ปศุสัตว์
“เลี้ยงไก่แจ้ไม่ซับซ้อน แต่ต้องทำความเข้าใจ ทุกคนอยากได้ลูกไก่ที่สามารถนำไปเป็นพ่อ-แม่พันธุ์ในราคาที่ถูก แต่ลูกไก่เหล่านั้นจะเจริญเติบโตไปได้เท่าไรก็ไม่รู้ เพราะการเลี้ยงไก่แจ้มีหลายแง่มุมให้ศึกษา เมื่อเข้าใจแล้วจะง่าย” คุณกนกศักดิ์ รัตนวงศ์ หรือ คุณตั้ม เกษตรกรเลี้ยงไก่แจ้ อาศัยอยู่ที่ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร นำความชื่นชอบในการเพาะเลี้ยงไก่แจ้มาประยุกต์ต่อยอดเป็นกิจกรรมสร้างรายได้ โดยใช้เวลาว่างจากงานประจำมาดูแลสัตว์เลี้ยงคู่ใจ ภายใต้ปณิธานมุ่งมั่นพัฒนาสายพันธุ์ไก่แจ้ทั้งสีกระดำ สีกระโกโก้ สีดอกหมาก และสีทอง ผ่านการทำตลาดออนไลน์ชูจุดเด่นด้วยสถานที่เลี้ยงบนดาดฟ้า เรียกความสนใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี ผสานกับความเอาใจใส่ติดตามให้คำแนะนำอยู่เสมอจนได้รับเสียงการันตีถึงคุณภาพจากกลุ่มผู้เลี้ยงไก่แจ้ คุณกนกศักดิ์ เล่าว่า ปัจจุบันตนเองอายุ 40 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะประมง วิชาเอกวิทยาศาสตร์ทางทะเล แล้วได้เริ่มต้นประกอบอาชีพส่วนตัวในจังหวัดชุมพร จนวันหนึ่งครอบครัวเริ่มสุขสบายและมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น จึงหันมาให้ความสำคัญกับงานอดิเรกที่รัก คือการเลี้ยงสัตว์ เริ่มจากเพ
กรมปศุสัตว์โชว์ฟาร์มเกษตรกรโคนมต้นแบบ “นคร ฟาร์ม” อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เน้นบริหารจัดการในรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงวัวนมในรูปแบบธรรมชาติโดยปลูกพืชอาหารโคนมเองและปรุงอาหารในสูตรเฉพาะที่เหมาะสมกับโคนมแต่ละช่วงอายุ นอกจากช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้ว หลักสำคัญทำให้วัวนมมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ให้น้ำนมดี และไม่ป่วย คุณนคร กาบขุนทด อายุ 38 ปี เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ผันตัวเองจากพนักงานประจำช่างอิเล็กทรอนิกส์ มาสู่การทำอาชีพเกษตรกรรมเพียงเพราะเบื่อการทำงานเป็นพนักงานประจำ และเล่าว่า เดิมทีนั้นตนเองทำงานเป็นพนักงานประจำด้านอิเล็กทรอนิกส์ ก็รู้สึกอิ่มตัวแล้วอยากกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดนครราชสีมา สนใจอาชีพการเลี้ยงวัวนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทาน จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาศึกษาการทำโคนมอย่างจริงจัง เริ่มต้นจากโคนม 7 ตัว และค่อยๆ เพิ่มมาเป็น 12 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ด้วยความบังเอิญได้ไปรู้จักกับหมอที่รักษาวัวนมท่านหนึ่ง ท่านได้เข้ามาแนะนำวิธีการเลี้ยงวัวนมโดยเน้นเลี้ยงแบบธรรมชาติ เพื่อลดการเจ็บป่วยของโคนมให้น้อยลง ทั้งนี้ การเลี้ยงในแบบธรรมชาติสิ่งสำคัญก็คือการดูแลเรื่องอาหาร โดยฟาร์มจะ
โรคที่เมื่อเป็นแล้ว ยาที่มีอยู่รักษาไม่ได้ จนอาการป่วยแค่เล็กน้อยลุกลามจนถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งถ้ากินยาที่รักษาได้ผล อาการเหล่านี้จะดีขึ้นและหายได้ในแค่ไม่กี่วัน โดยไม่จำเป็นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล นี่คือความหมายของ “เชื้อดื้อยา” หรือ “ซูเปอร์บั๊ก” ถ้ายังจำกันได้ ตัวอย่างที่ชัดเจน กรณีผู้ว่าฯ สมุทรสาครที่ติดเชื้อโควิด-19 ทีมแพทย์ได้ออกมาแถลงข่าวถึงสาเหตุที่ทำให้ผู้ว่าฯ วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี อาการทรุดหนัก ยังถอดเครื่องช่วยหายใจไม่ได้ ทั้งที่ให้ยากำจัดเชื้อโควิด-19 ไปจนหมดสิ้นแล้ว ก็เพราะเกิดการติดเชื้อดื้อยาในปอด