พืชทำเงิน
ผ่านมาแล้วกับฤดูกาลของผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดนครนายก อย่าง “มะยงชิด” และยังเป็นผลไม้ในดวงใจของใครหลายคน อยากจะรับประทานเดือนละหลายๆ หน แต่ติดตรงที่ผลไม้ชนิดนี้จะออกให้ได้ลิ้มรสตามฤดูกาลเท่านั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อย เพราะที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะยงชิดไว้รับประทานนอกฤดูให้แฟนคลับคนรักมะยงชิดได้รับประทานให้หายคิดถึงได้น้อยมาก แต่ครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีของคนรักมะยงชิดที่ไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตารอให้ฤดูกาลเวียนมาบรรจบครบปี เพราะตอนนี้ได้มีเกษตรกรหัวก้าวหน้าได้เริ่มพัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมะยงชิดออกมาหลากหลาย เพื่อเอาใจแฟนคลับคนรักมะยงชิดให้ได้รับประทานผลผลิตนอกฤดูกาล และถือเป็นการมาแบ่งปันความรู้การต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมะยงชิด โดยเฉพาะพี่น้องชาวสวนมะยงชิดที่ไม่ได้อยู่นครนายก พอถึงช่วงปลายฤดูกาลผลผลิตราคาตกอย่างน่าใจหาย เพราะฉะนั้นเก็บไว้มาแปรรูปสร้างรายได้เพิ่มกันดีกว่า คุณจตุพงษ์ บุญประกอบ หรือ พี่แม็ค อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 8 ตำบลศรีนาวา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์หัวก้าวหน้า และเชื่อว่าหลายท่านหากเป็นแฟนคลับตั
จากปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้ คุณสอาด คำทราย จำต้องเกษียณตัวเองออกราชการก่อนกำหนด ทั้งๆ ที่ใจยังรักอยากจะทำงานต่อ แต่เพราะกลัวความเครียดจากการทำงานที่เพิ่มขึ้นตามภาระงานที่ได้รับซึ่งเป็นสาเหตุเร่งเร้าทำให้สุขภาพทรุดโทรม จึงตัดสินใจเกษียณตัวเองจากอดีตเจ้าพนักงานการเกษตร อำลาหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรให้แก่เกษตรกรมา 31 ปี คุณสอาด คำทราย อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 6 บ้านปงวัง ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สัมผัสชีวิตเกษตรมาโดยตลอด เมื่อเรียนที่วิทยาลัยเกษตรกรรมลำปาง (ปัจจุบัน เป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จังหวัดลำปาง) ปี พ.ศ. 2520 ในระดับ ปวช. และ ปวส. จบปี พ.ศ. 2524 (ต่อมาจบปริญญาตรี วท.บ. เทคโนโลยีการเกษตร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ปี พ.ศ. 2535) ในปี พ.ศ. 2524 ได้บรรจุเป็นเจ้าพนักงานการเกษตร ที่อำเภอลอง จังหวัดแพร่ และย้ายมาอยู่จังหวัดลำปาง เมื่อปี พ.ศ. 2531 ระหว่างรับราชการอยู่ที่จังหวัดลำปาง ได้ใช้พื้นที่หลังบ้านตนเองประมาณ 400 ตารางเมตร ยกแปลงปลูกผักเป็นแปลงๆ เริ่มปลูกได้ก็แจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน เมื่อมีมากขึ้นจึงมีแม่ค้าใกล้เคียงมาซื้อกัน ส่วนใหญ่เป็นผักตามฤดูกาล ในเวลานั้นไม่ได้ปล
ปัจจุบัน พื้นที่ปลูกยางเดิมและดินพื้นที่ปลูกยางใหม่ เป็นดินเสื่อมโทรม มีความสมบูรณ์ต่ำ อันเกิดจากดินขาดอินทรียวัตถุ เกิดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน การสูญเสียธาตุอาหารพืชโดยติดไปกับผลผลิตสภาพแวดล้อมธรรมชาติเปลี่ยนแปลง สภาวะโลกร้อนทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิต ทำให้ต้นทุนในการผลิตยางพารา ปาล์มน้ำมัน ตลอดจนไม้ผลสูง การปลูกพืชคลุมดินในสวนยาง เป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ในสวนยาง