ปศุสัตว์
ผู้สื่อข่าวของเราประจำจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ส.ส. คนดัง แห่งเมืองดอกบัว ที่ครองแชมป์มา 9 สมัย ไม่ว่าจะเลือกตั้งกี่ครั้งๆ คนดังที่ชื่อ คุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันจนติดปากว่า ส.ส.กุ่ย ก็ผ่านตลอด เพราะเป็นคนที่พูดจาฉะฉาน จริงจังและจริงใจต่อผู้อื่น มีมนุษยสัมพันธ์ยอดเยี่ยม ยิ้มแย้ม แจ่มใส มาตั้งแต่วัยเด็ก และยังเป็นคนติดดิน กินง่าย นอนง่าย สบายๆ กับเพื่อนพ้องและพี่น้องประชาชนทุกชนชั้น ถึงวันเลือกตั้งคราใด จึงไม่มีใครลืม คุณชูวิทย์ (กุ่ย) พิทักษ์พรพัลลภ อีกมุมหนึ่ง ของ คุณชูวิทย์ (กุ่ย) พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.คนดัง ปัจจุบันอยู่ในวัย 50 ปีเศษ เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ เลี้ยงทั้งโค กระบือ และเสือ รวมทั้งสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย แต่ที่ชอบเลี้ยงที่สุดน่าจะเป็นโคหรือวัว เพราะคุณชูวิทย์ได้เลี้ยงมาตั้งแต่วัยหนุ่ม สมัยยังไม่ได้ลงเล่นการเมือง ขนาดเคยประกอบอาชีพรับราชการครู ยังลาออกมาประกอบอาชีพค้าขายและเลี้ยงสัตว์และทำธุรกิจอื่นๆ และยังได้สวมบทเป็นนายฮ้อย หรือพ่อค้าวัว ออกตระเวนซื้อขายวัว-ควาย ตามตลาดนัดโค-กระบือในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และตามต่างจังหวัดอี
ตำบลโพธิ์รังนก อำเภอโพธิ์ทอง เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดอ่างทอง ที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัด 10 กว่ากิโลเมตร เกษตรกรส่วนใหญ่ของอำเภอโพธิ์ทอง ประกอบอาชีพเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ดั่งเช่นครอบครัว คุณพรชัย อาจมังกร หรือ คุณเบ้น ที่ผันตัวมาทำฟาร์มนกกระทา ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว พ.ศ. 2557 คุณพรชัย วัย 24 ปี จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในตอนนั้นคุณพรชัย อายุเพียง 18 ปี เมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว ก็เริ่มมองหางานทำ จึงได้ไปทำงานในโรงงานแห่งหนึ่ง ของจังหวัดสมุทรปราการ แต่ด้วยในตอนนั้น คุณพรชัยมีอายุเพียง 18 ปี จึงมีความคิดว่า ตนเองอยู่ห่างไกลจากครอบครัวตั้งแต่เด็ก เมื่อวันหนึ่งต้องทำงานก็อยากที่จะกลับไปอยู่กับครอบครัว จึงได้ปรึกษากับคุณแม่ว่า ถ้าหากตนเองกลับไปอยู่บ้านเกิด จะมีอาชีพใดบ้างที่สามารถทำได้ที่บ้าน สามารถมีเวลาอยู่กับครอบครัวได้ เพราะตนเองก็มีความต้องการ อยากอยู่ใกล้คุณพ่อคุณแม่เพื่อดูแลท่าน คุณพรชัย จึงตัดสินใจพร้อมกับครอบครัวว่าจะทำฟาร์มนกกระทาที่บ้านเกิด ด้วยเงินลงทุน 20,000 บาท การทำฟาร์มนกกระทาต้องเริ่มจากการมีฟาร์มนกกระทาก่อน จึงจะสามารถนำนกกระทามาลงฟาร์มเลี้ยงได้ เห
