พืชทำเงิน
สภาพดินที่ส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายหรือบางพื้นที่เป็นดินทรายในพื้นที่ภาคอีสาน ส่งผลให้เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกพืชไร่ ยกเว้นพื้นที่ทำนาที่ยังคงเพาะปลูกข้าว แต่กว่า 30 ปีแล้ว ที่ชาวบ้านสว่างพัฒนา ตำบลหนองแซง อำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น เปลี่ยนจากการปลูกพืชไร่ เป็นพืชสวน และเป็นพืชที่สามารถทำนอกฤดู รวมถึงส่งออก ทำเงินให้กับชาวบ้านสว่างพัฒนาได้มาก ต้องยกนิ้วให้กับ คุณบุญส่วน แก้วไพฑูรย์ เจ้าของไร่มะม่วงสวนอุดม ที่ริเริ่มทำปลูกและผลิตนอกฤดู จนสามารถส่งเสริมและรวมกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงบ้านแฮดเพื่อการส่งออก และจดทะเบียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ในปี 2548 ชื่อสวนอุดม มาจาก ชื่อของคุณบุญส่วนและ คุณอุดม ภรรยา นำมารวมกัน แท้จริงแล้ว คำว่า “สวน” เป็นชื่อท้ายของคุณบุญส่วน แต่เกิดผิดพลาดตอนทำทะเบียนราษฎร์กับอำเภอ จึงเติมไม้เอกเพิ่มมาให้ ส่วนคำว่า “อุดม” คือ ชื่อภรรยาของคุณบุญส่วน เมื่อนำมารวมกันจึงตั้งเป็นชื่อไร่ “มะม่วงสวนอุดม” คุณบุญส่วน จบเพียงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา แต่จังหวะและโอกาสทำให้เขาได้ไปศึกษาดูงานการปลูกมะม่วงแทนคุณพ่อ
ดร.จุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในงานแถลงข่าวผลรางวัลคุณภาพแห่งชาติ ประจำปี 2562 ซึ่งเป็นรางวัลที่สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม มอบให้กับองค์กรภาครัฐ เอกชน และรัฐวิสาหกิจ ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินจากคณะกรรมการรางวัลคุณภาพแห่งชาติ โดยเป็นการสะท้อนถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพขององค์กร อีกทั้งเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในการแข่งขันของประเทศได้ แบ่งรางวัลเป็น 3 ระดับ คือ รางวัล Thailand Quality Award (TQA) รางวัล Thailand Quality Class Plus (TQC Plus) และรางวัล Thailand Quality Class (TQC) โดยมี นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานเข้าร่วมงาน ซึ่งในปีนี้เป็นปีแรกที่ ธ.ก.ส. เข้าร่วมการประเมินและได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ Thailand Quality Class (TQC) เมื่อ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องประชุม 601 ชั้น 6 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ชมภาพบรรยากาศ คลิก https://drive.google.com/drive/folders/17YBfIJykDpi5w6DBhcM5wVDmUVOcO3nY
ปี 2563 ประเทศไทย ต้องเตรียมรับมือกับวิกฤตภัยแล้งที่คาดว่าจะมีความรุนแรงมากเป็นอันดับสองในรอบ 40 ปี นับตั้งแต่ ปี 2522 กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าประเทศไทยต้องเผชิญฝนแล้งยาวนานจนถึงเดือนมิถุนายน โดยคาดว่าปริมาณฝนจะต่ำกว่าค่าปกติ 3-5 เปอร์เซ็นต์ ในพื้นที่แล้งซ้ำซาก ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ตอนบน นับเป็นเรื่องใหญ่ที่ประชากรทุกคนต้องตระหนักถึง โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ต้องพึ่งน้ำเป็นสำคัญ จำเป็นต้องวางแผนเอาตัวรอดให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ คุณอิสระ วงศ์อินทร์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด (เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง) อธิบายถึงสถานการณ์ภัยแล้งและวิธีแก้ปัญหาว่า