พืชทำเงิน
การปลูกพืชเชิงเดี่ยวซ้ำเป็นเวลานาน คืออีกหนึ่งปัจจัยทำให้สภาพดินเสื่อมโทรม ผลผลิตที่ได้จะมีคุณภาพด้อยลงไปตามระยะเวลา “แสงพศิน เมล่อนฟาร์ม/ไร่ปาริชาติ” เป็นฟาร์มปลูกเมล่อนอีกแห่งหนึ่งที่ประสบปัญหาดังกล่าวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะสภาพดินทำให้เกิดโรคในต้นเมล่อน จนต้องปรับเปลี่ยน นำ “บัตเตอร์นัต” เข้ามาปลูก “นาวิน ลิ้มมณีประเสริฐ” เจ้าของแสงพศิน เมล่อนฟาร์ม/ไร่ปาริชาติ จากบ้านจำปาทอง ต.หนองปลาปาก อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย บอกว่า ก่อนหน้านี้เคยปลูกเมล่อนในโรงเรือน พอปลูกบนพื้นที่เดิมเป็นเวลานานๆ ผลผลิตเริ่มมีปัญหา จึงทดลองนำ “บัตเตอร์นัต” มาปลูกสลับ หรือเรียกว่าการเปลี่ยนแปลงพืชที่ปลูกในโรงเรือน หลังจากปลูกครั้งแรกและครั้งที่สอง ถัดมาพบว่าได้ผลผลิตที่ดี การปลูกและการดูแลไม่ยุ่งยากเท่ากับการปลูกเมล่อน ที่สำคัญไม่ได้ใช้ยาฆ่าแมลงเลย ต่างจากเมล่อนที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด “เมล็ดพันธุ์บัตเตอร์นัต ได้มาจากน้องที่ปลูกมาก่อน โดยนำมาปลูกครั้งแรก จำนวน 100 เมล็ด จากนั้นได้คัดสายพันธุ์ และเพิ่มพื้นที่ปลูก ซึ่งบัตเตอร์นัตมีหลายสายพันธุ์ แต่ภายในฟาร์มมี 2 สายพันธุ์ แตกต่างกันที่รูปร่าง แต่ทำลวดลายเหมือนเ
ในช่วงหลังฤดูทำนาปี เกษตรกรบางส่วนปลูกข้าวนาปรัง ซึ่งเป็นพืชที่ใช้น้ำมาก แต่สถานการณ์น้ำในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา มักประสบปัญหาความแห้งแล้ง ผลผลิตไม่ได้ตามต้องการ เนื่องจากในช่วงข้าวตั้งท้องหรือช่วงสะสมแป้งน้ำจะแห้ง แต่ที่ตำบลสบบง อำเภอภูซาง มีกลุ่มเกษตรกรได้หันมาปลูกพริก ซึ่งเป็นพืชใช้น้ำน้อย และให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการปลูกข้าวนาปรัง คุณประสิทธิ์ นันตะบุญ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 บ้านปง ตำบลสบบง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ในฐานะประธานกลุ่มผู้ปลูกพริก ได้เล่าให้ฟังว่า เดิมเกษตรกรในพื้นที่นี้จะทำนาปลูกข้าวนาปรัง หลังจากทำนาปีเสร็จหลายปีที่ผ่านมา ก็พออยู่ได้เนื่องจากน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ แต่มา 2-3 ปี ให้หลัง ต้องประสบกับการขาดทุน เนื่องจากเมื่อถึงระยะข้าวตั้งท้องหรือระยะเมล็ดข้าวสร้างแป้ง น้ำที่ใช้หล่อเลี้ยงต้นข้าวได้แห้งลง ทำให้ต้นข้าวแห้งตาย ไม่สามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ หรือถ้าเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตก็ไม่ดี ตนเองกับสมาชิกกลุ่มจึงพูดคุยกันว่า คงต้องปรับเปลี่ยนการทำนาปลูกข้าวนาปรังเป็นพืชอื่นที่ใช้น้ำน้อย และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ก่อนหน้านั้นตนเองเป็นคนขับรถบรรทุก จะไปรับสินค้าการเกษตร
