ปศุสัตว์
ในวงการของสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ปีกหรือสัตว์สวยงาม ปัจจุบันการซื้อขายค่อนข้างได้รับความนิยม อาจเป็นเพราะสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้หลายๆ คน ต้องหยุดทำงานที่บ้านหรืองดการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงต่างๆ เมื่อมีเวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น จึงอยากหาสัตว์เลี้ยงมาสร้างความผ่อนคลายเป็นเพื่อนแก้เหงาในเวลาที่ต้องอยู่ติดบ้านเช่นนี้ ซึ่งไม่เพียงพันธุ์ไม้เท่านั้นที่ได้รับความนิยม แม้แต่สัตว์เลี้ยงก็ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยฟาร์มของสัตว์เลี้ยงที่จำหน่ายมีพื้นที่อยู่แต่ละจังหวัดแตกต่างกันไป ซึ่งปัจจุบันการขนส่งไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปที่ผู้ซื้อจะต้องเดินทางไปถึงยังสถานที่เลี้ยง เพราะมีบริษัทที่บริการขนส่งสัตว์โดยเฉพาะได้ไว้ให้บริการ พร้อมทั้งดูแลสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างดี จึงทำให้เจ้าของฟาร์มและลูกค้ามั่นใจได้ว่าสัตว์เลี้ยงแสนรักจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีในการเดินทางไกล คุณภาสกร เถือนชะนาด อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 6 ตำบลบ่อใหญ่ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริการขนส่งสัตว์เลี้ยงต่างๆ ซึ่งนับวันตลาดการซื้อขายกำลังขยายตัวเป็นอย่างมาก เพราะผู้ซื้อแต่ละท่านมีความชื่นชอบสัตว์เลี้ยงที่อย
ไข่เค็ม อสม. ของฝากจากไชยา ไข่แดง มัน อร่อย เค็มพอดี ก่อนที่จะไปรู้จัก ไข่เค็มไชยา ของฝากคู่เมืองสุราษฎร์ ผู้เขียนจะขอเล่าถึงประวัติความเป็นมาของไข่เค็มให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกันสักนิด ไข่เค็มไชยา มีประวัติเรื่องเล่าต่อกันมาว่า เกิดจากการถนอมอาหารของคนจีน ชื่อว่า นายกิ่ง แซ่ปั๊ก เป็นช่างทำรางรถไฟ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในสมัยนั้นชาวบ้านเห็นนายกิ่งนำเอาไข่เป็ดมาถนอมอาหาร เขานำไข่เป็ดไปฝังที่ดินทะเลไว้ 15 วัน แล้วนำมาต้มกิน ชาวบ้านแถบอำเภอไชยาก็สังเกตเห็นว่าดินที่นายกิ่งใช้หมักไข่เป็ดเป็นดินทะเลเค็มและเป็นดินเหนียว จึงมีการดัดแปลงใช้ดินจอมปลวกแทนดินทะเล เพราะดินจอมปลวกมีลักษณะคล้ายดินทะเล ไม่มีเม็ดทราย และเหนียว เกาะไข่ได้ดี ต่อมาจึงมีการพัฒนาเชิงการค้า พัฒนาคุณภาพและรสชาติให้มีชื่อเสียงจนถึงทุกวันนี้ ป้าประสงค์ หีตอนันต์ ประธานกลุ่มไข่เค็ม อสม. อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 5 ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เล่าว่า ไข่เค็ม อสม. เกิดขึ้นจากชาวบ้านที่นี่มีอาชีพเป็นชาวนาปลูกข้าวเป็นหลัก แต่ต้องประสบปัญหาหอยเชอรี่แพร่ระบาดอยู่เป็นประจำ ปราบเท่าไรก็ไม่หมดไป จนชาวบ้านทนไม่ไหวก็นำเรื่องไปปรึ
วิสาหกิจชุมชนไก่งวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ต่อยอดการเลี้ยงไก่งวงเกือบ 600 ตัว มีการแปรรูปสินค้าทั้งเนื้อไก่งวงจำหน่ายหลากหลายเมนู อีกทั้งนำขนไก่งวงที่ร่วงหล่นอยู่ตามพื้นดิน มาสร้างมูลค่าเพิ่มสามารถขายได้กิโลกรัมละถึง 2,000 บาท นำมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์สไตล์ต่างๆ รูปแบบแฮนเมด ทั้งหมวก สายคาดหมวก ขณะที่เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จากประเทศภูฏานเดินทางมาศึกษาดูงานเทคนิคการเลี้ยงด้วยความสนใจ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไก่งวงราชบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 