หากย้อนไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ในปี 2559 ประเทศไทยเคยเจอวิกฤตภัยแล้งเหมือนอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นใน ปี 2563 โดยเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นทุก 5 ปี เรียกว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ แต่ใน ปี 2563 ค่อนข้างรุนแรงมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะ เกิดฝนทิ้งช่วงเป็นระยะเวลายาวนาน น้ำในเขื่อนใหญ่ทั้ง 14 เขื่อน จะเหลือน้ำใช้ไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าเทียบกับ ปี 2559 บางเขื่อนยังพอมีน้ำประทังได้
คุณพิสุทธิ์ ต๊ะปิง หมู่ที่ 9 บ้านรักไทย ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก โทรศัพท์ (098) 593-7591 เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ คลุกคลี และผลิตลำไยนอกฤดูมานานเกือบ 20 ปี แต่เนื่องจากว่างในการทำลำไยนั้นซึ่งเป็นไม้ผลที่มีการดูแลรักษาไม่ได้บ่อยมากนัก ทำให้ตนเองมีเวลาว่างที่มองหาพืชชนิดอื่นที่น่าจะมาสร้างรายได้ ซึ่งก็มองเห็นว่า “พริก” มีศักยภาพในเรื่องของตลาด ราคาที่ดี ประกอบกับที่ก่อนหน้านั้นก็ได้มีโอกาสได้ทดลองปลูกมาบ้างในพื้นที่ที่ไม่มากเท่าไหร่ จนเห็นช่องทางการตลาดว่า พริกนั้นมีความต้องการใช้ค่อนข้างมาก มีตลาดในและต่างประเทศ ซึ่งหนึ่งในสายพันธุ์พริกที่ตลาดให้การยอมรับนั้นก็คือพริกพันธุ์ “ซุปเปอร์ฮอท” เนื่องจากพริก “ซุปเปอร์ฮอท” ซึ่งเป็นพริกขี้หนูเม็ดใหญ่ เม็ดเล็ก ผลยาว 5-7 เซนติเมตร มีลักษณะต้นแข็งแรง แตกแขนงดี ทรงพุ่มกว้างปานกลาง ต้นสูง 70-80 เซนติเมตร ติดผลดกมาก ผลชูเหนือทรงพุ่ม ผลดิบสีเขียว-เขียวเข้ม ผลสุกมีสีแดง-แดงเข้ม ผลสดเก็บได้นานโดยขั้วผลไม่เน่า ขั้วใหญ่ เนื้อหนา มีอัตราการสูญเสียน้ำหนักน้อย อายุเก็บเกี่ยว 60-65วันหลังการย้ายกล้า ทนต่อโรคและแมลงศัตรูได้ดี แล้วยังเก็บเกี่ยวไ
มะคาเดเมีย, แมคคะเดเมีย, มักคาดาเมีย, แมคาเดเมีย, แมคคาเดเมีย พบเห็นการเขียนที่แตกต่างกัน เพราะเป็นชื่อเรียกทับคำศัพท์ จาก macadamia ชื่อดั้งเดิมใช้ คำว่า “แมคคาเดเมีย” ตามชื่อของ มร. แมคคาดัม ซึ่งเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น แต่ในบทความนี้ผมขอใช้ชื่อตามที่ ม.จ. จักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ ทรงให้เขียนเป็นภาษาไทยว่า “มะคาเดเมีย” มักจะเรียกกันสั้นๆ ว่า “มะคา” มะคาเดเมีย เป็นไม้ผลที่มิใช่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย แต่เป็นพืชท้องถิ่นของประเทศเครือรัฐออสเตรเลีย แต่หากพื้นที่ใดในโลกนี้ที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิเฉลี่ย 10-25 องศาเซลเซียส หากพื้นที่นั้นมีอุณหภูมิ 18 องศาเซลเซียส สัก 1 เดือน ก็สามารถนำมาปลูกได้ แต่ผลผลิตที่ออกมาจะเป็นเช่นไร มีปัจจัยที่เป็นตัวแปรหลายประการ ในประเทศไทยก็ได้มีการนำมะคาเดเมียจากต่างประเทศมาทดลองปลูกมาช้านานแล้ว ทั้งจากเมล็ดและกิ่งพันธุ์ (ค้นหาประวัติได้ในสื่อออนไลน์) ต่อมาก็ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์ให้มีขนาดและรสชาติตามที่คนไทยนิยม ทั้งได้มีการแนะนำส่งเสริมให้มีการเพาะปลูกกันหลายพื้นที่ที่มีความเหมาะสม ที่ต้นมะคาเดเมียจะเจริญเติบโตและให้ผ
ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ถือเป็นยุคเฟื่องฟูของวงการเกษตรของไทย ผู้คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจ ยอมที่จะลาออกจากงานประจำเพื่อมาทำเกษตรเป็นจำนวนมากซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ถ้าคิดในอีกแง่มุมหนึ่ง คือยิ่งมีผู้ผลิตมากขึ้นเท่าไร อัตราสินค้าล้นตลาดก็มีเพิ่มขึ้นเท่านั้น หากเกษตรกรวางแผนกระจายสินค้าได้ไม่ดี จะส่งผลไปถึงรายได้ที่ลดลง ผลผลิตเน่าเสียโดยเปล่าประโยชน์ จะดีกว่าหรือไม่หากเกษตรกรไทยหันมาใส่ใจในด้านของการแปรรูปผลิตภัณฑ์กันมากขึ้น ถือเป็นการสร้างมูลค่าให้กับสินค้า และเพิ่มช่องทางการตลาดได้อีกหนึ่งช่องทาง และนับเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง เพราะในปัจจุบันเทคโนโลยีการแปรรูปก้าวล้ำทันสมัย เกษตรกรจับต้องได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน รวมถึงทางหน่วยงานราชการ หรือศูนย์วิจัยของมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็มีบทบาทเข้ามาช่วยในด้านการวิจัย ออกแบบแพ็กเกจจิ้ง รวมถึงช่วยเรื่องการตลาด รอเพียงเกษตรกรเดินเข้าไปหาเท่านั้น คุณทวี ศรีเกตุ อดีตนักการเมืองท้องถิ่น ผันตัวเป็นเกษตรกร อยู่บ้านเลขที่ 16/1 หมู่ที่ 5 ตำบลคลองกระบือ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่า ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นเกษตรกร เคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ของอำเภอปากพ
“คุณหมู” หรือ คุณกรวิชญ์ มาระเสนา อดีตวิศวกรโยธา ที่ตัดสินใจลาออกแล้วเบนเข็มสู่อาชีพเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัว โดยมุ่งทำสวนเกษตรผสมผสานตามศาสตร์พระราชา นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีและการตลาดมาใช้ผลิตและจำหน่ายสินค้า สร้างรายได้หลายแสนบาทต่อไร่ สร้างวิถีชีวิตแห่งความสุข บนเส้นทางอาชีพเกษตรกร เดิมทีครอบครัวคุณหมูทำธุรกิจเกษตรและประมง พ่อแม่ตั้งใจส่งเสริมให้คุณหมูเรียนจบสูงๆ เพราะไม่ได้อยากให้มาทำอาชีพเกษตรกรรม หลังคุณหมูเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธาจากมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ก็ทำงานประจำในตำแหน่งวิศวกรโยธา ทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง เมื่อ 10 ปีก่อน คุณหมูจึงตัดสินใจลาออกแล้วกลับมาทำเกษตรที่บ้านเกิด เพื่อจะได้มีโอกาสดูแลพ่อแม่ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง ในระยะแรก คุณหมูไม่มีพื้นฐานด้านงานเกษตร ก็พยายามเรียนรู้ข้อมูลด้านการผลิต-การตลาด จากหนังสือด้านเกษตรและข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เนื่องจากกระแสนิยมบริโภคผักอินทรีย์ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณหมูจึงสนใจเรื่องการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ที่ให้ผลตอบแทนสูง คุณหมูเป็นแกนนำรว
กรมวิชาการเกษตรส่งมันเทศพันธุ์ใหม่ “ พิจิตร 2 ” ป้อนโรงงานอุตสาหกรรมแป้ง ปลื้มพันธุ์ใหม่ให้ผลผลิตสูง แป้งสูง แถมขนาดหัวใหญ่ตรงความต้องการโรงงาน ปี 62 ปั๊มยอดพันธุ์กว่า 5 แสนยอด ขยายผลปลูกต่อในพื้นที่เกษตรกรได้ถึง 27 ไร่ นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้ข้อมูลว่า มันเทศ เป็นพืชอาหารและพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญชนิดหนึ่งของโลก ผลผลิตส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตแป้ง และใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอล จะเห็นได้ว่า