พืชทำเงิน
กล้วยไม้ไทยพันธุ์แท้สกุลหวายที่ส่วนใหญ่เกือบตลอดปีนับตั้งแต่เข้าฤดูฝนจนเกือบจะออกหนาว เราจะเห็นเขาเจริญเติบโตยืดและขยายลำลูกกล้วย (คือส่วนลำต้น) คือเห็นแต่ใบและลำลูกกล้วย จะต้อๆ ป้อมๆ หรือยืดยาวแบบลำแข็งตั้งตรง หรืออ่อนนิ่มห้อยโตงเตงแล้วแต่ชนิด แต่ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน จะเป็นช่วงที่กล้วยไม้ไทยพันธุ์แท้เหล่านี้เริ่มแทงช่อดอก ออกดอกเบ่งบานแข่งขันกันอย่างละลานตา ในบทความตอนนี้จะนำภาพกล้วยไม้ไทยสกุลหวายที่ผู้เขียนติดต้นไม้ไว้ในช่วงหลายเดือนก่อนจนถึงปีเศษมาอวดโฉมกันเป็นหลัก โดยจะนำเสนอผ่านภาพพร้อมคำอธิบายประกอบ แต่ก่อนอื่นจะมีเรื่องที่เป็นประเด็นที่สำคัญเรื่องหนึ่งมาเกริ่นนำไปก่อน กล้วยไม้ที่ซื้อจากฟาร์มกล้วยไม้ทั่วไป เพื่อติดต้นไม้ใหญ่ จำเป็นต้องกราดแดดก่อน ในตอนที่ 8 ก็ได้กล่าวเน้นไว้แล้วว่า การทำเป็นธุรกิจรับจ้างติดกล้วยไม้บนต้นไม้ใหญ่ การนำกล้วยไม้ที่ซื้อจากฟาร์มกล้วยไม้ทั่วๆ ไป ที่ไม่ได้ค่อยๆ กราดแดดให้กล้วยไม้ชินกับแสงแดดตรงๆ มาก่อน เป็นเรื่องที่อาจจะก่อความเสียหาย ด้วยกล้วยไม้เหล่านั้นถูกเลี้ยงใต้ซาแรนที่พรางแสงสูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ นั่นคือได้รับแสงเต็มที่เพียง 40 เปอร์เ
จังหวัดปทุมธานี มีพื้นที่ทางการเกษตรรวมทั้งจังหวัด 343,601 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 36 ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนใหญ่ใช้ปลูกข้าว ไม้ผล และพืชผัก โดยอำเภอที่มีพื้นที่ทำการเกษตรมากที่สุดคือ อำเภอหนองเสือ ลาดหลุมแก้ว ลำลูกกา ตามลำดับ ปัจจุบันแม้กระแสความเจริญของสังคมเมืองโดยเฉพาะโครงการบ้านจัดสรรที่รุกเข้าสู่พื้นที่การเกษตรอย่างต่อเนื่อง แต่ “อำเภอลาดหลุมแก้ว” เป็นหนึ่งในทำเลทองทางการเกษตรของจังหวัดปทุมธานี ยังมีพื้นที่การเกษตรมากถึง 121,500 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาข้าวกว่าแสนไร่ รองลงมาเป็นสวนมะม่วง 793 ไร่ พืชผัก 453 ไร่ และสวนมะพร้าว 334 ไร่ คุณมาโนช ระรวยรส นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดปทุมธานี โทร. 081-633-6189 กล่าวว่า ปัจจุบัน อำเภอลาดหลุมแก้ว ยังคงรักษาความเป็นเกษตรธรรมชาติได้อย่างดี ที่นี่ทำการเกษตรหลากหลายชนิด ทั้งนาข้าว ไม้ผล ไร่นาสวนผสม มีสวนกล้วยไม้แปลงใหญ่ เหมาะสำหรับพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพราะอยู่ใกล้ กทม. เส้นทางคมนาคมสะดวกสบาย ปัจจุบัน กรมพัฒนาชุมชน ได้สนับสนุนให้มีโครงการชุมชนท่องเที่ยวโอท็อป (OTOP) นวัตวิถี ตามโครงการ “ไทยนิยม ย
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ หนูมีที่ว่างเปล่าอยู่แปลงหนึ่ง พื้นที่ 3 ไร่ แต่มีบางช่วงเกิดน้ำท่วมขัง หนูสนใจอยากจะปลูกไผ่ หนูจึงขอเรียนถามคุณหมอเกษตรว่า พื้นที่ของหนูจะปลูกไผ่ได้หรือไม่ ถ้าปลูกได้ควรปลูกพันธุ์อะไรดี ขอความกรุณาแนะนำด้วยค่ะ หนูขอกราบขอบคุณคุณหมอเกษตรมาเป็นการล่วงหน้า ด้วยความเคารพอย่างสูง วนิดา ทองวิทยา ตอบ คุณวนิดา ทองวิทยา ไผ่ เป็นพืชคู่บ้านคู่เมืองของไทยมาแต่โบราณกาล ในอดีตมีการนำออกจากป่าธรรมชาติ และปลูกตามหัวไร่ปลายนา แต่ปัจจุบัน เกษตรกรมีการพัฒนามาปลูกไผ่เป็นสวนขนาดใหญ่ มีทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ทั้งนี้ ไผ่เป็นพืชระบบรากตื้นเช่นเดียวกับพืชในตระกูลหญ้าทั่วไป ไผ่จึงไม่ทนต่อสภาพน้ำท่วมขัง จะเห็นว่าป่าไผ่ในธรรมชาติเจริญเติบโตอยู่บริเวณเชิงเขา น้ำท่วมไม่ถึง แม้แต่การปลูกในที่ลุ่มภาคกลาง ชาวบ้านมักปลูกไผ่ตามหัวไร่ปลายนา บริเวณที่เป็นโคก หรือที่ดอนริมแม่น้ำ ลำคลอง ที่น้ำท่วมไม่ถึงเช่นเดียวกัน ดังนั้น วิธีแก้ไขทำได้ด้วยการยกเป็นร่องสวน ให้สันร่องสูงกว่าระดับน้ำท่วมถึง แล้วจึงปลูกไผ่ได้ ถึงเวลานั้นคุณจะปลูกไผ่พันธุ์อะไรก็ได้ หากเป็นไผ่อเนกประสงค์ที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้
