ปศุสัตว์
อดีตอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ หากย้อนไปเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่มีขนาดเล็กๆ ฟาร์มไหนมี 5,000 ตัว ถือว่าระดับใหญ่ เฉลี่ยแล้วเป็นฟาร์ม 500-1,000 ตัว ที่มีเลี้ยงกันหนาแน่น ที่ย่านทุ่งบางเขน ที่มีถนนแคบปกคลุมด้วยต้นก้ามปูปลูกอยู่ริมถนนสายพหลโยธิน กรุงเทพฯ ต่างจังหวัดก็มีที่นครปฐม ฉะเชิงเทรา ฯลฯ อาจเป็นเพราะคนไทยมีประชากรไม่มาก การบริโภคไข่ยังมีน้อย เพราะว่าอาหารจากแหล่งธรรมชาติที่คนไทยยังหากินได้ง่ายและมีมาก ทั้ง หอย ปู ปลา จากน้ำจืด และราคาอาหารทะเลมีราคาถูก พืชพรรณไม้จากป่าในช่วงฤดูฝนมีหลากหลาย และชาวบ้านนำมาขายในราคาถูก คนไทยมีอาหารสมบูรณ์ ทั้ง หมู เห็ด เป็ด ไก่ มีให้บริโภคกัน กาลเวลาเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอาหารจากเนื้อไก่ สุกร ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ เริ่มขาดแคลน และเลี้ยงแบบพื้นที่หลังบ้าน โรคภัยมาระบาดก็เสียหาย คนไทยตระหนักดีว่าขืนไม่มีพันธุ์สัตว์ต่างประเทศนำเข้ามา เนื้อไก่ เนื้อสุกร เห็นจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศมาบริโภคภายในประเทศอย่างแน่นอน นั่นคือ จุดเปลี่ยนของอาชีพเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยที่ต้องเร่งพัฒนาหาพันธุ์สัตว์ที่มีประสิทธิภาพนำมาขยายพันธุ์ เพื่อทำเป็นอาชีพในลักษณะธุรกิจทั้งไก่ไข่
ยุคเศรษฐกิจอย่างเช่นทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า การมีอาชีพเสริมเข้ามารองรับอีกหนึ่งช่องทางคงดีไม่น้อยทีเดียว เพื่อที่อย่างน้อยไม่เกิดภาวะหนี้สินจากรายจ่ายมากกว่ารายรับ ซึ่งอาชีพเสริมอยู่ที่ว่าแต่ละคนจะมองหาและสนใจในการประกอบอาชีพด้านไหน อย่างเช่นทำในแบบที่ตนเองถนัดหรือดูตามความเหมาะสมของพื้นที่ก็ทำได้เช่นกัน อย่างเช่นการทำปศุสัตว์เองก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่หลายๆ คนให้ความสนใจ เพราะนอกจากไม่ต้องเฝ้าอยู่ตลอดวันแล้ว ยังสามารถไปทำกิจกรรมหรืองานอื่นๆ ควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์ได้อีกด้วย คุณสงกรานต์ ทามูล อยู่บ้านเลขที่ 246 หมู่ที่ 5 ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เลือกเลี้ยงไก่ดำเป็นอาชีพเสริมรายได้ โดยใช้พื้นที่บริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์ โดยเพาะพันธุ์ไก่ดำและเลี้ยงให้โตจนใหญ่ จำหน่ายแบบลูกไก่และนำไปประกอบอาหาร เกิดเป็นรายได้หลากหลายช่องทางทำเงินให้กับเขาได้อย่างดี คุณสงกรานต์ เล่าว่า มีอาชีพทำไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่ประมาณ 40 ไร่ ต่อมาได้มีภาครัฐเข้ามาส่งเสริมเรื่องการเลี้ยงไก่ดำเพื่อเป็นอาชีพเสริม เขาเกิดความสนใจและอยากจะนำมาเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์จำหน่าย เพื่อมีเงินใช้จ่ายรายเดือนใน
