พืชทำเงิน
“กระท่อม” เป็นพืชเศรษฐกิจที่มากคุณประโยชน์ เป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก ช่วงปลายปี 2564 มติชน ร่วมกับ กระทรวงยุติธรรม ได้จัดงานเสวนาเชิงวิชาการ “อนาคตกระท่อมสู่พืชเศรษฐกิจ” ปรากฏว่ามีผู้คนให้ความสนใจร่วมฟังเสวนาภายในงานและผ่านสื่อออนไลน์กันเยอะมาก กระแสความต้องการพืชกระท่อมมาแรง ทำให้หลายคนสนใจปลูกเป็นพืชสมุนไพรประจำบ้านและปลูกเชิงการค้า แต่ไม่รู้จะหาแหล่งผลิตต้นกล้าคุณภาพดีจากแหล่งไหน ขอแนะนำให้รู้จักกับ คุณดวงพร พรมอ่อน เจ้าของกิจการ “บ้านสวนเก็บตะวันพันธุ์ไม้” และ “กระท่อมนางฟ้า” ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดกระท่อม ต้นกล้ากระท่อมก้านเเดง ชุมพร คุณภาพดี ส่งขายทั่วประเทศไทย รวมทั้งส่งออกต่างประเทศ ตรงกับความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจของบ้านสวนเก็บตะวันพันธุ์ไม้ ที่ต้องการเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนพืชกระท่อมสายพันธุ์ไทยสู่ตลาดโลก รู้จัก “บ้านสวนเก็บตะวัน” บ้านสวนเก็บตะวัน เนื้อที่กว่า 100 ไร่ ตั้งอยู่ในอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นที่สะสมและรวบรวมพันธุ์ไม้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งไม้ป่ายืนต้น ไม้ผล ไม้ดอก ไผ่ และอื่นๆ ปลูกแบบผสมผสาน โดยเน้นความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด ปลูกด้วยหัวใจรัก
ร.ต.ต. อำนวย หงษ์ทอง หรือที่รู้จักกันในนาม “ดาบนวย” เจ้าของ “สวนนพรัตน์” จังหวัดนครนายก ได้ค้นพบโดยบังเอิญว่า การติดหลอดไฟ LED ขนาด 40 วัตต์ (W) เปิดให้แสงสว่างตั้งแต่ 6 โมงเย็น จนถึงเช้า กิ่งที่ถูกแสงไฟถูกกระตุ้นให้เร่งออกช่อดอกเร็วกว่าปกติ (ฤดูฝน) ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว ต้นมะปรางจะมีช่อดอกประมาณช่วงฤดูหนาวเท่านั้น ต่อมา สมาคมชาวสวนมะปรางจังหวัดนครนายกจึงแนะนำให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกใช้หลอดไฟติดตรงต้นมะปรางเพื่อให้ออกลูกดก เกษตรกรหลายรายทดลองนำไปใช้ก็ได้ผลดีเช่นเดียวกัน เพราะต้นมะปรางและมะยงชิดออกช่อติดดีมาก ติดเกือบจะทุกกิ่ง สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรทั่วประเทศที่ปลูกมะปราง มะยงชิด แห่ติดแสงไฟกันอย่างแพร่หลาย สวนมะยงชิด GI คุณทองหล่อ แดงอร่าม โทร. 087-042-5041 ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลป่าขะ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ในอดีตผู้ใหญ่ทองหล่อ ทำนาเป็นพืชเชิงเดี่ยว มีรายได้เพียงปีละครั้ง ต่อมาประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำใช้ในภาคเกษตร จึงหันปรับเข้าสู่เกษตรทฤษฎีใหม่ มีสระน้ำประจำไร่นา พร้อมทำเกษตรแบบพอเพียง ปลูกพืชผสมผสาน เช่น ทำสวนมะยงชิด ปลูกผักกูด เงาะ กระท้อน เลี้ยงปลา ฯลฯ ทำให้มีรายได้หมุนเว
