พืชทำเงิน
ปัญหาการบุกรุกผืนป่าเพื่อทำการเกษตร เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตพื้นที่สูงในภาคเหนือ ความจริงแล้ว คนอยู่กับป่าได้ แต่ต้องอาศัยการบริหารจัดการที่เหมาะสม โดยให้ชาวบ้านรู้จักและเข้าใจถึงคุณค่า คุณประโยชน์ของป่า ตามพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดตาก เป็นหนึ่งในพื้นที่ตัวอย่างของการบริหารจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่สูง สนองพระราชดำริของทั้งสองพระองค์ ในเรื่อง “สร้างป่า สร้างอาชีพ” ได้อย่างดีเยี่ยม จากเดิมที่ชาวบ้านเคยปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชผักประเภทกะหล่ำ ฯลฯ จนเต็มดอย ทุกวันนี้เกษตรกรชาวเขาในพื้นที่สูงเหล่านี้เริ่มหันมาปลูกไม้ยืนต้น เช่น ต้นอะโวกาโด คู่กับการปลูกต้นกาแฟในแปลงเดียวกัน ช่วยสร้างรายได้ที่ดีให้แก่ตัวเกษตรกรเองแล้ว ยังทำให้เกิดการฟื้นฟูป่าไม้ได้อย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กันด้วย “อาเปา” เกษตรกรชาวเขาเผ่าม้ง พื้นที่ดอยมูเซอ ที่ทอดยาวไปตามแนวเทือกเขาถนนธงชัยใต้ ในอดีตเคยเป็นพื้นที่สีชมพ
ไฟฟ้าชุมชน : หญ้าเนเปียร์ยักษ์ พืชพลังงาน สร้างอนาคต รายได้ ต่อกลุ่มเกษตรกร อย่างมั่นคงและยั่งยืน ก่อนที่จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับไฟฟ้าชุมชน โครงการบริษัทในเครือบางจาก จับมือกับเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน ฐานราก พลังสีเขียว ของบุคคลกลุ่มหนึ่งที่อาสามาฟื้นฟูช่วยเหลือเกษตรกรไทยในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รายได้ของเกษตรกรหดหายไปเพราะราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำมาหลายปี เรียกว่า “ยากจนกันถ้วนหน้า ยากแค้นทั่วทั้งพารา” ว่างั้นเถอะ ผู้เขียนจะพาท่านไปรู้จักพืชพลังงานที่เคยได้ยินกันมานานว่า หญ้าเนเปียร์ ที่กรมปศุสัตว์แนะนำให้เกษตรกรมาปลูกเลี้ยงเป็นอาหารสัตว์ พวก โค กระบือ โคนม โคเนื้อ เป็นอาหารหยาบ รู้จัก หญ้าเนเปียร์ยักษ์พอสังเขป ที่มาใช้กับไฟฟ้าชุมชน ชื่อสามัญ : King grass ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pennisetum purpurreum ต้นประเทศที่นำเข้า : ประเทศอินโดนีเซีย ปีที่นำเข้า : มกราคม 2533 ผู้นำเข้า : คุณชาญชัย มณีดุล ลักษณะเด่นชัด : ลำต้นสูง แตกกอง่าย ใบและลำต้นมีขน ให้ผลผลิตต่อไร่สูง 10-60 ตัน ต่อไร่ ต่อปี หรือมากกว่านั้น (ตัดหลายรุ่นต่อปี) ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำ คุณค่าพลังงาน : 175.40 แคลอรีของหญ้าเนเ
เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดแถบใต้เชิงเขาหิมาลัย เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่ถูกปลูกไว้บริเวณบ้านไทยมาแต่โบราณ กินได้หลายส่วน ทั้งยอด ดอก และฝักเขียว แต่ใครๆ นิยมกินฝักมากกว่าส่วนอื่น ต้นมะรุม พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ทางอีสานเรียก ผักอีฮุม หรือผักอีฮึม ภาคเหนือเรียก มะค้อมก้อน ชาวกะเหรี่ยงแถบกาญจนบุรี เรียก กาแน้งเดิง ส่วนชานฉานแถบแม่ฮ่องสอน เรียก ผักเนื้อไก่ คนเฒ่าคนแก่นิยมกินมะรุมในช่วงต้นหนาว เพราะเป็นฤดูกาลของฝักมะรุม หาได้ง่าย รสชาติอร่อย เพราะสดเต็มที่ มีขายตามตลาดทั่วไป