ปศุสัตว์
ดาบตำรวจสังกัด 191 กองกำกับการสืบสวน สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา ใช้เวลาว่างเว้นจากการทำงาน เพาะพันธุ์อ้น สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวอีกทาง โดยขยายพันธุ์จำหน่ายเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดมาก สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี ดาบตำรวจสมบูญ นันทพิฏฐ์ ได้นำผู้เขียนเข้าดูการเลี้ยงขยายอ้น ในพื้นที่บ้านของตัวเอง ณ บ้านเลขที่ 41 หมู่ที่ 4 บ้านดอกบัว ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ที่ใช้เป็นที่เพาะพันธุ์อ้นหรือตุ่นอ้น โดยจะเลี้ยงในวงบ่อซีเมนต์ ทำการเพาะขยายพันธุ์อ้น และเป็นที่ต้องการของตลาดที่นิยมนำไปเลี้ยงไว้ดูเล่น สำหรับอ้นเป็นสัตว์ฟันแทะมีรูปร่างคล้ายหนูขนาดใหญ่ มีลักษณะลำตัวกลม อ้วน ป้อม ขนสีน้ำตาล ตาและหูเล็ก ขาและหางสั้นไม่มีขน ฟันแทะคู่หน้ามีขนาดใหญ่เห็นได้ชัด รูปร่างโดยรวมคล้ายกับหนูและตุ่น มีความน่ารักในหน้าตา ชอบอาศัยอยู่ใต้ดินหรือโพรงไม้ อ้น หรือ หนูอ้น (อังกฤษ: Bamboo rat, Mole rat) เป็นสัตว์ฟันแทะจำพวกหนึ่ง ที่อยู่ในเผ่า Rhizomyini ในวงศ์ย่อย Rhizomyinae ในวงศ์ Spalacidae มีรูปร่างคล้ายหนูขนาดใหญ่ มีรูปร่างโดยรวมคือ มีลักษณะลำตัวกลม อ้วน ป้อม ขนสีน้ำตาล
การเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพเสริม ก็เป็นทางเลือกของใครหลายๆ คน สำหรับเกษตรกรหรือชาวบ้านที่มีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับการเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่ก็สามารถสร้างรายได้ในเวลาที่เหลือจากการทำอาชีพหลัก และวันนี้จะยกตัวอย่างการเลี้ยงโคเนื้อพื้นเมือง ของ คุณขวัญยืน ระดมกิจ เจ้าของโคเนื้อพื้นเมือง จำนวน 15 ตัว ที่บ้านเลขที่ 211 หมู่ที่ 2 ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ปัจจุบัน คุณขวัญยืน ทำงานอยู่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอดำเนินสะดวก แต่เลี้ยงวัวเป็นอาชีพเสริม เริ่มต้นการเลี้ยงโคเนื้อ จุดเริ่มต้นในการเลี้ยงโคเนื้อของคุณขวัญยืนนั้น เริ่มจากปศุสัตว์ได้แจกแม่โคมาให้เลี้ยงคนละ 1 ตัว เลี้ยงไว้สักพัก แม่โคก็ผสมพันธุ์ออกลูกออกหลานมาให้คุณขวัญยืนได้เลี้ยงเพิ่ม คุณขวัญยืน เล่าว่า โคไทยพื้นเมือง เป็นโคที่เลี้ยงง่าย แค่มีฟาง มีหญ้าให้กินก็อยู่ได้สบายๆ ไม่ต้องเลี้ยงอาหารก็ได้ เป็นการเลี้ยงสัตว์ที่ลงทุนน้อย ปัจจุบันเลี้ยงโคเนื้อพื้นเมืองมาได้ 5 ปีกว่าแล้ว วิธีการเลี้ยงและการดูแลรักษาโรค การเลี้ยงโคเนื้อ สำหรับบางคนที่เลี้ยงเป็นอาชีพหลัก ก็จะมีฟาร์มเลี้ยง มีพื้นที่ไว้สำหรับรองรับโคจำนว
การทำปศุสัตว์ในปัจจุบันมีผู้สนใจนำมาเลี้ยงเพื่อสร้างเป็นอาชีพเสริมมากขึ้น เพราะการทำปศุสัตว์มีการปรับการเลี้ยงให้สอดคล้องกับการทำอาชีพในปัจจุบันคือ ไม่จำเป็นต้องยึดทำเพื่อเป็นอาชีพหลัก แต่สามารถทำเป็นอาชีพเสริมรายได้ควบคู่ไปกับการทำงานประจำที่ตนเองทำได้ นอกจากจะช่วยสร้างรายได้ให้เพิ่มมากขึ้นแล้ว ผู้เลี้ยงยังได้ทำในสิ่งที่รักและเกิดความเพลิดเพลินกับสิ่งที่ได้ลงมือทำด้วยสองมือของตนเอง โดยไม่ต้องเลือกว่าจะทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งยุคนี้สามารถทำหลายๆ อย่างให้เกิดรายได้ที่มากขึ้น คุณศุภัสสร มั่นคง อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านยาง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ได้ยึดการเลี้ยงโคเนื้อลูกผสมชาโรเลส์เป็นอาชีพเสริม