ปศุสัตว์
โคนม เป็นอีกหนึ่งอาชีพทางด้านปศุสัตว์ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรหลายพื้นที่ เพราะในหลายจังหวัดที่มีการส่งเสริมจะมีการตั้งสหกรณ์หรือแหล่งรับซื้อที่เพียงพอต่อปริมาณการผลิตให้กับเกษตรกร จึงทำให้ในแต่ละวันนมโคที่เกษตรกรรีดในช่วงเช้าและเย็น สามารถส่งจำหน่ายได้ทันที ทำให้น้ำนมที่รีดไม่มีการตกค้างเป็นนมที่สดใหม่ในทุกๆ วัน เพียงแต่เกษตรกรต้องทำการเลี้ยงโคนมให้มีคุณภาพ เพื่อที่น้ำนมที่ได้จากการรีด เมื่อส่งจำหน่ายยังแหล่งรับซื้อแล้ว จะได้ราคาที่ดีไปพร้อมกับคุณภาพของน้ำนมด้วย คุณมานพ ปรางค์นอก อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 1 บ้านซับเศรษฐี ตำบลคลองม่วง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ยึดการเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพเสริม โดยหลังจากว่างทำไร่ทำสวนอื่น จะใช้เวลาว่างที่รอผลผลิตเจริญเติบโตมาเลี้ยงโคนม ทำให้มีรายได้หลากหลายช่องทาง เกิดเป็นรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี คุณมานพ เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักของครอบครัวคือการทำไร่ทำสวน เหตุที่ได้มาเลี้ยงโคนมเกิดจากการส่งเสริมให้มีการเลี้ยงโคนมในพื้นที่มากขึ้น จึงทำให้เขานำโคนมมาทดลองเลี้ยงประมาณ 6 ตัว ในช่วงปี 2556 เริ่มต้นใหม่ๆ ยังไม่มีความรู้มากนั
ทุกครั้งที่ นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพการเลี้ยงสัตว์ปีก เป็ด ไก่ จะมีผู้อ่านจำนวนไม่น้อย สอบถามเข้ามาค่อนข้างมาก ว่าจะหาซื้อ ลูกเป็ด ลูกไก่ จากที่ไหน วันนี้ ขอรวบรวม ลูกเป็ด ลูกไก่ ห่าน และนก รวมทั้งราคาจำหน่าย และสถานที่จำหน่าย จากกลุ่มวิจัยและพัฒนาสัตว์ปีก กรมปศุสัตว์ มาเป็นข้อมูลเพื่อประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ ดังนี้ ราคาจำหน่ายพันธุ์สัตว์ปีก 1. ไก่พื้นเมืองกรมปศุสัตว์ อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 15 บาท 2. ไก่ลูกผสมกรมปศุสัตว์ อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 12 บาท 3. ไก่พื้นเมือง อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 12 บาท 4. ไก่ลูกผสม อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 10 บาท 5. ไก่ไข่ เพศผู้ อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 2 บาท 6. ไก่ไข่ เพศเมีย อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 16 บาท 7. ไก่ไข่ คละเพศ อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 12 บาท 8. ไก่งวง อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 35 บาท 9. เป็ดเทศ อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 25 บาท 10. เป็ดเทศท่าพระ อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 20 บาท 11. เป็ดเนื้อ เพศผู้ อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 20 บาท 12. เป็ดเนื้อ เพศเมีย อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวละ 25 บาท 13. เป็ดไข่ เพศผู้ อ
