ปศุสัตว์
จังหวัดลพบุรี เป็นจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก ภูมิประเทศของจังหวัดลพบุรี แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ที่ราบลุ่ม และพื้นที่ราบสลับเนินเขาและภูเขา มีแม่น้ำสำคัญไหลผ่านคือ แม่น้ำป่าสัก ซึ่งมีการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพื่อกักเก็บน้ำ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับชาวจังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งยังมีแม่น้ำลพบุรีผ่านทางฝั่งตะวันตกของจังหวัด รวมทั้งมีระบบคลองชลประทานที่เป็นประโยชน์ในทางเกษตรกรรม สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปเป็นแบบร้อนชื้น อยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และยังได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่นและพายุไต้ฝุ่นอีกด้วย ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดลพบุรี ประกอบอาชีพด้านการเกษตร ทั้งปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ การผลิตปศุสัตว์ที่สำคัญของจังหวัดลพบุรี ได้แก่ ไก่เนื้อ สุกร โคนม โคเนื้อ ทั้ง 4 ชนิด สัตว์สามารถสร้างรายได้ให้กับจังหวัดลพบุรีไม่น้อยกว่า 19,917 ล้านบาท ต่อปี นอกจากนี้ ยังมีสัตว์อีก 1 ชนิด ที่มีความน่าสนใจในการเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม และอาจสามารถพัฒนาเป็นอาชีพหลักได้คือ การเลี้ยงแพะ ซึ่งการเล
“ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ สายพันธุ์ไข่ดก” หนึ่งในงานวิจัยที่ถือเป็นนวัตกรรมสำหรับการพัฒนาปรับปรุงสัตว์พันธุ์ดีของกรมปศุสัตว์ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน “9 ทศวรรษ บำรุงพันธุ์สัตว์ก้าวไกล ครั้งที่ 3” เปิดบ้านงานวิจัย นวัตกรรม และสัตว์พันธุ์ดีกรมปศุสัตว์ สู่การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนเมื่อปี 2559 ณ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่ ตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ “ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ สายพันธุ์ไข่ดก” เป็นผลงานการต่อยอดการวิจัยที่เกิดขึ้นของกรมปศุสัตว์และสำนักงานพัฒนาการเกษตรวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ 1 ที่รู้จักกันดีว่าเป็นไก่พื้นเมืองที่มีลักษณะที่ตรงกับความต้องการของตลาด ทั้งในด้านเนื้อและลักษณะภายนอก จนเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นอย่างมาก ปัจจุบันนอกจากเป็นสายพันธุ์ไก่ที่นิยมเลี้ยงของเกษตรกรในประเทศแล้ว ยังแพร่กระจายไปในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งในรูปของลูกพันธุ์และไก่ชำแหละ เช่น พม่า เขมร ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากในด้านการให้ผลผลิตเรื่องของไข่ จึงเป็นที่มาของการร่วมมือระหว่
ได้รับโอกาสดีได้ไปเยี่ยมชมและพูดคุยกับเจ้าของโรงเชือดวัวที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากลคือ บริษัท อิบรอฮีม แอนด์ บีฟ จำกัด จึงนำความรู้และประสบการณ์ดีๆ มาแบ่งปันค่ะ ตามไปดูว่ามาตรฐานสากลของโรงเชือดที่ว่านี้เป็นอย่างไร เริ่มจากธุรกิจเขียงเนื้อวันนี้ได้รับรองมาตรฐานระดับสากล คุณไพฑูรย์ ฮึกหาญ เจ้าของบริษัท อิบรอฮีม แอนด์ บีฟ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 28/1 หมู่ที่ 11 ตำบลหนองกบ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เริ่มเล่าให้ฟังว่า “เมื่อเรียนจบในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาเกษตรกรรม จากวิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีจังหวัดราชบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2523 จึงเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ จนผมได้ไปเปิดเขียงจำหน่ายเนื้อวัวที่ตลาดศิริชัย บางบอน 1 เขตบางบอน แต่ในตลาดมีคู่แข่งเยอะ ผมจึงสร้างจุดเด่นโดยเอาชิ้นส่วนวัวมาเป็นชิ้นใหญ่ๆ เลย อย่างขา ซีกลำตัววัว เอามาแขวนโชว์ที่เขียง มีลูกค้าขาประจำอย่างมากมาย ต้องมีเนื้อโคไปวางจำหน่ายถึงวันละ 3 ตัน” จุดเปลี่ยนอีกครั้งในธุรกิจเนื้อวัวของคุณไพฑูรย์คือ “ในสมัยรัฐบาลหนึ่งภาครัฐส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจเนื้อวัวทำให้เป็นธุรกิจถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากล ผมจึงรับเ
กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ แพะ แกะ โคกเจริญ อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี เกิดจากการรวมตัวของผู้เลี้ยงแพะ แกะ ในพื้นที่ ปัจจุบัน มีสมาชิก 38 ราย มีพ่อพันธุ์ 31 ตัว แม่พันธุ์ 1,331 ตัว แยกเป็นแพะขุน 211 ตัว ที่เหลือจะเป็นแกะ และแพะเล็ก 420 ตัว รวมแพะทั้งกลุ่มทั้งสิ้น 1,995 ตัว โดยการเลี้ยงแพะของกลุ่ม สามารถแบ่งประเภทการเลี้ยงได้ 2 ประเภท คือ 1. เลี้ยงเพื่อขุน และ 2. เลี้ยงเพื่อเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ คุณศักดา พานสายตา ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ แพะ แกะ โคกเจริญ กล่าวว่า หลังจากเกิดวิกฤตภัยแล้งในพื้นที่ ส่งผลให้สมาชิกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยก่อนหน้านี้ เกษตรกรในอำเภอโคกเจริญส่วนใหญ่ทำอาชีพหลัก คือการปลูกพืชไร่ อาทิ ข้าวโพด และมันสำปะหลัง แต่ด้วยวิกฤตภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตพืชไร่ไม่ดี จึงหันมาเลี้ยงแพะเป็นรายได้เสริม “นอกจากแพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายแล้ว สภาพพื้นที่ของอำเภอโคกเจริญยังมีความเหมาะสม เพราะมีสภาพที่แห้งแล้ง ซึ่งแพะชอบและสามารถเจริญเติบโตได้ดี” “ก่อนหน้านี้มีเกษตรกรในพื้นที่เพียง 2 ราย เท่านั้น ที่เลี้ยงแพะอยู่แล้ว เมื่อเกิดวิกฤตภัยแล้งจึงได้เชิญชวนเพื่อนบ้านให้เลี้ยงแพะดู เนื
สวัสดีครับ ผมระหกระเหเร่ร่อนสัญจรไปพบพี่น้องเกษตรกรมาทั่วประเทศ และอีกหลายประเทศก็เคยไป ผมพบว่าผืนแผ่นดินสำหรับทำการเกษตรมันลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่มีที่ดินทำกินจำกัดเหลือเกิน ยิ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนายิ่งไปใหญ่ ปัญหาการถือครองที่ดินของเกษตรกรยิ่งรุนแรง เกษตรกรมีที่ดินน้อยลง เรื่องเหล่านี้เป็นปัญหามาตลอด ไม่ว่าสมัยไหนรัฐบาลใดก็ไม่สามารถแก้ไขให้เกษตรกรตาดำๆ พ้นบ่วงกรรมนี้ไปได้ ในมุมมองของผม พี่น้องเกษตรกรรายย่อยควรตื่นตัวมองหาช่องทางทำกินให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ที่ดินน้อยก็ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะกับการใช้พื้นที่น้อย ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ที่สามารถขายได้เร็ว ผลผลิตสูง ราคาดี มีตลาดรองรับ ในด้านปศุสัตว์ผมเคยนำเสนอแพะและแกะให้เป็นสัตว์ที่เกษตรกรรายย่อยน่าจับตาและควรพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความเหมาะสมในหลายๆ ด้าน มาฉบับนี้ผมนำเรื่องแกะเนื้อมารายงานอีกครั้งเพื่อเสนอเป็นทางเลือกให้พี่น้องเกษตรกรคนจำนวนมากแต่เสียงแผ่วเบา ให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นครับ เลิกปลูกอ้อย หันมาเลี้ยงแพะ พาท่านมาพบกับ คุณฐษณพร ทิพย์รักษ์ ที่ ตำบลศรีมงคล อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี คุณฐษณพร เริ่มเล่าใ
