ปศุสัตว์
ไก่ชน หรือ ไก่พื้นเมือง ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานกี่ศตวรรษ ก็ยังเป็นที่นิยมเลี้ยงและเป็นเกมกีฬามาตั้งแต่สมัยโบราณ ทำให้ไก่ชนยังไม่จางหายไปจากสังคมไทย ซึ่งเด็กตามต่างจังหวัดก็ยังได้ใช้เวลาในช่วงว่างจากเรียนหนังสือมาเลี้ยงไก่ชนและดูแลในสิ่งที่รักยามว่าง จึงเกิดเป็นอาชีพเพาะพันธุ์ไก่ชนสร้างสายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดเป็นรายได้ให้กับผู้ที่รักและชื่นชอบดีไม่น้อยทีเดียว คุณชำนาญ ช่วยชูเชิด อยู่บ้านเลขที่ 77/143 หมู่ที่ 12 แขวงลาดยาว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ที่ชื่นชอบการเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่เด็ก จึงใช้เวลาว่างจากงานประจำในช่วงเช้า เย็น และช่วงวันหยุด เพาะพันธุ์ไก่ชนให้มีความหลากหลายสามารถทำเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ยามว่างให้กับเขาได้เป็นอย่างดี ไก่ชน สัตว์เลี้ยง ที่อยู่ในสายเลือด คุณชำนาญ เล่าให้ฟังว่า มีความชื่นชอบการเลี้ยงไก่ชนตั้งแต่เด็ก ซึ่งเขาเองมีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ต่อมาเมื่อจบการศึกษาจึงได้เดินทางเข้ามาทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งทำให้ในระยะนั้นยังไม่ได้มีเวลามาเลี้ยงไก่ชนมากนัก แต่เมื่อมีโอกาสได้กลับบ้านเกิดยังต่างจังหวัด ก็จะแวะเวียนไปดูการชนไก่และดูสายพันธุ์ต่างๆ อย
“ดั้งเดิมนั้น ผมเลี้ยงวัวพื้นเมือง โดยจะขายใน 2 แบบ คือ ขายให้กับพ่อค้าที่มารับซื้อโดยทั่วไป และอีกส่วนขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งจะนำไปเลี้ยงเป็นวัวลาน อันเป็นกีฬาพื้นบ้านที่นิยมกันในพื้นที่ จังหวัดเพชรบุรี นครปฐม ราชบุรี” “แต่ต่อมาต้องประสบปัญหาพื้นที่เลี้ยงวัวน้อยลง ทำให้เรามีปัญหาการขาดแคลนอาหาร ไม่สามารถไล่ต้อนให้ออกไปหากินหญ้าได้เหมือนเดิม จึงตัดสินใจเลิกเลี้ยง และเปลี่ยนมาเป็นเลี้ยงวัวพันธุ์แทน เพราะสามารถเลี้ยงอยู่กับบ้านได้ ไม่ต้องไปไล่ทุ่งเหมือนกับแต่ก่อน ทำมาจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว” นายสุริยา พุ่มดอกไม้ หรือไผ่ เป็นเจ้าของ ต้นไผ่ฟาร์ม ซึ่งตั้งอยู่ เลขที่ 4/4 หมู่ที่ 2 ตำบลศิลาลอย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทร. 084-008-6625 บอกเล่าเรื่องราวของการประกอบอาชีพในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงลักษณะโดยทั่วไปของฟาร์มแห่งนี้ไม่แตกต่างจากฟาร์มเลี้ยงวัวเนื้อของเกษตรกรรายย่อยที่มีอยู่กันโดยทั่วไปในทุกภาคของประเทศ โดยเน้นการอาศัยพื้นที่บริเวณบ้านแหล่งที่ตั้งของคอกเลี้ยงที่มีลักษณะสร้างแบบง่ายๆ ด้วยวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น และมีการใช้ประโยชน์จากหญ้าอาหารส
คุณสุบิน ปิ่นสกุล อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ที่ 3 ตำบลอบทม อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพทำนามาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ ต่อมาได้หาพันธุ์ไก่พื้นเมืองมาเลี้ยงเพื่อเป็นงานอดิเรกหลังว่างจากทำนา เมื่อเลี้ยงมาได้สักระยะไก่พื้นเมืองทั้งหมดสามารถขายทำเงินได้ดี จึงเริ่มทำอย่างจริงจังแบบครบวงจร “พอเราได้พ่อแม่พันธุ์มา ก็เอามาเลี้ยงบริเวณบ้าน จะใส่สุ่มก็ได้ หรือถ้าใครมีพื้นที่จะปล่อยเลี้ยงลานกว้างก็ได้ แต่ต้องระวังเรื่องหมาให้ดี ซึ่งถ้าจะว่าไป ไก่ชนหรือไก่พื้นเมืองเลี้ยงไม่ยาก มีอะไรให้กินก็กินได้ง่ายๆ ซึ่งเวลาที่เราจะผสมพันธุ์เราก็เลือกได้เลยว่าจะเอาพ่อพันธุ์ตัวไหน ก็จับให้ผสมกับแม่พันธุ์ที่เราเลือกไว้ ก็เตรียมรอเลี้ยงลูกไก่หลังจากที่ฟักออกมาให้ดี” คุณสุบิน กล่าว แม่ไก่จะใช้เวลาฟักไข่ ประมาณ 21 วัน พอได้ลูกไก่ออกมาเป็นตัวแล้วจะขังเลี้ยงไว้ในสุ่มให้อยู่กับแม่ไก่ไปสักระยะ ในช่วงนี้จะให้ลูกไก่กินอาหารหมูเม็ดเล็ก เมื่อลูกไก่โตจนไม่ติดแม่แล้ว ก็จะนำออกมาเลี้ยงข้างนอก แล้วให้กินอาหารจำพวกข้าวเปลือก จนไก่เจริญเติบโตสมบูรณ์อายุประมาณ 6 เดือนขึ้นไป จึงนำไปขาย ซึ่งตลาดส่วนใหญ่ที่ขายจะเป็น 2 กลุ่ม