การทำปศุสัตว์ในยุคนี้ได้มีการเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพเสริมมากขึ้น โดยผู้เลี้ยงไม่จำเป็นต้องเฝ้าสัตว์อยู่ในแต่ละวัน สามารถออกไปทำงานประจำในช่วงเวลาที่กำหนดได้ และหลังเลิกงานและช่วงวันหยุดก็มาดูแลสัตว์ที่เลี้ยงไว้ จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยามว่าง ที่คนรักการเลี้ยงสัตว์สามารถทำควบคู่เสริมไปพร้อมกับการทำงานประจำได้ คุณชัยวัฒน์ คัชเคียน อยู่บ้านเลขที่ 139 หมู่ที่ 1 ตำบลนาปัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เป็นผู้ที่มีความผูกพันกับการทำปศุสัตว์มาตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบใหญ่จนมีงานประจำทำและได้มาอยู่บ้าน เขาจึงเลี้ยงโคเนื้อเพื่อเป็นอาชีพเสริมรายได้อีกช่องทาง โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกงานและวันหยุดมาดูแลโคที่เขาเลี้ยง สามารถเกิดเป็นรายได้หลักแสนต่อปีเลยทีเดียว ผูกพันกับการทำปศุสัตว์ มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก คุณชัยวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อยังเป็นเด็กจำความได้ว่าเห็นครอบครัวเลี้ยงสัตว์มานานแล้ว สมัยนั้นครอบครัวเลือกเลี้ยงกระบือ โดยเขาเองก็จะช่วยคุณตาเลี้ยงอยู่เสมอๆ ในช่วงวันหยุดและหลังเลิกเรียน ต่อมาได้จำหน่ายกระบือออกไปทั้งหมดและซื้อโคเนื้อเข้ามาเลี้ยงแทนจึงทำให้เริ่มเลี้ยงโคมาจนถึงปัจจุบัน “พอเราโตขึ้น ต้องไปเรียนเร
“ไข่จุลินทรีย์ ดร.สุวรรณ” เริ่มต้นจากความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาการผลิตปศุสัตว์ในจังหวัดน่าน โดย รศ.น.สพ.เกรียงศักดิ์ พูนสุข คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.สุวรรณ ช่างกลึงดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พื้นที่จังหวัดน่าน ตั้งแต่ปลายปี 2548 เป็นต้นมา โดยวิธีการสุ่มเก็บตัวอย่าง คัดเลือกและวิจัยจุลินทรีย์ที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ปลา มูลสุกร และไก่พื้นบ้าน ที่มีความทนทานต่อโรคและสภาพแวดล้อมในเขตพื้นที่จังหวัดน่าน จำนวน 11 สายพันธุ์ คัดเลือกจนเหลือ 7 สายพันธุ์ นำมาผสมเป็นอาหารเสริมจุลินทรีย์ใช้ผสมในอาหารไก่ไข่ทดลองในระยะการเจริญเติบโตและระยะการให้ผลผลิต จำนวน 2,500 ตัว เพื่อทดสอบความสามารถในการให้ผลผลิตไข่และความสามารถในการป้องกันโรค สรุปผลได้ว่า ลูกไก่ไข่มีอัตราการเจริญเติบโตและประสิทธิภาพการใช้อาหารดีกว่ากลุ่มลูกไก่ที่ไม่ได้รับอาหารเสริมจุลินทรีย์ ลูกไก่โตเป็นไก่สาวเร็ว สามารถให้ไข่ฟองแรกเมื่ออายุ 15-17 สัปดาห์ แม่ไก่สามารถให้ไข่ไก่ฟองโตและมีอายุการให้ไข่ไม่น้อยกว่า 90 สัปดาห์ จุลินทรีย์ช่วยให้เปลือกไข่ไก่แข็งแรง ไก่จุลินทรีย์ ที่เลี้ยงแบบปล่อยฝูงสามารถให้ไข่ได้เฉล
