ปศุสัตว์
สวัสดีครับ ผู้อ่านบางท่านบางคนอาจจะมีหลายงาน หลายอาชีพ บางงานบางอาชีพทำไปเพราะต้องทำ คือ ต้องหาเกียรติยศ หาศักดิ์ศรี และที่สำคัญต้องหาเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียว่ากันง่ายๆ อย่างนั้น แต่บางอาชีพ บางงานเราก็ทำเพราะเราชอบ เรารัก หรือบางทีถึงขั้นหลงในงานนั้นๆ ก็มี เหมือนกับพี่น้องเกษตรกรท่านนี้ครับที่เลี้ยงวัวโดยที่ไม่เคยเลี้ยงมาก่อน ไม่มีความรู้เรื่องวัวมาก่อนเลยแต่เมื่อได้เลี้ยงแล้วบอกได้เลยว่าติดใจ แถมคิดต่อไปถึงวิธีการสร้างแปลงหญ้าที่พร้อมถ่ายทอดแบบไม่หวงความคิด ไม่มีลิขสิทธิ์ทางปัญญากันเลยทีเดียว ตามผมไปคุยกันเลยครับ ไม่เคยมีความรู้เรื่องวัว ไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อนเลย ผมพาท่านมาพบกับ คุณธวัชชัย เพียสังกะ ที่บ้านเลขที่ 39/2 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี คุณธวัชชัย บอกว่า ครอบครัวของเขาไม่เคยมีสัตว์เลี้ยง และตั้งแต่เด็กมาก็ไม่เคยสนใจเรื่องวัวมาก่อน “ผมเป็นผู้ตรวจสหกรณ์และทำไร่อ้อยของครอบครัว ไม่เคยมีความรู้และไม่เคยสนใจเรื่องวัวมาก่อนเลย เพราะงานของผมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวัว จนมาวันหนึ่งมีเพื่อนรุ่นน้องมาแนะนำ พาไปดูที่เขาเลี้ยงไว้ ผมเลยเริ่มสนใจเพราะมองว่าเป็นอะไ
ไก่เชิงเมืองตราด สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ เตรียมเก็บน้ำเชื้อพัฒนาสายพันธุ์เชิงพาณิชย์และอนุรักษ์ “งานวันระกำหวาน ผลไม้ และของดีเมืองตราด ประจำปี 2562” การจัดกิจกรรมประลอง ไทยไฟท์ไก่ชน บ๊อกซิ่ง (Boxing) เป็นกิจกรรมเสริมของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตราดร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด และภาคเครือข่ายเกษตรกรร่วมกันจัดขึ้น เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไก่ชนพื้นเมืองของจังหวัดตราด เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดตราด โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมชมและเชียร์กันอย่างคึกคัก ไก่ชนเมืองตราด ผลักดันเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ คุณวีระสันติ ประทุมพล ปศุสัตว์จังหวัดตราด เล่าว่า ไก่ชนพื้นเมืองจังหวัดตราดเป็นไก่ชนที่มีชื่อเสียงและสร้างชื่อให้ผู้เลี้ยงมายาวนาน รู้จักกันดีในชื่อ “ไก่เชิงท่าพริก” สายพันธุ์ตราดจะมีลีลาชั้นเชิงดี ตีเจ็บ เป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มเซียนไก่ ปัจจุบันไก่ชนจังหวัดตราดเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่สร้างรายได้ให้จำนวนมากจึงจัดกิจกรรมประลองไทยไฟท์ไก่ชน Boxing เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์ไก่พื้นเมืองตราดให้เป็นที่นิยมและรู้จักอย่างกว้างขวาง ส่งเสริมการตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ
