ปศุสัตว์
คุณสุรเศรฐ คลังนาค อยู่บ้านเลขที่ 222/2 หมู่ที่ 10 ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 นอกจากจะเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้วยังมีอาชีพหลักเป็นชาวสวนมะพร้าวและรับเหมาก่อสร้างเลี้ยงครอบครัวอีกทาง อาชีพที่ทำต่างก็ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี เมื่อประสบผลสำเร็จกับอาชีพของตนเองแล้ว จึงมีความคิดที่อยากใช้ความรู้และประสบการณ์มาช่วยเหลือชาวบ้าน คิดหาวิธีหรืออาชีพที่จะสามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับคนในหมู่บ้านได้ จึงคิดว่าจะเลี้ยงไก่พื้นบ้านน่าจะเหมาะสม เพราะพื้นฐานเป็นคนชอบและรักการเลี้ยงไก่มาตั้งแต่สมัยเด็กแต่ต้องหยุดไปเพราะภาระหน้าที่ แต่เมื่อมีโอกาสจึงจับตัวนี้ขึ้นมาใหม่ เพราะไก่เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ดูแลง่าย ใช้พื้นที่น้อย ชาวบ้านสามารถใช้พื้นที่ข้างบ้านหรือใต้ถุนบ้านเลี้ยงได้ ถ้าเปรียบกับการเลี้ยงวัวที่ต้องใช้พื้นที่เยอะ ต้นทุนสูง แต่เลี้ยงไก่ใช้พื้นที่น้อย ต้นทุนการเลี้ยงต่ำ ถ้าหากเลี้ยงและดูแลดีๆ สามารถขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ชน ถ้าตัวที่เก่งๆ ราคาขายสูงถึงหลักแสน หลักล้าน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะนำชาวบ้านเลี้ยงและสำเร็จไปด้วยกัน เลือกเลี้ยง
เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่จ.ตรัง นายถาวร เลี้ยงสกุล เกษตรกรเลี้ยงไก่ดำภูพาน ตั้งอยู่เลขที่ 419/2 ถ.เพชรเกษม ต.ห้วยยอด จ.ตรัง เปิดกิจการเลี้ยงไก่ดำภูพาน 3 สายพันธุ์ ประกอบด้วย ไก่ภูพาน1 ภูพาน 2 ภูพาน 3 เพื่อจำหน่าย เริ่มจากมีความสนใจจากนั้นศึกษาเรียนรู้จากหนังสือ และในทีวี โดยเฉพาะรายการที่ไปถ่ายทำที่ศูนย์ภูพานในโครงการพระราชดำริ ทำให้ได้รับความรู้และรู้จักไก่ดำภูพานมากขึ้น นายถาวรบอกว่า ลักษณะของไก่จะเนื้อดำ กระดูกดำ หนังดำ เล็บดำ แต่ว่าสีมี 3 สี แบ่งเป็น สายพันธุ์ที่ 1 ขนสีดำ สายพันธุ์ที่ 2 ขนสีขาว และสายพันธุ์ที่ 3 ขนสีเหลืองทอง ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่แปลก ตอนแรกเข้าใจว่าไก่ดำต้องเป็นขนสีดำเท่านั้น แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ซึ่งทางศูนย์พัฒนาศึกษาภูพานในพระราชดำริ ได้มีการปรับปรุงพันธุ์ไก่ให้ได้ครบตามลักษณะไก่ดำ ได้ตามที่ต้องการ และใช้ระยะเวลาในการปรับปรุงพันธุ์ประมาณ 2 ปี จึงให้เกษตรกรเลี้ยง เนื้อของไก่ดำตกอยู่ที่กิโลละ 150-200 บาท ลักษณะจะเหมือนกับเลี้ยงไก่บ้านทั่วไป ระยะเวลา 4 เดือน เป็นไก่ภูพานจะมีราคาที่สูงกว่า อยู่ในราคาประมาณ 150-200 บาท เนื่องจากไก่ดำเป็นไก่ที่เกี่ยวกับสุขภาพ ในตัวไก่จ
เมื่อเร็วๆ นี้ นายธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานกระบือแห่งชาติ ครั้งที่ 22 ในงานวันเกษตรภาคอีสาน ประจำปี 2561 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 27 มกราคม 2561 ภายใต้คำขวัญ “ควายไทยเอกลักษณ์ของชาติ สืบสานปณิธานพ่อ” เพื่อเป็นการดำเนินการกระตุ้นส่งเสริมการเลี้ยงกระบือ ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือทั่วประเทศ ณ อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญอาชีพการเลี้ยงกระบือของเกษตรกรทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกิจกรรมประกวดกระบือระดับชาติ ที่จัดต่อเนื่องมาจนถึงครั้งที่ 