ปศุสัตว์
เราจะพบว่า ผู้คนยุคนี้คงไม่เสียเวลากับการมาทำอาหารเองแทนที่จะใช้เวลาพักผ่อน เหตุนี้เองผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปสำเร็จ หรือประเภทสดบรรจุแพ็กหลายชนิดจึงมีวางจำหน่ายหลายแห่งพร้อมนำไปปรุงเป็นอาหารรับประทานได้ทันที แต่ทั้งนี้การบริโภคอย่างชาญฉลาดควรใส่ใจกับความปลอดภัยต่อสุขภาพด้วย มิเช่นนั้นอาจกลายไปเป็นการเร่งรีบทำให้อายุสั้นเสียมากกว่า คณะวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับทาง สกว. นำงานวิจัยการเลี้ยงไก่พื้นบ้านประดู่หางดำของชาวบ้านทางภาคเหนือเพื่อส่งเสริมให้เลี้ยงเป็นอาชีพ แล้วส่งเข้ากระบวนการที่ได้มาตรฐานแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นำไปขายตามสถานที่ต่างๆ หวังสร้างความสนใจให้แก่กลุ่มลูกค้าทุกระดับที่รักสุขภาพและต้องการความรวดเร็ว รศ.ดร. ศิริพร กิรติการกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่าไก่พันธุ์ประดู่หางดำ เป็นไก่พื้นเมืองของไทยมาตั้งแต่โบราณ พัฒนามาจากไก่บ้าน แต่เดิมนิยมนำมาเป็นไก่ชน โดยไก่พันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดมาจากแถบภาคกลางของประเทศ แต่ปัจจุบันนิยมเลี้ยงกันแพร่หลายทั่วประเทศแบบไก่พื้นบ้าน ขณะเดียวกันทางคณะวิจัยฯ เล็งเห็นว่าไก่พันธุ์นี้น่าจะสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรโดยอาจเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมห
คุณวัชรีญา มณีรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 6 ตำบลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ เล่าให้ฟังว่า เมื่อได้เรียนจบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี ได้ทดลองทำงานในบริษัทได้สักระยะรู้สึกว่าไม่ชอบงานทางด้านนี้ จึงได้ปรึกษากับทางครอบครัวว่าอยากจะกลับมาอยู่บ้าน โดยทำอาชีพทางด้านเกษตรกรรมเน้นแบบผสมผสาน จะทำให้มีรายได้หมุนเวียนในการใช้จ่ายภายในครัวเรือน โดยพื้นที่ภายในบ้านก้จะแบ่งเป็นโซนปลูกพืชผักสวนครัว แปลงไม้ผล ไปตลอดจนหญ้าเนเปียที่ใช้สำหรับเลี้ยงโคเนื้อ และที่สำคัญเล้าหมูและไก่เป็ดที่เลี้ยงยังสร้างรายได้ให้กับเธอได้อีกด้วย “พอเราปรึกษากับที่บ้านเรียบร้อยแล้ว ก็ย้ายกลับมาอยู่บ้านเลย ตอนนั้นก็นำเงินทุนที่ได้จากทำงาน มาค่อยๆ ลงทุน โดยที่ยังไม่ได้ลงทุนทีเดียวหมด ขั้นแรกก็มีซื้อโคเนื้อมาเลี้ยง เพราะมองว่าสามารถผลิตลูกโคให้เราได้ จากนั้นเราก็ขายไป พอมีรายได้เข้ามาเราก็ทำอย่างอื่นไปด้วย ก็จะเป็นรายได้ทดแทนกันไป ซึ่งการจะมีรายได้รายวัน เราก็ปลูกพืชผักสวนครัว ส่วนเงินรายเดือนก็ได้จากเป็ด ไก่ หมูปลา ก็จะเอาเงินที่ได้จากทางนี้มาใช้จ่ายซื้ออาหารสำหรับทำปศุสัตว์ มันก็ไม่มีปัญหาเรื่องเงินหมุนเวีย
“ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ผู้บริโภคให้การยอมรับอย่างเป็นวงกว้าง เพราะเนื้อของไก่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติดี และด้วยกรรมวิธีการเลี้ยง ขั้นตอนการเลี้ยงไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ มีรูปแบบการเลี้ยงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงทำให้ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างมาก และที่สำคัญคุณภาพเนื้อที่มีคุณภาพเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ได้รับการยอมรับจากเชฟจากโรงแรมต่างๆ ให้ความสนใจและนำไปทดลองประกอบอาหารหลายเมนู จึงมีความนิยมอย่างต่อเนื่อง” คุณ ณ นพชัย กล่าว คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง อยู่บ้านเลขที่ 