เกษตรกรจำนวนมากสนใจซื้อวัวลูกผสมชาร์โรเล่ส์มาเข้าคอกขุน เพราะโตเร็ว เนื้อดี ไขมันแทรกในเนื้อสูง ถือเป็นเนื้อเกรดบน ตลาดบน แต่ก็ใช่ว่าจะหาวัวลูกผสมเล่ส์ได้ง่ายๆ ในช่วงที่วัวราคาดี ขอแนะนำให้เกษตรกรลองเลี้ยงวัวไทยพื้นเมืองมาเข้าขุนด้วยอีกทาง เป็นอย่างไรนั้น ตามไปชมกัน โดยทั่วไป เกษตรกรมักมองหาวัวโครง หรือที่เรียกภาษาท้องถิ่นว่า “วัวซาก” มาเข้าคอกขุน ซึ่งส่วนใหญ่มักมองหาวัวลูกผสมชาร์โรเล่ส์เป็นหลัก โดยนำนมาขุนวัวด้วยเปลือกสับปะรดเป็นอาหารหยาบ ให้อาหารวันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและเย็น ส่วนอาหารข้นก็ให้วันละ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 7-8 กิโลกรัม ต่อตัว ต้องใช้เวลาขุนวัวลูกผสมชาร์โรเล่ส์ประมาณ 5 เดือนเพื่อให้ได้น้ำหนักมากกว่า 500 กิโลกรัม จึงจับวัวขายให้กับพ่อค้าที่ให้ราคาสูงที่สุด ขุนวัวไทยพื้นเมือง เกษตรกรบางรายสนใจจับตลาดวัวพื้นเมืองอีกด้วย โดยขุนวัวไทยติดคอกขุนเป็นประจำ สำหรับ วัวไทยพื้นเมือง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัวลาน จะเน้นคัดวัวลานที่หาซื้อได้ในท้องถิ่น ซึ่งเป็นวัวลานที่ใช้ไม่ได้หรือมีปัญหามาเข้าคอกขุน ทั้งนี้ การขุนวัวไทยพื้นเมือง มักนิยมขุนด้วยเปลือกสับปะรด วันละ 7-8 กิโลกรัม
“กันตรึม” หรือเพลงกันตรึม เป็นเอกลักษณ์การละเล่นเพลงของชาวไทยเชื้อสายเขมรในพื้นที่อีสานใต้ ชื่อเพลงมาจากเสียงกลองกันตรึม นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายในพื้นที่ จ.สุรินทร์ บุรีรัมย์ และ ศรีสะเกษ ปัจจุบัน ยังคงได้รับความนิยมร้องเล่นในงานประเพณีต่างๆ ที่ จ.สุรินทร์ พบการประยุกต์นำเพลงกันตรึมมาใช้ในฟาร์มไก่ ด้วยความเชื่อว่าเพลงสนุกสนานตามสไตล์กันตรึม จะช่วยสร้างอารมณ์ดี คลายเครียดให้แม่ไก่ ช่วยกระตุ้น การออกไข่มากขึ้น กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง (ตำบลละ 5 ล้าน) ของชุมชนศรีบัวราย ต.ในเมือง อ.เมือง โดยตั้งชื่อว่า “ไข่ไก่กันตรึมร็อก ไข่ไก่เพื่อประชาชน” เป็นหนึ่งกิจกรรมที่ส่งเสริมรายได้ชุมชนที่ทางรัฐบาล คสช.ให้การสนับสนุนงบประมาณ และชาวบ้านลงทุนรวมด้วยการซื้อหุ้น หุ้นละ 10 บาท กว่า 40,000 หุ้น ชุมชนแห่งนี้ มีวิธีการเลี้ยงไข่ไก่แปลกแหวกแนวกว่าที่อื่นโดยผู้เลี้ยงจะเปิดเสียงเพลงกันตรึม เพลงพื้นบ้านเขมรสุรินทร์ จากเครื่อง MP3 ขนาดเล็กๆ ภายในบรรจุเพลงกันตรึมกว่า 1,000 เพลง ซึ่งดัดแปลงต่อเข้ากับเครื่องขยายเสียงติดลำโพงเปิดให้แม่ไก่ฟังอย่างทั่วถึงทั้งโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ เ