โคเนื้อพันธุ์กำแพงแสน เกิดจากการพัฒนาให้มีเลือด 3 สายพันธุ์ คือ พันธุ์บราห์มัน 25 เปอร์เซ็นต์ พันธุ์พื้นเมือง 25 เปอร์เซ็นต์ และพันธุ์ชาโรเลส์ 50 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เป็นโคที่มีลักษณะเฉพาะตัว มีสีขาวครีมเหลืองทั้งตัวดูสง่างาม จึงถือว่าเป็นโคที่มีส่วนผสมผสานคุณสมบัติด้านดีของแต่ละสายพันธุ์เข้าด้วยกัน คือ สายพันธุ์บราห์มันมีลักษณะเด่นที่โครงสร้างร่างสูงใหญ่ แข็งแรง พันธุ์พื้นเมืองมีลักษณะเด่น คุ้นเคยและทนต่อสภาพอากาศได้ดี และสายพันธุ์ชาโรเลส์ สร้างเนื้อได้มาก คุณภาพดี โตไวในสภาพการเลี้ยงเพื่อขุนเป็นโคเนื้อ จึงถือได้ว่าโคเนื้อพันธุ์กำแพงแสน เป็นโคที่มีการปรับปรุงพันธุ์ที่มีคุณสมบัติดีเลิศ มีความสมบูรณ์พันธุ์ ได้แก่ มีความทนต่อสภาพอากาศจึงเหมาะสมที่เลี้ยงในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย นอกจากนี้ โคยังเป็นสัดเร็ว ผสมติดง่าย ทำให้ได้ลูกโคทุกปีแม้วัวจะไม่ค่อยได้กินอาหารที่สมบูรณ์เท่าที่ควร ซึ่งการเลี้ยงสามารถปล่อยให้กินหญ้าตามทุ่งหญ้าทั่วไปได้เหมือนโคไร่ทุ่งทั่วไป แต่ถ้าต้องการส่งจำหน่ายเพื่อเป็นโคเนื้อที่มีเนื้อคุณภาพ การเลี้ยงต้องมีขั้นตอนมากขึ้นเป็นไปตามมาตรฐาน ดร.คณิต สุขรัตน์ ได้ศึกษาและเลี
“ดั้งเดิมนั้นผมเลี้ยงวัวพื้นเมือง โดยจะขายใน 2 แบบ คือ ขายให้กับพ่อค้าที่มารับซื้อโดยทั่วไป และอีกส่วนขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งจะนำไปเลี้ยงเป็นวัวลาน อันเป็นกีฬาพื้นบ้านที่นิยมกันในพื้นที่ จังหวัดเพชรบุรี นครปฐม ราชบุรี” “แต่ต่อมาต้องประสบปัญหาพื้นที่เลี้ยงวัวน้อยลง ทำให้เรามีปัญหาการขาดแคลนอาหาร ไม่สามารถไล่ต้อนให้ออกไปหากินหญ้าได้เหมือนเดิม จึงตัดสินใจเลิกเลี้ยง และเปลี่ยนมาเป็นเลี้ยงวัวพันธุ์แทน เพราะสามารถเลี้ยงอยู่กับบ้านได้ ไม่ต้องไปไล่ทุ่งเหมือนกับแต่ก่อน ทำมาจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว” คุณสุริยา พุ่มดอกไม้ หรือคุณไผ่ เป็นเจ้าของ ต้นไผ่ฟาร์ม ซึ่งตั้งอยู่ตั้งอยู่เลขที่ 4/4 หมู่ 2 ตำบลศิลาลอย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทร. 084-008-6625 บอกเล่าเรื่องราวของการประกอบอาชีพในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงลักษณะโดยทั่วไปของฟาร์มแห่งนี้ไม่แตกต่างจากฟาร์มเลี้ยงวัวเนื้อของเกษตรกรรายย่อยที่มีอยู่กันโดยทั่วไปในทุกภาคของประเทศ โดยเน้นการอาศัยพื้นที่บริเวณบ้านแหล่งที่ตั้งของคอกเลี้ยงที่มีลักษณะสร้างแบบง่ายๆ ด้วยวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น และมีการใช้ประโยชน์จากหญ้าอ