แพทย์ต้องให้ยาปฏิชีวนะเพิ่มอีก 1-2 ตัว เวลาที่พบเชื้อดื้อยา แพทย์ต้องเปลี่ยนยาปฏิชีวนะไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอยาที่เจ้าซูเปอร์บั๊กสยบยอม นั่นหมายถึงการรักษาที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตมากขึ้น ในแต่ละปี “เชื้อดื้อยา” หรือ Superbug ทำให้คนไทยเสียชีวิตราว 38,000 คน ถือว่าพิษภัยไม่ด้อยไปกว่าโควิด-19 ยาที่ใช้รักษาเชื้อดื้อยาคิดเป็นมูลค่า 2,539 – 6,084 ล้านบาท นั่นหมายถึงความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 40,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประ
โคขุน หมายถึงการเลี้ยงวัวเพื่อให้มีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ในเวลารวดเร็ว เนื่องจากเลี่ยงปัญหาการลงทุน ฉะนั้น ตัวแปรสำคัญคือคุณภาพอาหาร เพราะถ้าได้อาหารที่มีคุณภาพอย่างดี จะทำให้วัวเจริญเติบโตเร็ว มีน้ำหนัก สามารถขายได้ในราคาสูง คุณวิชิต อำพลรุ่งโรจน์ เป็นชาวบ้านที่ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ยึดอาชีพเลี้ยงโคขุนมาได้สักกว่า 2 ปี คุณวิชิต ให้รายละเอียดเรื่องงานประจำว่า บทบาทและหน้าที่ในตำแหน่งการงานขณะนี้จะต้องดูแลทุกข์ สุข ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านผ่านประชาคม และชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านรวมไทยพัฒนาส่วนมากมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวกันคือ การทำไร่ข้าวโพด ด้วยความพร้อมทั้งเรื่องดิน ฟ้า อากาศ และน้ำของพื้นที่ในหมู่บ้านแห่งนี้ จึงทำให้สามารถปลูกพืชผักชนิดต่างๆ อย่างพริก ผักเมืองหนาว หรือแม้แต่ดอกกุหลาบ ได้อย่างมีคุณภาพ แล้วในบางคราวหากว่างเว้นจากงานประจำ ทางหน่วยงานก็มักจะหาอาชีพเสริมอีกหลายอย่างให้แก่ชาวบ้านทำเพื่อสร้างรายได้หลังเสร็จสิ้นอาชีพหลัก สำหรับธุรกิจที่คุณวิชิตทำอยู่เป็นอาชีพส่วนตัวคือ การเลี้ยงโคขุน ทำมาได้ประมาณ 2 ปี โคที่นำมาเลี้ยงเพื่อขายเป็นพันธุ์พื้นเม
เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 8 ต.ดอนแร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี นิยมปลูกไผ่รวกหวาน และกั้นพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคอกเลี้ยงไก่ไข่ ให้อาหารไก่วันละ 2 เวลา ตอนเช้าให้ไก่กินอาหารผสมหยวกกล้วยคลุกเคล้าปนกับรำข้าว ตอนกลางวัน ปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติในป่าไผ่ ปล่อยให้ไก่ไข่ที่เลี้ยงคุ้ยเขี่ยปลวก แมลง ในป่าไผ่เป็นอาหาร ทำให้ไข่ไก่อินทรีย์ที่มีคุณภาพ ขายได้ราคาดี จนผลิตไม่พอขาย เกษตรกรบางรายเลี้ยงไก่สาวสัก 100 กว่าตัว เก็บไข่ออกขายได้วันละ 100-120 ฟอง 1 เดือน ได้ไข่ไก่ประมาณ 3,600 ฟอง สร้างรายได้ให้ประมาณ 14,400 บาท หักต้นทุนค่าอาหารประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน ทำให้ยังมีเงินเหลือประมาณ 10,000 บาท ไข่อินทรีย์ที่เลี้ยงในระบบนี้ จะมีจุดเด่นที่แตกต่างจากไข่ไก่ที่เลี้ยงตามท้องตลาดทั่วไป เนื่องจากไข่ไก่อินทรีย์จะมีความสดใหม่ เมื่อตอกเปลือกไข่ จะได้ไข่ไก่ที่จับเป็นก้อนสีเข้มแดงกว่าและไม่มีน้ำเหลว บริเวณเปลือกจะหนากว่าไข่ไก่ทั่วไป เนื่องจากปล่อยเลี้ยงให้คุ้ยหากินปลวกและแมลงในดงกอไผ่ตามธรรมชาตินั่นเอง ไผ่รวกหวานที่ปลูกไว้ขายหน่อ กลายเป็นพื้นที่เลี้ยงไก่ มีไข่ไก่เก็บออกขายแล้ว ยังมีรายได้จากการเก็บหน่อไม้ไว้ขายได้อีกด้วย