328 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่ได้เห็นถึงลักษณะพิเศษของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ จึงได้มาทำการเลี้ยงเป็นอาชีพ และช่วยส่งเสริมต่อยอดให้กับเกษตรกรที่สนใจอยากเลี้ยงสร้างรายได้ต่อไป ซึ่งไก่พันธุ์ตะเภาทองเกษตรศาสตร์เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ ระหว่างไก่พื้นเมืองของไทยพันธุ์หนึ่งที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว คือไก่พันธุ์ตะเภาทองกับไก่พื้นเมืองของจีน ชื่อว่าไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ซึ่งไก่ทั้งสองสายพันธุ์นี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำทั้งสองสายพันธุ์มาผสมกันคือ พ่อพันธุ์ตะเภาทอง แม่พันธุ
“ไก่” นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2555-2559) การผลิตไก่เนื้อของไทยมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยร้อยละ 6.8 ต่อปี จากปริมาณความต้องการบริโภคไก่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ โดยปี 2559 ประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตไก่เนื้อเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบจากปีก่อนหน้า เนื่องจากมีการขยายตลาดส่งออกเป็นหลัก ประกอบกับการเติบโตของตลาดในประเทศ และต้นทุนการผลิตที่ลดต่ำลงตามราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เป็นต้น ไก่เนื้อ “ไก่เนื้อ” หรือ “ไก่กระทง” เป็นสายพันธุ์ไก่เชิงพาณิชย์ ที่เน้นผลิตในปริมาณมากเพื่อให้ได้ผลกำไรสูงสุด แต่มีต้นทุนต่ำสุด ไก่เนื้อส่วนใหญ่ถูกนำเข้าสายพันธุ์มาจากบริษัทเอกชนผู้จำหน่ายสายพันธุ์สัตว์ในซีกโลกตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา ฯลฯ ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์ไก่เนื้อที่โตเร็ว กินอาหารได้มาก ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงสั้น เพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จับไก่ออกขายได้แล้ว ราคาไก่เนื้อไม่สูงนัก ผู้เลี้ยงก็อยู่ได้ เพราะว่าต้นทุนการผลิตต่ำ ปัจจุบัน ไก่เนื้อ 1 ตัว ระยะเวลาการเลี้ยง 30-35 วัน เลี้ยงด้วยอาหารไก่กระทงอย่างเต็มที่ เมื่อครบกำหนด
8 ปีมาแล้ว ที่ คุณเรวัต พาดกลาง หนุ่มวัย 31 ปี ชาวตำบลจันอัด อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เริ่มเลี้ยงไก่ คุณเรวัต เรียนจบประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาช่างเชื่อมโลหะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตนครราชสีมา หลังเรียนจบก็ใช้ชีวิตตามประสาคนหนุ่ม สมัครเข้าทำงานในตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัด เมื่อเริ่มก่อร่างสร้างตัว ก็ต้องการหารายได้พิเศษเสริมจากงานประจำ ประกอบกับใจรักในสัตว์ปีก จึงคิดเลี้ยงไก่สวยงาม นำมาเพาะขยายพันธุ์ขาย มีรายได้เสริมเข้ามาจำนวนหนึ่ง ไก่แจ้ ไก่ไข่สวยงาม เป็นสัตว์ปีกชนิดแรกๆ ที่เริ่มนำเข้ามาเลี้ยง แต่ด้วยคุณเรวัตเป็นเด็กหนุ่มที่มีความคิดก้าวหน้า มองเรื่องของตลาดเป็นปัจจัยสำคัญ จึงหาวิธีนำไก่ชนิดที่ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่แพร่หลาย เพื่อให้ตลาดการขายของตนเองไม่ตัน และไก่ดำ เป็นไก่ที่คุณเรวัตเลือก เนื่องจากเมื่อนับย้อนไป 8 ปีที่แล้ว ไก่สวยงามที่เป็นไก่ดำ ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก “ผมทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จึงใช้โอกาสนั้นนั่งค้นคว้าผ่านเว็บไซต์ต่างๆ และผมไม่เคยรู้ว่า หาแหล่งพันธุ์ไก่ดำในประเทศไทยได้ที่ไหน จึงตัดสินใจสั่งนำเข้าไข่ไก่ดำผ่า
