ปศุสัตว์
ปัจจุบัน อาชีพเลี้ยงสัตว์ที่ล้ำหน้าไปไกลแล้ว โดยเฉพาะการเลี้ยงสุกร เป็ด ไก่ ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาจนก้าวไกล ทันสมัย ทั้งการพัฒนาพันธุ์ อุปกรณ์ที่ทันสมัย ส่งเสริมให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ไทยเหนือกว่ากลุ่มประเทศอาเซียนชนิดไม่เห็นฝุ่น อาจจะไปไกลกว่าทวีปเอเชียด้วยซ้ำไป นี่คือผลงานของภาคเอกชนที่มีการทำงานและบุกเบิกพันธุ์สัตว์ ต้องจารึกลงไปในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่มีบริษัทชั้นนำของประเทศนำเข้ามาส่งเสริมอย่างจริงจัง ผลพวงทำให้คนไทยมีอาชีพและรายได้ คนมีงานทำทั่วทั้งประเทศ และรายได้ส่งออกเนื้อสัตว์และไข่ไก่ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์มากขึ้นทุกปี จนได้รับขนานนามว่า “ไทยคือครัวโลก” หากกล่าวถึงการเลี้ยงสัตว์ ที่เด่นสุดในเวลานี้ต้องที่การเลี้ยงง่าย จากรายเล็กสู่รายใหญ่ได้ ก็คือการเลี้ยงไก่ไข่นั่นเอง ที่แพร่หลายไปทั่วประเทศ จนถึงโรงเรียนให้นักเรียนฝึกเลี้ยงเพื่อเก็บไข่ไก่ไว้เป็นอาหารกลางวันเด็ก และเหลือขายได้ จากสถิติการประเมินปริมาณจำนวนเลี้ยงไก่ไข่ทั้งประเทศ มีประมาณ 50 ล้านตัวเศษ ไข่ไก่มีวันละ 40-42 ล้านฟอง ต่อวัน คนไทยคาดว่าจะบริโภคถึงปีละ 300 ฟอง อาชีพเลี้ยงไก่ไข่ มีสมาคมอยู่ 2 สมาคม คือ สมาคมส่งเสริม
โคขุน หมายถึงการเลี้ยงวัวเพื่อให้มีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ในเวลารวดเร็ว เนื่องจากเลี่ยงปัญหาการลงทุน ฉะนั้น ตัวแปรสำคัญคือคุณภาพอาหาร เพราะถ้าได้อาหารที่มีคุณภาพอย่างดี จะทำให้วัวเจริญเติบโตเร็ว มีน้ำหนัก สามารถขายได้ในราคาสูง คุณวิชิต อำพลรุ่งโรจน์ เกษตรกรชาวตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ยึดอาชีพเลี้ยงโคขุนมาได้หลายปีแล้ว นอกจากคุณวิชิตยังมีตำแหน่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลรวมไทยพัฒนาด้วย บทบาทและหน้าที่ในตำแหน่งการงานขณะนี้จะต้องดูแลทุกข์ สุข ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านผ่านประชาคม และชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านรวมไทยพัฒนาส่วนมากมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวกันคือ การทำไร่ข้าวโพด ด้วยความพร้อมทั้งเรื่องดิน ฟ้า อากาศ และน้ำของพื้นที่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ทำให้สามารถปลูกพืชผักชนิดต่างๆ อย่าง พริก ผักเมืองหนาว หรือแม้แต่ดอกกุหลาบ ได้อย่างมีคุณภาพ แล้วในบางคราวหากว่างเว้นจากงานประจำ ทางหน่วยงานก็มักจะหาอาชีพเสริมอีกหลายอย่างให้แก่ชาวบ้านทำเพื่อสร้างรายได้หลังเสร็จสิ้นอาชีพหลัก คุณวิชิต เลี้ยงโคขุนเป็นธุรกิจส่วนตัว ทำมาได้หลายปีแล้ว โคที่นำมาเลี้ยงเพื่อขายเป็นพันธุ์พื้นเมือง
ใจประสงค์สร้างกลางดงกะว่าทง…ใจขี้คร้านกลางบ้านกะว่าดง… เกษตรกรรุ่นใหม่หรือยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เป็นคนหนุ่มสาวที่มีอายุ 17-45 ปี เป็นผู้ที่มีความรู้ในหลายๆ ด้าน หากช่วยให้คนเหล่านี้ประสบผลสำเร็จก็จะเป็นต้นแบบและขยายผลให้แก่เกษตรกรในชุมชนได้เป็นอย่างดี คุณวัชระ เพ็งปอพาน หรือ ครูโก้ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 183 หมู่ที่ 2 บ้านโนนตาล ตำบลโนนเมือง อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู โทรศัพท์ 093-332-8944 เป็นครูอัตราจ้างของโรงเรียนบ้านห้วยบง หมู่ที่ 5 ตำบลโนนเมือง อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู และยังเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่หนองบัวลำภูด้วย คุณวัชระ เล่าให้ฟังว่า จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ปัจจุบันอาชีพหลักก็คือครูอัตราจ้างของโรงเรียนบ้านห้วยบง หมู่ที่ 5 ตำบลโนนเมือง อำเภอโนนสัง เป็นจิตอาสาขออนุญาตสอนและสมัครเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ เนื่องจากเกษตรอำเภอชักชวนและเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ศึกษาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ด้านการเกษตรและได้เครือข่ายเพื่อนเกษตรกรรุ่นใหม่ด้วยกัน แรงบันดาลใจที่หันมาสนใจการเลี้ยงไก่ชน เริ่มจากครอบครัวประกอบอาชีพการเกษตรอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่
คุณทองเตียง บริบาล อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ที่ 5 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคอยู่ในจังหวัดศรีสะเกษ โดยเลี้ยงแบบครบวงจร คือ ทำการตลาดทั้งขายลูกพันธุ์และเลี้ยงเป็นโคขุนส่งขาย เรียกง่ายๆ ว่า เป็นงานที่สร้างเงินเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี คุณทองเตียง บริบาล และภรรยา คุณทองเตียง เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพทางด้านการทำนา ตลอดจนปลูกหอมเพื่อเป็นอาชีพของครอบครัว แต่เนื่องจากสินค้าเกษตรจำพวกพืชไม่สามารถกำหนดในเรื่องของราคาได้ จึงได้มีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนมองหาสิ่งใหม่ๆ สร้างรายได้ให้มีเพิ่มมากขึ้น “ช่วงนั้นประมาณปี 2520 ช่วงนั้นเราก็ปลูกพืชอยู่ และก็มีควายอยู่ด้วย 1 ตัว เราก็เลี้ยงดูแลเรื่อยๆ พอโตเราก็ขายเอาเงินที่ได้มาต่อยอดซื้อมาเลี้ยงใหม่อีก คราวนี้ประมาณปี 2530 เราก็เริ่มเปลี่ยนจากควายมาเลี้ยงโคแทน ก็จะเป็นพวกพันธุ์บราห์มัน พันธุ์พื้นเมือง ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จดี ก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากพื้นที่ปลูกพืชมาเลี้ยงโคมากขึ้น โดยปัจจุบันนี้จะเป็นลูกผสมที่มีสายพันธุ์ชาร์โรเล่ส์มากขึ้นเพื่อให้เกิดความเจ้าเนื้อ ส่งขายให้กับพ่อค้าเขียงเนื้อ” คุณทองเตียง เล่าถึงเหตุกา
การเลี้ยงกบและการเลี้ยงไก่พื้นเมือง จัดเป็นอีกอาชีพที่นิยมเลี้ยงกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นชุมชนหรือหมู่บ้าน จะมีโครงการส่งเสริมให้เลี้ยงกบและไก่พื้นเมืองเพื่อเป็นอาหารในครัวเรือน และเหลือจากการบริโภคสามารถจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกทาง ซึ่งสุพรรณฟาร์ม ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกฟาร์มหนึ่งที่เริ่มต้นจากการเลี้ยงเพื่อนำมาบริโภคในครัวเรือนสู่การเลี้ยงเป็นอาชีพที่สร้างได้ให้กับครอบครัว โดยได้ พลิกผันจากชีวิตข้าราชการครูมาประกอบอาชีพเกษตรกรอย่างพอเพียง คุณสุพรรณ คำเถิง เจ้าของสุพรรณฟาร์ม เปิดเผยว่า เริ่มเลี้ยงกบเมื่อปี พ.ศ.2549 ขณะนั้นยังรับราชการครู โดยจะใช้พื้นที่ภายในบริเวณบ้านสร้างบ่อซีเมนต์ จำนวน 10 บ่อสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร พื้นเทปูนหนาเพื่อรองรับน้ำ และมีท่อระบายน้ำตรงส่วนที่ลาดที่สุด ก่อนนำกบลงเลี้ยงจะทำการล้างบ่อซีเมนต์ให้สะอาดด้วยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ใส่ทิ้งไว้ 2-3 วัน ถ่ายน้ำออกล้างให้สะอาด ตากบ่อทิ้งไว้ให้แห้ง 1-2 วัน นำกบมาลงเลี้ยง โดยในปีแรกกบที่เลี้ยงได้ซื้อลูกกบมาในราคาตัวละ 3 บาท ในปีที่สองสามารถทำการเพาะพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์เองได้ จึงลดต้
