พืชทำเงิน
อินทผลัม คุณภาพดี หลากหลายสายพันธุ์ ปัจจุบันถือเป็นของดีอย่างหนึ่งอำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ด้วยการบริหารจัดการที่ดี ของ คุณครองจักร งามมีศรี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลชอนสารเดช จังหวัดลพบุรี และเป็นเจ้าของ “สวนอินทผาลัมชอนสารเดช” ตั้งอยู่บ้านเลขที่ เลขที่ 96/1 หมู่ที่ 4 บ้านชอนสารเดช ตำบลชอนสารเดช อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี โทร. (085) 909-7445, (099) 275-6444 คุณครองจักร เริ่มต้นปลูกอินทผลัมโดยนำเมล็ดที่ซื้อผลมาจากต่างประเทศ เพื่อรับประทานไปปลูกในกระถางต้นชวนชม ปรากฏว่า ผ่านไปเดือนกว่ามีการงอกของเมล็ด จึงนำไปปลูกในแปลง ผ่านไป 1 ปีต้นอินทผลัมเจริญเติบโตดี เลยสนใจและหันมาศึกษาเรื่องการปลูกเพิ่มเติม จนทราบว่าการปลูกจากเมล็ดใช้เวลานานกว่าจะได้ผลผลิต เลยตัดสินใจสั่งพันธุ์เนื้อเยื่อจากต่างประเทศมาปลูก จนเต็มเนื้อที่กว่า 20 ไร่ โดยปลูกอินทผลัมจำนวน 500 ต้น ก่อนหน้านี้ คุณครองจักรปลูกไม้ผลหลายชนิดแต่กลับยืนต้นตาย ทั้งๆ ที่มีระบบน้ำหยดทุกต้น เนื่องจากสวนแห่งนี้ มีหน้าดินตื้นแค่ 50 เซนติเมตร ลึกลงไปเป็นดินขาว เป็นเม็ดกรวดและเป็นดินดานแข็ง รากพืชไม่สามารถแทงลงไปได้ แต่อินทผลัมเป็นไม้ผลชนิดเ
จังหวัดแพร่ แม้จะมีพื้นที่เหมาะแก่การปลูกผลไม้ได้หลากหลายชนิด แต่ก็ยังไม่มีผลไม้ชนิดใด ที่ยื่นขอจดทะเบียนเป็นสินค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ (GI : Geographical Indications) ทั้งส้มเขียวหวาน ลำไย ลางสาด ลองกอง ทุเรียน แก้วมังกร ส้มโอ หรือแม้แต่กาแฟแพร่ ถ้าหากผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งของจังหวัดแพร่ ได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตรเป็นผลไม้ GI ย่อมส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และพัฒนาคุณภาพไม้ผลของจังหวัดให้มีมาตรฐาน เกิดการเพิ่มมูลค่าให้กับผลไม้อย่างแน่นอน ผู้เขียนได้ติดต่อขอข้อมูลกับเกษตรจังหวัดแพร่ เกี่ยวกับแนวความคิด แนวทางที่จะผลักดันการส่งเสริมให้ผลไม้จังหวัดแพร่ ให้ได้รับการจดทะเบียนดังกล่าว แนวความคิดและความเป็นมา ของการผลักดันผลไม้จังหวัดแพร่เป็นผลไม้บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI คุณประภาส สานอูป เกษตรจังหวัดแพร่ ได้กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าสินค้าเกษตรในกลุ่มไม้ผลซึ่งเป็นพืชสวนที่สร้างมูลค่าให้ประเทศไทยได้มาก โดยผลไม้ในกลุ่มเศรษฐกิจหลักที่มีการส่งออกมากที่สุด คือ ทุเรียน (คิดเป็นร้อยละ 46.06) รองลงมา ได้แก่ ลำไย (คิดเป็นร้อยละ 37.49) มังคุด (คิดเป็นร้อยละ 9.50) มะม่วง (คิดเป็นร
หมอเกษตร ทองกวาว แนะวิธีเพาะหรือปลูกเห็ดโคน ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากนำจาวปลวก ที่อยู่ภายในจอมปลวก มีขนาดใกล้เคียงกับกะลามะพร้าวผ่าซีก จอมปลวกหนึ่งรังจะมีจาวปลวกหลายอัน มีลักษณะเบา โปร่ง ซุย มีรอยทางเดิน ซอกแซก ทะลุถึงกันได้ จาวปลวกน่าจะเป็นสวนปลูกเห็ดอ่อน เพราะมีเส้นใยขาวเต็มไปหมด สามารถพัฒนาเป็นดอกเห็ดต่อไป เกษตรกรจะนำจาวปลวกออกมาถู หรือขยี้ให้เป็นฝุ่นโปรยลงบนข้าวเหนียวนึ่งสุก ทิ้งให้เย็น เติมน้ำเล็กน้อยแล้วคลุกให้เข้ากัน คล้ายกับการทำสาโท นำไปหมักในถังพลาสติก ปิดปากถังด้วยผ้าขาวบาง เกษตรกรบางท่านอาจฉีกหมวกเห็ดโคนผสมลงไปด้วยก็มี เก็บในร่ม ปล่อยให้เส้นใยเจริญเพิ่มปริมาณจนมองเห็นสีขาวชัดเจน ใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ จึงนำไปหว่านในสวนในร่มรำไร อย่าให้แสงแดดจ้า ในช่วงแล้งควรสับฟางข้าว หรือนำใบไม้แห้งโรยลงพื้นเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุเป็นอาหารชั้นดีของเห็ด เมื่อเตรียมหัวเชื้อไว้เรียบร้อยแล้วจึงนำไปหว่านลงดิน กะให้พอดีกับต้นฤดูฝน หากฝนทิ้งช่วงควรรดน้ำให้บ้างเป็นครั้งคราว จากนั้นอีกประมาณ 30-45 วัน จะมีดอกเห็ดปรากฏให้เห็น ทั้งหมดนี้เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านล้วนๆ ในทางวิชาการยังขาดการวิจัยในวิธี
“จำปาดะ” เป็นไม้ผลที่มีกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัว เติบโตได้ดีในท้องถิ่นภาคใต้ พบได้ทั่วไปในพื้นที่จังหวัดสตูล สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ฯลฯ ชาวบ้านนิยมปลูกไว้รับประทานและจำหน่ายผลสืบทอดกันมานานกว่าร้อยปี ปัจจุบัน จำปาดะ เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวจังหวัดสตูลและสงขลา โดยนิยมปลูกต้นจำปาดะผสมผสานกับไม้ผลชนิดอื่นๆ ทุกส่วนของต้นจำปาดะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น ผล แปรรูปเป็นอาหารคาว หวาน เปลือกต้น ทำปุ๋ยชีวภาพได้ ไม้จำปาดะใช้ทำเครื่องเรือน เครื่องใช้ไม้สอย นอกจากนี้ ใบและเนื้อไม้จำปาดะ ยังใช้ทำสีย้อมผ้าได้ ฯลฯ “จำปาดะ” เป็นพืชป่า จําปาดะ จัดอยู่ในวงศ์ (Family) Moraceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Artocarpus integer (Thunb.) Merr. มีชื่อสามัญว่า Champedak ชาวใต้เรียกสั้นๆ ว่า “จําดะ” เป็นพืชป่าที่ขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปในป่าแถบภาคใต้ของประเทศไทย มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย และพม่า จำปาดะ เป็นไม้ยืนต้นลักษณะคล้ายขนุน แต่มีขนาดผลเล็กกว่า ลำต้นสีน้ำตาลและมักมีจุดสีขาวตลอดทั้งต้น ใบและผลของจําปาดะคล้ายขนุน ใบจะมีปุยขนสั้นๆ หากจับดูจะรู้สึกระคายมือ ผลมีลักษณะรูปทรงยาวบ้างสั้น
ประเทศไทยใช้ปุ๋ยทุกวันนี้ปีหนึ่ง 4-5 หมื่นล้าน ถ้าเราลดปุ๋ยในนาข้าวได้เมื่อไหร่ ก็คือการลดใช้ปุ๋ยในประเทศได้มาก นอกจากนี้พบว่า ในฟางข้าว ประมาณ 60 ล้านไร่ ที่ทำนาอยู่ ปุ๋ยที่อยู่กับฟางข้าวมีมูลค่า 3-4 หมื่นล้าน แต่เราเผาทำลายไปเกือบครึ่งหนึ่ง คิดง่ายคร่าวๆ ว่า ในฟางข้าว 1 ไร่ เป็นมูลค่าปุ๋ย NPK เป็นพันบาท ถ้าเราไม่เผาก็ต้องหาทางเลือกให้ชาวบ้าน จริงๆ สาเหตุที่ชาวบ้านเผา หนึ่ง ไม่รู้จะจัดการฟางยังไงให้มันไว เพราะทุกวันนี้ปลูกข้าว 2 ปี 5 รอบ และจากการพัฒนาพันธุ์ที่ดีเกินไป ปลูกยังไงก็ออกดอก นี่เป็นข้อดี แต่ข้อเสียคือสภาพแวดล้อมในประเทศเสียหายมาก ศัตรูพืชก็ระบาด สอง ถ้าใช้วิธีปกติ คือ ไถกลบ อย่างน้อยต้องใช้เวลา 40-60 วัน ถ้าใช้วิธีไถกลบแล้วปลูกเลย ตอซังจะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ที่มีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ ซึ่งไม่สามารถจะย่อยสลายได้ในระยะเวลาอันสั้น ปลูกข้าวไปก็จะเหลือง ไม่โต แคระแกร็น อาการนี้เรียกว่า อาการข้าวเมา เมาตอซัง ดร.กฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล รองอธิบดีกรมการข้าว ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการนำฟางข้าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ว่า ประเทศไทยมีพื้นที่การปลูกข้าว ทั้งฤดูนาปีและนาปรังคร่าวๆ กว่า 66