“ไก่ไข่อินทรีย์วิถีสระแก้ว” เป็นหนึ่งในนโยบายการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกที่ดำเนินการอยู่ในเขตจังหวัดสระแก้ว โดยมีสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการและดูแลมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่ 9 อำเภอของจังหวัด และได้มีเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเกิดขึ้นในพื้นที่อย่างมากมาย นอกเหนือจากการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์วิถีสระแก้วแล้ว ยังมีโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นเมืองอินทรีย์วิถีสระแก้ว เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ ไข่อินทรีย์ คือ ไข่ปลอดสารพิเศษที่ได้มาจากแม่ไก่ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ ไม่มีการฉีดฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต หรือกินอาหารที่มีสารพิษตกค้าง บ้านเลขที่ 83 หมู่ที่ 5 ตำบลคลองหาด อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว โทร. (086) 167-8494 บ้านของเกษตรกรคนเก่งอีกคนหนึ่งของจังหวัดสระแก้ว คุณเฉลยและคุณสมใจ ละม้ายพันธ์ เป็นหนึ่งในการเกษตรตัวอย่างและผู้ริเริ่มการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์จนประสบความสำเร็จ และสามารถผลิตไข่ไก่อินทรีย์ออกจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้จะมีเรียกกันติดปากว่า ไข่คลองหาด ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่า เป็นไข่ไก่อินทรีย์ที่มาจากแม่ไก่อารมณ์ดี “การที
ไก่งวงปัจจุบันเป็นหนึ่งในสัตว์เศรษฐกิจ ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เพาะเลี้ยงอย่างแน่นอน เหมือนสัตว์เศรษฐกิจตัวอื่นๆ อยู่ที่เราจะมีแนวทางและวิธีการอย่างไร ซึ่งปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แนวทาง คือ เลี้ยงเพื่อการจำหน่ายตัวลูกไก่งวง และเลี้ยงเพื่อจำหน่ายเนื้อไก่งวง คุณธนศักดิ์ คำด่าง เป็นหนึ่งในเกษตรที่หันมาให้ความสนใจเพาะเลี้ยงไก่งวงเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับการทำเกษตรผสมผสาน ที่บ้านเลขที่ 209 หมู่ที่ 4 บ้านโคกก่อง ตำบลโพธิ์ตาก อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม คุณธนศักดิ์ เล่าให้ว่าว่า เดิมประกอบอาชีพรับราชการครู ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ตนมีความรู้สึกว่าไม่ไม่ชอบอาชีพข้าราชการ จึงตัดสินใจลาออกและไปศึกษาด้านกฎหมายต่อแต่ก็ยังไม่ชอบ จนสุดท้ายตัดสินใจไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นศึกษาเรื่องเกี่ยวกับดินเป็นหลัก ตลอดระยะเวลาที่อยู่ญี่ปุ่นได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของคนญี่ปุ่น เห็นความแตกกต่างของกลุ่ม คือ คนทำงานภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรที่ประกอบชีพเพาะปลูก “คนที่ทำงานภาคอุตสาหกรรม ต้องทำงานหนัก ตื่นเช้าแต่กลับบ้านดึก ไม่มีเวลาให้กับครอบครัว ผิดกับภาคการเกษตรที่เป็นเจ้านายของตัวเอง มีรายได้ อยากทำงานเวลาไหนก็ได
