ปศุสัตว์
คุณนิกร แสงเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 ชัยนาท (สศท.7) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า แพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจและเป็นสินค้าทางเลือกอีกชนิดหนึ่งที่เกษตรกรให้ความสนใจเลี้ยงในเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยพบว่าเกษตรกรมีการเลี้ยงทั้งแบบปล่อยทุ่ง และแบบขังคอกหรือแพะขุน ซึ่งการเลี้ยงแบบปล่อยทุ่งจะมีความเสี่ยงต่อการกินหญ้าที่มีสารพิษตกค้าง โรคพยาธิ และเกิดความสูญเสียแพะระหว่างการเลี้ยงสูง อีกทั้งแพะจะได้รับคุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอส่งผลต่อระยะเวลาการเลี้ยง สำหรับการเลี้ยงแบบขังคอกหรือแพะขุน แม้การลงทุนช่วงแรกจะสูงแต่เป็นการเลี้ยงที่เหมาะสมกับสภาพในปัจจุบันที่มีพื้นที่เลี้ยงแพะจำกัด อีกทั้งยังช่วยลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ โรคพยาธิ สารพิษตกค้าง และปัญหาแพะรุกเข้าไปในที่สวนไร่นา สศท.7 ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยในระดับพื้นที่ เรื่อง การผลิตและการตลาดแพะขุนในพื้นที่ภาคกลางตอนบน (ชัยนาท ลพบุรี สุพรรณบุรี) ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ปัจจุบันเกษตรกรมีการเลี้ยงแพะเพื่อเสริมรายได้มากขึ้น เนื่องจากแพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย กินอาหารได้หลากหลาย และใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย โดยในปี 2
ด้วงสาคู เป็นแมลงกินได้ชนิดใหม่ที่มาแรง มีการเพาะเลี้ยงกันมากในแถบจังหวัดภาคใต้ เป็นที่นิยมบริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เนื่องจากสามารถเพาะเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก ขนาดของตัวหนอนค่อนข้างโต มีน้ำหนัก ขายได้ราคาดี ที่ “ด้วงสาคู สตูลฟาร์ม” บ้านเลขที่ 75/2 หมู่ที่ 11 บ้านในสวน – ควนยุง ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล เพื่อดูการเพาะเลี้ยงด้วงสาคู โดย น.ส.กฤตยา สุขสวัสดิ์ อายุ 39 ปี พยาบาลโรงพยาบาลควนกาหลง ได้ทำอาชีพเสริมเลี้ยงด้วงสาคูขาย น.ส.กฤตยา เปิดเผยว่า ตนมีงานประจำเป็นนางพยาบาลในพื้นที่มาหลายปี คิดว่าถึงเวลาที่จะต้องหาอาชีพเสริมสร้างรายได้ เพราะเป้าหมายอยากจะเกษียณอายุก่อนเวลา และเป็นนายของตัวเอง จึงปรึกษาครอบครัวว่าจะทำอาชีพอะไรดีที่เข้ากับความเป็นคนลูกทุ่ง ก่อนตัดสินใจลงมือเลี้ยงด้วงสาคู เพราะเห็นว่าขั้นตอนการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก วัตถุดิบหลายอย่างในหมู่บ้านมี และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนจึงลงมือศึกษาลองผิดลองถูก ถามผู้รู้อยู่ 2 เดือน เริ่มจาก 20 กะละมัง ก่อนจะลงมือจริงจัง และเป็นรูปเป็นร่างมาจนวันนี้มี 1,000 กะละมัง ยอดสั่งเข้ามาจนมีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า 50,
บ้านเขาไม้แก้ว จากการที่สมาชิกในครอบครัวบริโภคไข่ไก่เป็นประจำและได้คำนึงถึงความปลอดภัยจากยาปฏิชีวนะจึงเป็นที่มาของการเริ่มต้นเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีของ คุณจิตติมา อุนันตา อยู่บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ที่ 1 ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาร์ทฟาร์มเมอร์ของอำเภอสิเกาและเป็นประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เครือข่ายด้านเกษตรผสมผสาน โดยมีพื้นที่บริเวณที่ทำการเกษตรทั้งหมด 