พื้นที่ที่เกือบไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร และเป็นเกาะแก่งกลางน้ำ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก ถูกทิ้งไว้มาหลายปี เพราะเจ้าของต้องไปทำไร่อ้อยและไร่ข้าวโพดอีกที่หนึ่ง ไม่มีเวลาดูแล กระทั่งเมื่อ 6 ปีก่อน พื้นที่นี้ได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง คุณวิทยา โพธิลำเนา เกษตรกรชาวตำบลบ้านโคก อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่ 6 ไร่ แต่เพราะพื้นที่นี้ถูกน้ำท่วมหลากเป็นประจำทุกปี ทำให้คุณวิทยาไม่คิดปลูกพืชอะไรไว้ เพราะเกรงว่าจะไม่รอด แต่มีตัวอย่างเกษตรกรในพื้นที่ปลูกไม้ผลจนประสบความสำเร็จ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้คุณวิทยาคิดทำตามแบบอย่าง เกษตรกรตัวอย่าง ปลูกเงาะ ให้ผลผลิตดี มีคุณภาพ คุณวิทยาจึงเอาแบบอย่าง ซื้อกิ่งพันธุ์เงาะมาบ้าง ลงปลูกเต็มพื้นที่ 6 ไร่ จำนวน 160 ต้น แต่เห็นพื้นที่ระหว่างต้นเงาะยังว่าง จึงนำกิ่งพันธุ์ฝรั่งกิมจูมาลงปลูกระหว่างเงาะแต่ละต้น ทำให้ได้จำนวนฝรั่งอีก 400 ต้น หลังปลูกก็ปล่อยไว้อย่างนั้น แล้วออกไปทำไร่ตามปกติ แต่หลังจากนั้น 6 เดือน เข้ามาดูเห็นฝรั่งเริ่มติดดอก หลังจากนั้นอีก 2 เดือน เข้ามาดู ก็พบว่า ฝรั่งให้ผลผลิตแล้ว “พอเข้ามาดูก็เห็นฝรั่งดกเต็มต้น แต่ห่อไม่ทัน ผลฝรั่งเน่าคาต้นเยอะมาก เห็นผล
‘ไอ.ซี.ซี.’ จับมือ ‘มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ’ พัฒนาแหล่งน้ำ ‘ชุมชนเพชรน้ำหนึ่ง’ จ.เพชรบุรี 3 พลังประสาน สู่ความสำเร็จยั่งยืน “… หลักสำคัญว่า ต้องมีน้ำ น้ำบริโภคและน้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำ คนอยู่ได้… ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้า คนอยู่ได้… แต่ถ้ามีไฟฟ้า ไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้…” ข้างต้นคือพระราชดำรัสใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ปี 2539 สะท้อนถึงคุณค่าของน้ำต่อชีวิต ทั้งในแง่บริโภคและอุปโภค ด้วยเหตุนี้ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ จึงสนับสนุนงบประมาณรวม 3.14 ล้านบาท โดยร่วมกับ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่น้อมนำแนวพระราชดำริเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มาเป็นหลักคิดและประยุกต์ใช้ในการพัฒนาและแก้ปัญหาในพื้นที่ต่างๆ และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) รวมถึงชาวบ้าน ชุมชนเพชรน้ำหนึ่ง ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี พัฒนาแหล่งน้ำ สร้างแปลงเกษตรแบบทฤษฎีใหม่ และสร้างอาคารบรรจุและเก็บรักษาผลผลิต พลิกฟื้นที่ดินแห้งแล้งหลายพันไร่