22 ทำให้เกษตรกรได้รับความรู้ในการพัฒนาอาชีพ และกระบือไทยได้รับการพัฒนาทำให้ มีขนาดและน้ำหนักมากขึ้นจากเดิม รวมทั้งสามารถคงเอกลักษณ์ของควายไทย จากภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้า และความร่วมมือในการพัฒนาทั้งภาครัฐและเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือไ ด้เป็นอย่างดี “การจัดงานกระบือแห่งชาติในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้การพัฒนาการเลี้ยงกระบือของประเทศเป็นไปอย่างกว้างขวาง มีป
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ให้ข้อมูลว่า ในปี 2561 อ.ส.ค.ก้าวสู่ปีที่ 56 ซึ่งการปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมาทั้งอดีตและปัจจุบัน ได้มีหลายๆ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของนโยบายกระทรวงในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเรื่องของนโยบายในเรื่องของโคนมมีความเข้มข้นมาขึ้นตามลำดับ เช่น การสร้างคุณภาพมาตรฐาน เพื่อให้คุณภาพน้ำนมมีคุณภาพต่อผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น “อ.ส.ค.มีสมาชิกอยู่ประมาณ 4,000 คน จากเกษตรกรทั้งประเทศ 16,000 ครัวเรือน โดยทาง อ.ส.ค.จะมีงานทางด้านการส่งเสริมกิจการโคนมอยู่ด้วย ซึ่งการหน่วยงานต่างๆ ก็จะค่อยส่งเสริมให้กับเกษตรกรในเรื่องของการเลี้ยงโคนมให้ได้น้ำนมที่มีคุณภาพ ซึ่งองค์กรก็ได้มีแผนการบริหารงานที่ตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2560-2564 โดยได้ตั้งไว้ว่าเราจะเป็นนมแห่งชาติในปี 2564 ความหมายของนมแห่งชาติก็คือ การมียอดขายรายได้ขององค์กรต้องเพิ่มมากขึ้น โดยต้องการให้คนได้รู้จักแบรนด์ไทย-เดนมาร์คมากขึ้น เมื่อนึกถึงนมไทยต้องนึกถึงนมไทย-เดนมาร์ค รวมไปถึงเป็นองค์กรที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านอุตสาหกรรมโคนมของประเทศ องค์กรจึงมีเ
สกว. เร่งส่งเสริมเกษตรกรภาคเหนือ ยกระดับไก่ประดู่หางดำ(ไก่เวียงเชียงรุ่ง) สู่มาตรฐานความปลอดภัย food safety และพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่สำเร็จรูปพร้อมเสิร์ฟผู้บริโภค เมื่อเร็วนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยฝ่ายเกษตร จัดศึกษาดูงานโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่ประดู่หางดำแบบครบวงจร ณ บ้านห้วยห้าง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย โดยมี รศ.ดร.ประภาพร ขอไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเกษตร สกว. รศ.ดร .ศิริพร กิรติการกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้ประสานงานโครงการฯ นสพ.สุพล ปานพาน นักวิชาการสัตวบาลชำนาญการ ปศุสัตว์ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย นายณรงค์ วีรารักษ์ นักวิจัย และหัวหน้าโครงการฯ และนายมรุต ชโลธร ผู้ประกอบการทางด้านอาหาร ร่วมสังเกตการณ์และให้ความเห็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่ประดู่หางดำ โอกาสนี้ รศ.ดร.ประภาพร ขอไพบูลย์ กล่าวถึงที่มาของโครงการวิจัย ว่า ช่วงปี 2545-2550 กรมปศุสัตว์ได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ทำการวิจัยพัฒนาพันธุ์ไก่พื้นเมืองแท้ 4 พันธุ์ ได้แก่ ไก่แดงสุราษฎร์ ไก่ชีท่าพระ ไก่เหลืองหางขาวกบินทร์บุรี ไก่ประดู่หางดำเชี