โดยที่เขาสามารถทำควบคู่ไปกับงานประจำได้ ทำให้เกิดรายได้ทั้งสองทาง และสิ่งที่ได้มากกว่ารายได้นั้นก็คือความสุขของการได้เลี้ยงสัตว์ที่เขารัก คุณศุภัสสร เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงอายุ 27 ปี เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานอยู่บริษัทเอกชน โดยผู้ที่ริเริ่มนำโคเนื้อมาเลี้ยงนั้นคือคุณแม่ของเขา โดยสมัยนั้นเขาได้เห็นกิจกรรมการเลี้ยงต่างๆ พร้อมทั้งชอบดูเวลาที่โคออกลูกใหม่ๆ ลูกโคมีความน่ารัก ทำใ
คุณพณิชย์ สังหาร อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ที่ 6 ตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เป็นเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงไก่ต๊อกจนประสบผลสำเร็จ ทำให้เขาถึงกับลาออกจากงานออฟฟิศ มาหาความสุขกับการเลี้ยงไก่ต๊อกและสัตว์ปีกชนิดอื่นๆ เป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณพณิชย์ ชายหน้าหวาน มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ต่อมาประมาณปี 2557 ได้นำไก่ต๊อกมาทดลองเลี้ยงที่บ้านเพื่อเป็นอาชีพเสริม เมื่อเลี้ยงมาได้สักระยะผลปรากฏว่าไก่ต๊อกออกไข่และสามารถจำหน่ายลูกไก่ต๊อกเป็นรายได้พอได้เงินเป็นค่าใช้จ่าย จึงเริ่มเลี้ยงมาเรื่อยๆ พร้อมทั้งหาสัตว์ปีกชนิดอื่นมาเลี้ยงภายในบริเวณบ้านอีกด้วย “ช่วงแรกผมเลี้ยงไก่ต๊อก ควบคู่ไปกับทำงานประจำ มาเลี้ยงสัตว์อย่างเต็มตัว ช่วงนั้นไก่ต๊อกผมหาซื้อมาเลี้ยงประมาณ 5 คู่ เลี้ยงไปเลี้ยงมาก็ไม่มีปัญหาอะไร ผมก็เริ่มสนใจไก่ชนิดอื่นด้วยก็หาซื้อมาเลี้ยง พอทำแล้วเริ่มรู้สึกสนุก มันมีอิสระในการทำ ก็ลาออกจากงานออฟฟิศมาเลี้ยงไก่อยู่ที่บ้านอย่างเต็มตัว” คุณพณิชย์ เล่าถึงการดำเนินชีวิตในสมัยก่อนให้ฟัง สาเหตุที่เลือกทดลองเลี้ยงไก่ต๊อกในช่วงแรก
คุณจิตตรา แต้มพุดซา หรือที่ลูกบ้านเรียกเธอว่า ผู้ใหญ่นาง อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 4 ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เล่าให้ฟังว่า ตนมีอาชีพเป็นผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งก็มีอาชีพค้าขายอยู่ด้วย ต่อมาเห็นพื้นที่บริเวณในที่ดินของเธอค่อนข้างว่าง ยังสามารถทำอะไรได้อีกหลายอย่าง ต่อมาประมาณ ปี 2544 จึงได้มองอาชีพเสริมที่เกิดรายได้ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับพื้นที่ของเธอเอง “ด้วยความที่เราเป็นผู้ใหญ่บ้าน ก็ได้ฝึกอบรมเกี่ยวกับการจัดสรรเนื้อที่ให้เหมาะสม โดยแบ่งเป็นส่วนๆ ทั้งปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ซึ่งการทำอะไรแบบผสมผสาน อย่างน้อยเวลามีอะไรผิดพลาด เราก็จะไม่ขาดทุน ซึ่งช่วงนั้นการเลี้ยงวัวกระแสมาแรง เราก็เลยตัดสินใจเลี้ยงวัวด้วย” คุณจิตตรา เล่าถึงที่มาของการเลือกอาชีพเสริม ซึ่งตอนเริ่มแรกของการเลี้ยงวัว คุณจิตตรา เล่าว่า จะซื้อลูกวัวมาเลี้ยงเอง มีทั้งพันธุ์บราห์มัน บราซิล และพันธุ์อื่นๆ ที่นิยมของตลาดมาเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์เอง ซึ่งการที่จะให้ลูกวัวเติบโตเต็มวัยจนสามารถผสมพันธุ์ได้นั้น ต้องใช้เวลาเลี้ยงกันอย่างน้อย 18 เดือน เลยทีเดียว “ช่วงนั้นเราก็จะเลี้ยงผสมลูกเอง ใช้พ่อพันธุ์เรา ต่อม