ที่มา…จิโรล้านโด้ เป็นภาษาโปรตุเกส เขียนตามอักษรโรมันว่า Girolando บ้าง, Gyrholando บ้าง คนไทยเราที่รู้จักก็จะออกเสียงตามชื่อที่เรียกในชื่อบนสุดนั่นแหละ ชื่อของวัวพันธุ์นี้เริ่มรู้จักกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 (หรือ ค.ศ. 1940) เมื่อเทียบกับวัวนมพันธุ์อื่นๆ ในโลก ถือกันว่าวัวพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ใหม่ล่าสุด ในช่วงปี พ.ศ. 2483 (ค.ศ. 1940) เกษตรกรชาวบราซิลได้ริเริ่มเอาวัวพันธุ์กีร์มาผสมกับวัวพันธุ์นมของชาวฮอลันดา (หรือเนเธอร์แลนด์ปัจจุบันนี่แหละ) วัวนมของเนเธอร์แลนด์กำเนิดในประเทศนี้ ปัจจุบันมีชื่อว่า โฮล์สไตน์ ฟรีเชี่ยน หรือที่คนไทยเราเรียกว่าวัว พันธุ์ ขาว-ดำ เพราะทั้งตัวของมันจะมีสีขาวสลับกับสีดำตลอด บางที (บางตัว) ก็มีสีขาวมาก บางตัวก็มีสีดำมาก ซึ่งเป็นธรรมดาของวัวพันธุ์นี้ ชาวบราซิลเขาผลิตเพื่อให้ได้ตามความต้องการของตลาดวัวนมในขณะนั้น เขาทำขึ้นมาแล้วปรากฏว่าผู้คนนิยมกันมาก เพราะว่าเป็นวัวที่ให้นมมากขึ้น ความสมบูรณ์พันธุ์ (fertility) ก็ดีขึ้นมากด้วย พร้อมทั้งลักษณะอื่นๆ ที่ดีก็ตามมาด้วย จนกระทั่งทางฝ่าย “รัฐ” เห็นความสำคัญ จึงจัดการสร้างแผน สร้างวัว จิโรล้านโด้ (Program Girolando) ขึ
ปัจจุบันคนรักสุขภาพกันมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำเกษตรอินทรีย์ พืช ผัก ผลไม้ ของเกษตรกรที่กำลังปรับเปลี่ยนให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น การทำเกษตรอินทรีย์นี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะ พืช ผัก เพียงเท่านั้น แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าการเลี้ยงไก่ไข่นั้นสามารถเลี้ยงแบบอินทรีย์ได้แล้ว ปลอดภัยทั้งคนเลี้ยง ทั้งสัตว์และผู้บริโภคด้วย บางคนบริโภคอาหารโดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของสุขภาพให้เหตุผลว่าไม่มีเวลาดูแลตัวเอง งานเยอะไม่มีแม้แต่เวลาเลือกซื้ออาหาร จึงบริโภคสิ่งที่ไม่ค่อยให้สารอาหารแก่ร่างกายมากนัก แถมยังพักผ่อนไม่เพียงพอ เครียดเรื่องงานยังต้องมาเครียดเรื่องรถติดทั้งเช้าเย็น เทคโนโลยีชาวบ้านอยากที่จะชวนให้ทุกคนเลือกอาหารที่ปลอดภัย ให้สารอาหารแก่ร่างกาย ปลอดภัยต่อตัวเราและคนรอบข้าง จึงหยิบเอาเรื่องของการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์มาฝาก ว่าจะมีความแตกต่างหรือมีประโยชน์มากน้อยเพียงใด คุณพิมพ์จันทร์ ประทุมทอง อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ที่ 12 ตำบลเฉนียง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เล่าว่า เมื่อก่อนเป็นพนักงานโรงงาน ได้ลาออกกลับมาอยู่บ้านเกิด กลับมาบ้านก็ต้องหารายได้เสริมให้กับครอบครัว ตอนแรกไม่ได้คิดจริงจังอะไรกับการเลี้ยงไก