สองพ่อลูก นายดาบตำรวจเฉลิมพล บุญทาหมั้น วัย 52 ปี ปัจจุบันรับราชการตำรวจ และลูกชาย คุณนิติภูมิ บุญทาหมั้น จบวิศวะเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยชื่อดังจากกรุงเทพฯ ในวัย 25 ปี แต่สนใจที่จะปลูกโกโก้ เพราะมองเห็นว่าเป็นพืชต่างถิ่นที่เจริญงอกงามได้ค่อนข้างดีที่เมืองไทย โดยใช้เวลาหลังเลิกงานและวันหยุด “เดิมทีผมได้ยินแต่ว่า โกโก้ นั้นปลูกได้แต่แถบทางภาคใต้ เพราะเป็นพืชเขตร้อนชื้นที่ต้องการน้ำมากและความชื้นสูง แต่โกโก้พันธุ์ไทยที่เจริญเติบโตได้ดีในแถบภาคใต้กลับเติบโตได้ดีในภาคเหนือเช่นกัน ปัจจุบันมีการปลูกแพร่หลายมากมาย ด้วยเหตุผลที่ว่าปลูกโกโก้นั้น ปลูกง่าย ดูแลง่าย และให้ผลผลิตตามที่ต้องการหลายปี เป็นไม้ยืนต้นที่ให้ผลผลิตค่อนข้างดีในเมืองไทย ผมชอบทำเกษตรอินทรีย์ และเห็นว่าต้นโกโก้ไม่ชอบสารเคมี จึงเหมาะกับผมมาก…งานปัจจุบันนี้หายาก บริษัทต่างๆ ก็มีแต่จะปิดตัวลง ปัญหาเศรษฐกิจโลกและโรคระบาดนั้น ผมเลยเป็นเด็กยุคนิวนอร์มอลครับ ผมสนใจเกษตรตามคุณพ่อ เห็นคุณพ่อและคุณปู่ทำการเกษตรมาตั้งแต่เด็ก ผมภูมิใจในตัวท่านมาก ผมมุ่งมั่นที่จะเจริญรอยตามคุณพ่อ หันมาทำการเกษตรอย่างเต็มตัวและอย่างภาคภูมิใจ และพร้อมจะ
“ต้นหอม” หรือ “หอมแบ่ง” ผักกินใบและใช้ลำต้นปลูกไม่นาน ติดอันดับผักขายดีที่ทุกแผงผักต้องมีติดไว้ เพราะถือเป็นผักที่มีส่วนสำคัญในการปรุงอาหารทั้งคาวและหวาน ทำให้ความต้องการใช้ในแต่ละวันสูงมาก แต่ยังไงก็ตามสำหรับเกษตรกรท่านใดที่อยากปลูกหอมแบ่งเพื่อสร้างรายได้ ควรมีการศึกษาการตลาดและวางแผนจัดการปลูกให้ดี เพราะหอมแบ่งเป็นพืชที่มีราคาผันผวนสูง ในวันที่ราคาดีราคาก็พุ่งสูงไปถึงกิโลกรัมละร้อย แต่หากช่วงไหนราคาตกก็ตกลงมาอย่างน่าใจหาย เพราะฉะนั้นการวางแผนและเทคนิคการปลูกถือเป็นเรื่องสำคัญ คุณสุรางค์ นรเอี่ยม หรือ พี่ก้อย อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ที่ 5 ตำบลหนองกร่าง อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์คนเก่ง สร้างตัวจากอาชีพเกษตร ปลูกพืชผสมผสาน เด่นที่การจัดสรรพื้นที่และเทคนิคการปลูกการดูแล รวมถึงการวางแผนการตลาดก่อนปลูกให้มีกำไรตลอดทุกช่วงการผลิต พี่ก้อย เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรว่า เมื่อก่อนตนเองและสามีประกอบอาชีพเปิดร้านซ่อมรถเป็นหลัก การทำเกษตรเป็นเพียงอาชีพเสริมเท่านั้น แต่เมื่อได้ทำมาสักพัก งานเกษตรได้กลายเป็นงานสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัวแบบไม่ได้ตั้งใจ เริ่มทำจากพื้นฐานค