“เรามองเห็นว่าการเลี้ยงไก่ชนสามารถประกอบอาชีพได้ เพราะเราเห็นไก่ชนในชุมชนของเรา ที่ชาวบ้านเขาเลี้ยงกันนั้น เขาไม่ได้ทำเป็นอาชีพอย่างจริงจัง เราจึงมาพัฒนาและทำตลาดเอง โดยเน้นทางออนไลน์” คุณพรมนัส จุมปา หรือ มด สาวน้อยวัย 24 ปี แห่งตำบลแม่อิง อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา ผู้หลงใหลในไก่ชน อดีตเธอเป็นสาวพีอาร์ประจำร้านฟิตเนสในจังหวัดพะเยา แต่ด้วยงานประจำไม่มีเวลาและรายได้คงตัว เธอจึงตัดสินใจหันหลังให้กับงานประชาสัมพันธ์ และผันตัวมาเลี้ยงไก่ชนจำหน่าย ซึ่งแต่ละเดือนสามารถรายได้ให้กับครอบครัวเดือนละ 20,000-100,000 บาท คุณมด เล่าให้ฟังว่า ในช่วงวัยเด็กวิถีชีวิตบริเวณรอบๆ หมู่บ้านจะมีการเลี้ยงไก่ชนกันทุกครัวเรือน ซึ่งครอบครัวของตนเองก็เลี้ยงด้วย (คุณพ่อ) ทุกๆ เช้าก่อนไปโรงเรียนคุณพ่อจะใช้เธอทำหน้าที่ให้ข้าวไก่ชนทุกวัน ทำให้มีความคุ้นเคย ซึ่งหลังจากที่สำเร็จการศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ตัวเธอยังไม่สนใจกับอาชีพการเพาะเลี้ยงไก่ชน เธอเลือกเส้นทางไปเป็นลูกจ้างรับค่าแรงวันละ 300 บาท อยู่ในตัวเมืองจังหวัดพะเยา “ก่อนหน้านี้เรียนเลขานุการอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคพะเยา เรียนจบมาก็ไปทำงา
ไก่สีหมอก เป็นไก่พันธุ์ผสมระหว่างไก่ดำที่มีลักษณะกระดูกดำและขนดำสนิท กับไก่ประดู่หางดำ(ที่มีคุณสมบัติเฉพาะ คือโตเร็ว และเนื้อมีรสชาติดี อันเป็นผลผลิตจากงานวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยหรือ สกว.) มาผสมกัน ส่วนผลที่ได้ของการผสมกับไก่ดำ ในระดับฟาร์มนำร่องพบว่าไก่สายพันธุ์ลูกผสมที่เกิด ขึ้นโตเร็ว เนื้อมีรสชาติดีใกล้เคียงกับไก่ประดู่หางดำ และกลิ่นคาวลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสายพันธุ์ลูกผสมจะคงความเป็นสีดำของขน และกระดูกไว้ แต่สิ่งที่พบคือ สีเนื้อที่ปรากฏไม่ดำสนิท และไม่สม่ำเสมอกันทุกตัว แต่ด้วยลักษณะเนื้อที่มีสีเทาถึงเทาเข้มเป็นส่วนใหญ่ ทำให้คณะผู้วิจัยได้แนวคิดในการผลักดันเป็นตัวสินค้าใหม่ภายใต้ชื่อพันธุ์ “ไก่สีหมอก” ไก่สีหมอก เป็นผลงานวิจัย ของ ศูนย์เครือข่ายวิจัยและพัฒนาด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ (ไก่พื้นเมือง) ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) รศ. ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายฯ เผยว่า เป้าหมายของการพัฒนาสายพันธุ์ในครั้งนี้นอกจากจะเป็นความท้าทายในเชิงวิชาการแล้วยังเป็นความท้าทายในการดึงคุณสมบัติเด่นของสายพันธุ์ไก่ประดู่หางดำมาใช้ประ
ในภาวะที่โรค “อหิวาต์” หมูระบาดในหลายพื้นที่ วันนี้มีโอกาสแอบย่อง หรือ “ส่อง” ฟาร์มคนเลี้ยงหมูที่ไม่ยอมย่อท้อ ขับรถจากตัวเมืองสกลนคร ไปตามถนนสายสกลนคร-อุดรธานี หรือที่มีชื่อว่า “ถนนนิตโย” ออกจากตัวเมืองผ่านหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มุ่งหน้าไปตามเส้นทางอุดรธานี มาได้ประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ถึงบริเวณบ้านพาน ตำบลขมิ้น อำเภอเมืองสกลนคร พบลำคลองที่ไหลมาจากเขื่อนชลประทานน้ำอูน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลำคลองที่เป็นลาดยางอย่างดี เป็นเส้นทางหลวงชนบท เลียบริมคลองได้ประมาณ 7-8 กิโลเมตร จึงเลี้ยวตรงป้ายที่บอกว่า เข้าวัดป่าลำห้วยนาคำ วิ่งมาตามถนนคอนกรีตประมาณ 3 กิโลเมตร ก็พบกับฟาร์มของ คุณพรสวรรค์ อ้วนอินทร์ วัย 49 ปี ที่นี่จะได้กลิ่นเหม็นโชยมาทางลมเป็นระยะ แม้จะมีป่าไม้ที่ขึ้นหนาและป้องกันกลิ่นได้ดี แต่ก็ยังลอยอบอวล มาให้คลื่นเหียนอาเจียนได้ เมื่อทักทายกับคุณพรสวรรค์ เจ้าของฟาร์มที่กำลังง่วนอยู่กับการดูแลลูกหมู ที่ถูกส่งมาเลี้ยง ด้วยการพ่นยาฆ่าเชื้อและทำตามวิธีการก่อนที่จะนำลูกหมูเข้าคอก และสอบถามถึงกลิ่นที่ลอยตามลมมาให้ชวนอ้วกเวียนหัว ก่อนที่จะเข้าพูดคุย ในการเลี้ยงหมู ได้รับคำ