คนที่ปลูกมะรุมไว้ในบ้านเท่านั้นจึงจะมีโอกาสลิ้มรสยอดมะรุม ใบอ่อน ช่อดอกและฝักอ่อน ช่อดอก นำไปดองเก็บไว้กินกับน้ำพริก ยอดมะรุม ใบอ่อน ช่อดอก และฝักอ่อน นำมาลวกหรือต้มให้สุก จิ้มกับน้ำพริกปลาร้า น้ำพริกแจ่วบอง กินแกล้มลาบ ก้อย แจ่ว ได้ทุกอย่าง หรือจะใช้ยอดอ่อน ช่อดอกทำแกงส้มหรือแกงอ่อมก็ได้ ต่างประเทศใช้ใบมะรุมประกอบอาหารเช่นเดียวกับการใช้ผักขมฝรั่ง หรือปรุงเป็นซอสข้นราดข้าวหรืออาหารแป้งอื่นๆ นอกจากนี้ ใช้ตากแห้งป่นเก็บไว้ได้นานโรยอาหาร เช่นเดียวกับที่ภูมิปัญญาอีสาน จังหวัดสกลนคร ใช้ใบมะรุมแห้งปรุงเข้าเครื่อง “ผงนัว” กับสมุน
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมเคยเห็นคำว่า สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช สารชนิดนี้กับฮอร์โมนเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร หากเป็นชนิดเดียวกัน เขามีการแบ่งย่อยออกเป็นอย่างไร และแต่ละชนิดมีประโยชน์ หรือโทษ กับต้นไม้อย่างไร ขอความกรุณาให้รายละเอียดด้วยครับ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง สุวิทย์ กองพันเพียน ระยอง ตอบ คุณสุวิทย์ ทองพันเพียน ฮอร์โมนพืช (Plant Hormone) เป็นสารที่พืช หรือต้นไม้ผลิตมาเองตามธรรมชาติ ผลิตขึ้น ณ จุดใดจุดหนึ่ง แล้วเคลื่อนย้ายไปยังส่วนต่างๆ และมีอิทธิพลต่อขบวนการเติบโต การติดดอกออกผล การพัฒนาของผล การสุกแก่ไปจนสิ้นอายุไขของต้นไม้ ส่วนสารควบคุมการเจริญเติบโตพืช (Plant Growth Pegurator) เป็นการสังเคราะห์ขึ้นมาโดยมนุษย์ สารชนิดนี้เป็นสารอินทรีย์ มีสูตรโครงสร้างประกอบด้วย คาร์บอน (C) ออกซิเจน (O) และไฮโดรเจน (H) เป็นหลัก โดยมีการจัดแบ่งกลุ่มไว้ 7 กลุ่ม ดังนี้ ออกซิน (Auxin) ทำหน้าที่ขยายเซลล์พืช ส่งผลให้ใบและผลไม้มีขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยป้องกันการหลุดร่วงของใบ ดอก และผล เช่น IAA จิบเบอเรลลิน (Gibberellins) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการยืดตัวในทางยาวของเซลล์พืช ช่วยขยายขนาดของผล ทำลายร
การสร้างแหล่งอาหารที่เริ่มต้นจากคนในครอบครัว เป็นกิจกรรมที่หลายคนหันมาให้ความสนใจ เริ่มจากปลูกพืชผักง่ายๆ ไว้บริโภคภายในครอบครัว หากเหลือก็แบ่งปันให้กับเพื่อนบ้านและจำหน่ายเป็นการสร้างรายได้เสริม คุณแอน พรมศักดิ์ เป็นหนึ่งในบุคคลที่ตื่นตัวและให้ความสำคัญกับอาหารการกินในครอบครัว ด้วยความที่เธอเป็นแม่ค้าขายอาหาร จึงมีโอกาสไปจับจ่ายซื้อของในตลาดสด โดยเฉพาะพืชผัก ทำให้เห็นเส้นทางของผักแต่ละชนิดที่วางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด ซึ่งปลูกและเจริญเติบโตจากสารเคมี “เราไปตลาด สิ่งที่เราเห็นทุกวันก็คือ ผักที่เราซื้อมากิน บางครั้งเราเอามาปรุงอาหาร เพราะว่าเราเป็นคนที่ชอบทำอาหารเอง มาปรุงอาหารแล้วมีความรู้สึกว่ากลิ่นของสารเคมีกับพืชผักบางชนิดแรงมาก แรงจนเรารู้สึก ทำไมมันน่ากลัวจัง เราก็เลยเริ่มอยากปลูกผักกินเอง แรกๆ เลย ก็อยากปลูกผักเพื่อดูแลตัวเองและครอบครัว เรียนรู้การทำเกษตรข้างบ้าน ด้วยแนวคิด “เกษตรวิถีพอเพียง” จุดเริ่มต้นการหันมาปลูกผักเพื่อบริโภคในครอบครัว เกิดขึ้นในพื้นที่รอบๆ บ้าน ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ศึกษาวิธีการปลูก การดูแลตามกำลังและความสามารถที่ทำได้ “เราอยู่หมู่บ้านทาวน์เฮ้า
