ปศุสัตว์
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าสินค้าทางการเกษตรบางอย่าง มีการปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้เกษตรกรบางรายถึงกับมีสภาพหนี้สินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จึงส่งผลให้การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรไทย ไม่เป็นเรื่องง่ายที่จะให้มีผลกำไรงอกงามมาแต่ละครั้ง เพราะต้องฝ่าและผ่านอุปสรรคมากมายหลายประการกันเลยทีเดียว ซึ่งสินค้าทางการเกษตรที่ตกต่ำไม่ได้มีแต่เพียงสินค้าที่เป็นผลผลิตที่เป็นพืชเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในเรื่องของการทำการประมง ตลอดไปจนถึงการทำปศุสัตว์เองก็ส่งผลต่อการเลี้ยงไม่น้อย โดยสัตว์บางชนิดเมื่อถึงเวลาที่ต้องจำหน่ายสู่ตลาด กลับมีราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงเกิดสภาวะขาดทุนในแต่ละรอบการผลิต ดังนั้น การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรไทย จึงควรคำนึงหรือเล็งเรื่องการลดต้นทุน ที่เป็นการสร้างบรรทัดฐานให้การประกอบอาชีพที่ทำอยู่ เพื่อผ่านวิกฤตในช่วงที่สินค้าตกต่ำลง คุณพิชญ์ชญะพงศ์ ขำอุปถัมภ์ อยู่บ้านเลขที่ 150/1 หมู่ที่ 11 ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรมากว่า 5 ปี โดยสุกรที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ลูกผสม 3 สาย ได้แก่ พันธุ์ดูร็อค พันธุ์แลนด์เรซ และพันธุ์ลาร์จไ
ปัญหาเชื้อดื้อยาหรือการเจ็บป่วยโดยไม่มียารักษา เนื่องจากเชื้อโรคมีการพัฒนาตัวเองจนล้ำหน้ากว่ายาปฏิชีวนะ หรือยาต้านจุลชีพที่มีบนโลกใบนี้ กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่องค์การอนามัยโลก (WHO), องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ต่างให้ความสำคัญ เกิดเป็นนโยบายด้านสุขภาพที่สำคัญระดับโลกที่เรียกกันว่า “สุขภาพหนึ่งเดียว” หรือ One Health ที่ต้องคำนึงถึงสุขภาพของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เมื่อเร็วๆ นี้มีโอกาสได้ต้อนรับคณะแพทย์ สัตวแพทย์ และนักวิชาการจากหลายประเทศ ที่เข้าร่วมการประชุมนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลปี 2561 จัดโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นการประชุมที่ว่าด้วยเรื่องสุขภาพในประเด็นเกี่ยวกับการทำให้โลกปลอดภัยจากภัยคุกคามด้านโรคติดต่ออุบัติการณ์ใหม่ นับเป็นงานใหญ่ระดับชาติ และนักวิชาการเหล่านี้ล้วนได้ชื่อว่าเป็นแขกของรัฐบาลไทย จึงเป็นอีกวาระหนึ่งที่ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในฐานะตัวแทนของเอกชนภาคปศุสัตว์ไทย ตัวแทนของประเทศไทยที่มีส่วนช่วยอธิบายถึงมาตรการต่างๆ ที่บริษัทได้ทำเพื่อลดโอกาสการเกิดเชื้อด
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 รุกแนวทางการพัฒนาโคเนื้อ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจากเกษตรกรและภาคส่วนเกี่ยวข้อง เดินหน้าสู่การพัฒนาการผลิตโคเนื้อคุณภาพ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้วยนวัตกรรม พัฒนาสถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ได้แก่ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ มีกลุ่มสินค้าที่สำคัญ คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส้มเขียวหวาน อ้อยโรงงาน