เนื่องจากการใช้น้ำเชื้อแช่แข็งผสมเทียมโคนมในช่วงที่ผ่านมา เกษตรกรจะมีโอกาสได้ลูกโคเพศเมียมีเพียง 50% เท่านั้น องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เร่งขยายผลต่อยอดน้ำเชื้อแช่แข็ง ที่ อ.ส.ค. ผลิตได้นำเข้าสู่กระบวนการคัดเพศเมีย (Sexing Semen) ด้วยปฏิกิริยาไซโตทอกซิคซิตี้ แล้วนำไปผสมเทียมในแม่โคนมของเกษตรกรทุกภาคทั่วประเทศ ทำให้เกษตรกรมีโอกาสที่จะได้ลูกโคเพศเมียเพิ่มสูงขึ้นถึง 70% ถือเป็นความต้องการของผู้เลี้ยงโคนมที่จะเพิ่มจำนวนแม่พันธุ์ภายในฟาร์ม และเป็นโอกาสในการสร้างกำไร ปัจจุบัน พ่อพันธุ์โคนมของ อ.ส.ค. ถือว่ามีศักยภาพสูงและมีชื่อเสียงมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นที่ยอมรับของประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม มาเลเซีย และพม่า เป็นต้น อ.ส.ค. ได้ประเมินความสามารถทางพันธุกรรมโคนม โดยใช้ประโยชน์จากแหล่งข้อมูล 3 แหล่ง ได้แก่ ข้อมูลสมรรถภาพการผลิต พันธุ์ประวัติ และจีโนไทป์ เพื่อประเมินค่าการผสมพันธุ์จีโนมขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งผลการประเมินพบว่า พ่อพันธุ์โคนมที่มีความสามารถทางพันธุกรรมเป็นเ
ในวันนี้สำหรับไก่งวงแล้ว ถือได้ว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่กำลังได้รับความสนใจจากเกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสานเป็นอย่างมาก สังเกตุได้จากปัจจุบันได้มีฟาร์มเพาะเลี้ยงไก่งวงเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในหลายจังหวัด และเกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนไก่งวงกันมาอย่างต่อเนื่อง เบญจพรศิริฟาร์ม ที่มีคุณเบญจพร เบญจพรศิริ เป็นเจ้าของ ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 119 หมู่ 5 ต.โพธิ์ชัย อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู โทร. 08-0460-8969,08-6857-2747 เป็นหนึ่งในฟาร์มผู้เพาะเลี้ยงไก่งวงรายใหญ่ โดยปัจจุบันมีไก่งวงที่เพาะเลี้ยงในฟาร์มมากว่า 1,000 ตัว ด้วยความทุ่มเทของผู้เป็นเจ้าของและครอบครัว ในการพัฒนาการเลี้ยงการจัดการฟาร์ม พัฒนาด้านสายพันธุ์ ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ได้ทำให้ฟาร์มแห่งนี้ได้รับการคัดเลือกจากกรมปศุสัตว์ให้เข้ารับรางวัลชนะเลิศระดับเขต และเป็นสถานที่ศึกษาดูงานของเกษตรกร สำหรับกาเรลี้ยงไก่งวงนั้น เบญจพรศิริฟาร์ม ได้เลี้ยงมาตั้งแต่เริ่มต้นการทำฟาร์มในปี 2524 ซึ่งขณะนั้นได้ทำฟาร์มในลักษณะของเกษตรผสมผสาน กอปรไปด้วยกิจกรรมการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์อย่างหลากหลายชนิด “ในช่วงแรกนั้นสัตว์ที่สร้างรายได้ให้มากที่สุดคือ การเลี้ยงหม