แนวทางการเลี้ยงโคของชาวบ้านจะอาศัยความเคยชินเหมือนก่อนคงไม่ได้ ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เกษตรกรผู้เลี้ยงโคต้องปรับตัวให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงตลาดเพื่อความอยู่รอดของอาชีพ จากปัญหาเดิมๆ ที่เลี้ยงโคขาดคุณภาพ จนถึงตอนนี้ต้องนำเทคโนโลยี ควบรวมกับองค์ความรู้กำหนดเป็นมาตรฐานการเลี้ยงโคให้มีคุณภาพ พร้อมดึงตลาดนำการผลิตเพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ ตัวอย่างความสำเร็จของอาชีพเลี้ยงโคของ “กลุ่มวิสาหกิจเลี้ยงโคขุน อำเภอพาน” จังหวัดเชียงราย แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความร่วมมือยอมรับกับสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามามีบทบาทต่ออาชีพ กำหนดมาตรฐานและสายพันธุ์โคที่เลี้ยงให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด จนเป็นที่ยอมรับ ทำให้มีตลาดขายที่ชัดเจน มีรายได้ที่มั่นคง พร้อมนำรูปแบบการผลิตอาหารลดต้นทุนแล้วเกิดประโยชน์มาใช้ช่วยให้ประหยัด ยิ่งมีกำไรเพิ่มขึ้น คุณณัฎฐพงษ์ ชัยสวัสดิ์ หรือ คุณเอส ประธานกลุ่มวิสาหกิจเลี้ยงโคขุนอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่เลขที่ 263 หมู่ที่ 4 ตำบลสันติสุข อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ (085) 621-8066 กล่าวว่า เริ่มเลี้ยงโคขุนมาตั้งแต่ปี 2549 แต่ไม่ประสบความสำเร็จจากปัญหาหลายอย่าง โด
การขุนวัวเป็นอาชีพเสริม ที่น่าสนใจแถมสร้างรายได้ที่ดี ใครสนใจตามไปดูกันเลย เกษตรกรบางรายมีงานประจำอยู่แล้ว กำลังมองหาอาชีพเสริมไปด้วย ขอแนะนำการเลี้ยงโคขุน เป็นอาชีพเสริม รายได้เสริม เริ่มต้นก็ลงทุนกับเรื่องคอกวัวแบบถาวรไปเลยเพราะเห็นว่าการขุนวัวน่าจะเป็นอาชีพเสริมที่ดี เริ่มจากค่อยเป็นค่อยไป ลงทุนขุนวัวจำนวนไม่มาก ครั้งละ 3-7 ตัว มากที่สุดที่เคยขุนก็แค่ 7 ตัว ตามภาวะราคาวัวในตลาด ช่วงไหนวัวราคาดี หาซื้อวัวโครงได้ง่ายก็ขุนมากหน่อย ช่วงไหนราคาแกว่ง ก็เลี้ยงโดยขุนให้น้อยตัวลง การขุนวัวก็เป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง สิ่งที่มากับธุรกิจก็คือความเสี่ยง แต่จะเสี่ยงมากหรือน้อยนั้น แนะนำคำนวณราคาวัวก่อนตัดสินใจซื้อวัวเข้าขุน ก่อนจะไปจับวัวโครงเพื่อเอามาเข้าขุนที่ตอนนั้น ควรต้องรู้ราคาขายวัวขุนในช่วงนั้นก่อนจึงจะสามารถคำนวณต้นทุนและกำไรได้ เวลา ไปซื้อวัวซากหรือวัวโครงเพื่อเอามาเข้าขุน จะต้องรู้ราคาขายวัวขุนไปก่อน จากนั้นเมื่อไปถึงตลาดนัด ก็ดูวัวโครงโดยดูที่ น้ำหนัก พันธุ์ อายุ ขนาดตัว แล้วคำนวณต้นทุนดู อย่างวัวโครงหนัก 200 กว่ากิโลกรัม ต้องใช้เวลาเท่าไรจึงจะขุนขึ้นไปที่น้ำหนัก 450-460 กิโลกรัมได้ และเมื