ส่วนสินค้าปศุสัตว์ที่สร้างมูลค่าให้กับกลุ่มจังหวัด ได้แก่ โคเนื้อ และสุกร ขณะเดียวกันรัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ และเป็นโครงการหนึ่งในแผนปรับโครงสร้างระบบการผลิตภาคการเกษตร โดยตั้งเป้าหมายให้มีการเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก (สศท.2) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาสินค้าปศุสัตว์ จึงร่วมกับสำนักงาน ปศุสัตว์เขต 6 พิษณุโลก ศึกษาแนวทางการพัฒนาสินค้าโคเนื้อในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล
คุณสุรเศรฐ คลังนาค อยู่บ้านเลขที่ 222/2 หมู่ที่ 10 ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 นอกจากจะเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้วยังมีอาชีพหลักเป็นชาวสวนมะพร้าวและรับเหมาก่อสร้างเลี้ยงครอบครัวอีกทาง อาชีพที่ทำต่างก็ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี เมื่อประสบผลสำเร็จกับอาชีพของตนเองแล้ว จึงมีความคิดที่อยากใช้ความรู้และประสบการณ์มาช่วยเหลือชาวบ้าน คิดหาวิธีหรืออาชีพที่จะสามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับคนในหมู่บ้านได้ จึงคิดว่าจะเลี้ยงไก่พื้นบ้านน่าจะเหมาะสม เพราะพื้นฐานเป็นคนชอบและรักการเลี้ยงไก่มาตั้งแต่สมัยเด็กแต่ต้องหยุดไปเพราะภาระหน้าที่ แต่เมื่อมีโอกาสจึงจับตัวนี้ขึ้นมาใหม่ เพราะไก่เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ดูแลง่าย ใช้พื้นที่น้อย ชาวบ้านสามารถใช้พื้นที่ข้างบ้านหรือใต้ถุนบ้านเลี้ยงได้ ถ้าเปรียบกับการเลี้ยงวัวที่ต้องใช้พื้นที่เยอะ ต้นทุนสูง แต่เลี้ยงไก่ใช้พื้นที่น้อย ต้นทุนการเลี้ยงต่ำ ถ้าหากเลี้ยงและดูแลดีๆ สามารถขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ชน ถ้าตัวที่เก่งๆ ราคาขายสูงถึงหลักแสน หลักล้าน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะนำชาวบ้านเลี้ยงและสำเร็จไปด้วยกัน เลือกเลี้ยง
เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่จ.ตรัง นายถาวร เลี้ยงสกุล เกษตรกรเลี้ยงไก่ดำภูพาน ตั้งอยู่เลขที่ 419/2 ถ.เพชรเกษม ต.ห้วยยอด จ.ตรัง เปิดกิจการเลี้ยงไก่ดำภูพาน 3 สายพันธุ์ ประกอบด้วย ไก่ภูพาน1 ภูพาน 2 ภูพาน 3 เพื่อจำหน่าย เริ่มจากมีความสนใจจากนั้นศึกษาเรียนรู้จากหนังสือ และในทีวี โดยเฉพาะรายการที่ไปถ่ายทำที่ศูนย์ภูพานในโครงการพระราชดำริ ทำให้ได้รับความรู้และรู้จักไก่ดำภูพานมากขึ้น นายถาวรบอกว่า ลักษณะของไก่จะเนื้อดำ กระดูกดำ หนังดำ เล็บดำ แต่ว่าสีมี 3 สี แบ่งเป็น สายพันธุ์ที่ 1 ขนสีดำ สายพันธุ์ที่ 2 ขนสีขาว และสายพันธุ์ที่ 3 ขนสีเหลืองทอง ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่แปลก ตอนแรกเข้าใจว่าไก่ดำต้องเป็นขนสีดำเท่านั้น แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ซึ่งทางศูนย์พัฒนาศึกษาภูพานในพระราชดำริ ได้มีการปรับปรุงพันธุ์ไก่ให้ได้ครบตามลักษณะไก่ดำ ได้ตามที่ต้องการ และใช้ระยะเวลาในการปรับปรุงพันธุ์ประมาณ 2 ปี จึงให้เกษตรกรเลี้ยง เนื้อของไก่ดำตกอยู่ที่กิโลละ 150-200 บาท ลักษณะจะเหมือนกับเลี้ยงไก่บ้านทั่วไป ระยะเวลา 4 เดือน เป็นไก่ภูพานจะมีราคาที่สูงกว่า อยู่ในราคาประมาณ 150-200 บาท เนื่องจากไก่ดำเป็นไก่ที่เกี่ยวกับสุขภาพ ในตัวไก่จ