ในช่วงฤดูฝน ที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง สัตว์เลี้ยงมักมีสุขภาพอ่อนแอ และอาจไวต่อการติดเชื้อโรคระบาดได้ง่าย กรมปศุสัตว์จึงมีคำแนะนำในการดูแลและป้องกันโรคให้แก่สัตว์เลี้ยงในช่วงฤดูฝน เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ควรจัดเตรียม น้ำ อาหาร พร้อมอาหารเสริมประเภทวิตามิน ให้สัตว์เลี้ยงกินรวมทั้งทำวัคซีนป้องกันโรคไว้อย่างสม่ำเสมอ เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงฤดูฝน สัตว์เลี้ยงมักมีปัญหาเรื่องโรคที่แตกต่างกันออกไป เช่น โคเนื้อ โคนม กระบือ แพะ แกะ มักมีปัญหาเรื่องท้องอืด ท้องเสีย จากการกินหญ้าอ่อนที่เพิ่งแตกยอดเมื่อได้รับน้ำฝนเข้าไปเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสัตว์กลุ่มนี้จะกินแต่ฟาง หรือหญ้าแห้งตลอดในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้ ยังเผชิญปัญหาโรคหวัด โรคปอดบวม โรคคอบวม โรคปากและเท้าเปื่อยอีกด้วย ส่วน สุกร ต้องระวังโรคปากและเท้าเปื่อย และโรคพีอาร์อาร์เอส โดยมักแสดงอาการผิดปกติที่เกษตรกรสามารถสังเกตได้คือ ซึม เบื่ออาหาร หากเป็น โค-กระบือ จะมีขี้ตา หายใจลำบาก มีขี้มูก ไอหรือจาม หรือท้องเสีย และอาจมีอาการแท้งลูกได้ ส่วนสัตว์เคี้ยวเอื้องในเบื้องต้นมักจะไม่มีการเคี้ยวเอื้อง จมูกเปียกแฉะหรือแห้งผิดปกติ ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม หนังไม่สั่นไล่
สวัสดีครับ ช่วงหนึ่งของชีวิตผมต้องตระเวนเยี่ยมฟาร์มวัว ทัวร์ฟาร์มควายในหลายๆ จังหวัดของประเทศไทย ทุกครั้งที่ผ่านมาเยี่ยมฟาร์มวัวในเขตภาคตะวันตก ผมมักจะได้ยินพี่น้องเกษตรกรพูดถึงสัตวแพทย์หรือหมอคนหนึ่งอยู่เสมอ หมอคนนี้เปรียบเสมือนผู้เข้ามาพัฒนาความรู้และเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวอย่างใส่ใจ ไม่ว่าฟาร์มจะอยู่ไกลหรือไปยากแค่ไหน ชื่อของหมอคนนี้ก็เข้าไปถึงก่อนที่ผมจะเข้าไปเสมอ หมอคนนั้นชื่อว่า “หมอโอ๊ต” วัวคือมิตร ปะเหมาะเคราะห์ดีวันหนึ่งผมมีโอกาสได้พบกับ หมอโอ๊ต หรือ อาจารย์ ดร.น.สพ.สราวุฒิ ทักษิโณรส ซึ่งมีตำแหน่งอาจารย์ ประจำโรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า ปศุปาลัน ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกและการสาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นนายสัตวแพทย์ที่จบการศึกษาปริญญาเอก ด้านไบโอเทคโนโลยี จากมหาวิทยาลัย Kyoto Sangyo ประเทศญี่ปุ่น หมอโอ๊ตเริ่มเล่าให้ฟังว่า สมัยเรียนปริญญาตรีที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พยายามคลำหาทาง หาความถนัดของตัวเอง จนเรียนถึงปีที่ 2 ได้ไปฝึกงานด้านวัวนม เริ่มรู้สึกว่าวัวเป็นมิตร จึงรู้สึกว่าจะต้องจบไปทำงานด้านวัว จนเริ่มทำงานปี 2549 ที่โรงพยาบาลปศุสั