“สงขลา” เป็นเมืองที่มีภูมิทัศน์สวยงาม ถูกขนาบข้างด้วยทะเล 2 แห่ง คือทะเลอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา ด้วยทำเลที่เหมาะสมสำหรับเป็นเมืองท่าการค้ามาตั้งแต่สมัยอดีต ทำให้สงขลาเป็นเมืองการค้าที่สำคัญ โดยมีเมืองหาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางธุรกิจของภาคใต้ นอกจากนี้ สงขลายังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีวิถีชีวิตเฉพาะถิ่นแบบพหุวัฒนธรรม ที่ผสมผสานกลมกลืนระหว่างวัฒนธรรมไทย จีน และมุสลิมได้อย่างลงตัว สำนักงาน กศน.จังหวัดสงขลา สำนักงาน กศน.จังหวัดสงขลา นับว่ามีบทบาทสำคัญในด้านการพัฒนาการศึกษาให้แก่เยาวชนและประชาชนในจังหวัดสงขลาได้รับการศึกษาตลอดชีวิต และการศึกษาวิชาชีพเพื่อการมีงานทำอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน มุ่งสร้างสังคมฐานความรู้ สร้างกลุ่มอาชีพชุมชน จัดการศึกษาให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ในพื้นที่เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชนโดยการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของคนในชุมชน รวมทั้งส่งเสริมบทบาทของภูมิปัญญา องค์กรชุมชน อาสาสมัคร ในการสนับสนุนและมีส่วนร่วมจัดการศึกษา นางเกษร ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน.จังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลา ประกอบ
นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยถึงกรณีที่ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้กรมปศุสัตว์เตรียมเสนองบกลางปี 2565 ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อเร่งเยียวยาพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานลดความเสี่ยงต่อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) และโรคระบาดร้ายแรงในสุกร เป็นงบประมาณกว่า 753 กว่าล้านบาท ว่าถือเป็นข่าวดีของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรที่จะได้รับการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือนร้อนจากการแก้ปัญหาสะสมที่เกษตรกรต้องแบกรับมาตลอด โดยเฉพาะเรื่องการเร่งจ่ายเงินชดเชยคงค้างให้กับผู้เลี้ยงที่ประสบปัญหาเรื่องโรคในสุกร และได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐ ที่กำหนดให้มีการทำลายสุกรเพื่อป้องกัน ควบคุมและกำจัดโรค ทำให้เกษตรกรมีเงินทุนในการเริ่มต้นเลี้ยงสุกรรอบใหม่ ช่วยให้คนเลี้ยงมีกำลังใจในการสานต่ออาชีพ และเร่งเพิ่มซัพพลายสุกรเข้าสู่ระบบเพื่อไม่ให้ปริมาณสุกรขาดแคลน สร้างความมั่นคงในอาหารให้กับคนไทย “การเยียวยาให้แก่เกษตรกรนอกจากจะช่วยให้มีเงินทุนในการประกอบอาชีพได้อีกครั้งแล้ว ยังช่วยให้ผู้เลี้ยงสามารถปรับปรุงกระบวนการเลี้ยงและจัดทำระบบการป้องกันโรคให้ม
ผู้เขียนและทีมงานได้ไปเยือนแดนอีสาน จังหวัดสกลนคร สมัยแต่ก่อนนั้นขึ้นชื่อว่ามีคนยากจนมากที่สุด เพราะความแห้งแล้ง ไม่มีแหล่งน้ำ ทำนาอย่างเดียว อาศัยน้ำฝน พอมีข้าวไว้กิน จะปลูกพืชผักอย่างอื่นก็ทำได้เฉพาะฤดูฝนเท่านั้น ปัจจุบันงานเกษตรได้พัฒนาก้าวหน้าขึ้น คุณจิตรดา การุณ บ้านตาดโตน ตำบลหนองสนม อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร สมัยแต่ก่อนก็อยู่ในสภาพเกษตรกรผู้ยากไร้กันเยอะ แต่วันเวลาผ่านไปทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ชาวหมู่บ้านตาดโตน ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเกษตรกรใหม่กันเกือบหมด คุณจิตรดา เป็นหัวแรงตั้งเป็นกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ จัดเป็นกลุ่มเกษตร โดยมีสมาชิก 20 กว่าคน มีกิจกรรมทำนาปลูกข้าวหอมมะลิ เลี้ยงวัว ควาย โดยแบ่งให้ครอบครัวละ 10-30 ตัว ทำแปลงปลูกหญ้าให้วัว ควาย สำหรับครอบครัวของคุณจิตรดา เธอเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า เธอมีที่ดินทั้งหมด 27 ไร่ แบ่งเป็น ที่ทำนา 8 ไร่ ที่อยู่อาศัย 2 ไร่ ปลูกไผ่ 2 ไร่ มะม่วง 2 ไร่ กระท้อน 1 ไร่ ขุดบ่อ 5 ไร่ ปลูกหญ้าให้วัว 20 ไร่ บ่อที่ขุดไว้ 5 ไร่ แบ่งเป็นบ่อปลา 4 ไร่ บ่อเลี้ยงกบ 1 ไร่ ซึ่งบ่อปลา 4 ไร่ เธอขุดแบบเก็บน้ำไว้ใช้ด้วย โดยขุดลึก 6 เมตร เพื่อเก็บ
จากสภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างฟืดเคืองในปัจจุบัน ทำให้หลายๆ คนต้องคิดถึงการเสริมรายได้มากขึ้น เพราะด้วยรายรับเท่าเดิมแต่รายจ่ายกลับเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้เกิดแนวความคิดที่มองหาอาชีพเสริมเพื่อให้มีรายได้อีกหนึ่งช่องทาง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วอาชีพเสริมที่เลือกลงมือทำจะเป็นงานที่บางคนมีความใฝ่ฝันอยู่แล้ว แต่ด้วยต้องทำงานประจำที่ไม่ตรงกับที่ใฝ่ฝัน จึงถือโอกาสนี้ทำงานรองตามที่ตนเองใฝ่ฝันไว้ จึงเกิดทั้งรายได้และความสุขไปพร้อมๆ กัน คุณอรรถพล สุขใส อยู่บ้านเลขที่ 44/1 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ใช้เวลาว่างจากการค้าขาย มาทำอาชีพเสริมเกี่ยวกับการเลี้ยงแพะ ซึ่งการเลี้ยงก็ใช้พื้นที่ไม่มาก เน้นให้แพะอยู่บริเวณที่จัดไว้ พร้อมทั้งหาอาหารแบบลดต้นทุนมาให้แพะกิน จึงทำให้การเลี้ยงแพะทำรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี การเลี้ยงแพะเกิดจากความชอบ คุณอรรถพล เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักที่ทำอยู่ปัจจุบันเปิดร้านค้าขายของ แต่ในเรื่องของการทำปศุสัตว์นั้นเกิดจากความชื่นชอบที่อยู่ในใจมานานแล้ว เมื่อมีโอกาสจึงได้นำแพะมาทดลองเลี้ยงในพื้นที่ว่างที่มีอยู่ ซึ่งในช่วงแรกปล่อยแบบให้เดินหาอาหาร
เกษตรกรท่านนี้ที่ผมพาไปชม เขาขุนวัวเป็นอาชีพเสริมและพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนขนาดธุรกิจของเขาให้เข้ากับทิศทางธุรกิจที่แปรเปลี่ยนตลอดเวลา ตามมาจะพาไปดูครับ วัวขุนอาชีพเสริมที่เอาจริง พาท่านไปพบกับ คุณวิศาล กระต่าย ที่บ้านเลขที่ 99/1 หมู่ที่ 11 ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี คุณวิศาล มีคอกวัวขุนอยู่หลังบ้าน เป็นคอกวัวขุนที่สร้างขึ้นอย่างแข็งแรง ถาวร ชี้ให้เห็นว่าเขาเอาจริงเอาจังกับการขุนวัวอยู่ไม่น้อย คุณวิศาล เริ่มเล่าให้ฟังว่า “ผมมีงานประจำอยู่แล้ว แต่ก็มองหาอาชีพเสริมไปด้วย สุดท้ายก็มาลงเอยที่การขุนวัวเป็นอาชีพเสริม รายได้เสริม เริ่มขุนมาได้ 2 ปีแล้ว เริ่มต้นก็ลงทุนกับเรื่องคอกวัวแบบถาวรไปเลย เพราะเห็นว่าการขุนวัวน่าจะเป็นอาชีพเสริมที่ดี วิธีการของผมนั้นจะลงทุนขุนวัวไม่มาก ครั้งละ 3-7 ตัว มากที่สุดที่เคยขุนก็แค่ 7 ตัว ซึ่งมันก็แล้วแต่ราคาวัวในตลาด ช่วงไหนวัวราคาดี หาซื้อวัวโครงได้ง่ายก็ขุนมากหน่อย ช่วงไหนราคาแกว่งเราก็เลี้ยงโดยขุนให้น้อยตัวลง” คุณวิศาล เล่าให้ฟัง ต้องรู้ราคาขายวัวขุนเสียก่อน การขุนวัวก็เป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง สิ่งที่มากับธุรกิจก็คือ ความเสี่ยง แต่จะเสี่ยงมากหรือน้