เมื่อเร็วๆ นี้ นายธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานกระบือแห่งชาติ ครั้งที่ 22 ในงานวันเกษตรภาคอีสาน ประจำปี 2561 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 27 มกราคม 2561 ภายใต้คำขวัญ “ควายไทยเอกลักษณ์ของชาติ สืบสานปณิธานพ่อ” เพื่อเป็นการดำเนินการกระตุ้นส่งเสริมการเลี้ยงกระบือ ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือทั่วประเทศ ณ อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญอาชีพการเลี้ยงกระบือของเกษตรกรทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกิจกรรมประกวดกระบือระดับชาติ ที่จัดต่อเนื่องมาจนถึงครั้งที่ 22 ทำให้เกษตรกรได้รับความรู้ในการพัฒนาอาชีพ และกระบือไทยได้รับการพัฒนาทำให้ มีขนาดและน้ำหนักมากขึ้นจากเดิม รวมทั้งสามารถคงเอกลักษณ์ของควายไทย จากภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้า และความร่วมมือในการพัฒนาทั้งภาครัฐและเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือไ ด้เป็นอย่างดี “การจัดงานกระบือแห่งชาติในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้การพัฒนาการเลี้ยงกระบือของประเทศเป็นไปอย่างกว้างขวาง มีป
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ให้ข้อมูลว่า ในปี 2561 อ.ส.ค.ก้าวสู่ปีที่ 56 ซึ่งการปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมาทั้งอดีตและปัจจุบัน ได้มีหลายๆ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของนโยบายกระทรวงในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเรื่องของนโยบายในเรื่องของโคนมมีความเข้มข้นมาขึ้นตามลำดับ เช่น การสร้างคุณภาพมาตรฐาน เพื่อให้คุณภาพน้ำนมมีคุณภาพต่อผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น “อ.ส.ค.มีสมาชิกอยู่ประมาณ 4,000 คน จากเกษตรกรทั้งประเทศ 16,000 ครัวเรือน โดยทาง อ.ส.ค.จะมีงานทางด้านการส่งเสริมกิจการโคนมอยู่ด้วย ซึ่งการหน่วยงานต่างๆ ก็จะค่อยส่งเสริมให้กับเกษตรกรในเรื่องของการเลี้ยงโคนมให้ได้น้ำนมที่มีคุณภาพ ซึ่งองค์กรก็ได้มีแผนการบริหารงานที่ตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2560-2564 โดยได้ตั้งไว้ว่าเราจะเป็นนมแห่งชาติในปี 2564 ความหมายของนมแห่งชาติก็คือ การมียอดขายรายได้ขององค์กรต้องเพิ่มมากขึ้น โดยต้องการให้คนได้รู้จักแบรนด์ไทย-เดนมาร์คมากขึ้น เมื่อนึกถึงนมไทยต้องนึกถึงนมไทย-เดนมาร์ค รวมไปถึงเป็นองค์กรที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านอุตสาหกรรมโคนมของประเทศ องค์กรจึงมีเ
สกว. เร่งส่งเสริมเกษตรกรภาคเหนือ ยกระดับไก่ประดู่หางดำ(ไก่เวียงเชียงรุ่ง) สู่มาตรฐานความปลอดภัย food safety และพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่สำเร็จรูปพร้อมเสิร์ฟผู้บริโภค เมื่อเร็วนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยฝ่ายเกษตร จัดศึกษาดูงานโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่ประดู่หางดำแบบครบวงจร ณ บ้านห้วยห้าง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย โดยมี รศ.ดร.ประภาพร ขอไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเกษตร สกว. รศ.ดร .ศิริพร กิรติการกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้ประสานงานโครงการฯ นสพ.