ทั้งนี้ เศษซากพืชคลุมดินเมื่อย่อยสลายกลายเป็นอินทรียวัตถุจะช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดิน ช่วยปรับโครงสร้างดินและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ปุ๋ยเคมี ส่งผลให้การเจริญเติบโตดี เปิดกรีดได้เร็วขึ้นและให้ผลผลิตน้ำยางเพิ่มขึ้นด้วย การปลูกพืชคลุมดินไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน รักษาความชื้นในดิน ควบคุมการเจริญเติบโตของวัชพืช ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดวัชพืช ตลอดจนเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในดิน ได้แก่ จุลินทรีย์ เช่น เชื้อรา และแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ และสัตว์ที่อา
หากใครมีโอกาสท่องเที่ยวป่าธรรมชาติ ในบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อาจจะเคยรู้จักและคุ้นเคยกับชื่อ น้ำตกผามะนาวยักษ์ กันมาบ้างแล้วน้ำตกแห่งนี้มีบรรยายกาศสวยงาม ร่มรื่น เหมาะสำหรับเล่นน้ำหรือนั่งพักผ่อนฟังเสียงน้ำตก หลายคนด้นดนมายังน้ำตกแห่งนี้ เพื่อมาดูความมหัศจรรย์ของต้นมะนาวยักษ์ ใกล้ๆ น้ำตก ต้นมะนาวยักษ์เหล่านี้ เติบโตตามธรรมชาติ และมีขนาดผลใหญ่ยักษ์จริงๆ จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ น้ำตกผามะนาวยักษ์ จนทุกวันนี้ ต้นมะนาวยักษ์ ลักษณะลำต้นสีน้ำตาล เป็นไม้ยืนต้นตระกูลมะนาวสูงประมาณ 3-10 เมตร ตามลำต้นและกิ่งก้านมีหนาม ใบเดี่ยวออกสลับ ใบกลมมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบงอขึ้นเล็กน้อยสีเขียวเข้มเป็นมันวาว ใบใหญ่และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ผลกลมใหญ่ ผิวเรียบเปลือกหนา ดอกมีสีขาวอมม่วง มีกลิ่นหอม ระยะแรก ผลมีสีเขียว หลังจากผลสุกเต็มที่แล้ว จะมีสีเหลืองมะนาว ขนาดผลใหญ่เท่าผลส้มโอ น้ำหนักตั้งแต่ 1 กิโลกรัมขึ้นไป ที่ผ่านมากรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เคยตรวจสอบลักษณะต้นและผลมะนาวยักษ์ ก็ได้ข้อสรุปว่า มะนาวยักษ์ จัดเป็นพืชตระกูลส้มประเภท ซิตรอน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Citrus medica มีถิ่นกำเนิดในประเ
มะเขือพวง จัดเป็นพืชผักสวนครัวที่คนไทยนิยมบริโภคกันเป็นอย่างมาก มักจะนำไปใส่เป็นเครื่องเทศในแกงต่างๆ ประกอบกับนวัตกรรมที่ก้าวล้ำ มีการแปรรูปอาหารเครื่องเทศส่งออกนอก นับว่าเป็นผลดีในการขยายตลาดของมะเขือพวงให้กว้างมากขึ้น มีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ ยืดอายุอาหาร ปรับเปลี่ยน แพ็กถุงเพิ่มมูลค่า ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยไม่น้อย ดังนั้น การปลูกมะเขือพวงจึงเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจ ทั้งยังเป็นพืชอายุสั้น ปลูกได้ตลอดปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนจะลงทุนควรศึกษาให้ดี โดยเฉพาะเรื่องการตลาด คุณศิริพร กุศล (คุณดำ) สวนตั้งอยู่ เลขที่ 38 หมู่ที่ 3 ตำบลศาลาครุ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ปลูกมะเขือพวง ข่า ตะไคร้ ส่งโรงงาน โดยคุณดำเล่าให้ฟังว่าตนเป็นพนักงานบริษัทญี่ปุ่น ทำเกี่ยวกับชิ้นส่วนรถยนต์ ทำงานในตำแหน่งเซลส์แอนด์มาร์เก็ตติ้ง มานานกว่า 20 ปี ได้รับเงินเดือนสูงถึง 150,000 บาท ต่อเดือน แต่ผลตอบแทนที่มากขนาดนี้ก็ไม่ได้แปลว่าจะตอบโจทย์คุณดำได้ทุกอย่าง ช่วงหลายปีหลังๆ เริ่มอิ่มตัวในสายงาน ประกอบกับอายุที่มากขึ้น อยากได้ชีวิตที่อิสระและมีไอดอลอยู่ในใจ “พี่ที่เป็นไอดอลเราเขาเป็นผู้จัด
