ปศุสัตว์
การทำปศุสัตว์อย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ อาจมองว่าจะต้องทำเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีการจัดการที่เป็นระบบและมีระบบฟาร์มที่มีมาตรฐานนั้น ในยุคสมัยนี้อาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะการทำปศุสัตว์สามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับพื้นที่ของตนเองได้ และที่สำคัญมีการเลี้ยงแบบประณีตมากขึ้น ส่งผลให้สัตว์ที่ทำการเลี้ยงได้คุณภาพและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรรายนั้นเป็นอย่างดี เพราะทำด้วยใจรักและพัฒนาการเลี้ยงอยู่เสมอ คุณวิเชียร นุชสวาท เกษตรกรหญิงวัยเกษียณที่ชื่นชอบการเลี้ยงสุกร ได้ทำการพัฒนาการเลี้ยงสุกรให้มีทั้งขุนและเพาะพันธุ์ลูกสุกรจำหน่าย โดยใช้พื้นที่บริเวณบ้านของเธอเองให้เกิดประโยชน์ สร้างเป็นคอกสำหรับเลี้ยงแม่พันธุ์สุกร สามารถจำหน่ายเป็นอาชีพให้กับเธอมามากกว่า 10 ปี เกิดรายได้อยู่กับบ้านพร้อมความสุขของสาววัยเกษียณท่านนี้ คุณวิเชียร เล่าว่า อาชีพของครอบครัวทำการเกษตรอยู่แล้ว คือทำนา แต่ด้วยการทำนาในพื้นที่นี้ไม่สามารถทำได้ตลอดทั้งปี จึงได้มีโอกาสไปรับจ้างเลี้ยงสุกรในฟาร์มที่อยู่ในละแวกนั้น ต่อมาฟาร์มมีโครงการว่าจะเลิกกิจการ ด้วยความที่เธอได้คลุกคลีอยู่กับสุกรและมีความชอบ จึงได้มีความคิดที่อยากจะนำความรู้ที่ไ
ชาวบ้านจังหวัดเชียงรายนิยมเลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่ไข่ และไก่เนื้อ เป็นอาชีพ จากข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงรายระบุว่าในปี 2561 มีจำนวนไก่ทั้ง 3 ชนิด รวมประมาณ 3,243,952 ตัว มีปริมาณการผลิต 6,487,904 ตัน โดยแหล่งผลิตไก่สำคัญ ได้แก่ อำเภอพาน อำเภอแม่จัน อำเภอแม่สรวย และอำเภอเทิง คุณประยูร ณ สุนทร เจ้าของ “ประยูรฟาร์ม” ตั้งอยู่เลขที่ 304 หมู่ที่ 4 บ้านหนองผักจิก ตำบลทรายขาว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ (095) 696-1789, (096) 691-6222 เป็นฟาร์มเลี้ยงและชำแหละไก่ที่ได้มาตรฐานรับรองจากปศุสัตว์ ส่งขายตลาดในพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงตลาดเพื่อนบ้านต่างประเทศ ไก่ที่คุณประยูรเลี้ยง ได้แก่ ไก่ลูกผสมพื้นเมือง กับไก่ไข่ตัวผู้หรือไก่ชี เป็นพันธุ์ที่ชาวบ้านในพื้นที่นิยมนำไปปรุงอาหารบริโภคมานานเพราะเนื้อแน่น รสอร่อย สมัยก่อนคุณประยูรเพาะลูกไก่เอง แต่มองดูว่ายุ่งยากต้องใช้เวลาและแรงงาน จึงเปลี่ยนมาหาลูกไก่จากเครือข่ายจากศูนย์วิจัยพันธุ์สัตว์ที่พะเยาและเชียงใหม่ นำมาขุนเลี้ยงเอง ขณะเดียวกัน ยังสั่งเผื่อให้ผู้เลี้ยงเครือข่ายในกลุ่ม เพื่อเลี้ยงขุนแล้วรับซื้อคืนเพื่อจำหน่ายเป็นไก่เนื้อให้แก่ลูกค้าในพื้
ปัญหาสำคัญสำหรับชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลหรือในพื้นที่ทุรกันดารต้องการเลี้ยงไก่จำนวนไม่มากและเป็นไก่คุณภาพ คือการหาแหล่งเพาะพันธุ์ที่เชื่อถือได้ หรือหลายรายมักถูกปฏิเสธการส่งเพราะมีจำนวนน้อยเกินไป จึงทำให้พวกเขาขาดโอกาสเลี้ยงไก่คุณภาพเพื่ออาชีพและบริโภค ตอนนี้ปัญหาเหล่านั้นได้หมดลงแล้ว เพราะ “ไก่ไข่ สายด่วน By aod Thailand” ที่มี คุณกิติยะ สุเยาว์ หรือ คุณอ๊อด เจ้าของได้ผุดธุรกิจรับ-ส่งไก่จากฟาร์มคุณภาพที่ได้มาตรฐาน ไปส่งยังสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าเป้าหมายปลายทางนั้นจะเป็นชุมชน หมู่บ้านที่อยู่ห่างไกล หรือแม้แต่การคมนาคมไม่สะดวก ก่อนเดินเข้าสู่ธุรกิจนี้ คุณอ๊อดเคยคลุกคลีอยู่ในวงการสัตว์ปีกด้วยการยึดอาชีพเป็นพนักงานขายอาหาร และพันธุ์สัตว์ ขณะลงพื้นที่หลายแห่งพบว่าความจริงแล้วชาวบ้านต้องการเลี้ยงไก่ที่มีคุณภาพ แต่คงมีจำนวนไม่มากเพราะมีทุนทรัพย์น้อย แต่ไม่สามารถหาได้ตามที่ต้องการ ขณะเดียวกัน ฟาร์มไก่ที่มีคุณภาพมักไม่ส่งให้ถ้าสั่งจำนวนเพียงเล็กน้อย ดังนั้น คุณอ๊อดจึงมองเห็นช่องทางอาชีพ จากข้อจำกัดที่ผู้ขายไม่สะดวกที่จะส่งให้เพราะน้อยเกินไปไม่คุ้ม แล้วถ้าไม่มีใครส่งให้เกษตรกรหรือชาวบ้านเห
ในยุคนี้แพะเป็นอีกหนึ่งสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เพราะมีการเลี้ยงกันมากขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้เกษตรกรบางรายมีการปรับเปลี่ยนจากสมัยก่อนที่ทำเกษตรเชิงเดี่ยว มาปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรผสมผสานด้วยการเลี้ยงสัตว์เสริมเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งแพะเป็นหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่เกษตรกรต้องการนำมาเลี้ยงในพื้นที่ เพราะการเลี้ยงไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก และที่สำคัญผลิตลูกพันธุ์ให้ได้ไว จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมีแนวทางการเลี้ยงไปแตกต่างกันไป ตามความถนัดและการตลาดที่ต้องการจะส่งแพะเพื่อจำหน่าย คุณฮีม ไกรพันธุ์ อยู่บ้านเลขที่ 225/5 หมู่ที่ 6 ตำบลชายนา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ที่มีความสนใจในการเลี้ยงแพะ โดยครอบครัวมีความชำนาญในเรื่องของการทำปศุสัตว์อยู่แล้วคือ การเลี้ยงโค จากนั้นนำแพะเข้ามาเลี้ยง จึงทำให้เกิดรายได้หลากหลายช่องทาง ซึ่งการเลี้ยงแพะของเขาจะเน้นผลิตเป็นสายพันธุ์แท้ ส่งผลให้เวลาจำหน่ายสามารถได้ราคาที่สูงขึ้น คุณฮีม เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพหลักของครอบครัว ต่อมาลูกชายรู้สึกสนใจในเรื่องของการเลี้ยงแพะ จึงได้ซื้อเข้ามาเลี้ยงภายในฟาร์มประมาณ 3-4 ตัว
จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากจะมีในเรื่องของการทำไม้ผลที่มีคุณภาพแล้ว เกษตรกรในบางพื้นที่ได้มีการทำปศุสัตว์ที่สามารถสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง จึงทำให้มีการจัดการในระบบฟาร์มอย่างมีแบบแผน สามารถนำวัตถุดิบที่เหลือจากสวนหรือในท้องถิ่นมาเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนอีกหนึ่งช่องทาง ทำให้การทำปศุสัตว์แม้จะทำเป็นอาชีพเสริมรายได้ แต่ก็สามารถมีเงินเป็นรายรับเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน คุณปิ่นณรงค์ สมัยสง อยู่บ้านเลขที่ 142/2 หมู่ที่ 7 ตำบลควงพัง อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แบ่งพื้นที่มาทำปศุสัตว์ ด้วยการเลี้ยงโคเนื้อแบบต้นทุนต่ำ พร้อมทั้งมีการผลิตอาหารไว้ให้โคกินเองภายในฟาร์ม จึงยิ่งช่วยให้มีระบบการจัดการที่ดี ไม่ต้องออกไปตัดหญ้าให้เกิดความยากลำบากเหมือนเช่นสมัยก่อน จึงมีเวลามากขึ้นสามารถไปทำงานด้านอื่นๆ สร้างรายได้หลากหลายช่องทาง คุณปิ่นณรงค์ เล่าว่า สมัยก่อนทำงานเป็นพนักงานเอกชนอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ต่อมาเจอพิษเศรษฐกิจในปี 2540 จึงทำให้ได้ต้องกลับมาอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงนั้นเกิดความคิดที่อยากจะทำอาชีพทางการเกษตรโดยทำแบบผสมผสานมีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ไปพร้อมๆ กัน “ช่วง
คุณลัดดาวัลย์ อึงสวัสดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 186/1 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงเป็ดไข่จนประสบผลสำเร็จ โดยเธอได้เน้นสร้างมูลค่าของไข่ด้วยการนำมาแปรรูปทำเป็นไข่เค็มดินสอพอง ทำให้ไข่เป็ดสามารถทำตลาดได้หลากหลายช่องทาง และที่สำคัญมีบริการส่งให้ทางไปรษณีย์ ส่งตรงถึงบ้านกันเลยทีเดียว คุณลัดดาวัลย์ อึงสวัสดิ์ และสามี เป็ดไข่ที่เลือกเลี้ยงนั้น คุณลัดดาวัลย์ บอกว่า เลือกเป็ดไข่สายพันธุ์ปากน้ำ เพราะเป็ดมีลักษณะขนออกสีดำ ส่วนหัวเขียวสวย มีความเงา จึงทำให้เธอรู้สึกชอบและหลงใหลจึงได้เลือกเลี้ยงเป็ดสายพันธุ์นี้ทั้งหมดประมาณ 3,000 กว่าตัวในเวลานี้ เมื่อตกลงปลงใจที่จะเลี้ยงเป็ดไข่อย่างจริงจัง จึงได้เตรียมพื้นที่บางส่วนที่มีอยู่เดิมมาปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการเลี้ยงเป็ด คือปรับให้เป็นพื้นที่ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยแบ่งภายในโรงเรือนให้มีคอกกั้นเป็น 3 เล้า เพื่อเลี้ยงเป็ดให้มีขนาดรุ่นที่แตกต่างกันไป ประมาณ 3 รุ่นอายุ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไข่ขาดช่วง เพราะถ้าเป็ดไข่เป็นรุ่นเดียวกันมากเกินไป เวลาที่ไม่ออกไข่เหมือนกันทั้งหมด ก็จะทำให้เจอปัญหาไข่ไม่พอขายได้ จ