สุพล ปานพาน นักวิชาการสัตวบาลชำนาญการ ปศุสัตว์ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย นายณรงค์ วีรารักษ์ นักวิจัย และหัวหน้าโครงการฯ และนายมรุต ชโลธร ผู้ประกอบการทางด้านอาหาร ร่วมสังเกตการณ์และให้ความเห็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่ประดู่หางดำ โอกาสนี้ รศ.ดร.ประภาพร ขอไพบูลย์ กล่าวถึงที่มาของโครงการวิจัย ว่า ช่วงปี 2545-2550 กรมปศุสัตว์ได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ทำการวิจัยพัฒนาพันธุ์ไก่พื้นเมืองแท้ 4 พันธุ์ ได้แก่ ไก่แดงสุราษฎร์ ไก่ชีท่าพระ ไก่เหลืองหางขาวกบินทร์บุรี ไก่ประดู่หางดำเชี
ในภาวะที่หมูราคาตกต่ำ ราคาขายหน้าฟาร์มเหลือเพียงกิโลกรัมละ 43 บาท จากเมื่อก่อนราคากิโลกรัมละ 63 บาท เกษตรกรผู้เลี้ยงต้องเจอภาวะขาดทุนตัวละ 800-1,000 บาท และนอกจากขาดทุนแล้วเกษตรกรยังต้องเผชิญกับภาวะกดดันจากการแทรกแซงการตลาดของนายทุนใหญ่ที่เข้ามาครองตลาดไปกว่าครึ่ง ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายย่อยต้องยอมแพ้ปิดกิจการ สาบสูญกันไปตามๆ กัน จะอยู่ได้ก็แต่เพียงเกษตรที่สืบทอดกิจการจากรุ่นสู่รุ่น มีเงินทุนหมุนเวียนที่ดี ทำกันเองเป็นอุตสาหกรรมครอบครัวเพื่อลดต้นทุน หากจะหาเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายใหม่หาได้ยาก หรืออาจหาไม่ได้ด้วยซ้ำ ที่เห็นตอนนี้ก็จะมีแต่ทุบเล้าหมูทิ้ง ขายกระเบื้องขายที่ เอาเงินไปลงทุนทำธุรกิจอย่างอื่น แต่อย่างไรผู้คนในประเทศก็ยังต้องบริโภคหมูเป็นอาหารหลัก เกษตรกรผู้เลี้ยงก็ต้องสู้กันไป และควรสู้อย่างไรให้อยู่รอดพ้นวิกฤตไปให้ได้ คุณสุพรชัย จันธนะตระกูล บ้านเลขที่ 156 หมู่ที่ 7 ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู เล่าว่า ตนเกิดมาในครอบครัวที่ทำกิจการฟาร์มหมูมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ รุ่นแม่แล้ว โตขึ้นรู้เรื่องก็ต้องช่วยพ่อแม่เลี้ยงหมู ดังนั้น หากจะให้ไปทำอาชีพอ
นายกรรตภณ เกิดแจ่ม หรือคุณจุก อยู่บ้านเลขที่ 138 หมู่4 ต.แพงพวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี หนุ่มเสียงเหน่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงไก่ชนสร้างรายได้ แต่ถ้าหากมีงานเลี่ยมพระเข้ามาก็สามารถรับทำได้ตลอด คุณจุกบอกว่าอาชีพเลี่ยมพระทำได้ไม่ยาก เพราะตนเป็นคนรักศิลปะ มีพื้นฐานด้านมาอยู่แล้วจึงมีการนำมาประยุกต์ใช้ได้ไม่ยาก เรื่องรายได้มีมาเรื่อยๆ หากช่วงไหนมีงานวัดก็จะมีรายได้ดีหน่อย ส่วนการเลี้ยงไก่ทำมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว เพราะมีความรักที่จะเลี้ยงไก่ และมองว่าอาชีพการเลี้ยงไก่ เป็นอาชีพที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย อาศัยเพียงใจรัก ไก่ชนสามารถสร้างรายได้ดี ถ้าหากตัวเก่งๆ สามารถขายได้ตัวละหลายหมื่นบาท เลี่ยมพระถ้าใครมาเลี่ยมเยอะก็ได้เงินเยอะ รายได้ไม่ตลอด แต่ไก่ชนสร้างรายได้ตลอด วิธีการเลี้ยง เช้ามาอาบน้ำ ให้อาหารข้าวเปลือก แล้วปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ อาจมีเสริมแคลเซียมบ้าง ให้หาหญ้ากินเองด้วย การเลี้ยงไก่ชนอาหารเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ส่วนที่สำคัญอยู่ที่ออกกำลังกาย ในทุกวันคุณจุกจะพาไก่ออกกำลังกายเหมือนนักมวย ว่ายน้ำ โยนเบาะ คล้ายๆ กับการสก็อตจั๊มพ์ ตกเย็นพาไก่ออกไปวิ่ง วิธีนี้ถือว่าเราได้ออกกำลังกายไปด้วย ขนาดโรงเร