กล้วย…เป็นพืชอาหารที่มีวิตามินเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพผู้บริโภค กล้วยที่เรารู้จักมักคุ้นกันดี เช่น กล้วยหอม กล้วยไข่ หรือกล้วยน้ำว้า กล้วยปลูกได้ทั้งในหัวไร่ปลายนา หรือปลูกในเชิงธุรกิจ ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจแปรปรวน การปลูกกล้วยจึงเป็นหนึ่งพืชที่มาแรงและน่าสนใจ เพื่อการยกระดับรายได้นำไปสู่การยังชีพที่พอเพียงและมั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง กล้วย พืชแซมในสวนไม้ผล มหัศจรรย์พืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้สู่วิถีมั่นคง มาบอกเล่าสู่กัน คุณเสน่ห์ ในจิตร เกษตรอำเภอน้ำขุ่น เล่าให้ฟังว่า กล้วยเป็นพืชที่ปลูกและเจริญเติบโตได้ดีในทุกพื้นที่ของประเทศไทย และสภาพพื้นที่อำเภอน้ำขุ่นก็มีความเหมาะสมที่จะปลูกกล้วยได้ดี ต้นกล้วยต้องได้รับน้ำพอเพียง ใส่ปุ๋ยตามสูตร ถูกอัตราส่วน และใส่ตามระยะเวลา หรือป้องกันกำจัดศัตรูได้ก็จะเจริญเติบโตได้ผลผลิตกล้วยดีมีคุณภาพ โรคและแมลงศัตรูกล้วย กล้วยมีโรคและแมลงศัตรูเข้ามารบกวนทำลายน้อย เช่น โรคไฟทอปทอร่า มันจะทำให้รากเน่า โคนเน่า ใบเหลืองแห้ง หรือที่เรียกว่าตายพราย ป้องกันได้ด้วยการเลือกหน่อกล้วยพันธุ์ดีและปลอดโรคมาปลูก ศัตรูอีกชนิดคือ หนอนม้วนใบ มักจะกัดกินที่ริมใบให้แหว่งเ
อย่างที่หลายท่านทราบกันดีว่า “ไผ่” เป็นพืชที่มีประโยชน์รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นลำต้น ใบ หรือหน่อ ทุกส่วนล้วนแล้วนำมาทำประโยชน์ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านของสิ่งปลูกสร้าง คือส่วนของลำ นำมาสร้างที่อยู่อาศัย ทำเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ ตู้ เตียง รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ใบ นำมาทำเป็นปุ๋ยปลูกพืชผักได้ และส่วนของหน่อ สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู และยังไม่นับรวมในส่วนของการนำมาทำพลังงานเชื้อเพลิง รวมถึงเครื่องนุ่งห่ม เพราะฉะนั้นแล้วไผ่จึงถือเป็นพืชมากประโยชน์ และมีอนาคตสดใส ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ไผ่ ก็ยังเป็นพืชที่สร้างอนาคตได้อยู่ดี คุณสมพร แก่นคำ หรือ พี่อ๊อด อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่บ้านถาวรพัฒนา ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เกษตรกรอำเภอพิมาย ที่ยืนหยัดปลูกไผ่เป็นอาชีพหลักสร้างรายได้มานานกว่า 30 ปี โดยให้เหตุผลที่ว่า ไผ่ เป็นพืชที่มากประโยชน์ ทุกส่วนของไผ่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด รวมไปถึงการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด หากใครได้เรียนรู้และคลุกคลีอยู่กับไผ่จะรู้ดีกันอยู่แล้ว พี่อ๊อด เล่าถึงการปลูกไผ่ให้ฟังว่า ตนเริ่มปลูกไผ่เป็นอาชีพเสริมมาน
ปี 2564 ปีทองทุเรียนต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 คาดว่าน่าจะสร้างมูลค่ารายได้ประมาณ 70,000 ล้านบาท เปิดฤดูกาลด้วยกระดุม กิโลกรัมละ 190-200 บาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ทุเรียน และต้นฤดูกาลเดือนเมษายน หมอนทอง ราคา 170-180 บาท กระดุม 165 บาท ก้านยาว 150-160 บาท ชะนี 135 บาท สูงกว่าปี 2563 และคาดว่าช่วงที่กระจุกตัวจะเป็นช่วงสั้นๆ ราคาน่าจะไม่ต่ำกว่า 90-95 บาท ภาคตะวันออก (จันทบุรี ระยอง ตราด) ปี 2564 ข้อมูล สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี ทุเรียนภาคตะวันออกจาก 3 จังหวัด ปริมาณทั้งหมด 575,542 ตัน จันทบุรี มีปริมาณ 398,618 ตัน หรือคิดเป็น 69% ระยอง 120,080 ตัน หรือ 21% และ ตราด 56,844 ตัน หรือ 10% คุณสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี มีความมุ่งมั่นแก้ปัญหาทุเรียนอ่อนอย่างจริงจัง เพราะได้รับการร้องเรียนมาจากผู้บริโภค ชาวสวน ผู้ส่งออก ปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ หรือทุเรียนอ่อน มือตัดจากต้นทางสำคัญที่สุด ช่วงต้นฤดูกาล ทุเรียนมีปริมาณน้อย ราคาสูง ล้งมีจำนวนมาก มีการแข่งขันสูง บางคนตัดตามสั่งเพื่อส่งทุเรียนอ่อนไปทุบราคาตลาดปลายทาง ทำให้ได้กำไรมาก ส่วนคนตัดได้ค่าแรงเพิ่มขึ้น ปัญหาทุเรียนอ่อน
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ตำบลบ้างปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี 2521 อยู่ท่ามกลางหุบเขา ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในเขตพื้นที่อำเภอหางดง เมื่อก่อนพื้นที่ศูนย์ฯ ถือเป็นแหล่งทดลองไม้เมืองหนาวที่สำคัญ โดยเฉพาะกุหลาบที่มีกลิ่นหอม ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนงานส่งเสริมเน้นการปลูกพืชผักอินทรีย์ และไม้ผล ที่สำคัญ คือ อะโวกาโด ที่สามารถรับประทานสด มีไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ประมาณ 8-20 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย วิตามินสูง นอกจากให้คุณค่าทางอาหารแล้ว ยังให้เป็นวัตถุดิบเพื่อการสกัดน้ำมันในอุตสาหกรรม โครงการหลวง ได้นำอะโวกาโดมาทดลองปลูกที่พื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ประมาณ ปี พ.ศ. 2526 ปรากฏว่า ได้ผลผลิตคุณภาพดี จึงสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกไม้ผลชนิดนี้ ซึ่งเหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 600 เมตรขึ้นไป สายพันธุ์อะโวกาโดที่ปลูกได้แก่ พันธุ์ปีเตอร์สัน (Peterson) เป็นเผ่าเวสต์อินเดียน ลักษณะเป็นผลค่อนข้างกลม มีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง น้ำหนัก 200-300 กรัม เนื้อผลสีเหลืองอมเขียว รสดี เมล็ดใหญ่อยู่ในช่องเมล็ดแน่น เป็นพันธุ์เบาเก็บเกี่
วิธีการเอาลูกกล้วยไม้สกุลช้างออกขวด หลังจากการนำฝักที่ผสมได้ส่งเข้าห้องแล็บเพาะเมล็ดในอาหารวุ้น ซึ่งเมื่อเมล็ดงอกเป็นต้นเจริญเติบโตในขวดจนพร้อมย้ายออกจากขวด ซึ่งการย้ายกล้วยไม้สกุลช้างที่แนะนำอาจจะแตกต่างจากสวนกล้วยไม้อื่นบ้าง แต่เท่าที่ใช้วิธีนี้มาก็ช่วยให้คนดูแลสวนมือไม่เปื่อย และยังเอาลูกกล้วยไม้ออกขวดได้รวดเร็ว สามารถทำได้ครั้งละหลายๆ ขวดด้วย หลายๆ ท่านจะได้ลองนำไปประยุกต์ใช้ดู ขั้นแรก ให้ใช้หนังสือพิมพ์สัก 3-4 ชั้น นำมารองขวดที่เราจะเอากล้วยไม้ช้างออกจากขวด ต่อมาก็นำหนังสือพิมพ์ห่อขวด เหมือนทำขนมปังโรล แต่อย่าพลิกขวด ยังคงให้ขวดกล้วยไม้ตั้งขึ้นเหมือนเดิม ทุบลงเน้นๆ ที่หัวและท้ายของขวดให้แตก อย่าทุบตรงกลางขวด เพราะเศษแก้วอาจไปทับต้นช้างเผือกน้อยของเราช้ำได้ เปิดกระดาษออก แล้วค่อยๆ เก็บเศษแก้วออกให้หมด นักเลี้ยงกล้วยไม้หลายท่านก็ใช้วิธีเอาลวดมาดัดเป็นตะขอแล้วแหย่ลงทางปากขวด ใช้เกี่ยว กล้วยไม้ออกมาทีละต้น วิธีดังกล่าวก็ใช้ได้แถมขวดยังนำกลับไปขายได้ แต่เมื่อมาคำนวณเทียบกับความรวดเร็วและการช้ำของรากลูกไม้ พบว่าใช้วิธีทุบปลอดภัยต่อลูกกล้วยไม้มากกว่า เมื่อเก็บเศษแก้วออกหมดเราก็จะเหลือลูก