“ ไก่บ้านตะนาวศรี ” เป็นผลงานของ “ คุณลิขิต สูจิฆระ ” ผู้ก่อตั้งบริษัท ตะนาวศรีไก่ไทย จำกัด ที่ใช้เวลากว่า 20 ปี ในการผสมข้ามพันธุ์ไก่พื้นเมืองกว่า 20 สายพันธุ์ เช่น พันธุ์เหลืองหางขาว ไก่ชีท่าพระ ไก่แดงสุราษฎร์ และไก่ประดู่หางดำ ฯลฯ จนได้พ่อแม่พันธุ์ไก่ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่คือ พ่อพันธุ์ไก่ชนตะนาวศรี และ แม่พันธุ์ไก่แดงตะนาวศรี “ ไก่บ้านตะนาวศรี ” ได้รวมลักษณะเด่นของพ่อและแม่พันธุ์อย่างครบถ้วน ทำให้ไก่มีเนื้อแน่น นุ่ม ชุ่มฉ่ำ มีโปรตีนสูง ไขมันและคลอเรสเตอรอลต่ำ เนื้อไก่มีรสอร่อย ไม่เหนียว ไม่ยุ่ย ไม่คาว ไม่มีกลิ่นสาบ ตัวไก่ต้องมีโครงร่างที่ดี ได้ปริมาณเนื้อมาก แม่พันธุ์สามารถผลิตไข่ได้ดี และใช้ระยะเวลาการเลี้ยงไม่นาน เนื้อไก่บ้านตะนาวศรีนำไปทำอาหารเมนูไหนก็อร่อย เนื้อไก่บ้านตะนาวศรี มีโปรตีนสูง แต่มีปริมาณไขมันต่ำกว่าไก่ทั่วไป มีรสชาติและรสสัมผัสอร่อยเข้มข้นถูกปากผู้บริโภคเพราะเลี้ยงโดยใช้สมุนไพรไทยเช่น ฟ้าทลายโจร ขมิ้นชันและไพล รักษาโรคทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ แทนยาปฏิชีวนะตั้งแต่ปี 2529 จนถึงปัจจุบัน ทำให้ ไก่บ้านตะนาวศรี เป็นสินค้าเนื้อไก่อินทรีย์ปลอดภัย ที่ขายดิบขายด
นายธนันท์รัฐ อุดมธันยรัตน์ หรือโกช้าง เกษตรกรมืออาชีพผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการคนเลี้ยงไก่เบตง จากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ณ ปัจจุบันไก่เบตงกำลังเป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้บริโภคไก่เนื้อ ด้วยจุดเด่นของไก่เบตงที่มีหนังกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่มีมันผสม หนังมีสีเหลืองอ่อน ไม่ขาวเหมือนไก่ทั่วไป ด้วยเหตุนี้ไก่เบตงจึงกำลังมาแรง เป็นที่นิยม อีกประการหนึ่งที่ทำให้ไก่เบตงมีราคาที่สูง เพราะไก่เบตงเลี้ยงยาก ต้นทุนการผลิตสูง ใช้เวลาเลี้ยงนาน จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงรายเก่าที่เคยเลี้ยงได้เลิกลากันไปหมด ส่งผลให้ไก่เบตงแท้ๆหากินได้ยาก ด้วยเหตุนี้โกช้างจึงอยากรักษาไก่เบตงให้คงอยู่คู่กับเมืองเบตงต่อไป จึงจับไก่เบตงมาพัฒนาใหม่ มีการเปิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงไก่เบตง โดยโกช้างมีหน้าที่ผลิตไก่พันธุ์ดีแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง สอนวิธีการเลี้ยง ขยายองค์ความรู้ และนอกจากนี้โกช้างยังเป็นผู้รับซื้อไก่เองทั้งหมด เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบตามร้านอาหารสาขาต่างๆ ที่โกช้างเป็นเจ้าของ และสาเหตุที่ต้องทำเองทุกอย่างเพราะ ถ้าไม่รับซื้อแบบนี้ก็จะไม่มีใครเลี้ยง ชาวบ้านหาตลาดเองไม่ได้ “ทำไมของดี ของอร่อย ต้
คุณเสมอ คำทุย อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 18 ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพหลักเกี่ยวกับการทำสวนลำไย ต่อมาเมื่อทุกอย่างลงตัวจึงอยากมีอาชีพเสริมที่สามารถสร้างรายได้ในช่วงที่รอลำไยออกผลผลิต จึงได้ตัดสินใจมาเลี้ยงไก่ชนเพื่อเป็นอาชีพเสริมในเวลาต่อมา “สวนเราก็ทำปนกันไป ส่วนมากจะเป็นลำไย และก็ผสมปลูกมะม่วง เชิงผสมผสานกันไป ทำแบบนี้มาหลาย 10 ปีแล้ว พอด้านสวนเริ่มลงตัว ก็เลยมาเริ่มศึกษาการเลี้ยงไก่ชน เพื่อเป็นอาชีพเสริม สรุปว่าก็พอขายได้ ทำให้มีรายได้ก็เลยเริ่มเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมเป็นเวลาต่อมา” คุณเสมอ บอก ไก่ชนที่เลี้ยงส่วนมากจะเป็นไก่พื้นเมืองที่หลากหลายสายพันธุ์ โดยจะเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่มีลักษณะดีๆ มาผสมพันธุ์กันโดยนำมาขังไว้ภายในกรงที่เตรียมไว้ จากนั้นเมื่อผสมจนแม่พันธุ์เริ่มออกไข่ ก็จะให้แม่พันธุ์ฟักไข่เองจนกว่าจะได้เป็นลูกไก่ออกมา จากนั้นปล่อยให้แม่ไก่เลี้ยงลูกไปอีกสักระยะ เมื่อลูกเจริญเติบโตจนสามารถหาอาหารกินเองได้ ก็จะปล่อยให้ลูกไก่ออกหากินเองแบบปล่อยตามธรรมชาติ ไก่ก็จะเจริญเติบโตแข็งแรงได้ดีและที่สำคัญยังมีความปราดเปรียวทรงสวย โดยช่วงไหนที่มีโรคระบาดมาก
“สหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน” รุกขยายตลาดแบรนด์ “KU Beef” ตอกย้ำการเป็นเจ้าตลาดโคขุนเกรดพรีเมี่ยม มุ่งเจาะหัวเมืองท่องเที่ยว-สายคลีน-ห้างโมเดิร์นเทรด พร้อมชูจุดขาย “เนื้อนุ่ม จากโคหนุ่ม ไขมันน้อย” วางเป้า 120 ล้านบาท ต่อปี คุณมนัส เรียบร้อย รองประธานสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน จำกัด กล่าวว่า จากกระแสของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ประกอบการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยวและร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง ทำให้เนื้อโคขุน “เกรดพรีเมี่ยม” เป็นที่ต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น สังเกตได้จากกลุ่มธุรกิจโรงแรม และร้านอาหารทั้งไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านอาหารญี่ปุ่นและเกาหลี มาเป็นลูกค้าของ “KU Beef” มากขึ้น ทั้งนี้ จากการขยายตัวของตลาดเนื้อโคขุน “เกรดพรีเมี่ยม” สหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสนฯ จึงมีนโยบายมุ่งผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพสูง ที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภค และใส่ใจในกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่แห่งคุณค่า ภายใต้แบรนด์ “KU Beef” โดยมุ่งเน้นที่จะขยายตลาดสู่หัวเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เพื่อให้ตอบสนองกลุ่มธุรกิจโรงแรมและผู้ประกอบการร้านอาหาร รวมถึงผู้บริโภคระดับครัวเรือนที่เน้นความปลอดภัยทางอาหาร ห
นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ระบบการเลี้ยงสัตว์ปีกในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงเชิงอุตสาหกรรมภายใต้ระบบฟาร์ม มีการกำหนดมาตรฐานฟาร์มอย่างชัดเจน แต่มีบางส่วนที่เลี้ยงสัตว์ปีก แบบรายย่อย ซึ่งเป็นการเลี้ยงแบบปล่อยเลี้ยงหากินเองตามธรรมชาติ โดยเลี้ยงในบริเวณบ้าน สวนผลไม้ บางราย ไม่มีโรงเรือนสัตว์ปีกอาศัยอยู่ตามต้นไม้หรือใต้ถุนบ้าน ไม่มีการกำหนดมาตรฐานฟาร์มที่ชัดเจน ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดในสัตว์ปีกได้ง่าย มีอัตราการป่วยและตายสูง ดังนั้นกรมปศุสัตว์จึงมีจัดทำโครงการยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ปีกพื้นเมือง (Good Farming Management, GFM) โครงการดังกล่าวเป็น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในการยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ปีกรายย่อยไปสู่มาตรฐานได้อย่างยั่งยืน ตามนโยบายของ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่อง การลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันสินค้าเกษตร ตลอดจนยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งการดำเนินงานโครงการดังกล่าว เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกต้องมีโรงเรือนปิดมิดชิดด้วยตาข่าย ป้องกันสัตว์พาหะนำโรค แยกส
