พืชทำเงิน
มะพร้าวอ่อน โดยทั่วไปเรียกกันว่า มะพร้าวน้ำหอม แรกๆ มะพร้าวอ่อน อาจจะมีน้ำหวานพร้อมทั้งให้กลิ่นหอม แต่นานเข้าพบว่า มะพร้าวอ่อนที่นิยมบริโภคกันนั้นน้ำมีรสชาติหวาน แต่กลิ่นหอมน้อยลงหรือหายไป ระยะหลังนักวิจัยได้คิดค้นวิธีการวัดกลิ่นหอมของมะพร้าวขึ้น โดยมีหน่วยวัดชัดเจน ในมะพร้าวอ่อน หากน้ำมีรสชาติหวาน บวกกับมีกลิ่นหอมมากๆ ก็จะได้รับความนิยมจากผู้ปลูกและผู้บริโภค คุณนงนารถ ห่วงเจริญ อยู่บ้านเลขที่ 12/2 หมู่ที่ 2 ตำบลบางตลาด อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรทำสวน เธอเรียนจบจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา คุณนงนารถ เล่าว่า ตนเองทำเกษตรในพื้นที่ 50 ไร่ เพื่อจำหน่ายผลผลิตและต้นพันธุ์มะพร้าว…อย่างอื่นมีปลูกมะม่วง มะพร้าวที่ปลูกในเขตอำเภอบางคล้ามีชื่อเสียงมากทางด้านรสชาติ เพราะหวานกลมกล่อม มีกลิ่นหอมที่ชัดเจน แต่นานๆ ไป มีการผสมข้าม จึงเกิดการกลายพันธุ์ โดยที่กลิ่นหอมมีน้อยลง จากประสบการณ์ของคุณนงนารถ หลังจากเพาะมะพร้าวจนต้นและรากงอกแล้วดูที่ราก สามารถระบุได้ว่า ผลไหนหากนำไปปลูกแล้วได้รสชาติหวานและมีกลิ่นหอมด้วย “ที่สวน มีมะพร้าว 1,200 ต้น…เมื่อเราเพาะ มีรากออกมา หากไส้ในของรากมี
ฉบับนี้ มีโอกาสเดินทางไปดูการปลูกหม่อนที่โรงเรียนขยายโอกาสการศึกษา ที่บ้านหนองไผ่ ตำบลดงมะไฟ อำเภอเมืองสกลนคร คุณยุธยา เทอำรุง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองไผ่ ตำบลดงมะไฟ อำเภอเมืองสกลนคร เคยเอ่ยปากชักชวนผู้เขียนไปชมการปลูกหม่อน ขายผลสด สร้างรายได้ในโรงเรียน ในช่วงที่พบกันระหว่างการประชุมของสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ครั้งนี้มีโอกาสจังหวะเหมาะสมดี ที่ คุณยุธยา เทอำรุง ผอ. โรงเรียนบ้านหนองไผ่ ขับรถมารับที่หน้าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสกลนคร เพื่อเป็นการประหยัดและจะได้ทักทายกัน ขับออกจากตัวเมืองสกลนคร จากจุดนัดพบ รถมุ่งหน้าไปตามถนนสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ ผ่านแยกบายพาส มองเห็นเทือกเขาภูพานนอนเป็นแนวทอดขวางกั้น สีเขียวปนคราม เมฆหมอกยามสายยังไม่จางหายไป ลอยอ้อยอิ่งอยู่ด้านหน้า บ่งบอกอากาศในช่วงเช้า มีอุณภูมิที่ค่อนข้างต่ำ อยู่ที่ 10-11 องศาเซลเซียส ของเดือนธันวาคมปลายปีที่ผ่านมา รถวิ่งมาได้ประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงทางสามแยกที่เรียกว่า บ้านศรีวิชา พบป้ายบอกไปอำเภอเต่างอย ซึ่งเป็นอำเภอที่มีสัญลักษณ์เป็น “พญาเต่า” มีผู้คนเดินทางมาไหว้และเที่ยวชม มีชื่อเสียงในทางขอโชคลาภ จนโด่งดัง หากเอ่ยชื่อแล้วเป็นที่รู้จักทั่วไป เล