ชื่อสามัญ : เทพทาโร Safrol laurel ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cinnamomum porrectum (Roxb.) Kosterm. วงศ์ : LAURACEAE ปีนี้อากาศแปรปรวนอย่างน่าวิตก…ไม้ป่าที่หายากก็ติดเมล็ดเสียมากมาย เหมือนมันตื่นรู้ความผิดปกติของธรรมชาติ…ผู้เขียนมีโอกาสได้เพาะเมล็ดไม้หลากหลายชนิด “เทพทาโร” ก็เป็นไม้หนึ่งที่ได้เพาะ ดั่งต้องมนต์สะกดยามได้กลิ่น กลิ่นที่หอมรัญจวนทำให้ห้องนอนหอมอบอวลไปตลอดทั้งคืน ตื่นเช้ามาต้องรีบนำออกไปเพาะ หากได้ติดตามอ่าน จะทราบว่า เทพทาโร อยู่ในสกุลอบเชย เป็นพันธุ์ไม้ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ความโดดเด่นของไม้เทพทาโร คือ ความหอม ปัจจุบัน “เทพทาโร” เป็นไม้ 1 ใน 22 ชนิด ที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เพราะการนำไปใช้ประโยชน์ที่ไม่ได้ปลูกทดแทนไม้เดิมที่ตัดไป ทำให้เทพทาโรลดปริมาณลงอย่างรวดเร็วแทบจะสูญพันธุ์ น้อยคนจะทราบว่า เทพทาโร มีกลิ่นหอมหลายกลิ่น “อาจารย์สมบูรณ์ บุญยืน” สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ ได้ศึกษาพบว่า ใบ และผล มีกลิ่นต่างกันถึง 4 แบบ ได้แก่ กลิ่
มีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ กับการที่มนุษย์เงินเดือนลาออกจากงานประจำหันมาทำเกษตร พี่เปล่ง หนุ่มหน้ามนคนเพชรบูรณ์ อดีตช่างเทคนิคแผนกซ่อมบํารุงในบริษัทเอกชนหันมาเอาดีด้านการปลูกไผ่ ด้วยเหตุผลที่เริ่มอิ่มตัวกับงานประจำ และอยากมีเวลากับครอบครัวให้มากกว่านี้ จึงเลือกอาชีพเป็นเกษตรกร เป็นอาชีพใหม่ในการสร้างรายได้และเพื่อให้ได้อยู่กับครอบครัวที่ตัวเองรักด้วย คุณสุดใจ มนตรี หรือ พี่เปล่ง ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์เมืองเพชรบูรณ์ อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ที่ 5 บ้านหนองแดง ตำบลชนแดน อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ลาออกจากการเป็นมนุษย์เงินเดือน ผันตัวเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัว ซึ่งหากท่านผู้อ่านได้อ่านเรื่องราวที่พี่เปล่งได้บอกเล่าประสบการณ์การทำเกษตรแล้ว ท่านจะเกิดกำลังใจขึ้นมาอีก เพราะการทำเกษตรไม่ได้ยากอย่างที่คิด ขอแค่เพียงรู้จักวางแผนและขยันศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ เพียงเท่านี้ก็ถือเป็นบันไดขั้นแรกสู่ความสำเร็จแล้ว พี่เปล่ง เล่าว่า การเริ่มต้นเป็นเกษตรกรของตนเริ่มจากการเป็นเกษตรกรวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อน เริ่มปลูกไผ่ครั้งแรก ปี’58 โดยมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า ก่อนที่จะออกจากงานด้วยการหาซื้อที่ดินไว้สำหรับทำการเกษตรก่อน อันดั
กล้วย เป็นไม้ผลเขตร้อน ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลสุกนอกจากจะใช้รับประทานเป็นผลไม้แล้ว ยังสามารถนำมาปรุงอาหารคาว-หวาน และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารชนิดต่างๆ อีกหลายชนิด ได้แก่ กล้วยตาก ท็อฟฟี่ กล้วยทอด กล้วยบวชชี กล้วยในน้ำเชื่อมกระป๋อง เป็นต้น ส่วนใบตองสดนำไปใช้ห่อของ ทำงานประดิษฐ์ศิลปะต่างๆ ได้แก่ กระทง บายศรี ใบตองแห้ง ใช้ทำกระทงใส่อาหาร และใช้ห่อผลไม้ เพื่อให้มีผิวสวยงามและป้องกันการทำลายของแมลง ก้านใบและกาบกล้วยแห้ง