ในภาวะที่หมูราคาตกต่ำ ราคาขายหน้าฟาร์มเหลือเพียงกิโลกรัมละ 43 บาท จากเมื่อก่อนราคากิโลกรัมละ 63 บาท เกษตรกรผู้เลี้ยงต้องเจอภาวะขาดทุนตัวละ 800-1,000 บาท และนอกจากขาดทุนแล้วเกษตรกรยังต้องเผชิญกับภาวะกดดันจากการแทรกแซงการตลาดของนายทุนใหญ่ที่เข้ามาครองตลาดไปกว่าครึ่ง ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายย่อยต้องยอมแพ้ปิดกิจการ สาบสูญกันไปตามๆ กัน จะอยู่ได้ก็แต่เพียงเกษตรที่สืบทอดกิจการจากรุ่นสู่รุ่น มีเงินทุนหมุนเวียนที่ดี ทำกันเองเป็นอุตสาหกรรมครอบครัวเพื่อลดต้นทุน หากจะหาเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายใหม่หาได้ยาก หรืออาจหาไม่ได้ด้วยซ้ำ ที่เห็นตอนนี้ก็จะมีแต่ทุบเล้าหมูทิ้ง ขายกระเบื้องขายที่ เอาเงินไปลงทุนทำธุรกิจอย่างอื่น แต่อย่างไรผู้คนในประเทศก็ยังต้องบริโภคหมูเป็นอาหารหลัก เกษตรกรผู้เลี้ยงก็ต้องสู้กันไป และควรสู้อย่างไรให้อยู่รอดพ้นวิกฤตไปให้ได้ คุณสุพรชัย จันธนะตระกูล บ้านเลขที่ 156 หมู่ที่ 7 ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู เล่าว่า ตนเกิดมาในครอบครัวที่ทำกิจการฟาร์มหมูมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ รุ่นแม่แล้ว โตขึ้นรู้เรื่องก็ต้องช่วยพ่อแม่เลี้ยงหมู ดังนั้น หากจะให้ไปทำอาชีพอ
นายกรรตภณ เกิดแจ่ม หรือคุณจุก อยู่บ้านเลขที่ 138 หมู่4 ต.แพงพวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี หนุ่มเสียงเหน่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงไก่ชนสร้างรายได้ แต่ถ้าหากมีงานเลี่ยมพระเข้ามาก็สามารถรับทำได้ตลอด คุณจุกบอกว่าอาชีพเลี่ยมพระทำได้ไม่ยาก เพราะตนเป็นคนรักศิลปะ มีพื้นฐานด้านมาอยู่แล้วจึงมีการนำมาประยุกต์ใช้ได้ไม่ยาก เรื่องรายได้มีมาเรื่อยๆ หากช่วงไหนมีงานวัดก็จะมีรายได้ดีหน่อย ส่วนการเลี้ยงไก่ทำมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว เพราะมีความรักที่จะเลี้ยงไก่ และมองว่าอาชีพการเลี้ยงไก่ เป็นอาชีพที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย อาศัยเพียงใจรัก ไก่ชนสามารถสร้างรายได้ดี ถ้าหากตัวเก่งๆ สามารถขายได้ตัวละหลายหมื่นบาท เลี่ยมพระถ้าใครมาเลี่ยมเยอะก็ได้เงินเยอะ รายได้ไม่ตลอด แต่ไก่ชนสร้างรายได้ตลอด วิธีการเลี้ยง เช้ามาอาบน้ำ ให้อาหารข้าวเปลือก แล้วปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ อาจมีเสริมแคลเซียมบ้าง ให้หาหญ้ากินเองด้วย การเลี้ยงไก่ชนอาหารเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ส่วนที่สำคัญอยู่ที่ออกกำลังกาย ในทุกวันคุณจุกจะพาไก่ออกกำลังกายเหมือนนักมวย ว่ายน้ำ โยนเบาะ คล้ายๆ กับการสก็อตจั๊มพ์ ตกเย็นพาไก่ออกไปวิ่ง วิธีนี้ถือว่าเราได้ออกกำลังกายไปด้วย ขนาดโรงเร
คุณลัดดาวัลย์ อึงสวัสดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 186/1 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงเป็ดไข่จนประสบผลสำเร็จ โดยเธอได้เน้นสร้างมูลค่าของไข่ ด้วยการนำมาแปรรูปทำเป็นไข่เค็มดินสอพอง ทำให้ไข่เป็ดสามารถทำตลาดได้หลากหลายช่องทาง และที่สำคัญมีบริการส่งให้ทางไปรษณีย์ ส่งตรงถึงบ้านกันเลยทีเดียว คุณลัดดาวัลย์ อึงสวัสดิ์ และสามี คุณลัดดาวัลย์ เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพเกษตรกรรมเกี่ยวกับการปลูกพืชไร่ ต่อมาพอทำไปเรื่อยๆ เริ่มรู้สึกว่าทำรายได้ไม่ค่อยดี จึงเปลี่ยนมาเลี้ยงโคเลี้ยงกระบือในเวลาต่อมา แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์ต่อการสร้างรายได้ของเธอ ทำให้ได้มองเห็นอีกหนึ่งช่องทางคือการเลี้ยงเป็ดไข่ที่น่าจะเป็นอาชีพที่ทำเงินได้อย่างแท้จริง พื้นที่ภายในฟาร์ม “ช่วงนั้นเราเห็นว่าลูกเราชอบกินไข่เป็ดทุกวัน ก็มีโอกาสได้ไปรู้จักว่า ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงสัตว์ กบินทร์บุรี เขาก็มีการสนับสนุนแจกเป็ดให้มาเลี้ยง ช่วงนั้นเราก็ได้รับมาเลี้ยงก่อนประมาณ 20 ตัว เป็ดก็ให้ไข่ออกมาจำนวนมาก ทีนี้ไข่เริ่มกินไม่ทัน ก็เลยเอาไข่ที่มีมาทำไข่เค็มก่อน พอเสร็จแล้วก็ลองไปขายตามตลาดนัด สรุปขายดีมาก ค
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่ประสบความสำเร็จไม่ได้อยู่แค่มีพันธุ์สัตว์ที่ดีเท่านั้น แต่ยังมีองค์ประกอบที่สำคัญอื่นๆ อีกมากมาย เช่น อาหารสัตว์ ยาสัตว์ อุปกรณ์การเลี้ยงสัตว์ สภาพโรงเรือนที่เหมาะสม ฯลฯ ล้วนมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้ไก่ที่เลี้ยงในฟาร์มมีสุขภาพแข็งแรง ให้ผลผลิตที่ดีไปพร้อมๆ กัน ในฉบับนี้ จะพาไปพูดคุยกับ น.สพ.กิตติ ทรัพย์ชูกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลีนกรีนเทค จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 156 โครงการศศิมณฑล ถนนบางแวก แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพฯ โทร. (02) 866-4264 น.สพ.กิตติทำงานในแวดวงธุรกิจเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ และอุตสาหกรรมการผลิตปศุสัตว์มานานกว่า 26 ปี มุ่งมั่นพัฒนาอาหารสัตว์และยาสัตว์คุณภาพดี มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับทั้งในวงการปศุสัตว์ของประเทศไทยและต่างประเทศ มีผลงานวิจัยที่คว้ารางวัลจากเวทีประกวดนานาชาติมาแล้วมากมาย เช่น Zeta-Technology ซึ่งเป็นนวัตกรรมดูดจับสารพิษปนเปื้อนในวัตถุดิบอาหารสัตว์ สร้างมูลค่ายอดขายนับร้อยล้านบาทในระยะเวลาไม่กี่ปี น.สพ.กิตติ ใช้ประสบการณ์จากชีวิตการเป็น “Starup” ตัวจริง ที่ประสบความสำเร็จเขียนหนังสือ “สตาร์ทอัพธุรกิจด้วยนวัตกรรม” ได้อย่างน
กรมปศุสัตว์มุ่งสนองพระราชดำริตามรอยเบื้องพระยุคลบาท โดยสนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรพอเพียง และเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อีกทั้งสนับสนุนการบริหารจัดการโครงการฯ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม โดยเน้นให้เกิดชุมชนหรือหมู่บ้านที่มีส่วนร่วมในการกำกับดูแลกันเองในชุมชนนั้นๆ หวังสร้างความเข้มแข็งชุนชนอย่างยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการใช้แรงงานจากโค-กระบือและส่งเสริมการใช้ปุ๋ยคอกเพื่อลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย คุณวีรชาติ เขื่อนรัตน์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามระราชดำริ คือเพื่อช่วยให้เกษตรที่ยากขนทั่วประเทศได้มีโค-กระบือใช้แรงงาน และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เป็นการช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ โดยการให้บริการเกษตรกร มี 5 วิธี คือ 1.การให้ยืมเพื่อการผลิต 2.การให้เช่าซื้อ 3.การให้ยืมพ่อพันธุ์โค-กระบือ 4.การให้เช่าเพื่อใช้แรงงาน และการให้บริการอื่นๆ นอกจากนี้คุณสมบัติของเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการธนาคารโค-กระบือ มีดังนี้ 1.เป็นการเกษตรกรมีสัญชาติไทยอา