การทำปศุสัตว์อย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ อาจมองว่าจะต้องทำเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีการจัดการที่เป็นระบบและมีระบบฟาร์มที่มีมาตรฐานนั้น ในยุคสมัยนี้อาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะการทำปศุสัตว์สามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับพื้นที่ของตนเองได้ และที่สำคัญมีการเลี้ยงแบบประณีตมากขึ้น ส่งผลให้สัตว์ที่ทำการเลี้ยงได้คุณภาพและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรรายนั้นเป็นอย่างดี เพราะทำด้วยใจรักและพัฒนาการเลี้ยงอยู่เสมอ คุณวิเชียร นุชสวาท เกษตรกรหญิงวัยเกษียณที่ชื่นชอบการเลี้ยงสุกร ได้ทำการพัฒนาการเลี้ยงสุกรให้มีทั้งขุนและเพาะพันธุ์ลูกสุกรจำหน่าย โดยใช้พื้นที่บริเวณบ้านของเธอเองให้เกิดประโยชน์ สร้างเป็นคอกสำหรับเลี้ยงแม่พันธุ์สุกร สามารถจำหน่ายเป็นอาชีพให้กับเธอมามากกว่า 10 ปี เกิดรายได้อยู่กับบ้านพร้อมความสุขของสาววัยเกษียณท่านนี้ คุณวิเชียร เล่าว่า อาชีพของครอบครัวทำการเกษตรอยู่แล้ว คือทำนา แต่ด้วยการทำนาในพื้นที่นี้ไม่สามารถทำได้ตลอดทั้งปี จึงได้มีโอกาสไปรับจ้างเลี้ยงสุกรในฟาร์มที่อยู่ในละแวกนั้น ต่อมาฟาร์มมีโครงการว่าจะเลิกกิจการ ด้วยความที่เธอได้คลุกคลีอยู่กับสุกรและมีความชอบ จึงได้มีความคิดที่อยากจะนำความรู้ที่ไ
ชาวบ้านจังหวัดเชียงรายนิยมเลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่ไข่ และไก่เนื้อ เป็นอาชีพ จากข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงรายระบุว่าในปี 2561 มีจำนวนไก่ทั้ง 3 ชนิด รวมประมาณ 3,243,952 ตัว มีปริมาณการผลิต 6,487,904 ตัน โดยแหล่งผลิตไก่สำคัญ ได้แก่ อำเภอพาน อำเภอแม่จัน อำเภอแม่สรวย และอำเภอเทิง คุณประยูร ณ สุนทร เจ้าของ “ประยูรฟาร์ม” ตั้งอยู่เลขที่ 304 หมู่ที่ 4 บ้านหนองผักจิก ตำบลทรายขาว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ (095) 696-1789, (096) 691-6222 เป็นฟาร์มเลี้ยงและชำแหละไก่ที่ได้มาตรฐานรับรองจากปศุสัตว์ ส่งขายตลาดในพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงตลาดเพื่อนบ้านต่างประเทศ ไก่ที่คุณประยูรเลี้ยง ได้แก่ ไก่ลูกผสมพื้นเมือง กับไก่ไข่ตัวผู้หรือไก่ชี เป็นพันธุ์ที่ชาวบ้านในพื้นที่นิยมนำไปปรุงอาหารบริโภคมานานเพราะเนื้อแน่น รสอร่อย สมัยก่อนคุณประยูรเพาะลูกไก่เอง แต่มองดูว่ายุ่งยากต้องใช้เวลาและแรงงาน จึงเปลี่ยนมาหาลูกไก่จากเครือข่ายจากศูนย์วิจัยพันธุ์สัตว์ที่พะเยาและเชียงใหม่ นำมาขุนเลี้ยงเอง ขณะเดียวกัน ยังสั่งเผื่อให้ผู้เลี้ยงเครือข่ายในกลุ่ม เพื่อเลี้ยงขุนแล้วรับซื้อคืนเพื่อจำหน่ายเป็นไก่เนื้อให้แก่ลูกค้าในพื้
ปัญหาสำคัญสำหรับชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลหรือในพื้นที่ทุรกันดารต้องการเลี้ยงไก่จำนวนไม่มากและเป็นไก่คุณภาพ คือการหาแหล่งเพาะพันธุ์ที่เชื่อถือได้ หรือหลายรายมักถูกปฏิเสธการส่งเพราะมีจำนวนน้อยเกินไป จึงทำให้พวกเขาขาดโอกาสเลี้ยงไก่คุณภาพเพื่ออาชีพและบริโภค ตอนนี้ปัญหาเหล่านั้นได้หมดลงแล้ว เพราะ “ไก่ไข่ สายด่วน By aod Thailand” ที่มี คุณกิติยะ สุเยาว์ หรือ คุณอ๊อด เจ้าของได้ผุดธุรกิจรับ-ส่งไก่จากฟาร์มคุณภาพที่ได้มาตรฐาน ไปส่งยังสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าเป้าหมายปลายทางนั้นจะเป็นชุมชน หมู่บ้านที่อยู่ห่างไกล หรือแม้แต่การคมนาคมไม่สะดวก ก่อนเดินเข้าสู่ธุรกิจนี้ คุณอ๊อดเคยคลุกคลีอยู่ในวงการสัตว์ปีกด้วยการยึดอาชีพเป็นพนักงานขายอาหาร และพันธุ์สัตว์ ขณะลงพื้นที่หลายแห่งพบว่าความจริงแล้วชาวบ้านต้องการเลี้ยงไก่ที่มีคุณภาพ แต่คงมีจำนวนไม่มากเพราะมีทุนทรัพย์น้อย แต่ไม่สามารถหาได้ตามที่ต้องการ ขณะเดียวกัน ฟาร์มไก่ที่มีคุณภาพมักไม่ส่งให้ถ้าสั่งจำนวนเพียงเล็กน้อย ดังนั้น คุณอ๊อดจึงมองเห็นช่องทางอาชีพ จากข้อจำกัดที่ผู้ขายไม่สะดวกที่จะส่งให้เพราะน้อยเกินไปไม่คุ้ม แล้วถ้าไม่มีใครส่งให้เกษตรกรหรือชาวบ้านเห
ในยุคนี้แพะเป็นอีกหนึ่งสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เพราะมีการเลี้ยงกันมากขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้เกษตรกรบางรายมีการปรับเปลี่ยนจากสมัยก่อนที่ทำเกษตรเชิงเดี่ยว มาปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรผสมผสานด้วยการเลี้ยงสัตว์เสริมเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งแพะเป็นหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่เกษตรกรต้องการนำมาเลี้ยงในพื้นที่ เพราะการเลี้ยงไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก และที่สำคัญผลิตลูกพันธุ์ให้ได้ไว จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมีแนวทางการเลี้ยงไปแตกต่างกันไป ตามความถนัดและการตลาดที่ต้องการจะส่งแพะเพื่อจำหน่าย คุณฮีม ไกรพันธุ์ อยู่บ้านเลขที่ 225/5 หมู่ที่ 6 ตำบลชายนา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ที่มีความสนใจในการเลี้ยงแพะ โดยครอบครัวมีความชำนาญในเรื่องของการทำปศุสัตว์อยู่แล้วคือ การเลี้ยงโค จากนั้นนำแพะเข้ามาเลี้ยง จึงทำให้เกิดรายได้หลากหลายช่องทาง ซึ่งการเลี้ยงแพะของเขาจะเน้นผลิตเป็นสายพันธุ์แท้ ส่งผลให้เวลาจำหน่ายสามารถได้ราคาที่สูงขึ้น คุณฮีม เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพหลักของครอบครัว ต่อมาลูกชายรู้สึกสนใจในเรื่องของการเลี้ยงแพะ จึงได้ซื้อเข้ามาเลี้ยงภายในฟาร์มประมาณ 3-4 ตัว
จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากจะมีในเรื่องของการทำไม้ผลที่มีคุณภาพแล้ว เกษตรกรในบางพื้นที่ได้มีการทำปศุสัตว์ที่สามารถสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง จึงทำให้มีการจัดการในระบบฟาร์มอย่างมีแบบแผน สามารถนำวัตถุดิบที่เหลือจากสวนหรือในท้องถิ่นมาเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนอีกหนึ่งช่องทาง ทำให้การทำปศุสัตว์แม้จะทำเป็นอาชีพเสริมรายได้ แต่ก็สามารถมีเงินเป็นรายรับเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน คุณปิ่นณรงค์ สมัยสง อยู่บ้านเลขที่ 142/2 หมู่ที่ 7 ตำบลควงพัง อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แบ่งพื้นที่มาทำปศุสัตว์ ด้วยการเลี้ยงโคเนื้อแบบต้นทุนต่ำ พร้อมทั้งมีการผลิตอาหารไว้ให้โคกินเองภายในฟาร์ม จึงยิ่งช่วยให้มีระบบการจัดการที่ดี ไม่ต้องออกไปตัดหญ้าให้เกิดความยากลำบากเหมือนเช่นสมัยก่อน จึงมีเวลามากขึ้นสามารถไปทำงานด้านอื่นๆ สร้างรายได้หลากหลายช่องทาง คุณปิ่นณรงค์ เล่าว่า สมัยก่อนทำงานเป็นพนักงานเอกชนอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ต่อมาเจอพิษเศรษฐกิจในปี 2540 จึงทำให้ได้ต้องกลับมาอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงนั้นเกิดความคิดที่อยากจะทำอาชีพทางการเกษตรโดยทำแบบผสมผสานมีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ไปพร้อมๆ กัน “ช่วง