เข้าหน้าแล้งทีไร เกษตรกรต้องเตรียมพร้อมรับมือ จะแล้งน้อยแล้งมากล้วนส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรอย่างแน่นอน ดั่งเช่น คุณวิลัย รัตนวัน เกษตรกรบ้านซำตาโตง ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนภูเขาไฟ สมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่หนองเก่าของจังหวัดศรีสะเกษ อย่างที่เกริ่นไว้ ปัญหาภัยแล้งล้วนต้องเตรียมการรับมือ แต่ในรายของคุณวิลัย ไม่เฉพาะประสบปัญหาภัยแล้ง แต่แล้งมาตั้งแต่เริ่มต้นปลูกทุเรียนในปีนั้นเลยทีเดียว คุณวิลัย รัตนวัน นับว่าเป็นเกษตรกรตัวยง ก่อนที่จะเริ่มต้นปลูกทุเรียน ได้ผ่านการทำสวนลำไยมาก่อนหน้า 7 ปี เป็นพันธุ์จากลำพูน ซึ่งเขาระบุว่า เป็นลำไยที่ปลูกง่าย ลูกดกออกดี ไม่ต้องดูแลอะไรมาก เรียกว่า คนขี้เกียจก็ทำได้ แต่มาภายหลังประสบปัญหาเรื่องพ่อค้าคนกลางกดราคา เอาเปรียบเกษตรกรอย่างคุณวิลัย จึงตัดสินใจโค้นลำไยทิ้งเสีย แล้วหันมาปลูกทุเรียนแทน เมื่อเริ่มต้นปลูกทุเรียนในปีแรกก็ไม่ได้ง่ายดั่งใจคิด เหมือนการปลูกลำไย มองเพียงแค่ผลรายได้ว่า ทุเรียน 1 ต้น ทำเงินได้มาก 4,000-5,000 บาท ถ้าเราปลูกหลายๆ ต้น บำรุงดูแลอย่างดี จะทำเงินได้เท่าไรต่อต้น มันคงจะมีมูลค่าไม่ใช่น้อยเลยทีเ
จะมีใครบ้างหรือไม่ ที่ไม่ชื่นชอบคำสรรเสริญเยินยอ คำยกยอปอปั้น มีหลายคนที่ไม่เคยยกยอใคร และหลายคนเคยไปยกยอ เพื่อหากุ้งฝอย หาปลาซิวปลาสร้อยเล็กๆ แถวบึงน้ำ นำมาแกงส้ม ต้ม คั่ว มีบางคนที่นิยมเอาปลา เอากุ้งฝอย มาทำห่อหมก รวมทั้งปลาช่อนหั่นชิ้นใหญ่ๆ หมู ไก่ ก็เอามาห่อหมก รองรับก้นห่อหมกด้วยผักหลายชนิด ที่นิยมกันมากคือ เอาใบยออ่อนรองก้นกระทงห่อหมก มีบางรายทำขาย ใส่ใบยอตั้ง 2 ส่วน ปลา เครื่องปรุง กะทิ อื่นๆ อีก 3 ส่วน ก็ขายให้คนซื้อกิน เขาว่าอร่อยดี “ยอบ้าน” ทางเหนือ เรียก “มะตาเสือ” อีสาน และกลาง เรียก “ยอบ้าน” หรือ “ยอ” ชาวกะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน เรียก “แยใหญ่” เป็นไม้มงคล ที่ตำราพรหมชาติชี้แนะว่าไว้ให้ปลูกที่บริเวณบ้านทิศอาคเนย์ หรือตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเคล็ดว่า ผู้คนจะสรรเสริญเยินยอ มีคนยกยอปอปั้นในสิ่งที่ดีงาม เป็นไม้ที่จัดอยู่ในกลุ่มไม้มงคล หมู่บ้านชนบท จะมีปลูกไว้หลายๆ ต้น เป็นไม้ที่ชวนแบ่งปันกัน เพราะใบก็มาก ผลก็มีมาก แบ่งกันเอาไปกิน เพื่อนบ้านกัน ดูน่ารักดีที่สามัคคีเอื้ออาทร ยอบ้าน เป็นพืชในวงศ์ RUBIACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ Morinda citrifolia Linn. มีถิ่นกำเนิดเป็นพืชพื้นเมืองในแถบโพลินีเซี