สวัสดีครับ ฉบับนี้ขอพาท่านไปพบกับคนที่ประสบความสำเร็จกับธุรกิจ มีครอบครัวที่อบอุ่น ธุรกิจที่มั่นคงแต่ก็ยังนำพาชีวิตให้ก้าวหน้าต่อไปในทางสายอื่นๆ โดยยึดเอาแนวทางคำสอนของพ่อ พระราชดำรัสที่นำมาซึ่งชีวิตที่พอเพียง โดยไม่ต้องรอให้ธุรกิจไปไม่รอดแล้วจึงหันมาทำเกษตรตามแนวคำสอนของพ่อ แต่ขอลงมือทำจริง ไม่มัวนั่งฝอยแต่ทฤษฎีเพื่อพิสูจน์ว่านี่คือคนจริง ของจริง จะเป็นอย่างไร น่าสนใจขนาดไหน ตามไปชมกันเลยครับ ที่ดินแดนยุทธหัตถี “ดอนดีฟาร์ม” พาท่านมาพบกับ คุณสง่า มีปลอด และ คุณฉันทนา หอมจันทร์ ที่บ้านเลขที่ 89/1 หมู่ที่ 4 ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี “ผมกับแฟนทำธุรกิจเสื้อผ้าอยู่ที่กรุงเทพฯ มานานจนถือว่าประสบความสำเร็จ เป็นที่รู้จักในแวดวงเสื้อผ้าขายส่ง แต่เมื่อ 4 ปีที่แล้วเรามานั่งคิดดูธุรกิจของเราประสบความสำเร็จก็จริงแต่เราก็ยังไม่ได้เดินตามฝัน ยังไม่ได้ทำในสิ่งที่เรารักจริงๆ นั่นคือการเลี้ยงสัตว์ ทำสวน ผมก็ไปศึกษาแนวคิด พระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง ก็เกิดแรงจูงใจอยากจะลงมือทำเกษตร พอดีในช่วงนั้นเราได้ไปเที่ยวรีสอร์ตที่อำเภอสวนผึ้ง ราชบุรี ก็รู้สึก
คุณจำนงค์ จังอินทร์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ ให้ข้อมูลว่า จังหวัดศรีสะเกษมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคมากกว่า 45,000 ราย มีจำนวนโคทั้งสิ้น ประมาณ 190,000 ตัว จึงถือเป็นแหล่งที่เลี้ยงโคมากเป็น อันดับ 2 ของประเทศ โดยส่วนใหญ่จะเลี้ยงแบบผลิตลูกที่ปล่อยตามหัวไร่ปลายนา และอีกบางส่วนเลี้ยงแบบยืนโรงหาอาหารให้กินตลอดจนเสริมด้วยอาหารข้น เพื่อสร้างเป็นโคขุนส่งขายเนื้อ “โคที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นลูกผสมชาร์โรเล่ส์กับบราห์มัน โดยปรับให้มีเลือดของชาร์โรเล่ส์สูงกว่าเป็นโครงสร้างของโคขุนที่ให้เนื้อมาก หรือเกษตรกรบางรายก็ชอบที่จะให้มีสายเลือดของบราห์มันมากกว่า ซึ่งแล้วแต่ว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ด้านใด ซึ่งโดยทั่วไปเกษตรกรที่เน้นเลี้ยงขุนส่งขายเนื้อก็จะให้มีสายเลือดของชาร์โรเล่ส์มากกว่า แต่ต้องไม่เกิน 75 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 25 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นบราห์มันหรือพื้นเมืองก็ได้ จึงนับว่าเป็นโอกาสทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อได้เป็นอย่างดี” คุณจำนงค์ กล่าว คุณทองเตียง บริบาล อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ที่ 5 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคอ
“ผมนั้นเคยติดคุกอยู่ที่บางขวาง 13 ปี ข้อหาปล้นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ช่วงที่อยู่ในเรือนจำได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตร โดยเฉพาะการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเป็นความตั้งใจว่า หากได้พ้นโทษออกมาจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง” นายสุพันธ์ ศรีภักดี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โทร. (087) 240-6827 บอกกล่าวถึงอดีตก่อนก้าวมาเป็นเกษตรกรในระดับ Smart