มันเทศเป็นทั้งพืชอาหารและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตแป้งมันเทศ ซึ่งพันธุ์มันเทศสำหรับเป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม ต้องเป็นพันธุ์เนื้อสีขาว ให้ผลผลิตสูง และเปอร์เซ็นต์แป้งมากกว่า ร้อยละ 10 แต่เนื่องจากมันเทศที่เกษตรกรปลูกในปัจจุบันมีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งสายพันธุ์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นมันเทศเพื่อการบริโภคสด มีปริมาณแป้งค่อนข้างต่ำ และปริมาณน้ำตาลสูง ไม่เหมาะสมที่จะนำไปผลิตเป็นแป้งมันเทศ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร กรมวิชาการเกษตร ได้ปรับปรุงพันธุ์มันเทศสำหรับอุตสาหกรรมแป้ง ตั้งแต่ปี 2554-2560 โดยปี 2554 ผสมพันธุ์มันเทศ ใช้พันธุ์มันเทศเนื้อสีขาว
“ไทบ้านฟาร์มเมอร์” ถือเป็นฉายาที่เกษตรกรคนเก่งท่านนี้ตั้งให้ตัวเอง ที่มาของคำแทนตัวเองว่าเป็นไทบ้านฟาร์มเมอร์ มาจากที่ตนเองเป็นคนต่างจังหวัด และมีวิถีชีวิตและหลักคิดในการทำเกษตรแบบบ้านๆ การสื่อสารกับผู้คนก็เป็นหลักคิดง่ายๆ เป็นกันเอง ชาวบ้านคนธรรมดาฟังแล้วรู้เรื่อง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ คุณวุฒิพงษ์ พลอยวิเลิศ (พี่กระต่าย) เกษตรกรผู้มากความสามารถ อยู่บ้านเลขที่ 751 หมู่ที่ 14 ตำบลบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ เขาเรียนจบปริญญาตรีภายในเวลา 3 ปีครึ่ง และมีบริษัทเข้ามาจองตัวไปทำงานทันที ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์คุณภาพ โรงงานน้ำตาลกาฬสินธุ์ แต่ชีวิตก็ไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะเป้าหมายในชีวิตคือการเป็นเกษตรกร แต่ด้วยเงินทุนที่มีจำกัด จึงจำเป็นต้องตั้งใจเรียนและวางแผนการศึกษาให้ดี จบให้เร็วและมีคุณภาพเพื่อให้ได้เข้าทำงานบริษัทที่มั่นคง พอที่จะหาเงินทุนมาทำตามความฝันได้ เส้นทางชีวิตเกษตรกรไทบ้าน ไม่ง่ายอย่างที่คิด ต้องทนแรงกดดัน และมีความมุ่งมั่นสูง พี่กระต่าย เล่าให้ฟังว่า ทำงานอยู่โรงงานน้ำตาล
พบวิธีแก้ปัญหาวิกฤตราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ น้ำมันปาล์มไบโอดีเซล บี 100 ราคาสูง ไม่เพียงพอต่อความต้องการได้แล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์ข้อมูลหมู่บ้าน หมู่ที่ 3 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร คุณนวพรรณ แก้วนาโพธิ์ ประธานชมรมผู้ใช้น้ำมันปาล์มไบโอดีเซล บี 100 ตามรอยพ่อ จังหวัดชุมพร พร้อมด้วย คุณวิโรจน์ แสงบางกา ประธานชมรมธนาคารสมองจังหวัดชุมพร ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมแปรรูปลูกปาล์มน้ำมัน โดยได้รับความร่วมมือจาก คุณสุชาติ แสงบางมุด อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลนาโพธิ์ ในการเชิญชาวบ้านทั้งในพื้นที่ หมู่บ้านใกล้เคียง ชาวบ้านต่างอำเภอ และต่างจังหวัด ประมาณ 50 คน เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งหลายคนใช้น้ำมันปาล์มไบโอดีเซล บี 100 กับรถยนต์ รถแบ๊กโฮมาแล้ว แต่มามีปัญหาราคาสูงขึ้นและหาซื้อไม่สะดวกเหมือนก่อน จึงมาร่วมกันคิดหาวิธีผลิตใช้เอง เนื่องจากได้ไปศึกษาดูงานและฝึกปฏิบัติจาก อาจารย์ชาญณรงค์ ไชยรัตน์ โรงเรียนบางขันวิทยา และศูนย์เรียนรู้บ้านไชยรัตน์ อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งทดลองทำด้วยตนเองเป็นเวลาร่วม 15 ปีแล้ว โดยสามารถผลิตมาใช้ได้ทั้งเป็นอาหาร เครื่องดื่ม แยม เครื่องสำอาง ได้น้ำกะทิปรุงอาหาร และ