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมยังสับสนเกี่ยวกับสารต้านอนุมูลอิสระ ว่าทำหน้าที่อย่างไร และทราบว่ามีประโยชน์กับร่างกาย แต่ทำประโยชน์อย่างไรไม่ทราบ มีการประชาสัมพันธ์ว่า มีมากในข้าว ชนิดที่มีสีเข้มนั้นเป็นจริงหรือไม่ ขอให้คุณหมอเกษตรช่วยแนะนำข้าวสีม่วงที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงให้ทราบด้วยครับ แล้วผมจะติดตามอ่านในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านต่อไปครับ ผมถือโอกาสขอบคุณคุณหมอเกษตร ทองกวาว มา ณ โอกาสนี้ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง วิวัฒน์ ศิริวงศ์วานิช กรุงเทพฯ ตอบ คุณวิวัฒน์ ศิริวงศ์วานิช สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) เป็นสารที่ทำหน้าที่ชะลอการออกซิเดชั่น (Oxidation) ในเซลล์สิ่งมีชีวิต รวมทั้งมนุษย์เรา จึงส่งผลทำให้เซลล์แก่ตัวช้าลงตามไปด้วย นอกจากนี้ ยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกในร่างกาย ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และป้องกันอาการเส้นเลือดตีบ สารต้านอนุมูลอิสระ มีมากในพืชผักชนิดต่างๆ โดยเฉพาะในหัวผักกาดม่วง มะเขือม่วง ข้าวโพดสีม่วง ข้าวสีม่วง และพืชผักสีม่วงอื่นๆ ในพืชผักสีม่วงจะอุดมไปด้วยสารแอนโธไซยานิน (Anthocyanin) ในตัวของแอนโธไซยานิน มีส่วนประกอบของวิตามินเอ
ท่ามกลางกระแสทุเรียนที่มาแรงไม่เคยตก ไม่ว่าจะปีไหนๆ ราคาก็จะพุ่งสูงไม่ต่ำกว่า กิโลกรัมละ 150-200 บาท และยิ่งถ้าเป็นทุเรียนเกรดพรีเมี่ยม พูโตๆ ก็ต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นไปอีก หากพูดด้วยอารมณ์ของคนน้อยใจ ก็คือ ไม่มีที่เหลือไว้ให้สำหรับคนงบน้อยบ้างเลย แต่ช้าก่อน! อย่าเพิ่งเศร้ากันไป เพราะวันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน มีเรื่องราวดีๆ ของชาวสวนที่ระนอง มาเล่าให้ฟัง เพราะที่สวนของชายคนนี้ เขาปลูกทุเรียนอินทรีย์คุณภาพเกรดเอ แต่เอามาขายแค่ กิโลกรัมละ 120 บาท เพื่อให้พี่น้องงบน้อยได้กินของดีๆ มีอยู่จริง ที่นี่! คุณประสิทธิ์ศิลป์ บุญเภา หรือ พี่ศิลป์ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จังหวัดระนอง อยู่ที่ หมู่ที่ 6 ตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง เจ้าของสวนสังวาลย์เกษตรอินทรีย์ ผู้ตั้งปณิธานแน่วแน่ในการผลิตผักผลไม้ปลอดสาร เพราะอยากให้ทุกคนปลอดภัยจากสารเคมี จนเกิดเป็นการสร้างรายได้ และการแบ่งปันคนมีงบน้อยก็สามารถกินผลไม้ที่ราคาถูกและดีได้ พี่ศิลป์ เล่าว่า เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ที่ตนเลือกเดินบนเส้นทางสายเกษตร จากอดีตเคยทำงานเป็นพนักงานบริษัท กลับมาสานต่อและพัฒนางานเกษตรของครอบครัวที่มีอยู่ให้ดีขึ้น เริ่มต้นพัฒนาจากสิ
ผักโขม เป็นพืชผักปลอดภัยคู่ครัวที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง การหว่านเมล็ดพันธุ์ปลูกในมุ้ง การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ การควบคุมป้องกันกำจัดศัตรูพืชด้วยวิธีธรรมชาติหรือให้น้ำเพียงพอ ต้นผักโขมก็เจริญเติบโตสมบูรณ์ได้ผักปลอดภัยเพื่อการบริโภคหรือเพื่อการส่งออก ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพื่อการยังชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง วันนี้จึงนำเรื่อง ผักโขม เกษตรกรปลูกในมุ้งได้ผักปลอดภัยเพื่อการส่งออก มาบอกเล่าสู่กัน คุณวลัญช์อร ถมปัด รองประธานวิสาหกิจชุมชนพืชผักปลอดภัยในมุ้งตำบลท่ามะนาว เล่าให้ฟังว่า พืชผักปลอดภัยเป็นอาหารคู่ครัวที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย แต่!!! พืชผักปลอดภัยที่ผลิตได้ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ องค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะนาวจึงได้ร่วมกับกระทรวงพลังงาน กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตร ปตท. พีทีที กรุ๊ป สนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ตำบลท่ามะนาวได้ทำงานร่วมกัน โดยจัดตั้งเป็น “วิสาหกิจชุมชนพืชผักปลอดภัยในมุ้งตำบลท่ามะนาว” มีเกษตรกรให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม 15 คน วิสาหกิจชุมชนพืชผักปลอดภัยในมุ้งตำบลท่ามะนาว ได้มีเป้าหมาย เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ให้เกษตรกรในชุมชน เพื่อให้เกษตรกรใน
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมปลูกมะนาวไว้วงบ่อซีเมนต์ไว้ข้างบ้าน จำนวน 3 วงบ่อ พบว่าการเจริญเติบโตเป็นปกติดี ที่บริเวณใกล้เคียงผมปลูกกล้วยไว้จำนวนหนึ่ง ต่อมาเมื่อมะนาวติดผลแล้วปรากฏว่าผิวเปลือกเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลเกือบดำ ผมขอเรียนถามว่า มะนาวของผมเกิดอะไรขึ้น แล้วจะแก้ไขอย่างไร ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง วิวัฒน์ พงศ์อร่ามวิทย์ ธนบุรี ตอบ วิวัฒน์ พงศ์อร่ามวิทย์ อาการของผลมะนาวที่เล่ามา เกิดจากการเข้าทำลายของ ไรสนิม ไรชนิดนี้มีขนาดเล็กมาก มีวงจรชีวิตตั้งแต่ฟักออกจากไข่ถึงตัวเต็มวัย ใช้เวลา 7-12 วัน การเข้าทำลายด้วยการดูดกินน้ำเลี้ยงที่ผลและใบ เข้าทำลายได้ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย เพศเมียวางไข่ได้คราวละ 400-500 ฟอง การดูดกินที่ผลและใบ ภายใน 2 สัปดาห์ ผลมะนาวจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมดำปรากฏให้เห็น หากพิจารณาตามความเป็นจริงแล้ว แสดงว่าไรสนิมชนิดนี้ต้องการน้ำมันจากผิวเปลือกมะนาวนำไปใช้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง ในขณะเดียวกันตัวไรสนิมอาจผลิตสารบางอย่างออกมาเปลี่ยนเปลือกสีเขียวให้เป็นสีน้ำตาลอมดำ นอกจากนี้ เปลือกมะนาวจะแข็งกระด้างและแห้ง ส่งผลทำให้มะนาวแคระแกร็น ป
แก้วมังกร เป็นพืชตระกูลตะบองเพชรชนิดหนึ่ง ปัจจุบันกลายเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการปลูกเชิงการค้า และได้รับความนิยมบริโภคไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น โดยเฉพาะสุภาพสตรีส่วนใหญ่ใช้บริโภคเพื่อลดน้ำหนัก (ลดความอ้วน) เมื่อมีคนใดคนหนึ่งสามารถลดน้ำหนักได้จริง ทำให้มีการใช้ผลแก้วมังกรนี้เป็นองค์ประกอบของการควบคุมน้ำหนักของสุภาพตรี ในปัจจุบัน นอกจากนี้ คุณสมบัติของแก้วมังกรมีพอสมควร โดยมีสารมิวซิเลจ (Muciage) สารพวกนี้เป็นโพลีแซกคาไรด์เชิงซ้อน มีลักษณะคล้ายวุ้น หรือเยลลี่ ช่วยดูดน้ำตาลกลูโคส โดยเฉพาะในคนที่เป็นเบาหวาน โดยไม่พึ่งอินซูลิน ลดไตรกลีเซอไรด์ และคอเลสเตอรอลชนิดความหนาแน่นในเลือดต่ำ เพิ่มธาตุเหล็กอีกด้วย การปลูกแก้วมังกรเพื่อให้ได้ผลผลิตดีมีคุณภาพ ไม่ว่าจะปลูกแบบสวนหลังบ้านหรือเพื่อการค้า จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการจัดการบ้าง การจัดการแก้วมังกรนั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผู้ที่สนใจ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้ที่คิดจะปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตโดยไม่ใส่ใจอะไรเลย สำหรับบทความนี้จะนำเสนอวิธีการตัดแต่งกิ่งแก้วมังกร ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการผลิตแก้วมังกรที่ให้ผลผลิตแล้ว อายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป เพ