ไก่ชน ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยยังเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมอยู่เสมอ จะเห็นได้จากบันทึกประวัติศาสตร์ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และวรรณคดีพื้นบ้านในหลายๆ เรื่อง ที่มีการพูดถึงการละเล่นของไก่ชนอยู่บ้าง จึงทำให้การเลี้ยงไก่ชนเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในสายเลือดของคนไทยเลยก็ว่าได้ มิหนำซ้ำยังสร้างรายได้และความเพลิดเพลินแก่ผู้เลี้ยงอีกด้วย คุณสมชาย อินเกิด อยู่บ้านเลขที่ 135/2 หมู่ที่ 4 ตำบลไผ่ขอดอน อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นเกษตรกรที่เห็นการเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ จึงทำให้ไก่ชนเป็นสัตว์เลี้ยงที่เขาเห็นมาตั้งแต่เกิด ส่งผลให้สัตว์ชนิดนี้เป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงที่ทำให้เขาสามารถมาสร้างเป็นอาชีพต่อไปได้ โดยที่เขาได้กลับมาสืบสานการเลี้ยงไก่ชนต่อจากคุณพ่อ และเกิดเป็นรายได้มาจนถึงทุกวันนี้ คุณสมชาย เล่าให้ฟังว่า เริ่มเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่ยังเด็ก โดยผู้ที่ริเริ่มเป็นท่านแรกของครอบครัวก็คือคุณพ่อ โดยช่วงที่เขาเรียนอยู่นั้นก็จะใช้เวลาว่างเสาร์อาทิตย์มาดูไก่ชนที่คุณพ่อเลี้ยง เมื่อโตขึ้นก็ได้มาเลี้ยงไก่ชนต่อจากคุณพ่อเลยในทันที โดยทำการพัฒนาสายพันธุ์ไก่เองบ้าง พร้อมทั้งหาซื
ยางพารา และปาล์มน้ำมัน นับเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้หลักของจังหวัดกระบี่ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ราคายางพาราและปาล์มน้ำมันผันผวนขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่ลดลง 30-80% ส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างมาก ประชากรร้อยละ 60 ของจังหวัดกระบี่ นับถือศาสนาอิสลาม ปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน และเลี้ยงแพะ ครัวเรือนละ 3-5 ตัวเพื่อการบริโภค ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา และวัฒนธรรมอยู่แล้ว แต่แพะที่เลี้ยงมีลูกน้อยและมีอัตราการตายสูง เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่เลี้ยงแพะแบบปล่อย หรือผูกล่าม ไม่มีโรงเรือน ไม่มีแปลงหญ้า ขณะที่ปริมาณความต้องการใช้แพะในจังหวัดกระบี่มีมากกว่าผลผลิตที่มีอยู่ในพื้นที่ จึงต้องนำเข้าแพะจากนอกพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลทางศาสนา เนื่องจากจังหวัดกระบี่ มีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลขึ้นในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ประกอบกับ เนื้อแพะ นมแพะ เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค และตลาดมีความต้องการสูง นายชวน ภูเก้าล้วน นายกสภาการศึกษา จังหวัดกระบี่ (เป็นองค์กรที่สภาประชาชนจัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550) จึงเกิดแนวคิดใช้พื้นที่สวนยางและส
ปัจจุบันมีผู้คนมากมายที่กำลังหาคำตอบให้กับชีวิตว่าความสุขที่แท้จริงของตนเองนั้นคืออะไร การเลือกมาทำอาชีพเกษตรกับครอบครัวถือว่าเป็นเหตุผลหนึ่งที่สามารถหารายได้บนพื้นที่ของตนเอง ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น พร้อมกับมีอาชีพที่เป็นนายตัวเองดั่งเช่นอาชีพเกษตร คุณสายชล สังขวร หนุ่มเมืองลพบุรีวัย 50 ปี อาศัยอยู่ในตำบลท่าหลวง อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี จบการศึกษาปริญญาตรีด้านกฎหมาย คุณสายชล บอกว่า เมื่อเรียนจบก็ได้ไปฝึกเป็นทนายอยู่ 