“มะละกอ ผลไม้เมืองร้อน ลูกโต วัตถุดิบหลักในการทำส้มตำ อาหารยอดนิยมของคนไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันไม่เสื่อมคลาย หาใช่เพียงรสชาติที่แซ่บถึงอกถึงใจเท่านั้น ส้มตำถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพเมนูหนึ่งที่ให้ไขมันและพลังงานต่ำ แต่มีใยอาหารและมีคุณค่าทางโภชนาการที่ได้จากวัตถุดิบหลัก เช่น มะละกอ หากแต่ต้องปรุงรสชาติให้พอเหมาะพอควร ประเทศไทย มีพื้นที่เพาะปลูกมะละกอ ประมาณ 50,000-70,000 ไร่ มีผลผลิตประมาณ 1.3-2 แสนตัน โดยผลผลิตที่ส่งออกมีปริมาณ 4,000 ตัน ต่อปี ดังนั้น ผลผลิตส่วนใหญ่ใช้บริโภคในประเทศ พันธุ์มะละกอที่ผู้ประกอบการรู้จักมากที่สุด คือ พันธุ์ดำเนิน รองลงมาคือ แขกดำ แขกนวล และมะละกอศรีสะเกษ ส่วนพันธุ์ที่ซื้อมากที่สุด ร้อยละ 96.09 คือ ดำเนิน เนื่องจากพันธุ์ดำเนินมีความกรอบ เนื้อแน่น เนื้อเยอะและเมล็ดน้อย แต่ถ้าเทียบเรื่องความกรอบ พันธุ์ครั่ง ก็ไม่แพ้เช่นกัน” มะละกอพันธุ์ครั่ง มะละกอพันธุ์ครั่ง เริ่มจากได้มีการนำพันธุ์จาก บ้านคุยเชือก ตำบลหนองบัว อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม นำมาปรับปรุงพันธุ์ใหม่ที่ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 7 จังหวัดมหาสารคาม ภายใต้การควบคุมของกรมส่งเสริมการเกษตร (ชื่อเดิม ศูน
ปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุนปลูกพริก จะต้องวางแผนช่วงเวลาที่จะผลิตพริก ให้ผลผลิตออกมาตามความต้องการของตลาด ซึ่งถือเป็นหัวใจที่มีความสำคัญ หรืออาจจะกล่าวอย่างง่ายๆ ว่าใช้หลัก “การตลาดนำหน้าการผลิต” ประการต่อมา เกษตรกรจะต้องคัดเลือกพันธุ์พริกที่จะปลูกที่ตลาดต้องการ, การคัดเลือกพื้นที่ปลูก ถ้าเลือกพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม หรือทำเลที่ดี โอกาสประสบความสำเร็จมีไปแล้วครึ่งหนึ่ง ในเรื่องของสภาพพื้นที่ปลูกพริกนั้นจะเน้นในเรื่องของการระบายน้ำที่ดีเป็นหลัก มีความเข้าใจในเรื่องของการเจริญเติบโตของพริกในแต่ระยะ รู้จักโรคและแมลงศัตรู แล้วก็สารป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่พริกเมื่อมีการทำลายหรือระบาด และประการสุดท้าย คือ เรื่องเงินทุน ในการปลูกพริกในแต่ละรุ่น เกษตรกรจะต้องมีแหล่งเงินทุนสำรองให้ใช้ในการซื้อปัจจัยการผลิตต่างๆ ยกตัวอย่าง เกษตรกร คุณพิสุทธิ์ ต๊ะปิง บ้านเลขที่ 42/2 หมู่ที่ 9 บ้านรักไทย ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก โทรศัพท์ (098) 593-7591 เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ คลุกคลี และผลิตลำไยนอกฤดูมานานเกือบ 20 ปี คุณพิสุทธิ์ ต๊ะปิง เล่าว่า ตอนนี้พื้นท