30 หมู่ 2 ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี มี นางสาวศรีสุนันท์ เดชบุตร อายุ 40 ปี เป็นประธานกลุ่ม ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 20 ราย ได้เริ่มเลี้ยงไก่งวงสายพันธุ์อเมริกันบอล ลักษณะตัวสีดำใหญ่ สายพันธุ์สมอลไวท์ ลักษณะตัวสีขาว และอีกหลายสายพันธุ์ย่างเข้าสู่ปีที่ 6 แล้วสำหรับการเลี้ยงไก่ของที่นี่เกือบ 600 ตัว มีการนำเนื้อไก่งวงมาแปรรูปทำอาหารหลากหลายที่น่าสนใจ ได้แก่ น้ำพริกไก่งวง ไก่งวงจ้อทอด ลาบไก่งวง ผัดเผ็ดไก่งวง และยังมีไก่งวงอบ มีทั้งขายเป็นตัวเป็นผลิตภัณฑ์ส่งจำหน่ายทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดได้รับความสนใจจากธุรกิจโรงแรม ร้านค้าต่างๆ ทั้งตลาดนัดเกษตรกรของรัฐ รวมทั้งผู้ที่ชื่นชอ
โคเนื้อในประเทศไทยลดลงเป็นอย่างมากในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา สวนทางกับความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ที่เพิ่มขึ้น จากความต้องการของประชากรในประเทศ นักท่องเที่ยวต่างประเทศ และความต้องการของตลาดต่างประเทศ ในขณะที่การผลิตโคเนื้อของประเทศไม่เพียงพอกับความต้องการ โดยเฉพาะการผลิตโคเนื้อต้นน้ำที่ต้องใช้เงินลงทุนต่อฟาร์มสูง และระยะเวลาคืนทุนใช้เวลานาน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ปี ในการให้ผลตอบแทน ทำให้เกษตรกรหันไปประกอบอาชีพเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่ผลผลิตมีราคาสูง คืนทุนเร็ว หรือรัฐบาลประกันรายได้ ส่งผลให้จำนวนโคเนื้อลดลงเป็นอย่างมาก จนในปัจจุบันจึงเกิดปัญหาการขาดแคลนโคเนื้อ เกษตรกรผู้ผลิตโคเนื้อต้นน้ำส่วนใหญ่ไม่มีกำลังซื้อแม่โคเนื้อมาเลี้ยงได้ เนื่องจากมีราคาแพง ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการผลิตโคเนื้อทั้งระบบของประเทศ ในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา กรมปศุสัตว์ จึงได้จัดทำโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ กรอบระยะเวลาดำเนินงาน 7 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2558-2567 เป็นโครงการบูรณาการงานร่วมกันของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อเป็นศูนย์กลาง
คุณธีระชัย ช่อไม้ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์ปีก ให้ข้อมูลว่า ทางศูนย์วิจัยฯ มีพันธุ์เป็ดที่ได้อนุรักษ์ไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. สายพันธุ์เป็ดเนื้อ โดยจะเป็นเป็ดเทศกบินทร์บุรีที่มีตัวสีขาว ลักษณะรอบใบหน้ามีสีแดง ซึ่งเมื่อนำไปเลี้ยงจะเป็นเป็ดที่เจริญเติบโตได้เร็ว ให้เนื้อมาก โดยมีการพัฒนาสายพันธุ์มามากกว่า 20 ปี 2. สายพันธุ์เป็ดไข่ โดยที่ศูนย์แห่งนี้จะมีอยู่กัน 3 สายพันธุ์ คือ 1. เป็ดไข่สายพันธุ์กากี หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า เป็ดไข่บางปะกง 2. เป็ดไข่พันธุ์ปากน้ำ และ 3. เป็ดไข่พันธุ์นครปฐม ซึ่งไข่ที่ได้สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้เป็นอย่างดี หากมีการจัดการที่ดีและเพิ่มมูลค่าด้วยการนำไปแปรรูปให้เป็นสินค้าที่น่าซื้อมากขึ้น คุณธีระชัย ช่อไม้ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์ปีก “เป็ดไข่พันธุ์ปากน้ำ และพันธุ์นครปฐม เป็นสายพันธุ์ที่ทางศูนย์วิจัยฯ ได้ทำการอนุรักษ์มาแต่ดั้งเดิม เพราะกลัวว่าจำนวนของเป็ดจะน้อยลง เพราะคนที่เลี้ยงเปรียบเทียบกับการให้ไข่แล้ว อาจจะสู้เป็ดไข่กากีไม่ได้ แต่ในเรื่องของความแข็งแรงนั้น เป็ดไข่ปากน้ำมีความทนทานมากกว่าเป็ดไข่กากี ซึ่งชาวบ้านบางส่