ใช้ทำเชือก กาบสดใช้สำหรับการแทงหยวกประกอบเมรุในการฌาปนกิจศพ หัวปลี (ดอกกล้วยน้ำว้า) ยังใช้รับประทานแทนผักได้ดีอีกด้วย คุณค่าทางอาหาร กล้วย เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินเอ เนื่องจากกล้วยเป็นพืชที่ใช้ต้นทุนการผลิตต่ำ อีกทั้งปลูกแล้วดูแลรักษาง่าย ให้ผลผลิตเร็ว และเจริญเติบโตได้ดีในทุกภาคของประเทศไทย รวมทั้งตลาดยังมีความคล่องตัวสูงทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออก กล้วยจึงเป็นไม้ผลที่เกษตรกรควรพิจารณาปลูกเป็นการค้าทั้งในลักษณะพืชหลักหรือแซมพืชอื่นๆ เป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง กล้วย เป็นไม้ผลล้มลุกที่สามารถเจริ
การงอกเมล็ดของตาลโตนดนั้นแตกต่างจากไม้อื่น โดยเมล็ดจะแทงงวงลงดินลึก แล้วจึงนำต้นอ่อนเติบโตขึ้นมาเหนือพื้นดิน เจริญเติบโตขึ้นเป็นต้นสมบูรณ์ ด้วยลักษณะพิเศษดังกล่าว ทำให้เกษตรกรบางรายสับสนว่า ควรจะเพาะเมล็ดในถุงเพาะชำก่อน หรือปลูกลงดินเลย “หมอเกษตร ทองกวาว” ไปหาคำตอบมาให้ว่า วิธีใดดีกว่ากัน หมอเกษตร ทองกวาว เริ่มศึกษาเรื่องตาลโตนดอย่างจริงจัง เมื่อ ปี พ.ศ. 2537 เนื่องจากประทับใจการสร้างสวนตาลโตนด ที่พุทธมณฑล อำเภอศาลายา จังหวัดนครปฐม จึงนำเมล็ดตาลโตนดมาเพาะลงในกระถาง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร ไว้หลายกระถาง กระถางละ 10 เมล็ด อีกส่วนหนึ่งเพาะในถุงเพาะชำ ใช้ขี้เถ้าแกลบเป็นวัสดุเพาะ เมื่อเมล็ดงอกจะสร้างงวงสีขาว ส่วนปลายสุดเป็น ตัวอ่อน หรือ เอมบริโอ ที่จะพัฒนามาเป็นรากและต้นที่สมบูรณ์ต่อไป ในเวลา 2 เดือน งวงของมันจะยืดยาวออก และพยายามควานหาแหล่งน้ำและอาหารที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดให้ได้ วนเวียนอยู่ในกระถาง จนงวงบิดงอและม้วนเป็นเกลียวหลายชั้น แต่ที่น่าอัศจรรย์มากที่สุดคือ งวงของแต่ละเมล็ดจะไม่เกี่ยวพันกัน ต่างคนต่างหลบหลีกทางกัน งวงที่ค้นหารูระบายน้ำของกระถางพบ มันจะออกแรงผลักดันส่งตัวอ่อนอ
ได้กล่าวไว้แล้วว่า น้ำ เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับสวนมะพร้าว มะพร้าวควรจะได้น้ำ 600 ลิตร/สัปดาห์ หรือ 90 ลิตร/วัน มะพร้าวไม่ควรรอน้ำจากฝนอย่างเดียว ควรมีการให้น้ำบ้าง เมื่อให้น้ำแล้วควรหาวัสดุ เช่น เปลือกมะพร้าว กะลามะพร้าว หรือใบมะพร้าว ที่อยู่ในสวนมาคลุมโคนต้น เพื่อป้องกันความชื้นในดินไม่ให้ระเหยออกมา การคลุมโคนต้น ควรจะคลุมเพียงชั้นเดียว ไม่ควรวางซ้อนกันหลายชั้น อาจเสี่ยงกับการที่ด้วงแรดมะพร้าวและด้วงงวงมะพร้าวจะมาวางไข่บนกองทางใบ และเป็นสาเหตุให้เข้าทำลายต้นมะพร้าวที่ปลูกได้ เมื่อถึงฤดูฝน ถึงแม้จะมีฝนตกลงมา วัสดุที่คลุมโคนต้นมะพร้าว ไม่ว่าจะเป็นเปลือกมะพร้าว กาบมะพร้าว กะลามะพร้าว หรือใบมะพร้าว ที่คลุมโคนต้นไม่จำเป็นต้องรื้อออกมา ความชื้นที่อยู่ในดินจะช่วยย่อยสลายวัสดุดังกล่าวให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้กับต้นมะพร้าวอีกด้วย ใบมะพร้าวที่เหลืองแห้งติดอยู่บนต้นมะพร้าว จะไม่สร้างอาหาร คือไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ เกษตรกรควรดึงออกจากต้น เพื่อเป็นการสงวนน้ำในลำต้นมะพร้าว จากการศึกษาวิจัย พบว่า มะพร้าวต้นหนึ่งจะมีใบประมาณ 40 กว่าใบ เมื่อเก็บเกี่ยวทะลายลงมาแล้ว ควรเกี่ยวหรือตัดเ