โคเนื้อพันธุ์ “บลอนด์ดาคิแตน” (Blonde d’ Aquitaine) สายพันธุ์ฝรั่งเศสที่มีขนาดใหญ่ ถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาจากโคเนื้อสามสายพันธุ์ดีของฝรั่งเศส ได้แก่ Blonde d’ Pyrénées, Quercy และ Garonnaise มาตั้งแต่ปี 1962 จนกระทั่งประสบความสำเร็จ ได้โคเนื้อสายพันธุ์เด่นที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ที่มีคุณสมบัติเด่นให้เนื้อคุณภาพดี เนื้อมีความละเอียดและนุ่มมาก ทั้งมีไขมันน้อย จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภคเนื้อไขมันต่ำ ส่งผลให้เกษตรกรฝรั่งเศลนิยมเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์ บลอนด์ดะคิแตน มากเป็นอันดับสาม รองจากโคเนื้อพันธุ์ชาร์ลโรลส์ (Charolais) และโคเนื้อพันธุ์ ลีมูซีน (Limousin) ปัจจุบัน “บลอนด์ดาคิแตน” เป็นสายพันธุ์โคเนื้อที่กรมปศุสัตว์ได้นำเข้ามาเลี้ยงเพื่อผลิตน้ำเชื้อใช้ผสมเทียมให้กับเกษตรกร เนื่องจากโคเนื้อสายพันธุ์นี้ มีนิสัยเชื่อง เขามีลักษณะโค้งลง สีเหมือนเปลือกข้าวโพด จมูกสีชมพู กีบสีซีด โคเนื้อพันธุ์บลอนด์ดาคิแตน เป็นโคเนื้อที่มีขนาดลำตัวใหญ่และมียาว มีช่องอกและสะโพกใหญ่ มีกล้ามเนื้อเด่นชัด แม่โคมีความสูงเฉลี่ย ประมาณ 150 เซนติเมตร น้ำหนักระหว่าง 850-1,000 กิโลกรัม และมีกระดูกเชิงกรานกว้างทำให้ค
ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ ไก่แจ้ไม่ได้เป็นแค่ไก่วัดอีกต่อไป เพราะตลาดไก่แจ้ที่ถูกยกระดับขึ้นมาให้มีการประกวดประชันความสวยของไก่ ความนิยมเก็บสะสมไก่แจ้ให้ครบตามสีสากล และสีมาตรฐานของไทย ทำให้ไก่แจ้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์เลี้ยงสวยงามที่ราคาค่อนข้างสูง หากจะให้ได้รูปทรงไก่ที่ได้มาตรฐานและเก็บสะสมสีให้ครบตามแบบฉบับคนนิยมไก่แจ้ จากการพูดคุยของเจ้าของฟาร์มไก่แจ้ด่านเกวียน ทำให้ทราบได้ว่า แท้จริงแล้วอาจมีบางฟาร์มที่ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่รูปลักษณ์ของไก่เพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญถึงสุขภาพของไก่แจ้ สำหรับผู้เลี้ยงไก่แจ้ที่ต้องการให้ไก่มีสุขภาพแข็งแรง เลี้ยงเป็นเพื่อนเล่นไปตลอดชีวิตของไก่ ฟาร์มไก่แจ้ด่านเกวียน เป็นที่รู้จักมากในชื่อของฟาร์มไก่แจ้บางใหญ่ เพราะเดิมทีที่ตั้งของฟาร์มอยู่ในละแวกบางใหญ่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี แต่ปัจจุบันย้ายฟาร์มมาไว้ที่ ตำบลด่านเกวียน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มี คุณสุริยา คงดี และ คุณศศมณ เขมทัสสี เป็นเจ้าของ ฟาร์มไก่แจ้ด่านเกวียน ตั้งอยู่บนพื้นที่ไม่กว้างนัก แต่มีการจัดอย่างเป็นระเบียบจากเจ้าของฟาร์ม ให้อากาศถ่ายเทตลอดเวลา แสงแดดเข้าถึงกรง แบ่งสัดส่วนของที
หนุ่มฟาร์มปูสองแคว ใช้เวลาว่างจากดูแลฟาร์มปูให้เกิดประโยชน์ เปิดบ้านเลี้ยงหนูนาในวงซีเมนต์ หารายได้เสริม ผ่านมา 10 เดือน ออเดอร์สั่งเพียบส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารป่า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ฟาร์มเพาะเลี้ยงปูนา ของนายวัชระ เสือรอด อายุ 41 ปี หนุ่มวัยกลางคนเร่งสร้างตัว ที่เพาะเลี้ยงปูนา รอบบริเวณบ้านเลขที่ 66/1 ม.3 บ้านวังแร่ ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก จนประสบความสำเร็จ กลายเป็นฟาร์มปูนาที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ มีลูกค้าทั้งขาจรและขาประจำสั่งออเดอร์ล่วงหน้าไม่ขาดสาย ล่าสุด ไม่หยุดพัฒนา เปิดข้างบ้าน เป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงหนูนาในวงซีเมนต์ จากจุดเริ่มต้นตั้งใจเลี้ยงไว้กินเองในครอบครัว เพราะชอบทานผัดเผ็ดหนูนา สุดท้ายประสบความสำเร็จกลายเป็นฟาร์มหนูนา เริ่มเลี้ยงเพียง 10 เดือน มีลูกค้าขาประจำเป็นร้านอาหารป่าในพื้นที่ใกล้เคียงออเดอร์ไว้ทั้งแบบหนูนาสด และหนูนาย่าง นายวัชระ เสือรอด เจ้าของฟาร์มหนูนาบ้านวังแร่ ได้บอกว่า หลังจากที่ตนทำฟาร์มปูสองแคว จนประสบความสำเร็จนั้น มีลูกค้าสั่งปูตลอดทั้งปีมีออเดอร์มาตลอด แต่ตนก็ไม่อยากหยุดนิ่งอยากจะพัฒนา อยากจะลองทำอะไรใหม่ๆ จึงมาลงตัวที่ฟาร์มหนูนา สาเหตุที่ต้องเป็น