ก้าวเข้าสู่ฤดูร้อน บางพื้นที่อาจเจอภาวะอากาศร้อนและฝนตก ซึ่งเสี่ยงทำให้เกิดโรคเน่าในแปลงปลูกชาโยเต้ (มะระหวาน หรือ ฟักแม้ว) มักพบได้ในแปลงปลูกหัวพันธุ์และต้นกล้า หากพบในระยะเพาะต้นกล้า จะสังเกตเห็นเส้นใยของเชื้อราลักษณะหยาบ มีสีขาวบนหัวพันธุ์หรือบริเวณโคนต้นกล้า ต่อมาเชื้อราจะสร้างเม็ดสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำคล้ายเมล็ดผักกาดปนอยู่กับเส้นใย จึงมักเรียกว่า ราเม็ดผักกาด ทำให้หัวพันธุ์เน่า ต้นกล้าที่งอกจะเหี่ยวและตายในที่สุด ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกชาโยเต้อย่างสม่ำเสมอ หากพบหัวพันธุ์หรือต้นกล้าเริ่มแสดงอาการของโรค ให้ถอนและขุดดินบริเวณที่พบเป็นโรค นำไปเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก ด้านการป้องกันกำจัดโรคเน่า กรมวิชาการเกษตร ให้คำแนะนำว่า ควรใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อราคาร์บอกซิน 75% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโทลโคลฟอส-เมทิล 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอีไตรไดอะโซล 24% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอีไตรไดอะโซล + ควินโตซีน 6% + 24% อีซี อัตรา 30-40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร รดดินในหลุมและบริเวณใกล้เคียง ทุกๆ 5 วัน อย่างน้
“วันๆ หมกมุ่นอยู่แต่ในบ้านไม่ได้นาน ใจมันอยู่ที่สวน ต้องใช้ชีวิตอยู่กับสวน มันเงียบดี อากาศก็บริสุทธิ์ สดชื่น เดินดูโน่น…นั่น…นี่ เห็นใบไม้สีเขียวเป็นมัน เห็นดอกไม้ผลสวยงาม มีกลิ่นหอม รอดูผล แม้ได้เวลาเก็บผลก็ยังเสียดาย อยากให้ติดผลอยู่บนต้นนานๆ มันเป็นชีวิตที่มีความสุข” คำปรารภของ ร.ต. ประเสริฐ ชอบธรรม อดีตทหารผ่านศึก ทำเกษตรไม้ผล ที่แพร่ ร.ต.ประเสริฐ ชอบธรรม ภรรยา คุณไฉน ชอบธรรม มีบุตร 2 คน คนหนึ่งทำงานประจำ อีกคนกำลังศึกษาระดับปริญญาโท ครอบครัวนี้อยู่บ้านเลขที่ 106/1 หมู่ที่ 9 ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ 54150 โทรศัพท์ 081-299-4674 ร.ต. ประเสริฐ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวคือ พ่อ-แม่ ทำอาชีพเกษตรกรรมอยู่ก่อนแล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2527 ตนเองต้องไปเข้ารับการคัดเลือกเป็นทหารเกณฑ์ สังกัด ม.พัน 12 ค่ายพระยาไชยบูรณ์ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ได้ออกสนามรบที่อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ปะทะกับผู้ก่อการร้ายทหารลาวได้รับบาดเจ็บ อวัยวะบางส่วนพิการ จึงเป็นอดีตทหารผ่านศึกได้รับพระราชทานยศ ร้อยตรี อยู่ในการดูแลขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินเลี้ยงชีพ เงินผดุงเกี