“แพะ” ขาดแคลนหนัก และบูมสูงสุดในรอบ 10 ปี จากราคากิโลกรัมละ 60 บาท ราคาทะยาน 180 – 190 บาท สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้กวาดซื้อเกลี้ยงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาพุ่ง คุณสุวรรณดี ซันสะมัน เจ้าของกาเซ็มฟาร์ม ผู้เลี้ยงแพะรายใหญ่ หมู่ 3 บ้านด่านโลด ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง บอกว่า ภาวะตลาดเนื้อแพะขณะนี้เป็นช่วงขาขึ้นราคาขยับสูงขึ้นดังไม่เคยปรากฏมาก่อน ขณะนี้ราคาได้ขยับสูงขึ้นโดยแพะมีชีวิต ซื้อขายกันอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 170 – 190 บาท หากเป็นแพะชำแหละแล้วประมาณ 250 – 260 บาท / กิโลกรัม ทั้งนี้เนื่องจากแพะต้องนำเข้าสู่โครงการการเลี้ยงแพะในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดภาวะแพะขาดแคลน จนมีการแข่งขันกันซื้อ “ตลาดแพะส่วนใหญ่จะเป็นตลาดของชาวมุสลิมที่ต้องใช้แพะเพื่อกิจกรรมต่างๆ ตามประเพณีซึ่งความต้องการของตลาดมีทุกวัน ทำให้ปัจจุบันไม่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของตลาดได้ทันท่วงที ส่วนร้านอาหารที่สามารถผลิตส่งขายได้ก็ไม่กล้าผลิตส่ง เพราะวิตกว่าจะนำสินค้าตอบสนองไม่ได้ดังความต้องการ เนื่องจากการผลิตส่งร้านอาหาร ภัตตาคารจะต้องมีการทำสัญญา การส่งตามนัดหมาย รวมถึงจ
นับวันตลาดความนิยมแพะดูเหมือนจะกว้างขึ้นเรื่อย เพราะไม่เพียงนำมาใช้ในพิธีทางศาสนา แต่ด้านโภชนาการและอุตสาหกรรมแปรรูปหลายอย่างมีความนิยมใช้แพะมากขึ้น จึงทำให้อาชีพเลี้ยงแพะเกิดการตื่นตัวทันที จังหวัดอำนาจเจริญ มีแหล่งเลี้ยงแพะหลายแห่ง ทั้งขนาดใหญ่-เล็ก ทั้งนี้ เนื่องจากตลาดสำคัญคือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีความต้องการตลอดเวลา อีกทั้งยังมีอำนาจซื้อจำนวนมาก ดังนั้น แหล่งเลี้ยงแพะที่มีคุณภาพอย่าง “สาริพันธ์ ฟาร์มแพะ” จึงเป็นที่รู้จักกันดี สาริพันธ์ ฟาร์มแพะ ตั้งอยู่เลขที่ 246 หมู่ที่ 10 ตำบลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ จำหน่ายเนื้อแพะ รับซื้อเนื้อแพะ และแพะเลี้ยงแบบครบวงจรในลักษณะ gooat center มีการจัดระบบฟาร์มที่ได้มาตรฐาน แล้วยังต่อยอดด้วยการแปรรูปผลิตภัณฑ์ลูกชิ้นแพะ คุณณัฐพล สาริพันธ์ ร่ำเรียนมาทางด้านการประมง จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขณะนี้เป็นเจ้าของฟาร์มแพะ “สาริพันธ์ ฟาร์มแพะ” เล่าว่า แต่เดิมครอบครัวทำสวนปาล์ม แต่พอราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำลงจึงหาวิธีที่จะเพิ่มรายได้จากการใช้พื้นที่ในบริเวณสวนปาล์มตนเอง ด้วยการเลี้ยงแพะเนื้อขาย ในปี 2558 เนื่องจากพบว่า ทาง สปป.ลาว นิยมบ
