรสนั่นเอง จึงเกิดอาชีพให้เกษตรกรหลายคน จากการจับตั๊กแตนปาทังก้า มีทั้งการเก็บขายผ่านพ่อค้าคนกลาง และทอดขายร้อนๆ เป็นอาหารว่างหรือกับแกล้มรสโอชะ โปรตีนสูง ยิ่งเคี้ยวยิ่งเพลินจนตั๊กแตนทอดกลายเป็นสตรีตฟู้ดยอดนิยม เมื่อได้รับความนิยมมากขึ้น ตั๊กแตนปาทังก้าก็มีราคาสูงขึ้น จนชาวบ้านสามารถสร้างรายได้จากการจับตั๊กแตนขายได้มากกว่าการปลูกพืชบางชนิดเสียอีก คุณสมเกียรติ แก้วเกลียว อยู่หมู่ที่ 12 ตำบลตาอ็อง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ประกอบอาชีพเสริมเพาะเลี้ยงตั๊กแตนปาทังก้า คุณสมเกียรติ เล่าว่า อาชีพหลักของตนเองนั้นเป็นช่างซ่อมโทรศัพท์มือถือ แต่ด้วยเป็นคนที่ชื่นชอบในการกินตั๊กแตน และมีพี่สาวเพาะเลี้ยงจำหน่ายตั๊กแตนปาทังก้า จึงได้ศึกษาหาข้อมูลจากพี่สาว และทดลองเลี้ยงตั๊กแตนปาทังก้า เริ่มจากการซื้อไข่ตั๊กแตนปาท
กว่างภูกามยาว พะเยา ยอดนักสู้แห่งขุนเขา : การชนกว่าง เป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวล้านนาที่นิยมเล่นกันมาเป็นเวลานานแล้ว จนกลายเป็นประเพณี แต่จะเริ่มเล่นกันมาตั้งแต่เมื่อใดนั้นไม่มีหลักฐานปรากฏ ปัจจุบันยังมีการเล่นกันอยู่ แต่อาจจะไม่มากเท่ากับในอดีต การเล่นชนกว่างของชาวล้านนานิยมเล่นกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เฉพาะในฤดูฝนคือประมาณเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม พอออกพรรษาแล้วก็ค่อยๆ เลิกรา ปล่อยกว่างกลับสู่ธรรมชาติ เพื่อสืบลูกสืบหลานเพื่อการเกิดใหม่ในปีหน้าตามวัฏจักรของมัน กว่างเป็นชื่อเรียกด้วงปีกแข็งชนิดหนึ่ง มี 6 ขา กว่างบางชนิดมีเขา บางชนิดไม่มีเขา กว่างจะชอบกินน้ำหวานจากอ้อย กว่างบางชนิดไม่นิยมนำมาเลี้ยง บางชนิดนิยมเลี้ยงไว้ดูเล่น เช่น กว่างซาง กว่างงวง กว่างกิ กว่างกิอุ และกว่างอี้หลุ้ม วงจรชีวิตของกว่าง กว่างมีวงจรชีวิตประมาณ 1 ปี คือช่วงต้นฤดูฝน ประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม กว่างทั้งตัวผู้และตัวเมียจะขึ้นมาจากใต้ดิน เพื่อมาผสมพันธุ์และวางไข่ ซึ่งใช้วงจรชีวิตช่วงนี้ประมาณ 4 เดือน พอเข้าในฤดูหนาว กว่างตัวเมียหลังจากผสมพันธุ์ก็จะขุดดินแล้ววางไข่ ส่วนตัวเองก็จะตาย ไข่ก็ฟักเป็นตัวหนอน เป็นดักแด้อาศัยอย
“โคขุน” นับเป็นสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีศักยภาพการผลิตในพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สร้างรายได้ดีให้เกษตรกร ปัจจุบันเกษตรกรนิยมเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมจากการทำการเกษตรเป็นหลัก พื้นที่การเลี้ยงครอบคลุมทั้ง 19 อำเภอ พบการเลี้ยงมากที่สุดในอำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอคีรีรัฐนิคม และอำเภอไชยา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 สุราษฎร์ธานี (สศท.8) ติดตามสถานการณ์การผลิตโคขุนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่า ปัจจุบัน เกษตรกรมีการเลี้ยงแบบรวมกลุ่ม และเลี้ยงแบบรายเดียว ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงโคขุน คือ คุณปรีชา เรืองแสง เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นสมาชิกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคขุนอำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี คุณปรีชา เล่าว่า เริ่มจากการเป็นเกษตรกรทำสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน แต่ปัจจุบันราคายางพาราและปาล์มน้ำมันไม่แน่นอน ปุ๋ยราคาสูง ประกอบกับอยากมีรายได้เสริมที่สามารถสร้างอาชีพ หลังจากนั้นได้มีโอกาสศึกษาดูงานเกี่ยวกับการเลี้ยงโคขุนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำพงแสน และศึกษาจากเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกลุ่มที่เลี้ยงจนประสบความสำเร็จ จึงได้
ใครที่เหงาหรือกำลังมองหาเพื่อนซี้คู่ใจ เลี้ยงง่าย นิสัยน่ารัก และกำลังเป็นที่นิยมอยู่ตอนนี้คงไม่พ้น “นก” แต่ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยงหลายๆ คนอาจจะนึกถึงหมา แมว แต่แท้จริงแล้วนกก็มีนิสัยที่น่ารักไม่แพ้หมาแมว เชื่อว่าหลายๆ ต้องหลงรัก อันดับที่ 1 นกค็อกกะเทล ลักษณะนิสัย : ใจดีอ่อนโยน มีขนกระจุกบนหัว เรียกว่า หงอน และมีลวดลายสีที่หลากหลาย ยังสามารถพูดเลียนแบบคำพูดได้อีกด้วย เป็นนกที่ผิวปากได้เก่ง สามารถสอนให้ร้องเพลงตามทำนองได้ ถ้าเทียบกับสุนัขเปรียบเหมือนโกลเด้น ไม่ค่อยกัด เสียงเพราะ จะร้องเพลงได้ ยอดนิยมสำหรับนกที่เป็นสัตว์เลี้ยง ถิ่นกำเนิด : ออสเตรเลีย ขนาดตัว : 27-30 เซนติเมตร จากหัวถึงปลายหาง น้ำหนัก : 75-125 กรัม อายุขัยเฉลี่ย : 15-25 ปี (ด้วยการดูแลที่เหมาะสม) ราคา : 900-3,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสี โครงสร้าง และสายเลือด) อันดับที่ 2 นกซันคอร์นัวร์ ลักษณะนิสัย : นกแก้วตัวเล็ก ขี้เล่น นิสัยซุกซน แสบมาก น่ารัก ขี้เล่น ขี้อ้อน พันธุ์นี้จะเห็นบ่อยๆ ในสวนสัตว์เขาจะเลี้ยงไว้เพื่อเอนเตอร์เทนคนให้คนเข้าไปให้อาหารเพราะว่าเขาค่อนข้างคุ้นกับคนได้ง่าย มีบุคลิกที่กล้าหาญและการโต้ตอบที่ขี้เล่น และเป็นนกสั
ในช่วงวัยเด็กการที่ได้เล่นสนุกถือเป็นสิ่งที่คู่กับวัยของแต่ละคนมีความทรงจำในเรื่องเหล่านี้ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่เมื่อเติบโตมาแล้ว สิ่งที่ต้องทำก็คือการช่วยธุรกิจของครอบครัว จนทำให้ในบางครั้งวัยเด็กยังไม่เข้าใจว่าทำไมสิ่งที่กำลังทำอยู่ ทำให้ไม่ได้เล่นสนุกเหมือนกับเพื่อนๆ แต่เมื่อโตขึ้นและรับช่วงต่อกิจการของครอบครัว จึงมีความเข้าใจและพร้อมจะส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกหลานต่อไป ยู แปดริ้ว หรือ คุณศรัณญู อ่อนใจเอื้อ เจ้าของธุรกิจ อภิชาติฟาร์ม เป็นทายาทรุ่น 2 ได้รับช่วงต่อธุรกิจฟาร์มไก่ไข่จากครอบครัว ซึ่งคุณยูนอกจากทำฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่แล้ว ยังเป็นขวัญใจเรื่องของความเร็วในด้านการแข่งรถให้กับใครหลายๆ คนอีกด้วย เมื่อโตจึงเข้าใจ สิ่งที่พ่อแม่ปลูกฝัง ในอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่ ที่ส่งต่อให้ คุณยู เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจฟาร์มไก่ไข่นั้น เริ่มมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อคุณแม่ ถือเป็นกิจการของครอบครัวที่ทำมาได้ประมาณ 37 ปี ซึ่งคุณยูจำความได้ธุรกิจนี้ก็มีอยู่แล้ว เมื่อเติบโตมาเรื่อยๆ หลังจากที่กลับจากโรงเรียนทุกครั้ง จะต้องมาช่วยงานครอบครัว คือการส่งอาหารไก่ทุกวัน จนเกิดความคิดขึ้นมาว่าไม่อยากท