จากพื้นแผ่นดินที่มีลักษณะลูกรังร้อนแล้ง คุณณรงค์ ไทยเจริญ ผู้มีแรงบันดาลใจจากหิ่งห้อยตัวเล็กๆ นับสิบตัวที่เขาพบเจอ สร้างแรงผลักดันสู่การอนุรักษ์และอยากสร้างป่าผืนเล็กๆ ขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีครอบครัวเป็นแรงสนับสนุนที่ดียิ่งกว่าใคร คุณณรงค์ ไทยเจริญ และครอบครัว มีอาชีพหลักคือการค้าขายอาหารสัตว์และเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์อยู่ที่ร้านไทยเจริญซับพลาย อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 74/3-4 หมู่ที่ 1 ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี คุณณรงค์ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีที่ตรงนี้เป็นนิคมสร้างตนเอง ตั้งแต่ยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีนโยบายยกเลิกสามล้อ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้คนที่มีอาชีพขับขี่สามล้อในสมัยนั้น โดยแจกที่ดิน ที่เขตนิคมสร้างตนเองพระพุทธบาท ให้คนละ 25 ไร่ ซึ่งสมัยก่อนที่แห่งนี้มีลักษณะเป็นป่าดงดิบ ไม่ค่อยมีผู้คนอยากอยู่นัก ปัจจุบันยังคงมีคนขับสามล้อ รุ่นที่หนึ่งที่ยังคงมีชีวิตอยู่อีก 2 ท่าน นั่นก็คือ ลุงผลู และ ลุงแก้ว จุดเริ่มต้นมาจากแรงบันดาลใจ ผลจากการเข้าอยู่ของคนรุ่นแรก ป่าไม้หายวับไปกับตา สิ่งที่มาแทนคือพืชเชิงเดี่ยว พื้นที่บางแห่งถูกปล่อยรกร้าง ดินเป็นลูกรังแข็งกระด้าง คุณณรง
จะเรียกว่า “แปลงใหญ่” ก็คงไม่เต็มปากนัก เพราะเพิ่งเป็นปีแรกของเกษตรกรกลุ่มนี้ ที่ตัดสินใจจดทะเบียนวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่ จากการส่งเสริมและสนับสนุนของสำนักงานเกษตรอำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู แต่หลังจากนี้ เกษตรกรกลุ่มนี้ พร้อมใจกันดำเนินกิจกรรมตามระเบียบปฏิบัติของการจดทะเบียนวิสาหกิจแปลงใหญ่ เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้การค้าขายคล่องขึ้น และสามารถต่อรองราคาผลผลิตไปในทิศทางที่ดี การจดทะเบียนวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่มะม่วง ตำบลหนองสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู เพิ่งดำเนินไปเมื่อปลายปี 2562 ที่ผ่านมา แต่ความแข็งแรงของเกษตรกรกลุ่มนี้ รวมตัวกันมายาวนาน ในชื่อของ “กลุ่มไม้ผล” โดยมีผลไม้ คือ มะม่วง เป็นไม้ผลชูโรงหลักของกลุ่ม คุณคำพันธ์ วงศ์รินยอง ประธานกลุ่มวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่มะม่วง บอกว่า กลุ่มเพิ่งจดทะเบียนวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่ได้ไม่นาน แต่เกษตรกรรวมกลุ่มกันในนามของ กลุ่มไม้ผล มานานหลายสิบปีแล้ว และมี “มะม่วง” เป็นไม้ผลหลักที่ขึ้นชื่อ และทำรายได้ให้กับกลุ่ม อดีต มะม่วง เป็นพืชที่ปลูกตามหัวไร่ปลายนา และตามบ้านของเกษตรกรทุกหลัง เก็บกิน เหลือมากก็ขาย มีพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาซื้อที่หลังคาบ้าน มะม่วง