เลี้ยงวัวขุนเป็นคนแรกของหมู่บ้าน พาท่านไปพบกับ คุณสังวน ดาปาน ที่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 2 ตำบลหนองลาน อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี คุณสังวน เล่าว่า ทำวัวขุนมานานกว่า 25 ปีแล้ว และเป็นคนแรกของหมู่บ้านแห่งนี้ที่เริ่มเลี้ยงวัวขุน “สมัยแรกๆ ที่ผมเริ่มเลี้ยงวัวขุนผมซื้อวัวตัวละ 3,000-4,000 บาท มาเข้าขุน ตอนนั้น วัวยังราคาถูกมาก ไม่เหมือนตอนนี้ ที่ราคาตัวละเกือบ 20,000 บาท สมัยก่อนผมขุนครั้งละประมาณ 30 ตัว เพราะยังมีเรี่ยวแรง มีช่องทางหาทุนก็ขุนได้ครั้งละหลายตัว” คุณสังวน เริ่มเล่า จากวันนั้นจนวันนี้ที่คุณสังวนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำวัวขุนมาค่อนชีวิตวันนี้ คุณสังวนจึงมีวัวเลี้ยงเอาไว้แค่ 8 ตัว “ผมเลี้ยงวัวแม่พันธุ์เอาไว้ 4 ตัว อีก 4 ตัว เป็นวัวที่กำลังขุนอยู่ ก็ทำตามกำลังทุนและกำลังกายที่เรามี ที่ผ่านมาไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่เคยเลิกเลี้ยงวัวแม้ว่าแม่บ้านผมจะขอให้เลิกเลี้ยงหลายครั้งผมก็ยังดื้อ” คุณสังวน เล่าไปยิ้มไป ทุนน้อยขุนวัวเล็กเน้นชาโรเลส์ มาดูในส่วนของวัวขุนกันก่อน ตอนนี้คุณสังวนมีวัวขุนอยู่ 4 ตัวที่เน้นวัวลูกผสมชาโรเลส์เป็นหลัก คุณสังวนเล่าว่า เขาเลือกวัวลูกผสมชาโรเลส์มาเข้าขุน และเลือกเ
เมื่อกล่าวถึง ข. เอย ข. ไข่ …ไข่นับว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และประชาชนทั่วไปมักรู้จักไข่ดีเพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง ไข่ เป็นแหล่งสร้างสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ในไข่แดงมีสาร Lutein และ Zeaxa เป็นสารจำพวกแคโรทีน จากงานวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า สารอาหารทั้ง 2 ชนิด สามารถป้องกันการเสื่อมของจอรับภาพที่ตาได้ ในขณะที่ไข่ขาวเป็นโปรตีนชั้นดี ร่างกายสามารถนำไปใช้ทดแทนเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพได้ เมื่อเทียบคุณค่าสารอาหารระหว่างไข่เป็ดกับไข่ไก่แล้ว จะมีส่วนแตกต่างกันบ้าง กล่าวคือ ไข่ไก่จะให้สารอาหารด้านโปรตีน แคลเซียม และเหล็ก แต่ในด้านพลังงานไข่เป็ดจะเป็นแหล่งให้พลังงาน ไขมัน วิตามินบี 1 บี 2 ได้ดีกว่าไข่ไก่ แม้ว่าไข่เป็ดจะมีคุณค่าทางโภชนาการและพลังงานมากมายเพียงใดแต่คนไทยกลับบริโภคไข่เป็ดน้อยลง นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์คุณสายใจและ คุณเสถียร ตระกูลพรายงาม ผู้ค้าไข่เป็ดระดับกลางในจังหวัดสุพรรณบุรี คุณเสถียร เล่าว่า ทางบ้านเลี้ยงเป็ดมานานแล้ว ไม่ต่ำกว่า 50 ปี ทำมาตั้งแต่สมัยเตี่ย เลยยึดอาชีพนี้ทำมาหากิน ในสมัยก่อนไข่เป็ดราคา ฟองละ 50 สตางค์ แต่ในปัจจุบันไข่เป็ดราคา