โรคระบาดสัตว์ ถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์ทั่วโลก โดยส่งผลกระทบต่อทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค และเศรษฐกิจในวงกว้าง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโรคระบาดสัตว์สามารถแบ่งออกได้หลากหลาย อย่างเช่น ผลกระทบโดยตรงที่ทำให้เกิดการสูญเสียของสัตว์ ซึ่งโรคระบาดหลายชนิดทำให้สัตว์ป่วยและตายจำนวนมาก ส่งผลให้เกษตรกรสูญเสียรายได้และทรัพย์สิน การเกิดโรคยังทำให้การลดลงของผลผลิตมีจำนวนที่น้อยลง เพราะสัตว์ที่ป่วยจะให้ผลผลิตน้อยลง เช่น การเลี้ยงโคนมหากสัตว์มีโลกนมลดลง ในสัตว์ปีกอย่างเป็ดและไก่จะให้ไข่ลดลง นอกจากนี้ยังทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะ เกษตรกรต้องใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการรักษาสัตว์ป่วย ตั้งแต่การซื้อยา วัคซีน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่โรคระบาดรุนแรมากเกินไปจนควบคุมไม่ไหวอาจทำให้ฟาร์มปิดตัวลง เกษตรกรอาจต้องปิดฟาร์มเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ส่งผลให้ขาดรายได้และสูญเสียอาชีพ โรคระบาดสัตว์จึงถือว่าเป็นการสูญเสียในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ทั่วโลก รวมทั้งอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงทางสาธารณสุขในโรคที่ระบาดจากสัตว์สู่คน หลายชนิดเกิดการเเพร่ระบาดอย่างกว้างขวางเเละยาวนานกว่า 100 ปี โดยยังพบ
“หนูพุก” เป็นหนึ่งในสัตว์เศรษฐกิจที่น่าลงทุน เพราะทำได้ง่ายแต่สร้างรายได้สูง ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงไม่มาก ใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก ลงทุนครั้งเดียว ให้ผลตอบแทนไม่รู้จบ หากหนูพุกไม่ตายก็ออกลูกออกหลานได้ไม่สิ้นสุด ที่สำคัญ ตลาดมีแนวโน้มเติบโตดี กระแสการบริโภคเนื้อหนูพุกขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ทั้งตลาดส่งออกและตลาดในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ผู้บริโภคจำนวนมากชื่นชอบการบริโภคเนื้อหนูพุกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ เนื้อนุ่มหวาน ไม่เหม็นสาบ จึงมีเกษตรกรจำนวนมากหันมาทำฟาร์มเลี้ยงระบบปิดในบ่อปูน เพื่อเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ ลักษณะทั่วไป “หนูพุก” มีขนสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลดำเป็นระเบียบ ขนบริเวณหลังเป็นขนแผงและมีหางยาว หนูพุกแบ่งออกได้ 2 สายพันธุ์ คือ หนูพุกเล็ก และหนูพุกใหญ่ (หนูแผง) การเพาะเลี้ยงหนูพุกเล็ก ไม่ต้องลงทุนมาก แค่ไปจับพ่อแม่พันธุ์ในไร่นาด้วยวิธีแบบบ้านๆ แล้วมาเพาะพันธุ์ต่อ ส่วนหนูพุกใหญ่ มีขนาดลำตัวใหญ่กว่าหนูนาหรือหนูพุกเล็ก นิยมซื้อพ่อแม่พันธุ์มาเลี้ยงเพาะขยายพันธฺฺุ์ วิธีการเพาะพันธุ์ การเลี้ยงหนูพุกไม่ยาก ใช้วงบ่อซีเมนต์เทินกัน 2 บ่อ ก็เลี้ยงหนูพุกได้