จากสภาพอากาศร้อนชื้นในช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมะเขือเทศเฝ้าระวังโรคที่เกิดจากไวรัส 4 โรค คือ โรคใบหงิกเหลือง โรคใบด่างเรียวเล็ก โรคใบด่าง และโรคเหี่ยวลาย ที่สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของมะเขือเทศ กรณีโรคใบหงิกเหลือง จะพบใบยอดและใบอ่อนหดย่นหงิกสีเหลือง ขอบใบม้วนงอ ยอดเป็นพุ่ม ใบแตกใหม่เล็ก ต้นแคระแกร็น ไม่ติดผล หรือติดผลน้อยมาก ส่วนโรคใบด่างเรียวเล็ก มักพบใบด่างสีเขียวเข้มสลับสีเขียวอ่อน ม้วนงอ ต่อมาใบเรียวเล็กกว่าปกติ หากรุนแรงมาก ใบจะเรียวเล็กเหลือแต่เส้นกลางใบ ต้นชะงักการเจริญเติบโต ไม่ติดผล หรือมีผลเล็ก ถ้าเกิดโรคในระยะกล้า จะทำให้ต้นแคระแกร็น ไม่ติดผล สำหรับโรคใบด่าง จะมีใบด่างสีเขียวเข้มสลับสีเขียวอ่อนหรือสีเหลือง ใบอ่อนหดย่นเป็นคลื่นมีขนาดเล็กกว่าปกติ และใบยอดที่ปลายกิ่งบิดเกลียว ต้นชะงักการเจริญเติบโต ติดผลน้อย ผลด่าง หากเกิดโรคในระยะกล้า ต้นแคระแกร็น ใบเล็กและลดรูป ในส่วนของโรคเหี่ยวลาย มักพบใบมีแผลเนื้อเยื่อตายสีน้ำตาลเข้มหรือดำกระจายทั่วทั้งใบ หรือเกิดรอยด่างสีเหลือง ใบยอดด่างและยอดสั้น ใบอ่อนแห้งตายจากปลายใบเข้าหาโคนใบ ใบแก่มีสีเหลืองขนาดเล็กกว่าปกติ
แม้ไทยจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศผู้ผลิตยางพารา อันดับ 1 ของโลก แต่ไม่สามารถกำหนดราคายางพาราเองได้ ทำให้เกษตรกรต้องเผชิญความผันผวนของราคายางพาราตลอดเวลา เกษตรกรหลายรายตัดสินใจปรับลดพื้นที่ปลูกยางพาราบางส่วนเพื่อปลูกพืชชนิดอื่นแซมในสวนยาง โดยเริ่มจากทดลองปลูกพืชในแปลงขนาดเล็กก่อน ทำสำเร็จจึงค่อยขยายผลไปสู่แปลงขนาดใหญ่ การปรับตัวเช่นนี้ ช่วยลดความเสี่ยงจากการปลูกยางพาราเป็นพืชเชิงเดี่ยวแล้ว ยังเพิ่มโอกาสสร้างรายได้เสริมหมุนเวียนเข้ากระเป๋าได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย คุณนิวัฒน์ เนตรทองคำ เป็นหนึ่งในเกษตรกรต้นแบบ Smart Farmer ภาคใต้ ที่ประสบความสำเร็จในการปรับตัวปลูกพืชผสมผสานยาง ในระบบเกษตรอินทรีย์ เน้นปลูกพืชที่ตลาดมีความต้องการสูง เช่น ผักกูด กล้วยหอม กล้วยหิน กล้วยเล็บมือนาง ลองกอง ทุเรียน หมาก พริก พริกไทย ฯลฯ ทำให้มีลูกค้าเข้ามาติดต่อซื้อสินค้าโดยตรงถึงสวน คุณนิวัฒน์เก็บผลผลิตออกขายได้ทุกวัน แต่ละวันจะมีรายได้เข้ากระเป๋ากว่า 1,000 บาท คุณนิวัฒน์ ได้น้อมนำเอาหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักในการดำรงชีวิต และใช้แก้ปัญหาทางการเกษตรจนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เกษตรก