2 ไร่ 2 งาน แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกปาล์ม 1 ไร่ 2 งาน ส่วนพื้นที่อีก 1 ไร่ แบ่งเป็นที่อยู่อาศัย บ่อเลี้ยงปลา ปลูกผักสวนครัว ไม้ยืนต้น เลี้ยงไก่และเลี้ยงกบ คุณจิตติมา เล่าถึงวิธีการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีว่า เริ่มต้นสั่งซื้อไก่มา 10 ตัว จากร้านค้าใกล้บ้าน สาเหตุที่ซื้อจำนวนน้อยเพราะต้องการเลี่ยงความเสี่ยงจากการเกิดโรค อาหารที่ใช้เลี้ยงไก่เน้นอาหารเม็ดและมีอาหารจำพวกหยวกกล้วยเศษวัสดุและเศษผัก ที่นำมาสับผสมกับรำ จากนั้นนำไปคลุกกับอาหารเม็ดและเติมเกลือเล็กน้อย เมื่อหมักทิ้งไว้ครบ 7 วันนำน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพ EM (Effective Microorganisms) ที่ผลิตเองเติมไปผสมแล้วหมักต่อไปอีก 7 วัน จึงนำ
การเลี้ยงโคขุนเป็นอาชีพที่กำลังได้รับความสนใจเพราะสามารถทำกำไรได้มากเป็นการสร้างรายได้เสริมอีกช่องทางหนึ่ง การเลี้ยงโคขุนต้องมีการลงทุนและมีแผนงานที่แน่นอนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะเวลาตามที่กำหนด การเลี้ยงโคขุนเปรียบเสมือนการออมทรัพย์ การเติบโตของโคที่เกิดขึ้นคือ ดอกเบี้ยที่เกิดจากการสะสม เมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนดก็นำมาขายสร้างรายได้แก่เกษตรกร คุณทวีป สูงสุทธิ์ เกษตรกรบ้านนาโต๊ะหมิง หมู่ที่ 1 ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เป็นเกษตรกรหัวไวใจสู้ ทำการเกษตรหลากหลายรูปแบบ เช่น การปลูกปาล์มน้ำมันและการเลี้ยงโคขุนร่วมด้วย เป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างคุ้มค่า สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปีจนพึ่งพาตนเองได้เป็นคนแรกในชุมชนและนำความสำเร็จสรุปเป็นองค์ความรู้ถ่ายทอดสู่ชุมชน เพื่อลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอกให้มากที่สุด แก้ปัญหาความเป็นอยู่และมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ กระทั่งได้รับการยอมรับจากคนในชุมชนและหน่วยงานต่างๆ สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังจึงจัดตั้งให้เป็นศูนย์เครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ได้รับการคัดเลือกเป็นประธานคณะกรรมการแปลงใหญ่ระดับจ
สวัสดีครับ ผู้อ่านบางท่านบางคนอาจจะมีหลายงาน หลายอาชีพ บางงานบางอาชีพทำไปเพราะต้องทำ คือ ต้องหาเกียรติยศ หาศักดิ์ศรี และที่สำคัญต้องหาเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียว่ากันง่ายๆ อย่างนั้น แต่บางอาชีพ บางงานเราก็ทำเพราะเราชอบ เรารัก หรือบางทีถึงขั้นหลงในงานนั้นๆ ก็มี เหมือนกับพี่น้องเกษตรกรท่านนี้ครับที่เลี้ยงวัวโดยที่ไม่เคยเลี้ยงมาก่อน ไม่มีความรู้เรื่องวัวมาก่อนเลยแต่เมื่อได้เลี้ยงแล้วบอกได้เลยว่าติดใจ แถมคิดต่อไปถึงวิธีการสร้างแปลงหญ้าที่พร้อมถ่ายทอดแบบไม่หวงความคิด ไม่มีลิขสิทธิ์ทางปัญญากันเลยทีเดียว ตามผมไปคุยกันเลยครับ ธวัชชัย เพียสังกะ ไม่เคยมีความรู้เรื่องวัว ไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อนเลย ผมพาท่านมาพบกับ คุณธวัชชัย เพียสังกะ ที่บ้านเลขที่ 39/2 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี คุณธวัชชัย บอกว่า ครอบครัวของเขาไม่เคยมีสัตว์เลี้ยง และตั้งแต่เด็กมาก็ไม่เคยสนใจเรื่องวัวมาก่อน “ผมเป็นผู้ตรวจสหกรณ์และทำไร่อ้อยของครอบครัว ไม่เคยมีความรู้และไม่เคยสนใจเรื่องวัวมาก่อนเลย เพราะงานของผมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวัว จนมาวันหนึ่งมีเพื่อนรุ่นน้องมาแนะนำ พาไปดูที่เขาเลี้ยงไว้ ผมเลยเริ่มสนใจ