แพะนมพันธุ์ซาแนน (SAANEN) เป็นสายพันธุ์ที่ให้น้ำนมในปริมาณมาก จนได้รับขนานนามว่า “ราชินีแห่งนม” มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ลักษณะประจำพันธุ์คือ มีสีขาว มองแล้วสะอาดตา บางตัวอาจเป็นสีครีม ใบหน้ามีลักษณะแบน ใบหูสั้น ตั้งตรงชี้ไปข้างหน้า เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ ตัวผู้จะมีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม ส่วนตัวเมียอยู่ที่ 50 กิโลกรัม และมีเต้านมใหญ่ หัวนมเรียวยาว สามารถให้น้ำนมเฉลี่ยวันละ 3 กิโลกรัม ตัวเมียเมื่อตั้งท้องสามารถมีลูกได้ 1-3 ตัว ต่อ 1 แม่ จากความน่ารัก ขี้เล่นของแพะนมสายพันธุ์นี้ จึงทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงเป็นอาชีพ เพื่อผลิตน้ำนมส่งจำหน่าย เหมือนเช่น คุณสุริพงษ์ ณะทิตศรี อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ที่ 1 ตำบลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวังลพบุรี จากบัณฑิตแม่โจ้ สู่อาชีพปศุสัตว์ คุณสุริพงษ์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ จึงได้มีแรงบันดาลใจที่สนใจอยากเลี้ยงแพะนม เกิดจากได้ไปเห็นการเลี้ยงแพะนมว่าไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และที่สำคัญเมื่อแพะเจริญเติบโตเต็มที่สามารถให้น้ำนมได้เป็นอย่างดี จึงมองว่าเป็นอาชีพที่น่าสนใจของเขาในขณะนั้น ซึ่งตั
แนวโน้มความนิยมเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อบริโภคเชิงพาณิชย์ในขณะนี้นับว่ามาแรงมาก เนื่องจากไก่กินแต่อาหารจากธรรมชาติล้วน จึงทำให้มีรสชาติอร่อย คุณภาพเนื้อปลอดไขมัน แล้วมั่นใจว่าปลอดภัยต่อสุขภาพ แล้วถ้ายิ่งนำระบบการเลี้ยงและบริหารจัดการแบบอินทรีย์มาใช้ด้วยคงส่งผลให้จำนวนไก่พื้นเมืองอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมปศุสัตว์เข้ามามีบทบาทต่อการส่งเสริมให้ชาวบ้านหันมาเลี้ยงไก่พื้นบ้านเชิงพาณิชย์มากขึ้น ซึ่งไม่เพียงเข้ามาแนะนำวิธีเลี้ยงที่ถูกต้องเหมาะสม แต่ยังสนับสนุนส่งเสริมทางด้านอุปกรณ์เครื่องใช้ ตลอดจนเทคนิคต่างๆ รวมถึงยังหาตลาดแหล่งจำหน่ายให้ด้วย อย่างที่อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทางปศุสัตว์จังหวัดได้เปิดยุทธศาสตร์ชักชวนชาวบ้านในพื้นที่ให้ฟื้นฟูการเลี้ยงพันธุ์พื้นเมืองไก่แม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ เพื่อต้องการอนุรักษ์แล้วกระตุ้นจิตสำนึกให้ผู้คนในท้องถิ่นเห็นคุณค่าและความสำคัญของไก่พันธุ์นี้ทางด้านอาหารเพื่อสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักทั่วไปของคนทั้งประเทศ พร้อมกับยังรับซื้อหรือหาตลาดรองรับ ช่วยให้ชาวบ้านในจังหวัดมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย คุณอารีย์ พ
ได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมกิจการของโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ กับโครงการกิจกรรมเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อย โดยโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นโรงเรียนจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และบกพร่องทางสติปัญญา ได้จัดการศึกษาเพื่อมุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนทั้งทางด้านทักษะวิชา ทักษะการดำรงชีวิตและทักษะอาชีพ เมื่อผู้ที่เรียนที่นี่สำเร็จการศึกษาแล้ว จะได้ออกไปดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ ไม่เป็นภาระต่อสังคม การส่งเสริมการเลี้ยงไก่ เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่โรงเรียนได้ฝึก