พื้นที่ตำบลหนองเหียง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เป็นแหล่งใหญ่อีกแห่งในการปลูกขนุน ซึ่งชาวสวนที่นั่นได้รวมตัวกันทำขนุนแปลงใหญ่ ในนามวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ขนุน ตำบลหนองเหียง เน้นปลูกขนุนพันธุ์ทองประเสริฐ ที่มีลักษณะพิเศษสามารถนำผลเล็กๆ ไปแปรรูปได้ ผลผลิตส่วนใหญ่ของที่นี่ส่งออกต่างประเทศทั้งในรูปแบบผลสดและแบบแกะเนื้อแช่แข็ง ส่วนใหญ่ส่งออกไปยังจีนและเวียดนาม ทั้งอยู่ระหว่างเตรียมการส่งไปยุโรป ส่วนลูกเล็ก-ผลสุกที่ไม่ได้คุณภาพนำมาแปรรูปทำเป็นขนุนลอยแก้ว ขนุนเชื่อมอบแห้ง และแยมขนุนซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมาก เป็นขนุนที่ปลูกได้มาตรฐาน GAP มีสมาชิก 74 ราย ในพื้นที่ 749 ไร่ มี คุณสมจิตร พรมมะเสน เป็นประธานกลุ่ม โดย คุณภูวเดช จินาเคียน เกษตรกร หมู่ที่ 7 ตำบลหนองเหียง เล่าว่า สมัครเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ขนุนหนองเหียง ได้พัฒนาระบบน้ำเพื่อใช้การตรวจวัดความชื้นในแปลงปลูก มาเป็นตัวกำหนดจำนวนครั้งและปริมาณน้ำในการให้น้ำแปลงปลูกทั้ง 4 ไร่ จำนวน 160 ต้น ได้ผลผลิตประมาณ 5 ตัน ต่อไร่ ในปีที่ผ่านมาราคาขนุนดีอยู่ที่ 37 บาท ต่อกิโลกรัม “การปลูกขนุนขุดหลุมลึก 50 เซนติเมตร กว้างประมาณ 30 เซนติเมตร ห่างกัน
ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ของทุกปี เป็นช่วงเวลารอคอยของผู้ชื่นชอบมะยงชิด-มะปรางหวาน ที่ต่างพร้อมใจกันปักหมุดมุ่งสู่จุดหมายเดียวกันคือ จังหวัดนครนายก ในทุกฤดูกาลผลผลิตมะยงชิด-มะปรางหวาน ที่ปลูกกันมายาวนานถูกพัฒนาคุณภาพ ทั้งการปลูก ดูแล เก็บผลผลิตเพื่อให้มีรสชาติและความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการแข่งขัน เนื่องจากมีราคาขายเป็นแรงจูงใจ จึงทำให้แต่ละสวนมีลูกค้าขาประจำจับจองผลผลิตทุกปี “สวนสุริยะ” เป็นอีกแห่งที่ปลูกมะยงชิด-มะปรางหวาน การันตีคุณภาพด้วยแนวทางการปลูกแบบปลอดภัย ผลมะยงชิด-มะปรางหวาน มีลูกใหญ่ รสหวานหอม สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า คุณสุริยะ คณะธรรม เจ้าของสวนสุริยะ ตั้งอยู่เลขที่ 184 หมู่ที่ 4 ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โทรศัพท์ 083-121-9922 อดีตเคยรับราชการตำรวจ กระทั่งเกษียณอายุมาเมื่อปี 2558 แล้วมาทำสวนผลไม้ต่อ ปัจจุบันอายุ 67 ปี ที่สวนสุริยะปลูกไม้ผลผสม ได้แก่ มะยงชิด มะปราง ส้มโอ และมะม่วง แต่ที่โดดเด่นแบบสร้างรายได้คงเป็นมะยงชิดกับมะปราง โดยปลูกมะยงชิดและมะปรางหวานไล่เรี่ยกันจำนวนละกว่า 200 ต้น มีมะม่วงแซมมะยงชิด จำนวน 30 ต้น ที่เหลือเป็นส้มโอเล็กน้อย ใช