Farmer ด้านปศุสัตว์ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเบญจลักษ์ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ จากที่ต้องถูกจองจำอยู่เป็นเวลา 13 ปี เมื่อพ้นโทษออกมาในปี 2535 จึงเป็นปีแห่งเริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยการเข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างเพื่อการผลิตตามโครงการของกรมส่งเสริมการเกษตร ภายใต้การสนับสนุนของอำเภองานเกษตรอำเภอเบญจลักษ์ และเริ่มต้นทำฟาร์มภายใต้ชื่อ “ศรีภักดีฟาร์ม” บนพื้นที่ 24 ไร่ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2535 ด้วยความมุมานะพยายามในการประกอบอาชีพจึงทำให้ก้าวสู่ฟาร์มชั้นแนวหน้า มีกิจกรรมประกอบด้วย การเลี้ยงหมู 1,822 ตัว แยกเป็น แม่พันธุ์ 210 ตัว พ่อพ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกษตรกรในยุคนี้มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ เป็นเสมือนกำลังสำคัญที่ช่วยให้การทำเกษตรทุกแขนงของประเทศสามารถดำรงอยู่ และเป็นอาชีพที่ยั่งยืนสืบทอดต่อไป ส่งผลให้คนรุ่นใหม่เมื่อจบการศึกษาแล้วได้กลับสู่ภูมิลำเนา ทำอาชีพทางการเกษตรโดยนำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา ต่อยอดและสร้างการตลาดแบบสมัยใหม่มากขึ้น ทำให้สินค้าหรือผลผลิตทางการเกษตรเป็นที่รู้จักของลูกค้าเป็นวงกว้าง การเลี้ยงไก่ชนหรือไก่พื้นเมืองเป็นอีกหนึ่งสัตว์ปีกที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยก็ยังได้รับความนิยมอยู่เสมอ ส่งผ่านรุ่นต่อรุ่นมาจนถึงปัจจุบัน อาจเรียกได้ว่าเป็นปศุสัตว์ที่อยู่ในสายเลือดของคนไทยมาอย่างช้านาน นอกจากจะเป็นเกมกีฬาที่เพลิดเพลินแล้ว ยังสามารถทำเป็นรายได้ให้กับผู้เลี้ยงอีกด้วย คุณวีระวัฒน์ วรรณโภชน์ อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 9 ตำบลเหล่าใหญ่ อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ชื่นชอบการเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อเขาย่างเข้าสู่ช่วงอายุ 15 ปี มีความรับผิดชอบมากขึ้น จึงเรียนรู้การเพาะพันธุ์และฝึกไก่ให้มีความเก่งกาจในการชน จนไก่ภายในฟาร์มต้องตาของผู้ที่รักการเลี้ยงไก่ชน ทำให้เขามีลูกค้าเข้ามาซื้อขายอยู่เสมอจนสามารถทำเง
แม้ว่าขณะนี้จะเป็นช่วงฤดูฝน แต่สถานการณ์ภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมานั้นยังคงขยายวงกว้างออกไปอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำตามแหล่งน้ำขนาดใหญ่ก็แห้งขอดเกือบหมด ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ในการเกษตรกรได้ นายชาญชัย ขุนบุญ อายุ 50 ปี ชาวนาบ้านหลุ่งประดู่ หมู่ที่ 11 ตำบลหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ทำให้ไม่สามารถปลูกข้าวนาปีในฤดูเพาะปลูกปีนี้ได้ จึงตัดสินใจเลิกทำนาปีแล้วหันไปทำอาชีพเสริม เพื่อหารายได้ทดแทนมาใช้จ่ายในครัวเรือน โดยทดลองเลี้ยงหนูนาในบ่อซิเมนต์ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ทำให้มีรายได้เสริมนับหมื่นบาทต่อเดือนเลยทีเดียว สำหรับการเลี้ยงหนูนาในบ่อซิเมนต์ จะลงทุนซื้ออุปกรณ์บ่อซิเมนต์แค่ครั้งเดียว จำนวน 2 วงวางซ้อนกัน แล้วนำหนูพ่อพันธุ์ 1 ตัว มาปล่อยไว้ในบ่อกับหนูแม่พันธุ์ 5 ตัว และเอาไม้ไผ่ หรือวัสดุที่เป็นโพลงมาวางทิ้งไว้ให้เป็นที่หลบซ่อนของหนู เพราะหนูนาจะมีนิสัยชอบอยู่ตามซอกตามมุม จากนั้นหาฝามาครอบเอาไว้ ส่วนอาหารจะใช้ข้าวเปลือก หรืออาหารหมู ซึ่งภายใน 1 ปี แม่พันธุ์จะออกลูก 2 คลอก