วันนี้เป็นอีกวันที่ได้พบปะพูดคุยกับคนมีอาชีพอิสระ คุณขจรศักดิ์ เบ็ญชัย อาชีพทนายความและเป็นอดีต ส.อบจ.สกลนคร เขตอำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร เจ้าตัวบอกว่า แม้จะมีอาชีพทนายความ และชอบทางการเมือง แต่สิ่งที่ไม่เคยทิ้งไปคือการทำนา ทำเกษตร เลี้ยงสัตว์ ที่พ่อแม่ และบรรพบุรุษ ยึดทำเป็นอาชีพหลัก และก็ได้ซึมซับเอาไว้ในตนเองตลอดเวลา เมื่อมีจังหวะและโอกาส ก็จะออกไปที่ทุ่งนา ป่าไม้ที่ซื้อหามาด้วยแรงกายของตนเองส่วนหนึ่ง คุณขจรศักดิ์ ได้ทดลองปลูกพืชหลากหลายชนิดในที่ดิน เช่น มะนาว มะละกอ มะม่วง ตลอดจนทุเรียน จำนวนมากว่า 100 ต้น ปรากฏว่าทุเรียนรอดมาเพียงต้นเดียว จึงซื้อวัว เป็ด ไก่ มาเลี้ยง เป็นเกษตรผสมผสาน แต่ก็มักเดินทางไปศึกษาหาความรู้จากเกษตรกรรายอื่นๆ เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการลงทุนทำเกษตร โดยครั้งนี้คุณขจรศักดิ์ ได้ชวนไปศึกษาเกษตรแปลงใหญ่ด้านโคเนื้อ ที่บ้านตาดโตน ตำบลหนองสนม อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ใช้พาหนะเป็นรถปิกอัพ (กระบะ) มุ่งหน้าจากจังหวัดสกลนคร ตามถนนสายสกลนคร-อุดรธานี ผ่านหมู่บ้านดงมะไฟ ที่เป็นหมู่บ้านปั้นเตา ราว 40 กิโลเมตร ผ่านตัวอำเภอพรรณานิคม และวิ่งมาอีก 15 กิโลเมตร เข้าอำเภอพังโ
นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เผยว่า ใบหม่อนนอกจากจะเป็นอาหารใช้เลี้ยงหนอนไหม แปรรูปทำเป็นชาเพื่อสุขภาพแล้ว วันนี้ใบหม่อนมีแนวโน้มสามารถใช้เป็นอาหารเลี้ยงสุกรได้ โดยกรมหม่อนไหม และกรมปศุสัตว์ได้ร่วมกันศึกษาวิจัย เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้เกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง เป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม “ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ มีการนำหญ้าเนเปียร์ผสมกับอาหารข้น แต่การปลูกหญ้าเนเปียร์ ต้องใช้น้ำมาก ซึ่งช่วงหน้าแล้ง 2-3 ปี บ้านเราเจอวิกฤตแล้งขาดแคลนน้ำมาตลอด การทดลองเอาใบหม่อนที่ปลูก มาทดลองใช้เป็นอาหารเลี้ยงหมูจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ จะเป็นอีกช่องทางที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อน และลดต้นทุนอาหารสัตว์ในช่วงฤดูแล้ง” ด้าน นายวัชรพงษ์ แก้วหอม ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สระบุรี เผยถึงวิธีทดสอบ ใช้วิธีแบ่งสุกรขุน 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ สุกรคอกที่ 1 ให้อาหารข้นล้วน สุกรคอกที่ 2 ใช้อาหารข้นผสมกับหญ้าเนเปียร์ และสุกรคอกที่ 3 เลี้ยงด้วยอาหารข้น ผสมใบหม่อนสับละเอียด 10 เปอร์เซ็นต์ ทำการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึง
ถนนสายพิษณุโลก-สุโขทัย มีระยะทางราว 60 กิโลเมตร ไปจากพิษณุโลก ก่อนถึงตัวเมืองสุโขทัย คือพื้นที่ของอำเภอกงไกรลาศ อำเภอนี้มีชื่อเสียงทางด้านปลาร้า นาข้าว กล้วยทอดกรอบ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านไปทำสารคดีมาแล้ว ครอบครัว “สังข์จันทร์” อยู่บ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 14 ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เดิมทีทำนาอย่างเดียว กระทั่งลูกชายไปเรียนเกษตร ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย และไปจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กิจกรรมทางการเกษตรจึงหลากหลายมากขึ้น ลูกชายของครอบครัวคือ คุณสุธน สังข์จันทร์ หลังเรียนจบคุณสุธนไปทำงานกับบริษัทเอกชนที่ในเมือง เขาไปพบไก่ดำอินโดนีเซีย มีความสวยงามมาก ตามประสาคนที่เรียนจบมาทางด้านการเกษตร เขาอยากเลี้ยง แต่มีจำนวนน้อย อีกทั้งสนนราคาค่อนข้างแพง เมื่อเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง เขาจึงสั่งซื้อพันธุ์ไก่ดำอินโดนีเซียมาเลี้ยงที่บ้าน เป็นที่น่ายินดีว่า คุณพ่อคุณแม่ของคุณสุธนให้การสนับสนุน ตั้งแต่ช่วยทำคอก โดยไปตัดไม้ไผ่ริมนามาช่วยปลูกสร้าง เมื่อคุณสุธนติดงาน ก็เป็นธุระเรื่องการให้อาหาร การฟักไข่ ยามให้วัคซีนก็ลงแรงกันทั้งบ้าน ใช้เวลาไม่นานนัก งานเลี้ยงไก่ดำอินโดนีเซียและ
ไก่ดำ จัดเป็นอาหารบำรุงสุขภาพ เหมาะสำหรับผู้ป่วย คนชรา คนท้องและหลังคลอด หรือผู้ที่ต้องการบำรุงสุขภาพ เชื่อกันว่าไก่ดำ ถ้าบริโภคสม่ำเสมอจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย ทำให้สมองแจ่มใส กระชุ่มกระชวย เสริมสร้างสมรรถภาพการทำงานของร่างกาย จากความเชื่อนี้จึงทำให้ไก่ดำเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ทั้งการบริโภคโดยตรงหรือการทำเป็นซุปไก่สกัดที่มีจำหน่ายโดยทั่วไป ด้วยความนิยมในการบริโภคทำให้ไก่ดำมีราคาที่สูงกว่าไก่พื้นเมืองหรือไก่เนื้อทั่วไป ไก่ดำ มีลักษณะต่างจากไก่บ้านธรรมดาคือ มีเนื้อดำ กระดูกดำ อวัยวะภายในสีดำ ลักษณะดังกล่าวเกิดจากสารที่เรียกว่า “ไมอานิน” เป็นสารสีดำที่มีประโยชน์ เนื้อไก่ดำมีโปรตีนสำคัญที่ร่างกายต้องการ คือแอนโดร และอมิโนแอซิค อีกทั้งเนื้อไก่มีปริมาณไขมัน หรือคลอเลสเตอรอลต่ำ จึงให้คุณค่าทางอาหารให้ร่างกายโดยสมบูรณ์ ไก่ดำลูกผสม ที่ลพบุรี คุณบุญยืน ผ่องจะบก (ก๊อบ) อาศัยอยู่ที่ 263/1 หมู่ 1 ตำบลหัวหวาย อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงไก่ดำ และเป็นเกษตรกรที่สามารถผสมพันธุ์ไก่ดำขึ้นเองได้ โดยให้ชื่อไก่ดำสายพันธุ์นี้ว่า “ไก่ดำหัวหวาย” คุณบุญยืน เรี