2-3 ปี แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อคุณพ่อเสีย จึงทำให้คุณสายชลได้ถามตนเองว่าคำตอบของชีวิตเรานั้นอยู่ตรงไหน สิ่งไหนคือคำตอบของความสุขที่แท้จริง เนื่องจากครอบครัวของคุณสายชล ทำอาชีพเกษตรเลี้ยงโคขุน กระบือขุน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้กับคุณสายชลว่าแท้จริงแล้วตนเองมีความชอบในการเลี้ยงสัตว์ จึงตัดสินใจพลิกผันตนเองมาเป็นเกษตรกรเพาะพันธุ์แพะขุน สายพันธุ์บอร์เลือด 100 คุณสายชลได้บอกถึงเหตุผลที่ตนเองเลือกเพาะพันธุ์เเพะขุน สายพันธุ์บอร์เลือด 100 เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ขายง่ายเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้มีราคาดีและให้ผลผลิตไว ทำให้มีรายได้เข้ามาในแต่ละเดือน สาเหตุที่เลือกเพาะพันธ
ปศุสัตว์สบเมยนำไก่แม่ฮ่องสอนซึ่งเป็นพันธุ์ไก่พื้นเมืองของจังหวัดที่มีคุณสมบัติเลี้ยงง่าย แข็งแรง หากินอาหารตามธรรมชาติ มาผสมกับไก่ตะเภาทองที่พัฒนาแล้วได้พันธุ์ที่แข็งแรง ทนโรคเช่นเดียวกับไก่พื้นเมืองของไทย สามารถเลี้ยงในที่ชื้นแฉะได้ มีเนื้อนุ่ม หวานกรอบ อันเป็นเอกลักษณ์ประจำพันธุ์ จนได้พันธุ์ไก่ลูกผสมที่ตอบสนองการเลี้ยงในพื้นที่ได้อย่างดี กินอาหารง่าย แข็งแรง ขนาดตัวพอเหมาะ ให้ไข่เร็วและดก อัตราการให้เนื้อดี ใช้เวลาเลี้ยงเพียง 3 เดือนขายได้แล้ว เหมาะแก่การส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงสร้างรายได้ คุณสมชาย พรมละอองวัน สัตวบาลอำเภอสบเมย บอกว่า การเลี้ยงไก่ตะเภาทองในอำเภอสบเมย เกิดขึ้นจากโครงการของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้จากการเลี้ยงไก่ ทั้งนี้ จึงเป็นภาระหน้าที่ของทางปศุสัตว์สบเมยในการสรรหาพันธุ์ไก่ที่เหมาะสมกับพื้นที่ แล้วพบว่าไก่แม่ฮ่องสอนซึ่งเป็นไก่พื้นเมืองน่าจะเหมาะกว่าเพราะขนาดตัวไม่ใหญ่มาก แต่ปัญหาอย่างหนึ่งของไก่พื้นเมืองคือใช้เวลาเลี้ยงนานเกินไป มีขนาดเล็ก ขณะเดียวกัน พบว่าไก่ตะเภาทองสามารถนำมาเลี้ยงในพื้นที่อำเภอสบเมยได้ จึงมองว่าหากนำไก่ทั้งสองพันธุ์มาผสมกันโดยใช้
การเลี้ยงแพะนับเป็นอาชีพที่ชาวบ้านทุกพื้นที่ให้ความสนใจกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ อาจเป็นผลมาจากวิธี และการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก รวมถึงต้นทุนไม่สูง ประกอบกับยังสามารถเลือกเลี้ยงเพื่อเป็นรายได้หลักหรือรองก็ได้ เพราะมีตลาดรองรับอย่างชัดเจน หากอนาคตจำนวนแพะในตลาดเพิ่มมากขึ้น ขณะที่กำลังซื้อไม่เพิ่มตามหรือเพิ่มอย่างช้าๆ ก็อาจทำให้ราคาซื้อ-ขายไม่สูงอย่างในอดีต ฉะนั้น ผู้เลี้ยงแพะรายใหม่จึงอาจต้องทบทวนวิธีการเลี้ยงแพะให้รัดกุม หาตลาดหรือผู้รับซื้อที่ชัดเจนเสียก่อนการตัดสินใจ แต่สำหรับชาวบ้านอำเภอขามสะแกแสง อย่าง คุณจารุ จารุชัยสิริ หรือ ลุงจารุ วัย 72 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 1 บ้านโนนเมือง ตำบลโนนเมือง อำเภอขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา ที่เพิ่งหันมาเลี้ยงแพะรายนี้ดูจะไม่ธรรมดา เพราะไม่ตั้งใจเลี้ยงแพะขายเพียงอย่างเดียว เนื่องจากอาจประสบปัญหาราคาในอนาคต แต่ยังนำมูลแพะมาใส่ถุงขาย แถมยังนำไม้กระถินที่แพะกินมาเผาเป็นถ่านขาย มีรายได้เพิ่มขึ้นแบบคู่ขนานอีกด้วย เดิมลุงจารุมีอาชีพเกษตรด้วยการทำนากับพืชอื่นๆ แต่ประสบปัญหาฟ้าฝนไม่ตกตามฤดูสร้างความเสียหายแล้วยังมีผลกระทบต่อรายได้ตามมา ด้วยเหตุนี้จึ