“บลอนด์ดาคิแตน” (Blonde d’ Aquitaine) เป็นโคเนื้อสายพันธุ์ฝรั่งเศสที่มีขนาดใหญ่ ถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาจากโคเนื้อ 3 สายพันธุ์ดีของฝรั่งเศส ได้แก่ Blonde d’ Pyrénées, Quercy และ Garonnaise มาตั้งแต่ปี 1962 ใช้เวลาปรับปรุงพันธุ์นานหลายปี จนกระทั่งประสบความสำเร็จได้โคเนื้อสายพันธุ์ดี ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ คือ ให้เนื้อคุณภาพดี ที่มีความละเอียด เนื้อนุ่มมาก และมีไขมันน้อย ทำให้โคเนื้อพันธุ์นี้เป็นที่นิยมของผู้บริโภคเนื้อไขมันต่ำ เกษตรกรฝรั่งเศลนิยมเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์ บลอนด์ดาคิแตน มากเป็นอันดับ 3 รองจากโคเนื้อพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ (Charolais) และโคเนื้อพันธุ์ ลีมูซีน (Limousin ) มาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบัน กรมปศุสัตว์ ได้นำโคเนื้อพันธุ์ “บลอนด์ดาคิแตน” มาเลี้ยงในประเทศไทย เพื่อผลิตน้ำเชื้อใช้ผสมเทียมให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ เนื่องจากโคเนื้อสายพันธุ์นี้มีนิสัยเชื่อง เขามีลักษณะโค้งลง สีเหมือนเปลือกข้าวโพด จมูกสีชมพู กีบสีซีด โคพันธุ์บลอนด์ดาคิแตน เป็นโคเนื้อที่มีขนาดลำตัวใหญ่และยาว มีช่วงอกและสะโพกใหญ่ มีกล้ามเนื้อเด่นชัด แม่โคเนื้อมีความสูงเฉลี่ย ประมาณ 150 เซนติเมตร น้
ใบหม่อนนอกจากจะเป็นอาหารใช้เลี้ยงหนอนไหม และแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะชาใบหม่อนเพื่อสุขภาพแล้ว ในวันนี้ ใบหม่อน สามารถใช้เป็นอาหารเลี้ยงหมูได้ โดยกรมหม่อนไหม และกรมปศุสัตว์ได้ร่วมกันศึกษาวิจัย เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้เกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง เป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ ได้นำหญ้าเนเปียร์ผสมกับอาหารข้น แต่การปลูกหญ้าเนเปียร์ ต้องใช้น้ำมาก ซึ่งในช่วงหน้าแล้ง ประเทศไทยมักเจอวิกฤตแล้งขาดแคลนน้ำมาตลอด การทดลองเอาใบหม่อนที่ปลูก มาทดลองใช้เป็นอาหารเลี้ยงหมูจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ จะเป็นอีกช่องทางที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อน และลดต้นทุนอาหารสัตว์ในช่วงฤดูแล้ง ก่อนหน้านี้ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ สระบุรี ได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของใบหม่อนเป็นอาหารหมู โดยแบ่งหมูขุนเป็น 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ หมูคอกที่ 1 ให้อาหารข้นล้วน หมูคอกที่ 2 ใช้อาหารข้นผสมกับหญ้าเนเปียร์ และหมูคอกที่ 3 เลี้ยงด้วยอาหารข้น ผสมใบหม่อนสับละเอียด 10 เปอร์เซ็นต์ ทำการเก็บศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบ ในเบื้องต้น พบว่า แม้สภาพอากาศทั่วไปร้อนมาก
กบ เป็นอาหารจานเด็ดที่ได้รับความนิยมแพร่หลายเข้าสู่ครัวตามบ้านเรือน รวมทั้งร้านอาหารหรูตั้งแต่ภัตตาคารถึงร้านยาจกประเภทรถเข็น ซึ่งมีเมนูเด็ดทั้งกบผัดเผ็ด กบย่างพริกไทย ต้มยำกบ ความแพร่หลายทางอาหารที่ใช้กบเป็นองค์ประกอบสำคัญ ทำให้ปริมาณกบที่หาได้ตามธรรมชาติ เพื่อนำมาตอบสนองความต้องการทางตลาดหายากมากขึ้นทุกวัน ทำให้หลายคนสนใจทำอาชีพเลี้ยงกบส่งเข้าตลาดสร้างรายได้เหมือนเนื้อสัตว์ประเภทอื่น การเลี้ยงกบไม่ยาก การเลี้ยงกบในบ่อปูนซีเมนต์ เป็นรูปแบบที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุด โดยบ่อที่นิยมมีขนาด 3×4 เมตร หรือใหญ่กว่า เพราะสะดวกในการเปลี่ยนถ่ายน้ำ ทำความสะอาดบ่อ รวมทั้งการควบคุมโรค บ่อเลี้ยงกบ บ่อควรเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีพื้นที่ที่เป็นพื้นบกสำหรับกบอาศัยอย่างน้อย 70% ของบ่อ ที่เหลือเป็นพื้นน้ำ ลักษณะบ่อปูนซีเมนต์ที่ใช้เลี้ยงกบ โดยทั่วไปแล้วบ่อเลี้ยงกบจะเป็นบ่ออเนกประสงค์ คือ ใช้ตั้งแต่ผสมพันธุ์ อนุบาลลูกอ๊อด อนุบาลลูกกบ จนถึงเลี้ยงกบขุน หรือกบเนื้อ บ่อเลี้ยงกบ มักเป็นบ่อซีเมนต์ มีหลายรูปแบบ เช่น ปูกระเบื้อง ทาสีเหลือง มีหลายขนาด เช่น 3×4, 3.2×4, 4×4, 4×5, 4×6 เ
ปกติสุกรที่เลี้ยงในพื้นที่จำกัด มักเกิดอาการเครียดได้ง่าย จึงขอแนะนำวิธีการทำ “หมากฝรั่งหมูหลุม” ไปให้สุกรกินหรือขบเคี้ยวเล่น ซึ่งจะช่วยให้สุกรไม่เครียด ช่วยการกินอาหารและเจริญอาหารดีขึ้น เมื่อสุกรขบเคี้ยวหรือแทะเล่น จะทำให้ฟันและกรามสุกรแข็งแรงได้อีกด้วย วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ ไม้เนื้ออ่อน เช่น ต้นกระถิน ต้นมันสำปะหลัง ต้นมะละกอ ฯลฯ ถังน้ำ ขนาดบรรจุน้ำได้ 10-15 ลิตร น้ำสะอาด เหล้าดองยาหมูหลุมหรือน้ำหมักจากพืชสมุนไพร กระดาษปรู๊ฟ เชือกฟาง ขั้นตอนและวิธีการทำ ตัดไม้เนื้ออ่อนเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 3-5 นิ้ว ใส่น้ำสะอาดลงในถังที่บรรจุน้ำได้ประมาณ 10-15 ลิตร นำไม้เนื้ออ่อนที่เตรียมไว้แช่ลงในถังน้ำ ใส่เหล้าดองยาหมูหลุม 500 ซีซี และน้ำตาลทรายแดง 300 กรัม ปิดฝาถังด้วยกระดาษปรู๊ฟ ดองทิ้งไว้ 15 วัน แล้วนำไปใช้ วิธีการใช้งาน แนะนำให้เกษตรกรนำไม้เนื้ออ่อนที่ดองเรียบร้อยแล้วโยนลงในคอกสุกร เพื่อให้สุกรขบเคี้ยวและแทะเล่น เพื่อลดหรือคลายความเครียด และช่วยในการเจริญอาหาร ทำให้สุกรกินอาหารมากขึ้น