โคเนื้อ เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่ปัจจุบันมีการเลี้ยงมากขึ้น จากที่เห็นในเวลานี้อายุของเกษตรกรมีหลายกลุ่มและหลายวัยมากขึ้น โดยเกษตรกรมีอายุน้อยลงและสนใจในเรื่องของการเลี้ยงโคเนื้อมากขึ้น เพราะเห็นว่าเป็นสัตว์ที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นจึงนึกถึงความสัมพันธ์ที่อยากจะเลี้ยงด้วยตัวเอง และสร้างเป็นอาชีพที่มีรายได้ในเวลาต่อมา คุณราชันม์ ถาพรพาท อยู่บ้านเลขที่ 139 หมู่ที่ 14 ตำบลนอกเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นเกษตรกรหนุ่มไฟแรง โดยยึดการเลี้ยงโคเนื้อลูกผสมชาโรเลส์และอื่นๆ มีการพัฒนาการเลี้ยงให้ประหยัดต้นทุนมากขึ้น ทำให้โคเนื้อที่เลี้ยงมีผลกำไร และสามารถสร้างเป็นอาชีพเสริมให้กับตัวเองหลักแสนต่อปี คุณราชันม์ เล่าให้ฟังว่า การเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพเสริมที่ทำมาตั้งแต่สมัยคุณตา ซึ่งเขาเองเห็นการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจชนิดนี้มาตั้งแต่จำความได้ เมื่อโตขึ้นในช่วงวันหยุดหลังจากเลิกเรียน ก็จะเข้ามาช่วยคุณตาและคุณลุงเลี้ยงโคอยู่เสมอ ความฝันการเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพเสริมจึงอยู่ในความทรงจำของเขาเสมอ เมื่อเขาสามารถดำเนินธุรกิจและมีความรับผิดชอบมากพอ ทำให้ได้รับช่วงต่อการเลี้ยงโคมาสร้างเป็นอาชีพ
เดินทางผ่านเส้นทางอำเภอวาปีปทุม จ.มหาสารคาม –ผ่านบ้านหนองห้าง ตำบลหนองแวงควง อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด เห็นกองฟางอัดฟ่อนกองเรียงราย น่าสนใจจึงแวะ ลงทักมาย คุณวันชัย มีหวายหลึม บ้านเลขที่ 89 ม.7 บ้านหนองห้าง ตำบลหนองแวงควง อำเภอศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด เขากำลังนั่งตัดหญ้าอยู่หน้าบ้านเพื่อเป็นอาหารวัว คุณวันชัยให้การต้อนรับ ด้วยไมตรีจิตอย่างดียิ่ง พร้อมเล่าเรื่องราวให้ฟัง ว่า ตนเอง พร้อมภรรยาคือคุณสัมฤทธิ์ มีหวายหลึม ลูกชาย 3 คน เจริญเติบโตพร้อมได้รับการศึกษา ตามสมควรและพลังแรงสนับสนุนของ บิดา- มารดา คนโต ทำงานในหน่วยงานภาครัฐ ธกส.จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ทำนา 6 ไร่ ปลูกหญ้าเนเปียร์ 1 ไร่ เลี้ยงโคบราห์มันแดง 6 ตัว เพศผู้ 2 ตัว ทำงานแบบซื้อมาขายไป ขุนเพื่อจำหน่าย อาหารหลักคือ ฟางข้าวอัดแห้ง ให้ผสมผสานกับ หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1คุณวันชัย นำเดินชมไปพื้นที่เลี้ยงโคขุน หลังบ้าน แบบขังในโรงเรือนโล่งดูสะอาด มีรางน้ำ รางอาหาร เกลือแร่ห้อยไว้ให้วัวเลียเป็นอาหารเสริม วัวหนุ่มสาวที่กำลงซุกซน ยื่นหัวออกมาเพื่อรับอาหารที่เจ้าของนำมาให้ เป็นงานง่ายๆสร้างรายได้ที่งดงาม เพราะนาข้าวเพียง 6 ไร่ ไม่เพีย
อาหารสำหรับเลี้ยงสุกรแบบธรรมชาติ (หมูหลุม) จะเน้นการใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ในชุมชนและท้องถิ่นเป็นหลัก ได้แก่ ผลไม้ และพืชสีเขียวชนิดต่างๆ เช่น เศษผักต่างๆ หยวกกล้วย ผักบุ้ง เถามันเทศ เถาฟักทอง ผักตบชวา สาหร่าย มะละกอดิบ หน่อไม้ สับปะรด แตงโม ยอดมันสำปะหลัง ใบบอน ฯลฯ นำมาหมักเพื่อเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ในอาหาร ช่วยในการย่อยได้ของอาหาร แทนการนำมาต้มเหมือนสมัยก่อน ทำให้คุณค่าของอาหารจากธรรมชาติเหล่านั้นลดลง การนำเศษผัก 100 กิโลกรัม หมักกับน้ำตาลทรายแดงหรือกากน้ำตาล 4 กิโลกรัม และผสมเกลือ 1 กิโลกรัม หมักในถังทิ้งไว้ 7 วัน จะได้ผักหมักที่มีคุณภาพ โดยมีโปรตีน 17.87 