วารสารวิชาการเชิงวิทยาศาสตร์ “เนเจอร์” ได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยเรื่องอัตราการตายของไก่ไข่ โดยงานวิจัยนี้ใช้ข้อมูลเชิงพาณิชย์ปริมาณมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในการวิเคราะห์ และพบว่า อัตราการตายของไก่ไข่ที่ไม่ถูกขังกรงมีจำนวนลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้รับการเลี้ยงดูในระบบการเลี้ยงไก่แบบปล่อย ซึ่งเกิดจากประสบการณ์การจัดการและความรู้ในการเลี้ยงไก่ที่เพิ่มขึ้น การวิจัยนี้เก็บข้อมูลจากแม่ไก่จำนวน 176 ล้านตัวจาก 16 ประเทศ แล้วนำมาเปรียบเทียบการตายของไก่แต่ละกลุ่มที่แยกตามระบบโรงเรือนเลี้ยงไก่ อันได้แก่ ระบบการเลี้ยงในกรงตับที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน ระบบการเลี้ยงในกรงเสริมอุปกรณ์ และระบบการเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง (แบบ Aviary) ผลที่ได้จากการเก็บข้อมูลเป็นเวลาสิบปีพบว่า ประสบการณ์ในการเลี้ยงไก่โดยระบบแบบไม่ใช้กรงมีความเกี่ยวพันกับการตายที่ลดลงถึงร้อยละ 4-6 หรือเรียกได้ว่า “อัตราการตายที่ลดต่ำลงเร็วกว่าตัวเลขที่รายงาน” แต่อัตราการตายจากระบบการเลี้ยงไก่แบบขังกรงนั้นไม่สูงไปกว่าเดิมแล้ว จึงสรุปได้ว่า การตายของไก่ที่เลี้ยงในระบบไม่ขังกรงไม่ได้สูงกว่าการตายของไก่ที่เลี้ยงในโรงเรือนที่ใช้ระบบกรงตับแบบที่ใช้กันท
“แพะ” เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่นิยมเลี้ยงทั่วไปในทุกภูมิภาคของประเทศไทย แต่ปัจจุบัน การผลิตแพะในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด กรมปศุสัตว์ จึงส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงแพะมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงแพะ จำนวน 501 กลุ่ม ชมรมแพะระดับจังหวัด 64 ชมรมจังหวัด เครือข่ายระดับเขต 9 เขต “กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ แกะ โคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ” ได้รับการยกย่องจากกรมปศุสัตว์ในฐานะ สถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศ (รางวัลชมเชย) ประเภทกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ ประจำปี 2560 เนื่องจากทางกลุ่มฯ ได้มีการพัฒนาทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุน การจัดการด้านการตลาดตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มและเครือข่ายเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม จุดเริ่มต้น กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ แกะ โคกเจริญ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ที่ 6 ตำบลวังทอง อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี เกษตรกรได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มฯ เมื่อ ปี พ.ศ. 2554 (เริ่มจากกลุ่มธรรมชาติ) โดยจดทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2557 และจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ในปีเดียวกัน ต่อมาได้จดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร วันที่ 11 พฤษภาค