เกษตรกรหน้าใส บัณฑิตจบใหม่จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาจุลชีววิทยา ที่ใช้ความรู้ที่เรียนมาพัฒนาฟาร์มเห็ดของพ่อ ที่ทำมานานกว่า 40 ปี ให้คงอยู่ คุณจิดาภา ทรงสิริอาชา เกษตรกรหน้าใส ชื่อเล่นว่า คุณชิตาเกะ ที่แปลว่า เห็ด อยู่บ้านเลขที่ 221 หมู่ที่ 3 ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ก็กลับมาสานต่อธุรกิจฟาร์มเห็ดของพ่อ ที่ทำมานานกว่า 40 ปี ทันที โดยตั้งปณิธานว่า จะทำฟาร์มเห็ดที่พ่อสร้างมาให้ยังคงอยู่ และเป็นความตั้งใจที่จะต่อความฝันของตัวเองในวัยเด็ก ที่อยากจะพัฒนาอาชีพที่เลี้ยงตัวเธอมาให้ดีขึ้น อยากให้คนไทยได้กินเห็ดที่ดี มีคุณภาพ และอยากทำฟาร์มเห็ดให้เป็นที่รู้จัก และได้รับรู้ว่า จิดาภาฟาร์มเห็ด มีมาตรฐาน เห็ดทุกชนิดมีมาตรฐาน จีเอพี ทุกตัว “ตอนแรก เป้าหมายคือ เราอยากมุ่งเน้นให้คนกินเห็ดที่มีคุณภาพจากฟาร์มของเรา เพราะว่าอย่างปกติฟาร์มคนอื่นจะเน้นขายก้อน หรือแปรรูปเห็ดเป็นหลัก ซึ่งเมื่อก่อนก็เคยคิดแต่ว่าเรายังใหม่ จึงมุ่งเน้นไปที่การขายเห็ดสด และพ่อมีนโยบายว่า ถ้าเราแปรรูป คือขายของแห้ง ก็จะได้เงินแบบแห้งๆ ไม่มีรายได้มาทุกวัน แต่ถ้าขายข
คุณนิรัชพร ธรรมศิริ หรือ “ต่าย” สาวตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เล่าถึงตัวเองว่า “หนูเป็นเด็กบ้านนอก เกิดมาจากครอบครัวเกษตรกร พ่อ-แม่มีอาชีพทำนา ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ที่อำเภอจุน พะเยา จำได้ว่าตอนเด็กซุกซนตามประสาคือไปขุดไส้เดือนมาตกปลาบ่อยมาก” เธอเว้นวรรคเล็กน้อย… “ต่อมาหลังเรียนจบออกจากบ้าน ได้ไปทำงานสารพัดจังหวัด (เธอบอกเช่นนี้จริงๆ ครับ) เป็นสาวโรงงานที่อยุธยา เป็นแม่ค้าข้าวมันไก่ที่สัตหีบ สุดท้ายทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่กำแพงเพชร ในเวลานี้” สุดยอดไหมครับ คุณนิรัชพร ธรรมศิริ สำหรับเรื่องการเลี้ยงไส้เดือนนั้นเธอเล่าว่า คิดว่าเป็นความบังเอิญมากกว่า หลังจากที่ค้นหาจากโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คเพื่อดูเรื่องราวของการปลูกผักปลอดสารพิษ เพราะคิดว่าจะปลูกผักสำหรับไว้กินเอง เนื่องจากส่วนตัวชอบกินผักจิ้มน้ำพริก จนกระทั่งไปเจอวิธีการเลี้ยงไส้เดือน อ่านดูจึงรู้ว่าไส้เดือนเป็นสัตว์มหัศจรรย์มาก คือ สามารถนำมูลของมันมาใช้ใส่ผัก ผลไม้ โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างดีอีกด้วย ต่อมาจึงได้ศึกษาถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเลี้ยงไส้เดือน เธอคิดว่าจะสามารถทำความเข้าใจได้โดยไม่ต้องห