มีประสบการณ์ โดยเริ่มจากการเลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่ชนนเรศวร ขยายพันธุ์และเปลี่ยนมาเป็นระยะ ทั้งการเลี้ยงไก่ไข่บนกรงตับ ซึ่งเลี้ยงมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะเริ่มมาปรับการเลี้ยงไก่แบบปล่อยลาน อาจารย์วนิดา จิตรอาษา รองผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษา เล่าให้ฟังว่า “พื้นที่โรงเรียนกว่า 100 ไร่ ได้รับการจัดสรรพื้นที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมายให้นักเรียนของโรงเรียนได้เรียนรู้กิจกรรมและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข โรงเรียนที่นี่เป็นโรงเรียนประจำ มีจำนวนนักเรียนที่นี่ 312 คน ทั้งนักเรียนที่หูหนวกและมีความบกพร่
ปัจจุบันการเลี้ยงโคเนื้อเป็นที่สนใจของใครหลายๆ คน เพราะได้มีการนำมาปรับเปลี่ยนการเลี้ยงให้ง่ายต่อการจัดการมากขึ้น คือการเลี้ยงแบบยืนโรงโดยที่ไม่ต้องปล่อยโคให้ออกไปอยู่ในทุ่งกว้างเหมือนเช่นสมัยก่อนที่ทำกันมา จึงทำให้ผู้เลี้ยงมีเวลาว่างไปประกอบสัมมาอาชีพอื่นได้ ส่งผลให้การเลี้ยงโคสมัยนี้ทำเป็นอาชีพเสริมได้อย่างไม่มีอุปสรรคอีกด้วย ซึ่งโคที่เลี้ยงเกษตรกรจะเลือกสายพันธุ์ในแบบที่คิดว่าเหมาะกับเขาเองเป็นหลัก เพราะบางพื้นที่สามารถเลี้ยงโคได้แตกต่างสายพันธุ์กันออกไป ดังนั้น การเลือกโคให้เหมาะสมกับผู้เลี้ยงจึงเป็นสิ่งที่สำคัญของเกษตรกรไม่น้อยทีเดียว คุณไสว สร้อยระย้า อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 2 อยู่ตำบลหัวนา อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี มีการปรับเปลี่ยนการเลี้ยงโคเนื้อให้เข้ากับเขามากขึ้น โดยสมัยก่อนนั้นเลี้ยงแบบปล่อยไล่ทุ่งทำให้ไม่มีเวลาเพียงพอไปดำเนินงานด้านอื่น ต่อมาจึงปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงแบบยืนโรงโดยสร้างเป็นโคขุนเพื่อส่งขายในระบบสหกรณ์ จึงทำให้มีรายได้แน่นอนและเป็นอาชีพได้อย่างมั่นคง คุณไสว เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเลี้ยงโคเนื้อแบบยังไม่มีทิศทางที่แน่นอน เน้นแบบเลี้ยงปล่อยท้องไร่ท้องนาเ
พื้นที่ราว 40 ไร่ ของชัยสิทธิ์ฟาร์ม หมู่ที่ 1 ตำบลบางริ้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง จัดได้ว่าเป็นฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดกลาง ที่มีระบบการจัดการที่ดี แม้ว่าจะเป็นฟาร์มเลี้ยงหมูแห่งแรกของจังหวัด ก่อตั้งมานานกว่า 35 ปี แล้วก็ตาม คุณชัยสิทธิ์ เจี่ยกุญชร เจ้าของฟาร์ม ให้ข้อมูลว่า ฟาร์มหมูแห่งนี้ มีหมูพ่อพันธุ์ น้ำหนักเฉลี่ย 250 กิโลกรัม จำนวน 20 ตัว หมูแม่พันธุ์ น้ำหนักเฉลี่ย 170 กิโลกรัม น้ำหนัก 350 ตัว หมูขุน น้ำหนักเฉลี่ย 60 กิโลกรัม จำนวน 1,500 ตัว หมูอนุบาล น้ำหนักเฉลี่ย 15 กิโลกรัม จำนวน 1,500 ตัว ที่ผ่านมา นำมูลหมูมาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ใช้ภายในไร่ โดยผลิตปุ๋ยอินทรีย์ในรูปของแข็ง ได้ปุ๋ยอินทรีย์มากถึงปีละ 50,000 กิโลกรัม ต่อปี ขายให้กับผู้สนใจ มีรายได้เข้าฟาร์มมากถึง 100,000 บาท ต่อปี นอกจากนี้ ยังสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ในรูปของเหลว ได้มากถึง 85 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน แม้ว่ามูลหมูจะก่อให้เกิดรายได้ให้กับฟาร์ม โดยการขายเป็นมูลหมูตากแห้งก็ตาม แต่เพราะฟาร์มมีขนาดใหญ่ การจัดการความสะอาดภายในฟาร์มดีอย่างไร กลิ่นมูลหมูก็จะเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ ซึ่งเมื่อปริมาณหมูมาก ทำให้กลิ่นกระจายพื้นที่ออกไปกว้าง ส