สิบโท พลภัทร โรจนวีรเดช หรือ คุณบอม ทำฟาร์มไก่ชน อยู่บ้านเลขที่ 58/2 หมู่ที่ 6 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เป็นผู้ที่ชื่นชอบและสนใจการเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่เด็ก เพราะได้เติบโตและพบเห็นการเลี้ยงไก่ชนจากญาติ จึงทำให้เขารู้สึกรักและหลงใหลจนคิดที่จะเลี้ยงอย่างจริงจังในยามว่างจากการเรียน จนสามารถทำเป็นเงินเก็บหลักหมื่นบาทต่อปีให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณบอม เล่าให้ฟังว่า มีความสนใจในการเลี้ยงไก่ชนมาเพราะชอบติดตามลุงไปชนไก่ที่สนามอยู่บ่อยๆ เมื่อมีโอกาสจึงได้ทำการศึกษาและอยากที่จะเลี้ยงเป็นของตนเอง จึงได้เริ่มเลี้ยงอย่างจริงจังในช่วงอายุ 15 ปี “ตั้งแต่จำความได้ ผมก็เห็นลุงเขามีไก่ชนเลี้ยงอยู่ เลยทำให้ได้คลุกคลีมาตั้งแต่ยังเด็ก ช่วงนั้นก็จะคอยดูคอยตามลงไปทุกที่ อะไรที่เกี่ยวกับไก่ชนก็จะสนใจหมด เลยรู้สึกว่าชอบและมีความสุขมากในช่วงนั้น แต่ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะเลี้ยงเต็มตัว เพราะวัยยังไม่พร้อม พอเริ่มอยู่มัธยมศึกษาตอนต้น มีความรับผิดชอบได้ ก็เลยค่อยๆ มีการเลี้ยงเองดูแลเอง จนสามารถสร้างไก่ชนดีๆ ขายทำเงินได้ในเวลาต่อมา” คุณบอม บอก โดยพ่อแม่พันธุ์ที่นำมาเลี้ยงส่วนใหญ่ คุณบอม บอกว่า จะได้
ในขณะที่ทั่วโลกกำลังหวาดกลัวโควิด-19 ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้คนล้มป่วย เสียชีวิต มาตั้งแต่ปลายปี 2562 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ก่อนหน้านี้ก็มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่มีผลกระทบไปทั่วโลก ยังกระหน่ำซ้ำเติมคนไทยเป็นจำนวนมาก ที่พบปัญหาทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน ทว่ายังมีอาชีพเลี้ยงสัตว์ที่คนกลุ่มหนึ่งมีอาชีพพอจะจุนเจือครอบครัวได้ กับรายได้ที่มีทั้งลูกจ้างและนายจ้างร่วมกัน นั่นก็คือ คนเลี้ยงไก่ เป็ด สุกร ก่อนหน้านี้คนไทยแตกตื่นโกลาหล เมื่อกรุงเทพฯ ล็อกเมือง ชาวไทยในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รีบกักตุนสินค้าไว้ที่บ้านมากมาย กลัวอด จนกระทั่งไข่ไก่ที่เคยพอใช้เกิดขาดแคลน ราคาแพงทันที ปรากฏว่าราคาไข่แพงได้ไม่ถึงสัปดาห์ ราคาไข่กลับมาเป็นปกติ มันคล้ายๆ กับหน้ากาก ที่กระทรวงพาณิชย์ทำเสียหน้ามาแล้ว ยิ่งปัญหาเรื่องไข่ไก่ราคาแพง และขาดตลาดนั้นไม่น่าเชื่อ เสียงก่นด่ากระทรวงพาณิชย์เอาอีกแล้ว หน้ากากยังด่าไม่เลิก เอาไข่มาด่าต่อ กลับมาคุยเรื่องสุกรกันต่อ…มันเป็นความโชคดีของอาชีพคนเลี้ยงสัตว์ที่เนื้อหอม…บ้านเมืองอื่นที่กำลังขาดแคลนอาหาร ประเภทเนื้อสัตว์อยู่ในเวลานี้ เข้าจังหวะ เข้าทางประเทศไทยที่คาดหวัง เป็น
คุณอุทิศ พัฒบุบผา อายุ 51 ปี บ้านนาน้อย หมู่ที่ 5 ตำบลม่วงนา อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000 โทร. (091) 731-0813 เดิมทีเธอไปทำงานที่กรุงเทพมหานคร จนลูกสาว คุณเนตรนิษฐา พัฒบุบผา เรียนหนังสือจบการศึกษาปริญญาตรี ลูกชายจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 ออกมาช่วยงานครอบครัว ส่งสามีคือ คุณทองสิน พัฒบุบผา อายุ 54 ปี กลับบ้านก่อนให้ดำเนินกิจกรรมไร่นาสวนผสม 5 ปีที่ผ่านมา ในที่ดิน 19 ไร่ ตนเองกลับมาเมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา มาทำเกษตรกรรม เหนื่อยแต่ต้องอดทน