บอนสีเป็นไม้ประดับที่มีความสวยงาม ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งไม้ใบ” ด้วยรูปร่างและสีสันของใบที่เป็นเอกลักษณ์นี้เอง จึงทำให้เป็นที่สนใจของผู้ปลูกที่ทำการพัฒนาพันธุ์ให้มีลูกไม้ใหม่อยู่เสมอ ซึ่งการทำให้เป็นลูกไม้ใหม่จะเกิดจากการผสมพันธุ์ให้เกิดเป็นเมล็ดใหม่ จากนั้นนำเมล็ดที่ได้มาปลูกจนได้อายุที่ต้นมีความสมบูรณ์และมีหัวสะสมอาหารอยู่ใต้ดินคล้ายหัวเผือก เมื่อเห็นว่ามีลักษณะต้นที่ดีก็จะนำมาขยายพันธุ์ทำจำนวนมากๆ ต่อไป ซึ่งการขยายพันธุ์บอนสีที่มีการเพิ่มจำนวนให้ได้มากๆ นั้น จะเน้นผ่าหัวเป็นหลัก จึงทำให้ได้ต้นใหม่ที่เหมือนพ่อแม่พันธุ์และทำจำนวนได้เร็วทันต่อตลาด คุณพิเชษฐ สุดธูป เกษตรกรปลูกบอนสีอยู่ที่ตำบลทวีวัฒนา อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เป็นผู้ที่ริเริ่มปลูกบอนสีคนแรกในครอบครัว คือคุณพ่อ ซึ่งสมัยนั้นคุณพ่อของเขามีความสนใจในบอนสีมาก จะผลิตไม้ส่งเข้าประกวดแทบทุกงาน จึงทำให้คุณพิเชษฐได้เรียนรู้และรับเทคนิคต่างๆ จากคุณพ่อ และสามารถสร้างเป็นรายได้ของเขาเองมาจนถึงปัจจุบัน คุณพิเชษฐ บอกว่า สมัยก่อนนั้นหลังเรียนจบยังไม่ได้มาปลูกบอนสีไปทำงานบริษัทอยู่ก่อน แต่เมื่อทำงานบริษัทได้สักพักเริ่มรู
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะโอมิครอนหรือสายพันธุ์ไหน ขอให้เราช่วยกันดูแลตัวเอง งดเดินทางไปในที่ที่มีความเสี่ยง สวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอ หมั่นล้างมือ เพียงเท่านี้เราก็จะป้องกันได้ส่วนหนึ่งแล้ว ไม่นับว่าเราได้รับวัคซีนกันมาหลายเข็มกันแล้ว เชื่อว่าเราจะผ่านเรื่องร้ายๆ นี้ไปด้วยกันครับ สงครามที่รัสเซียและยูเครน กำลังต่อสู้กันอยู่ตั้งห่าง แต่ไฉนเรื่องราวบนโลกทุกวันนี้จึงดูใกล้ชิดกับเราเหลือเกิน เราได้ทราบข่าวจากสื่อในช่องทางต่างๆ แต่ส่วนมากก็สื่อโซเชียล ผลของการสู้รบกันนั้นแพ้ชนะยังไม่รู้ แต่ส่งผลให้ทั่วโลกประสบปัญหาน้ำมันแพง เกษตรกรยังมาเจอปุ๋ยขึ้นราคาอีก งานนี้ต้องร้องเพลงพี่เบิร์ดครับ “ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้” มีเรื่องหนึ่งที่คาใจผมเป็นนักหนา เคยซื้ออะโวกาโดในงานเกษตรมาปลูก เพราะชอบสายพันธุ์แฮสจึงเลือกเอาแฮสลงปลูกในสวน ผ่านวันเวลาไปตามปกติ ต้นโตขึ้น ใบเงางาม แต่ไม่เคยติดผลสักนิด รดน้ำ ใส่ปุ๋ยตามปกติ ไฉนจึงเป็นเช่นนั้นหนอ พอดีมีจังหวะดีที่ได้เดินทางไปเรียนรู้กับผู้รู้จริง แห่งศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตาก (เกษตรที่สูง) โดยนัดกับ ท่าน ผอ.โหน
อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เป็นแหล่งผลิตคริสต์มาสที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และมีศักยภาพเหมาะสมต่อการผลิตไม้ดอกไม้ประดับหลายชนิด เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเล เฉลี่ย 600-900 เมตร จึงมีสภาพภูมิประเทศ อุณหภูมิ และช่วงแสงที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของต้นคริสต์มาส ต้นคริสต์มาส อำเภอภูเรือ เป็นไม้ประดับที่ใบมีสีสันสวยงามสะดุดตา มีทั้งสีแดง สีเหลือง สีชมพู และสีขาว ตามลักษณะของพันธุ์ และให้สีสันในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เนื่องจากสภาพอุณหภูมิต่ำ ช่วงแสงสั้นกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน จึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการผลิตไม้ดอกที่มีคุณภาพดี ปัจจุบัน แหล่งผลิตคริสต์มาสที่สำคัญของอำเภอภูเรือมีเนื้อที่ประมาณ 400 ไร่ ปลูกกันแพร่หลายในพื้นที่ตำบลหนองบัวและตำบลสานตม สำนักงานเกษตรจังหวัดเลยเข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกรวมตัวกันในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างอำนาจต่อรองทางการตลาด รวมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการผลิตและการตลาดเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนผู้ผลิตไม้ดอกภูเรือ เกษตรกรในพื้นที่อำเภอภูเรือ 250 ครอบครัว ประมาณ 2,000 ราย ปลูกไม้ดอกไม้ประดับกระถางกว่า 100 ชนิด เช่
ระยะนี้ เป็นช่วงฤดูของผลไม้อันเลื่องชื่อของภาคตะวันออก ทั้ง ทุเรียน มังคุด ลองกอง มีให้ชมและชิมกันอย่างจุใจ ในฉบับนี้ขออาสาพาไปชม “สวนคุณลูกหมู” ของ “คุณกิติภูมิ พรเจีย” เกษตรกรคนเก่ง ที่ปลูกไม้ผลนานาชนิดที่มีคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยม มาตรฐานส่งออก ฟันกำไรได้ก้อนโต แต่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าชาวบ้าน หากอยากรู้เขามีเคล็ดลับเทคนิคการบริหารจัดการอย่างไร …ไปหาคำตอบด้วยกันได้เลย สวนคุณลูกหมู เดิมที สวนแห่งนี้ปลูกเงาะมาก่อน แต่เจอปัญหาผลผลิตล้นตลาด ขายเงาะกิโลกรัมละไม่ถึง 10 บาท คุณกิติภูมิ พรเจีย จึงตัดสินใจตัดต้นเงาะทิ้ง และหันมาปลูกทุเรียนหมอนทอง 600 ต้น ผสมผสานกับต้นมังคุดจนเต็มพื้นที่ 34 ไร่ คุณกิติภูมิ เป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้า ใส่ใจนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาพัฒนาระบบการผลิต การตลาด การจัดการผลผลิต และส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่น เพื่อร่วมกันผสมปุ๋ยใช้เอง เพื่อลดต้นทุนการผลิตในปี 2540-2545 ตั้งกลุ่มปรับปรุงคุณภาพ มังคุด-ทุเรียน เพื่อการส่งออก เพื่อรวบรวมผลผลิตส่งขายตรงกับตลาดปลายทางเพื่อลดปัญหาพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ และจัดตั้งศูนย์เรียนรู้กลุ่มผลิตไม้ผลคุณภาพตำบลชากไทยเกี่ยวกับการผล
ละออง ภูจวง อายุ 34 ปี ปัจจุบัน อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 16 ตำบลขามเฒ่าพัฒนา อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์ 087-145-6552 เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ซึ่งได้ใช้ความพยายามฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคจนประสบผลสำเร็จระดับหนึ่ง เป็นแบบอย่างแก่เยาวชนและเกษตรกรทั่วไป คุณละออง เล่าให้ฟังว่า หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เมื่อปี 2544 ได้ไปสมัครงานและเข้าทำงานที่บริษัท ไทยซัมมิกฮาร์เนส นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี แผนกวางแผนและควบคุมการผลิต ตำแหน่งพนักงานทั่วไป ทำหน้าที่แจกจ่ายเอกสาร และธุรการทั่วไป ทำงานได้ 9 ปี และระหว่างนี้ยังศึกษาต่อจนจบ ปวส. ที่โรงเรียนเทคโนโลยีศรีราชา (ภาคค่ำ 2 ปี) อีกด้วย จุดเปลี่ยนอาชีพต่อสำนึกรักบ้านเกิด ตลอดระยะเวลาของการทำงานที่บริษัท ไทยซัมมิกฮาร์เนส นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นไปด้วยดีด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจทำ เป็นที่ยอมรับของนายจ้าง และเป็นที่รักใคร่ของพี่ เพื่อน และน้องๆ ในบริษัท แม้การทำงานที่บริษัทจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น แต่ปัญหาเรื่องส่วนตัวเริ่มเกิดขึ้นด้วยสำนึกต่อผู้มีพระคุณที่ให้กำเนิดเ
สืบเนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ประสบปัญหาราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ และเสบียงสัตว์ มีราคาแพง ส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตสูงตามไปด้วย เพราะต้นทุนการเลี้ยงสัตว์เกิดจากค่าอาหาร ถึงร้อยละ 70 ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพเป็นอย่างมาก ดังนั้น การปรับตัวเพื่อรับกับสถานการณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้เลี้ยงสัตว์ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญ ช่องทางสำคัญที่จะทำให้การประกอบอาชีพสามารถอยู่รอดได้ นั่นคือ การลดต้นทุนการผลิตลง โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารที่ใช้เลี้ยง การประยุกต์ใช้พืชในท้องถิ่นมาเป็นอาหาร เป็นแนวทางหนึ่งที่ทำได้ ดั่งเช่น วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงเป็ดเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ที่กำลังประสบความสำเร็จในขณะนี้ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงเป็ดเขาตูม จากผลกระทบของปัญหาดังกล่าว ที่มีต่อการเลี้ยงเป็ดไข่ อันเป็นกิจกรรมเสริมรายได้ ทำให้ทางวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ต้องหาทางออก โดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้พวกเขามองถึงการนำต้นสาคูที่มีอยู่มากในท้องถิ่น มาใช้ประโยชน์เป็นวัตถุดิบเลี้ยงเป็ดไข่ทดแทนอาหารสำเร็จรูปที่มีราคาแพง ช่วยประหยัดค่าอาหารเป็
นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วย นายพงศธร ศรีชัย สหกรณ์จังหวัดพะเยา และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มเกษตรกรทำไร่ศรีถ้อย ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา โอกาสนี้ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้พบปะพูดคุยกับสมาชิกกลุ่มเกษตรกรฯ ในการผลิตและรวบรวมผลผลิตลิ้นจี่คุณภาพของสมาชิก ซึ่งผลผลิตจะออกมาเป็นจำนวนมากในช่วงวันที่ 10 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งเป็นลิ้นจี่เกรดพรีเมียม มีระดับความหวานที่เหมาะต่อการบริโภค พร้อมทั้งหารือแนวทางการจำหน่ายและช่องทางการตลาดในรูปแบบ Pre-Order หรือการซื้อขายล่วงหน้า กระจายสินค้าจากต้นทางไปสู่ปลายทางผ่านความร่วมมือของขบวนการสหกรณ์ทั้งประเทศ ซึ่งอาจจะมีการแลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกันระหว่างสหกรณ์ในแต่ละภาค รวมทั้งหารือการผลักดันการผลิตและการกระจายสินค้าที่มีคุณภาพ การรักษาคุณภาพตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ กลุ่มเกษตรกรทำไร่ศรีถ้อย มีสมาชิกรวม 170 คน เป็นสมาชิกที่ปลูกลิ้นจี่ 45 คน มีพื้นที่ปลูก 370 ไร่ กลุ่มเกษตรกรฯ สามารถรวบรวมได้ประมาณ 100 ตัน ต่อรอบการผลิต โดยมีช่องทางจำหน่ายลิ้นจี่ในตลาดทั่วไป งานอีเว้นต์ของ