ปัจจุบันกระแสการเลี้ยงไก่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับคนไทย เนื่องจากมีไก่ให้เลือกเลี้ยงได้มากมายหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นไก่พื้นเมือง ไก่งวง ไก่ต๊อก ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ฯลฯ หรือแม้กระทั่งไก่ดำมองโกเลีย ไก่ดำสายพันธุ์มองโกเลีย เป็นไก่ที่มีลักษณะไม่แตกต่างจากไก่ทั่วไปเท่าใดนัก แต่มีเอกลักษณ์อยู่ที่มีสีดำทั้งตัวคือ เนื้อสีดำ กระดูกสีดำ หรือแม้แต่เครื่องในก็ยังเป็นสีดำ ซึ่งไก่ดำที่เลี้ยงในบ้านเราจะเป็นไก่ดำเลือดผสม เพราะมีการเลี้ยงกันมาค่อนข้างนาน จึงอาจทำให้มีการผสมข้ามสายพันธุ์ได้ตลอดเวลา คุณยงยุทธ ใหม่ตา อยู่บ้านเลขที่ 242 หมู่ที่ 5 ถนนท่าวังผา-เชียงคำ ตำบลริม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีความชื่นชอบในไก่ดำมองโกเลีย ถึงแม้ว่าเขาจะมีงานประจำที่ทำอยู่ก็ตาม ก็ได้นำไก่ดำชนิดนี้มาเลี้ยงภายในบริเวณบ้าน จนเป็นงานอดิเรกยามว่างที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว การเลี้ยงไก่ เป็นสิ่งที่ชอบตั้งแต่เด็ก คุณยงยุทธ ชายหนุ่มอารมณ์ดีอัธยาศัยยิ้มแย้ม เล่าให้ฟังว่า เมื่อเข้าสู่วัยทำงานได้มีโอกาสรับราชการเกี่ยวกับด้านสาธารณสุข ต่อมาจึงได้มองหาอาชีพเสริมที่นอกเหนือจากงาน
สวัสดีครับ ฉบับนี้พาท่านขึ้นรถปิกอัพวิ่งฝ่าถนนลูกรังไปพบกับพี่น้องเกษตรกรคนรากหญ้าที่อาศัยอาชีพเกษตรนำพาครอบครัว หาเลี้ยงครอบครัวให้สุขสบาย ตามมาครับผมจะพาไปคุยกับเกษตรกรคนเก่งกันเลย ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยคสนับสนุนธนาคารชุมชน ธนาคารชุมชนบ้านเขาพัง อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นธนาคารชุมชนที่ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ให้การสนับสนุน ซึ่งศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยคเป็นศูนย์หนึ่งในหลายๆ ศูนย์ทั่วประเทศไทยของสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนหรือที่หลายคนรู้จักในนาม พีดีเอ (PDA) สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน เป็นหน่วยงานเอกชนที่ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้แก่ประชาชน ที่ คุณมีชัย วีระไวทยะ เป็นผู้ริเริ่มและดำเนินโครงการมาจนปัจจุบัน ผมได้พบกับ คุณชูศักดิ์ บัณฑิตสาธิสรรค์ และ คุณวิมล โพธิ์มี เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของศูนย์ที่เกาะติดกับงานพัฒนาชุมชนอยู่ในพื้นที่เล่าว่า “ศูนย์ของเราเน้นในงานด้านพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ ช่วยกันทำงานด้านการพัฒนาชนบทจนมีผลสำเร็จหลายๆ ด้าน ธนาคารชุมชนกลุ่มการเงินบ้านเขาพัง ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค ก็เป็นอ