มีความสุขที่ได้อยู่กับครอบครัว การที่จะขุดไร่นาเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากๆ เพราะคุณแม่จะหวงนา ขุดบ่อ ขุดคลอง ต้องขอนุญาต…พอแบ่งที่ดินให้ลูกให้หลาน คุณแม่บอกว่า ตามใจจะทำอะไรก็ทำ ทุกวันนี้ท่านสบายใจแล้ว เพราะเกิดผลผลิต ข้าว พืช สัตว์ ประมง ครบวงจร มีรายได้รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี ท่านมีความสุขเมื่อมาที่นี่ ไผ่บงหวานพันธุ์สายน้ำผึ้ง…พื้นที่ 2 ไร่ 1,000 กอ เกิดรายได้ กอละ 1 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 100 บาท ปีละ 100,000 บาท ความเป็นจริงผลผลิตมากกว่านั้น/กอ เพิ่มมูลค่าทำหน่อไม้หวานขาว เอาแกลบดำใส่ถุงคว่ำถมหน่อที่กำลังเจริญเติบโต หน่อไม้หวานจะขาวอวบ ร
เดินทางผ่านเส้นทางอำเภอวาปีปทุม จ.มหาสารคาม –ผ่านบ้านหนองห้าง ตำบลหนองแวงควง อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด เห็นกองฟางอัดฟ่อนกองเรียงราย น่าสนใจจึงแวะ ลงทักมาย คุณวันชัย มีหวายหลึม อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 89 ม.7 บ้านหนองห้าง ตำบลหนองแวงควง อำเภอศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด เขากำลังนั่งตัดหญ้าอยู่หน้าบ้านเพื่อเป็นอาหารวัว คุณวันชัยให้การต้อนรับ ด้วยไมตรีจิตอย่างดียิ่ง พร้อมเล่าเรื่องราวให้ฟัง ว่า ตนเอง พร้อมภรรยาคือคุณสัมฤทธิ์ มีหวายหลึม ลูกชาย 3 คน เจริญเติบโตพร้อมได้รับการศึกษา ตามสมควรและพลังแรงสนับสนุนของ บิดา- มารดา คนโต ทำงานในหน่วยงานภาครัฐ ธกส.จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ทำนา 6 ไร่ ปลูกหญ้าเนเปียร์ 1 ไร่ เลี้ยงโคบราห์มันแดง 6 ตัว เพศผู้ 2 ตัว ทำงานแบบซื้อมาขายไป ขุนเพื่อจำหน่าย อาหารหลักคือ ฟางข้าวอัดแห้ง ให้ผสมผสานกับ หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 คุณวันชัย นำเดินชมไปพื้นที่เลี้ยงโคขุน หลังบ้าน แบบขังในโรงเรือนโล่งดูสะอาด มีรางน้ำ รางอาหาร เกลือแร่ห้อยไว้ให้วัวเลียเป็นอาหารเสริม วัวหนุ่มสาวที่กำลงซุกซน ยื่นหัวออกมาเพื่อรับอาหารที่เจ้าของนำมาให้ เป็นงานง่ายๆสร้างรายได้ที่งดงาม เพราะนาข้าวเพีย
คุณน้ำ รพีภัทร นักแสดงที่หลายๆ คนรู้จักกันดี มีความชื่นชอบในการเลี้ยงไก่ชน จนถึงขนาดไปสร้างฟาร์มไก่ชนอยู่ที่ ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก โดยใช้เวลาที่ว่างจากงานการแสดงมาดูแลและพัฒนาสายพันธุ์ไก่ชนที่เขารัก ในขั้นตอนของการเลี้ยงไก่ชนให้มีคุณภาพ คุณน้ำ บอกว่า จะแบ่งการเลี้ยงออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นตอนจะมีลูกน้องดูแลเฉพาะทาง โดยที่แต่ละคนจะมีหน้าที่เป็นของตนเอง จึงทำให้ไก่ชนที่ออกจากฟาร์มเป็นไก่ชนที่มีคุณภาพ เพราะผ่านการดูแลเป็นอย่างดีในทุกขั้นตอนของการเลี้ยง การคัดเลือกพ่อพันธุ์ที่นำมาผสมกับแม่พันธุ์นั้น คุณน้ำจะเลือกพ่อพันธุ์ที่ผ่านการชนมาแล้วและที่สำคัญอาจเป็นตัวเก่งที่ไปชนจนได้รับรางวัล มาผสมกับแม่พันธุ์ที่คิดว่ามีความแข็งแรงลักษณะทรงดี จากนั้นนำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์มาอยู่รวมกันในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ โดยพ่อพันธุ์ 1 ตัว สามารถผสมกับแม่พันธุ์ได้ 5-6 ตัว ต่อวัน “ฟาร์มผมก็จะเน้นให้ผสมกันแบบตามธรรมชาติ พอเราเห็นว่าผสมติดดีแล้ว ก็จะปล่อยให้แม่ไก่ออกไข่ จากนั้นก็จะปล่อยให้ฟักเองตามธรรมชาติ ใช้เวลาในการฟักประมาณ 21 วัน เมื่อได้ลูกไก่ออกมาแล้ว ก็ปล่อยให้แม่ไก่เลี้ยงลูกไก่เอง