คุณพร้อมพงษ์ คำมุงคุณ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์คนเก่ง ให้ข้อคิดหลักการทำเกษตรเบื้องต้นว่า “ทำการเกษตร ถ้ารู้จักจัดสรรพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะมีพื้นที่กี่ไร่ มีน้อย มีมาก ก็สามารถสร้างรายได้ อย่างไม่ขัดสนได้เช่นกัน คุณพร้อมพงษ์ คำมุงคุณ อยู่บ้านเลขที่ 100 หมูที่ 1 ตำบลหนองบัว อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร เล่าว่า ครอบครัวของตนมีอาชีพเป็นเกษตรกรปลูกยางพารามาก่อน ปัจจุบัน พ่อกับแม่ก็ยังทำอยู่ แต่ตนได้มีโอกาสเรียนจนจบปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เมื่อเรียนจบอยากหาประสบการณ์ลองทำงานตามสายที่เรียนมา จึงไปสมัครงานเป็นช่างซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่บริษัทแห่งหนึ่ง ลักษณะการทำงานค่อนข้างหนัก ต้องสแตนบาย 24 ชั่วโมง เวลาหยุดมีน้อย ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน ร่างกายเริ่มรับไม่ไหว จึงตัดสินใจลาออกจากงาน ช่วงตรงกับตอนที่ราคายางพาราขึ้นสูง กิโลกรัมละ 40-50 บาท พอดี คิดว่าออกมาก็พอจะมีต้นทุนจากตรงนี้ให้สามารถสานต่อทำอย่างอื่นได้ไม่ยาก ความรู้การทำเกษตร มีแบบงูๆ ปลาๆ ใช้ความตั้งใจ ฝ่าอุปสรรคจนได้ เจ้าตัวบอกว่า หลังลาออกจากงาน ก็มาเริ่มลุยงานเกษตรแต่ความรู้งานเกษตรมีน้อยมาก รู้แค่ว่าอยากปลูกอยากขายเท่านั้น แต
“ละมุดท่าทอง” นับเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวบ้านตำบลท่าทอง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย มาตั้งแต่สมัยอดีต ดั่งคำขวัญประจำตำบลท่าทอง ที่ว่า “ถิ่นละมุดสุดหวาน” ละมุดท่าทอง มีจุดเด่นในเรื่อง มีรสชาติหวานอร่อย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของผู้บริโภค หากใครต้องการชิมละมุดรสอร่อยที่สุด ต้องรอผลผลิตในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ เพราะละมุดพันธุ์มะกอกรุ่นนี้จะมีรสหวานจัด หอม ผลสีแดง เนื้อกรอบ ถูกใจผู้บริโภค การปลูกดูแล ในอดีต ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลท่าทองก็ทำนาปลูกข้าวเป็นอาชีพหลัก ต่อมามีเกษตรกรบางรายหันมาปลูกละมุดแล้วได้ผลผลิตที่ดี ต่อมา วัดหนองโว้ง ตำบลท่าทอง อำเภอสวรรคโลก ได้จัดประกวดผลผลิตละมุดเป็นประจำทุกปี ทำให้ชาวบ้านตื่นตัวหันมาปลูกละมุดกันมากขึ้น โดยเฉพาะละมุดพันธุ์มะกอก ที่มีลักษณะเด่นคือ ผลรูปร่างกลมใหญ่ ผลสุกมีสีน้ำตาลออกแดง รสหวาน เนื้อผลแข็งและกรอบ แต่ผลผลิตไม่ค่อยดกสักเท่าไร ละมุดสามารถปลูกได้ทั่วไป การปลูกละมุดนั้นไม่ยุ่งยากเลย รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เอากิ่งตอนปลูกในระยะห่างประมาณ 4 วา ปลูกได้เฉลี่ยไร่ละ 40 ต้น คอยดูแลให้น้ำสม่ำเสมอ ต้นละมุดจะออกดอกครั้งแรกเมื่อต้น
จากสภาพอากาศเย็น มีหมอกในตอนเช้า และมีความชื้นสูงระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมะเขือเทศเฝ้าระวังโรคใบไหม้ ที่สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของมะเขือเทศ เริ่มแรกจะพบอาการของโรคที่ใบล่างก่อน และด้านบนใบพบแผลฉ่ำน้ำสีเขียวหม่นคล้ายถูกน้ำร้อนลวก ต่อมาแผลจะขยายใหญ่ตรงกลางแผลแห้งเป็นสีน้ำตาล บริเวณขอบแผลฉ่ำน้ำมีสีดำ เมื่อพลิกดูด้านใต้ใบบริเวณตรงกันจะพบส่วนของเชื้อราสาเหตุโรคสีขาว และแผลจะลุกลามออกไปทำให้ใบไหม้แห้งเป็นสีน้ำตาลในที่สุด หากสภาพแวดล้อมเหมาะสมมีความชื้นสูง หรือในสภาพที่มีหมอกลงจัด โรคจะลุกลามอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้จะพบอาการโรคที่ส่วนของลำต้น กิ่ง และผล หากเกิดแผลที่ลำต้นหรือโคนกิ่ง จะทำให้ส่วนยอดแสดงอาการเหี่ยวเฉา เนื่องจากพืชไม่สามารถลำเลียงน้ำและอาหารได้ ต่อมากิ่งหรือต้นจะแห้งตาย หากโรคเข้าทำลายที่ผลจะทำให้ผลเน่า เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบโรคให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชเมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดเมโทมอร์ฟ 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 20-30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไซมอกซานิล+แมนโคแซบ 8%+64% ดับเบิ้ลยูพี อั
สวัสดีรับศักราชใหม่กันอีกครั้งครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างครับในขวบปีที่เพิ่งผ่านไป เป็นปีหนูทองที่ผ่องใสกันไหมครับ ไม่น่าเชื่อเลยว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พี่น้องหลายๆ พื้นที่ประสบภาวะน้ำท่วมกันจนนาข้าวและพื้นที่ทำกินเสียหายจนหมด มาถึงวันนี้กลับมีคนเอ่ยถึงภัยแล้งตั้งแต่ต้นปีเสียแล้ว แปลกใจนะ กี่ปีมาแล้วที่เราเจอปัญหาเช่นนี้ หน้าฝนก็น้ำท่วม หมดหน้าฝนก็เจอภัยแล้ง เมื่อไหร่เราจะบริหารจัดการน้ำที่ได้มาอย่างมีประโยชน์ มากกว่าปล่อยให้ไหลทิ้งไปหนอ ในช่วงที่น้ำท่วมไร่นา โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิแถบทุ่งกุลาร้องไห้ ผมเองก็คาดว่าราคาข้าวปีนี้คงเด้งขึ้นมาบ้าง ที่ไหนได้ พอถึงหน้าเกี่ยว ก็ได้ยินว่าราคาข้าวก็เป็นเหมือนเช่นทุกปี ยังเป็นวงจรข้าวเปลือกถูกข้าวสารแพงเช่นเดิม ไม่รู้ว่าจะมีใครมาแก้วงจรนี้ได้ ไม่ใช่เฉพาะราคาข้าวเท่านั้น พืชผลเกษตรที่ราคาต่ำเรี่ยดินมีให้เห็นทุกปี ช่วงไหนหนักๆ ก็จะเห็นมีการประท้วงก็เท่านั้น ฉบับนี้จะมาชวนคิดชวนคุยเบาๆ ครับ เราลองมาดูราคาพืชผลเกษตรหลักๆ ครับ ข้าวเปลือกราคาไม่ต่างจากทุกปี ยางพารายังราคาไม่กระเตื้อง อ้อยตันละต่ำกว่า 800 บาทให