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 1.78 เปอร์เซ็นต์ พลังงาน 3,500 กิโลแคลอรี ต่อกิโลกรัม หากนำไปตากแห้ง จะมีโปรตีน 24.87 เปอร์เซ็นต์ สามารถนำไปทดแทนอาหารสำเร็จรูปได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ หรืออาจนำไปผสมกับเปลือกหอยป่น รำละเอียด ข้าวโพดป่นให้สุกรกิน โดยไม่ต้องใช้อาหารสำเร็จรูปเลยก็ได้ (โชคชัย สารากิจ, 2548) วัสดุและอุปกรณ์ ประกอบด้วย ถังหรือถุงดำสำหรับใส่อาหารหมัก ผลไม้หรือพืชผักสีเขียวทุกชนิด น้ำตาลทรายแดง เกลือเม็ด พลาสติกหรือถุงอาหารสัตว์เก
แพะนมพันธุ์ซาแนน (SAANEN) เป็นสายพันธุ์ที่ให้น้ำนมในปริมาณมาก จนได้รับขนานนามว่า “ราชินีแห่งนม” มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ลักษณะประจำพันธุ์คือ มีสีขาว มองแล้วสะอาดตา บางตัวอาจเป็นสีครีม ใบหน้ามีลักษณะแบน ใบหูสั้น ตั้งตรงชี้ไปข้างหน้า เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ ตัวผู้จะมีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม ส่วนตัวเมียอยู่ที่ 50 กิโลกรัม และมีเต้านมใหญ่ หัวนมเรียวยาว สามารถให้น้ำนมเฉลี่ยวันละ 3 กิโลกรัม ตัวเมียเมื่อตั้งท้องสามารถมีลูกได้ 1-3 ตัว ต่อ 1 แม่ จากความน่ารัก ขี้เล่นของแพะนมสายพันธุ์นี้ จึงทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงเป็นอาชีพ เพื่อผลิตน้ำนมส่งจำหน่าย เหมือนเช่น คุณสุริพงษ์ ณะทิตศรี อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ที่ 1 ตำบลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวังลพบุรี จากบัณฑิตแม่โจ้ สู่อาชีพปศุสัตว์ คุณสุริพงษ์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ จึงได้มีแรงบันดาลใจที่สนใจอยากเลี้ยงแพะนม เกิดจากได้ไปเห็นการเลี้ยงแพะนมว่าไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และที่สำคัญเมื่อแพะเจริญเติบโตเต็มที่สามารถให้น้ำนมได้เป็นอย่างดี จึงมองว่าเป็นอาชีพที่น่าสนใจของเขาในขณะนั้น ซึ่งตั
วันที่ 16 มิถุนายน 2546 นับเป็นวันสำคัญของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านปางมะนาว ตำบลหินดาต อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร ด้วยเป็นวันจัดตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนบ้านปางมะนาว โดยมีสมาชิกเริ่มต้น 11 ราย และจากก้าวแรกของการเริ่มต้นจนมาถึงวันนี้ การดำเนินงานของกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนบ้านปางมะนาวได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีผลงานต่างๆ ออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด จนกลายเป็นกลุ่มเกษตรกรตัวอย่างของจังหวัดกำแพงเพชร กลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนบ้านปางมะนาวได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2555 ประเภทกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ กลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนบ้านปางมะนาว ตั้งอยู่เลขที่ 49 หมู่ 11 ตำบลหินดาต อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร โทร. 087 – 729 – 0765 ทุนดำเนินการ 606,800 บาท มีผลผลิตโคขุนออกสู่ตลาดทั้งคอกรวม และคอกแยกไม่น้อยกว่า 300 ตัวต่อรุ่น (4 เดือน) รวมกลุ่มแก้ปัญหา จากที่ต่างคนต่างทำ กลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนบ้านปางมะนาว เดิมเกษตรกรประกอบอาชีพปลูกมันสำปะหลังเพียงอย่างเดียว ต่อมาปี 2546 ได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่ม เพื่อหาเงินไปซื้อโคมาเลี้ยงเป็นอา