ส้ม เป็นพืชที่ปลูกยาก มีปัญหาสารพัด แต่ก็ไม่ได้เหนือความสามารถของเกษตรกรชาวสวนของอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา สามารถแก้ไขและปลูกให้ได้ผลผลิตดีและขายได้ คุณสมคิด คำจันทรา เกษตรกรชาวสวน ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 146 หมู่ที่ 4 ตำบลเจริญราษฎร์ อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ดีกรีรางวัลเกษตรกรอาชีพทำสวนดีเด่น ระดับเขตภาคเหนือ และรางวัลชมเชย ระดับประเทศ เล่าให้ฟังว่า ตนเองมีอาชีพทำสวนมาตั้งแต่หนุ่ม ทั้งลิ้นจี่ที่เป็นผลไม้มีชื่อของอำเภอแม่ใจ ส้ม และมะม่วง โดยเฉพาะ ส้มตนเองเคยปลูกมาครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2544 หรือเกือบเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากประสบปัญหาเรื่องโรคกรีนนิ่ง และราคาไม่จูงใจ จึงล้มต้นส้มไปปลูกมะม่วงแทน จนกระทั่งปัจจุบันมีการทดลอง และแก้ไขปัญหาในเรื่องโรคกรีนนิ่งโดยการใช้ยาปฏิชีวนะเข้ามาแก้ไข และตนเองได้ไปศึกษาเรียนรู้การปลูกส้มสายน้ำผึ้งจากเกษตรกรชาวสวนที่อำเภอฝาง มั่นใจว่า ทำได้ ได้แบ่งพื้นที่มาปลูกส้มสายน้ำผึ้ง โดยซื้อต้นพันธุ์จากอำเภอฝางมาปลูก ตั้งแต่ ปี 2558 โดยปลูกในพื้นที่ 4 ไร่ ระยะห่างระหว่างต้นระหว่างแถว 4×6 เมตร มีจำนวนประมาณเกือบ 300 ต้น ปีที่แล้วขายได้เงินประมาณ 400,000 บาท แต่ป
“แรกๆ ก็เคยลองผิดลองถูกมาโดยตลอด ว่าการทำสวนส้มเขียวหวาน ทำอย่างไรจึงจะให้ได้ผลผลิตตลอดทุกปีแล้วก็ทุกฤดูกาล พอทำได้แล้ว… ทำอย่างไร จะทำให้ลดต้นทุน พอทำได้แล้ว… ทำอย่างไร ถึงจะหลุดพ้นสารเคมี แล้วจะเอาอะไรมาทดแทนสารเคมี พอเราทำได้ทุกคำพูดจึงบอกต่อแนะนำผู้อื่น แนวคิดนี้เกิดขึ้นด้วยตัวเอง จากผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ ก็คิดได้และทำได้ แค่นี้อาจจะมีคนเห็นด้วย และมีคนเห็นต่างจากแนวคิดของเรา” คำกล่าวอันเฉียบคมที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเป็นขั้นเป็นตอน จากการตั้งใจทำงาน จริงใจ ในการสร้างจิตสำนึกผลิตส้มเขียวหวานที่ปลอดภัยสู่ผู้บริโภคของ คุณสมทรง อุตมา สาวแพร่คนเก่ง คุณสมทรง อุตมา อายุ 49 ปี ปัจจุบัน อยู่บ้านเลขที่ 135/1 หมู่ที่ 4 บ้านวังลึก อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ โทร. 093-045-9021 สามี คุณมีชัย อุตมา มีลูกชาย 2 คน คนที่ 1 น้องจักรพงษ์ อุตมา จะเป็นคนที่รับไม้ต่อการทำเกษตรของครอบครัว มีความมุ่งมั่น ตั้งใจทำเกษตร ได้รับการคัดเลือกให้ไปฝึกอบรมด้านการเกษตรที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 1 ปี เพื่อฝึกงานฟาร์ม หาประสบการณ์ด้านการเกษตร การบริหารจัดการฟาร์มและการตลาด ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและ
