พืชทำเงิน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทรนด์รักสุขภาพถือได้ว่ากำลังมาแรง จะเห็นได้ว่าผู้คนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้สูงอายุ หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจฟิตเนสต่างๆ กำลังได้รับความนิยม และยังส่งผลมาถึงธุรกิจขายอาหารเพื่อสุขภาพ คนหันมาใส่ใจในการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น ผักผลไม้ ถือเป็นเมนูโปรดที่คนรักสุขภาพนึกถึงเป็นอันดับแรก ส่งผลให้ตลาดหันมานิยมและมีความต้องการผักสลัดมากขึ้น เกษตรกรที่ติดตามข่าวสารหลายท่านได้ช่วงชิงโอกาสจากกระแสต่างๆ เหล่านี้ คิดผลิตเป็นรายได้ หันมาปลูกผักสลัดส่งตลาดกันยกใหญ่ แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าทำเกษตรแล้วไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ต้องคำนึงถึงพื้นที่ ดิน ฟ้า อากาศ ใครอดทน ขยัน หมั่นพัฒนา และหมั่นหาการตลาดก็รอด…ครั้งนี้ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาท่านมารู้จักการปลูกผักปลอดสารให้ได้ผล ที่สวนผักครูสรรเสริญ ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อาจารย์สงบ เพียรทำดี เลขที่ 72 หมู่ที่ 13 ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี จาก ผอ. ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกร เล่าว่า ตนจบการศึกษาจากวิทยาลัยเกษตรกรรมบางพระ หลังจากนั้นได้บรรจุเป็นอาจา
เวลานี้หากจะเอ่ยถึงชื่อไม้ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก เชื่อว่าท่านทั้งหลายคงจะนึกถึง ไม้พะยูง รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ทั้งนี้เนื่องจาก ไม้พะยูง เป็นไม้เนื้อแข็ง เนื้อไม้มีสีสันและลวดลายที่สวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน นำไปสู่ปัญหาการลักลอบตัดไม้ภายในประเทศ ประกอบกับไม้พะยูงหายาก และเป็นไม้หวงห้าม “ปลูกได้แต่ตัดยาก” มีการประเมินกันว่า การลักลอบซื้อขายไม้พะยูงขณะนี้ ลูกบาศก์เมตรละ 200,000-600,000 บาท เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การตัดใช้สอยหรือตัดจำหน่ายจะยุ่งยากก็ตาม แต่มีเกษตรกรจำนวนหนึ่ง ได้ปลูกต้นพะยูงเพื่อเป็นการปลูกป่า สร้างความสมดุลทางธรรมชาติและเป็นเงินออมแก่ตนเองหรือลูกหลาน อย่างเช่น คุณทรงเดช บุญอุ้ม อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 7 บ้านศิลามงคล ตำบลหนองสวรรค์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู โทร. (087) 061-6891 ซึ่งเป็นประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ด้วย คุณทรงเดช บุญอุ้ม เจ้าของสวนพะยูง ร่วม 20,000 ต้น คุณทรงเดช เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่การเกษตรหลายแปลง รวมกันประมาณ 89 ไร่ มีอาชีพหลักคือ ทำการเกษ
“…การให้การศึกษานั้น กล่าวสั้นๆ โดยความหมายรวบยอด คือการช่วยให้บุคคลค้นพบวิธีดำเนินชีวิตที่ถูกต้องเหมาะสม ไปสู่ความเจริญและความสุขตามอัตภาพ ตามนัยนี้ผู้สอนมีหน้าที่ต้องหาความรู้และวิธีการดำเนินชีวิต มาให้ศิษย์ได้รู้ได้ทราบ เพื่อให้สามารถเรียนรู้ต่อไป และดำเนินชีวิตต่อไปได้ด้วยดีจนบรรลุจุดหมาย…” พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร คุณปวัตร์ นวะมะรัตน รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กล่าวในระหว่างการเปิดงานโครงการเครือข่ายสถาบันการศึกษาสืบสานพระราชดำริรุ่นที่ 5 ประจำปี 2561 ว่า เป็นที่ประจักษ์ตลอด 70 ปี แห่งการครองสิริราชย์สมบัติ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระองค์ได้ทรงงานอย่างหนัก เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร และได้พระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาในด้านต่างๆ ไว้อย่างมากมาย ซึ่งมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และรวมถึงประชาชน ต่างน้อมนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตจนประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย โครงการเครือข่ายสถาบันการศึกษาสืบสานพระราชดำริ ที่สำนักงาน กปร
ปัจจุบัน การทำปศุสัตว์กำลังได้รับความนิยมควบคู่กับการทำเกษตรผสมผสานมากขึ้น โดยแบ่งพื้นที่จากที่เคยทำสวนทำไร่เพียงอย่างเดียว แบ่งสันปันส่วนสำหรับเลี้ยงสัตว์สร้างรายได้อีกช่องทาง เช่น การเลี้ยงโค แพะ แกะ ซึ่งสัตว์เหล่านี้กำลังเป็นที่นิยมของตลาด สามารถขายได้ราคาส่งผลตอบแทนกับผู้เลี้ยงได้ค่อนข้างดีทีเดียว โดยการเลี้ยงให้ประสบผลสำเร็จมีกำไรเพิ่มขึ้น ในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิตเป็นอีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึง จึงทำให้ผู้เลี้ยงบางรายแบ่งพื้นที่สำหรับปลูกหญ้าสายพันธุ์ต่างๆ โดยเฉพาะหญ้าเนเปียร์ไว้ให้สัตว์ที่เลี้ยงได้กิน ทำให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประหยัดต้นทุนในเรื่องของการซื้อหญ้าเนเปียร์ ซึ่งหญ้าเนเปียร์เป็นพืชอาหารสัตว์ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง เมื่อปลูกและมีการจัดการที่ดี หญ้าชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้เร็วให้ผลผลิตที่สูง เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี และที่สำคัญเมื่อปลูกไปแล้วอายุของหญ้าเนเปียร์สามารถอยู่ได้นานถึง 5 ปี ทำให้การปลูกไม่จำเป็นต้องลงทุนในเรื่องของการซื้อต้นพันธุ์ใหม่ คุณอารีย์ พุ่มมะปราง อยู่ที่บ้านเลขที่ 130 หมู่ที่ 7 ตำบลหัวนา อำเภอเดิมบางนางบ
ผู้ใหญ่บ้านนิเวศน์ เชื้อหงษ์ บ้านวังไทรทองเหนือ หมู่ที่ 7 ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ โทร. 080-506-8863, 091-841-8261 ผู้ใหญ่นิเวศน์ เล่าว่า หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตมะขามเปรี้ยวยักษ์เสร็จแล้ว ก็จะพักต้นไว้สัก 1-2 เดือน เพื่อให้ต้นมะขามได้สะสมอาหาร จากนั้นก็จะตัดแต่งกิ่ง โดยตัดแต่งกิ่งที่ไม่สมบูรณ์ กิ่งเบียดในทรงพุ่ม กิ่งที่เป็นโรคและแมลงเข้าทำลายออก ใช้ยาป้องกันเชื้อราทาที่รอยแผล การตัดแต่งกิ่งเป็นการกระตุ้นให้ต้นมีการเจริญเติบโต และแตกกิ่งก้านใหม่ก่อนที่จะให้ผลผลิตในปีต่อไป วิธีการตัดแต่งกิ่งมะขาม การตัดแต่งกิ่งมะขามเปรี้ยวจะตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตในส่วนที่ต้องการ เป็นการพัฒนาต้นพืชให้มีโครงสร้างที่แข็งแรง ได้รูปทรงที่พึงประสงค์ ทำให้การให้ดอกออกผลดีขึ้นในปีต่อไป ดังนั้น การทำสวนผลไม้ให้ติดผลดกและมีคุณภาพดี นอกจากการดูแลรดน้ำพรวนดิน ใส่ปุ๋ย กำจัดศัตรูพืชแล้ว ยังต้องมีการตัดแต่งกิ่ง หากไม่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ ปล่อยให้พืชเจริญเติบโตตามธรรมชาติในช่วงแรกๆ ที่ต้นไม้อายุยังน้อย อาจยังไม่เกิดปัญหา แต่เมื่อต้นไม้มีอายุมากขึ้น ปัญหาต่างๆ จะเพิ่ม
สับปะรด นับเป็นผลไม้เศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ที่มีความสำคัญเชิงเศรษฐกิจ และมากคุณประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะมีสารอาหารอยู่ในสับปะรดจำนวนมาก แถมมีสรรพคุณทางยาสูง ช่วยย่อยอาหารจำพวกเนื้อ เสริมการดูดซึมอาหาร ดับร้อนแก้กระหาย สับปะรดยังมีสารจำพวก น้ำตาล กรด วิตามิน อยู่หลายชนิด การรับประทานสับปะรดเป็นประจำ จะช่วยบำรุงร่างกายให้ห่างไกลจากโรคไตอักเสบ ความดันโลหิตสูง หลอดลมอักเสบ ฯลฯ สับปะรดสวี เป็นสับปะรดสายพันธุ์ดีของจังหวัดชุมพร และเป็นสินค้าสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (otop product champion ) รางวัล 3 ดาว ประเภทผลิตภัณฑ์อาหาร ระดับภาค ประจำปี 2546 สับปะรดสวี ไม่ได้ปลูกกันเป็นไร่ ๆ เหมือนสับปะรดทั่วไป เกษตรกรนิยมปลูกแซมไว้ในสวนมะพร้าว และสวนยาง ” สวี ” สับปะรดพันธุ์ดีมาจากปีนัง ก่อนอื่นขอเล่าประวัติความเป็นมาของสับปะรดสวีสักเล็กน้อย สับปะรดสายพันธุ์นี้ มาจากประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่เมื่อ 100 ปีที่แล้ว โดยพระยาจรูญโภคากร อดีตเจ้าเมืองหลังสวนเป็นผู้นำเข้าจากเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย และนำพันธุ์สับปะรดมาแจกจ่ายให้ชาวบ้านพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพรก่อน ชาวบ้านที่รับแจกพันธุ์ได้นำ
ระยะนี้อุณหภูมิลดต่ำลง มีหมอกในตอนเช้า และมีฝนตกเล็กน้อยบางแห่ง กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงและหอมหัวใหญ่ให้เฝ้าระวังโรคหอมเลื้อย ที่สามารถพบได้ในระยะการเจริญเติบโตทางลำต้น มักพบแสดงอาการของโรคบนใบ กาบใบ หรือสวนหัว โดยเริ่มแรกพบจุดเล็กสีเขียวหม่นฉ่ำน้ำ ต่อมาแผลขยายใหญ่เป็นแผลรูปกลมหรือรี เนื้อแผลยุบลงเล็กน้อย บนแผลมีหยดของเหลวสีชมพูอมส้ม เมื่อแผลแห้งจะเห็นเป็นตุ่มเล็กสีน้ำตาลดำ เรียงเป็นวงรีซ้อนกันหลายชั้น ถ้าแผลขยายใหญ่หรือหลายแผลมาชนกัน จะทำให้ต้นหักพับ แห้งตาย หรือเน่าตายทั้งต้น ทำให้ผลผลิตลดลง หากแสดงอาการของโรคในระยะที่ต้นหอมยังไม่ลงหัว จะพบแสดงอาการต้นแคระแกร็น ใบบิดเป็นเกลียว ไม่ลงหัว ถ้าเป็นโรคในระยะที่ต้นหอมเริ่มลงหัว จะทำให้หัวลีบยาว บิดโค้งงอ ส่วนกาบใบที่อยู่บริเวณเหนือหัวหอม (คอหอม) มักยืดยาว มีระบบรากสั้นกว่าปกติ ทำให้ไม่ได้ผลผลิต ให้เกษตรกรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมเชื้อสาเหตุโรค ถ้าพบต้นที่เป็นโรค ให้ถอนต้นที่พบเชื้อรานำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที จากนั้น ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชโพรคลอราช 50% ดับเบิ้
ปัญหาราคายางพาราตกต่ำที่เกิดขึ้น อาจทำให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราบางคนรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของธรรมชาติมนุษย์ เมื่อเจอปัญหาใหญ่ๆ อาจทำให้บางคนรู้สึกเครียด เพราะไม่รู้จะหารายได้จากที่ไหนมาเลี้ยงดูครอบครัว เพราะรายได้จากการขายยางพาราลดน้อยลงจนน่าใจหาย บางคนจำเป็นต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการกู้หนี้ยืมสินจากสถาบันการเงินทั้งในระบบและนอกระบบ ความจริงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นคำถามที่ยังหาคำตอบไม่เจอในตอนนี้เท่านั้น เพราะเกษตรกรหลายคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันนี้ แค่เปลี่ยนแนวคิด ชีวิตของพวกเขาก็เปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น มีโอกาสสร้างรายได้ทั้งในและนอกสวนยางพารา เช่น หนุ่มชาวสวนยางเมืองสตูล ที่หันมา “ปลูกหญ้าหวายข้อ” ขายตลาดวัวชน วัวขุน โกยรายได้สูงถึงเดือนละ 50,000 บาท อีกรายเป็นเจ้าของสวนยางเมืองพังงา ปลูกไผ่ในสวนยางและสวนปาล์ม ทำให้มีรายได้หลายทาง แค่เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็เปลี่ยนแปลงดีขึ้นได้ เพราะ “เคล็ดลับของความสำเร็จ” อยู่ที่การเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ สำหรับโอกาสที่กำลังจะมาถึง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ. บึงกาฬ) และจังหวัดบึงกาฬ เจ้าภาพหลักในการจัดงานวันยางพา
จากการเดินทางฝ่ากว่าพันโค้งไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถนนทางตรงแทบไม่มี มองไปทางไหนก็มีแต่สีเขียว ผลงานของเกษตรกรรมที่เกษตรกรสร้างไว้ โดยเฉพาะอำเภอแม่สะเรียง มีสิ่งละอันพันละน้อยที่เกษตรกรสร้างไว้มากมาย เก็บมาบรรยายได้นับไม่ถ้วน เพราะห่างไกลความเจริญ เส้นทางเป็นภูเขาคดเคี้ยว ทำให้การติดต่อเป็นไปได้ยาก จึงเป็นความโชคดี เมื่อเราเดินทางไปพบ คุณบุญยัง เทพแก้ว เกษตรกรที่ปลูกไผ่นอกฤดูประสบความสำเร็จมานานกว่า 10 ปี โดยไม่ได้นัดล่วงหน้ามาก่อน นับถอยหลังไปเมื่อเริ่มปลูกไผ่ คุณบุญยัง อายุเพียง 40 เศษ เป็นเกษตรกรที่กล้าได้กล้าเสีย มีความคิดแตกต่างจากเกษตรกรรายอื่น เมื่อเขาลงทุนปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ เมื่อไม่ได้ผล จึงโล๊ะทิ้งทั้งสวน แล้วลงปลูกลำไย พยายามทำสวนลำไยให้เป็นเงินเกือบ 10 ปี ไม่ประสบความสำเร็จ ทุกปีมีแต่คำว่า “ขาดทุน” จึงหันไปมองพืชชนิดอื่น ตามวิสัยของเกษตรกรที่ไม่จมอยู่กับที่ “ผมไปแถวๆ ริมน้ำสาละวิน เขตชายแดนไทยติดต่อพม่า เห็นไผ่ขึ้นเยอะ ถามเพื่อนก็รู้มาว่า ไผ่ชนิดนี้เป็นไผ่ป่า ออกหน่อในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นฤดูที่ไผ่ทั่วไปไม่ออกหน่อ ผมจึงคิดจะนำกลับมาปลูก” คุณบุญยัง เปลี่ยนจากสวนลำไย เป็น สวนไผ
บวบ นับเป็นพืชผักที่มีคุณประโยชน์สูง สายพันธุ์บวบที่เกษตรกรนิยมปลูกอย่างแพร่หลายคือ บวบเหลี่ยม บวบหอม นอกจากนี้ยังมีบวบอยู่พันธุ์หนึ่งซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จักกันแพร่หลายนัก คือ บวบงู แค่ฟังชื่อ สาวๆ ที่กลัวงู อาจจะไม่ถูกชะตากับชื่อผักชนิดนี้สักเท่าไหร่ หากใครมีโอกาสลิ้มลองรสชาติของบวบงู เชื่อว่าร้อยทั้งร้อย คงต้องยอมซูฮกให้ เพราะผลอ่อนเอ๊าะๆ ของบวบงูมีรสชาติหวาน อร่อยมาก สามารถนำไปปรุงเป็นอาหารได้สารพัดเมนู ไม่ว่าจะเป็นเมนูผัดกับ ไข่ หมู กุ้ง ต้มจิ้มกับน้ำพริกรสจัด หรือปรุงเป็นเมนูแกงส้ม แกงเลียง ก็อร่อยยอดเยี่ยมทุกเมนู นอกจากมีจุดเด่นในเรื่องรสชาติความอร่อยแล้ว บวบงู ยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยมสูงในหลายจังหวัดของพื้นที่ภาคอีสาน “ บุญทา ดวงอ้อย ” เกษตรกรผู้ปลูกบวบงู ที่บ้านทับพุง ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี เป็นพยานยืนยันข้อเท็จจริงได้ในเรื่องนี้ เพราะ 10 ปีที่ผ่าน บวบงู กลายเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่ทำเงิน สร้างฐานะและความเป็นอยู่ของครอบครัวแห่งนี้ให้เติบโตอย่างมั่นคง บุญทา ยึดอาชีพปลูกผักมากกว่า 20 ปี เขาปลูกพืชผักตามกระแสความต้องการของตลาดเป็นหลั
