พืชทำเงิน
ส้มเกลี้ยง นับเป็นไม้ผลตระกูลเดียวกับส้มทั่วไป เท่าที่ทราบในบ้านเรานั้นจะปลูกกันมากที่จังหวัดลำปาง บริเวณที่ราบใกล้แม่น้ำวัง แถบอำเภอเถิน อำเภอสบปราบ อำเภอแม่พริก ประมาณ 4-5 ปี ที่ผ่านมา บริเวณดังกล่าวเกิดน้ำท่วมพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ต้นส้มเกลี้ยงตายไปจำนวนมาก สำนักงานเกษตรอำเภอเถิน จึงสนับสนุนให้รื้อฟื้นการปลูกส้มเกลี้ยงขึ้นมาอีกครั้ง โดยรวมตัวกันเป็นกลุ่มผู้ปลูกส้มเกลี้ยงให้ได้คุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน คุณคนอง วงษ์ษา เกษตรกรผู้มีประสบการณ์ปลูกส้มเกลี้ยง วัย 62 ปี บ้านท่าหลวง หมู่ที่ 4 ตำบลเถินบุรี อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ได้ใช้พื้นที่ในสวนตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ฯ เพื่อเป็นสวนตัวอย่างและสถานที่ศึกษาดูงานแก่เกษตรกรรายอื่นๆ เล่าว่า ตนเองเคยปลูกส้มเกลี้ยงมาประมาณ 15 ปีแล้ว บางส่วนถูกน้ำท่วมตาย จึงได้คิดที่จะรื้อฟื้นปลูกใหม่ เพราะส้มเกลี้ยงเป็นพืชดั้งเดิมของอำเภอเถิน อีกทั้งผลผลิตยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด มีสมาชิกในอำเภอเถิน 400 กว่าราย พื้นที่ปลูกส้มเกลี้ยง ประมาณ 800 กว่าไร่ แนะนำให้เกษตรกรปลูก ระยะ 4×4 เมตร ใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ ประมาณ 1 กิโลกรัม ต่อต้น ใช้ใบไม้กลบโคนต้น หนาประม
สุ่ยมี่ (水蜜:ShuiMi) ฝรั่งสายพันธุ์ใหม่จากไต้หวันที่เกษตรกรไทยหัวก้าวหน้าชอบการเปลี่ยนแปลง และร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ผลกำลังให้ความสนใจกันอยู่ เริ่มมีการแสวงหากิ่งพันธุ์เพื่อขยายพื้นที่ปลูกกันอย่างต่อเนื่องด้วยคุณสมบัติหลายอย่างที่มีดีกว่าฝรั่งพันธุ์ที่นิยมปลูกกันในปัจจุบัน อย่างเช่น ฝรั่งกิมจู หรือเจินจู กลมสาลี่ แป้นสีทอง หรือแม้กระทั่ง หวานพิรุณ ผู้เขียนได้กิ่งพันธุ์ฝรั่งสุ่ยมี่มาเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2556 ในราคาหลักพัน จาก ลุงเล็ก (นายเสน่ห์ ลมสถิตย์) ลุงเล็กนำกิ่งพันธุ์เข้ามาเมื่อต้นปี พ.ศ. 2556 จำนวนไม่ถึง 20 ต้น และได้กระจายไปตามคนที่ลุงเล็กสนิทไม่กี่คน คนละกิ่งสองกิ่ง ดังนั้น กิ่งพันธุ์ฝรั่งสุ่ยมี่ที่สวนลุงเล็กจึงเหลืออยู่ไม่กี่กิ่ง ซึ่งตอนนั้นแกยังไม่ได้ให้ความสำคัญเอาใจใส่มันมากนัก เพราะมีมะม่วงพันธุ์ใหม่ๆ ต้องคอยประคบประหงมอีกหลายพันธุ์ ได้ละเลยพวกมัน ไม่นานกิ่งพันธุ์สุ่ยมี่ในกระถางที่ขาดการดูแลจึงตายหมด พอลุงเล็กเริ่มรู้จุดเด่นข้อดีของมันจึงต้องซื้อกิ่งพันธุ์กลับจากคนที่เคยขายให้ไปคืนมา ถึงวันนี้ฝรั่งสุ่ยมี่เริ่มปลูกเป็นแปลงใหญ่เพื่อจำหน่ายผลที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุ
ช่วงที่ผ่านมา มีข่าวการทารุณสัตว์ให้ได้ยินได้เห็นอยู่เนืองเนือง ทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า ผู้ที่ก่อก็คือคน คนที่คิดว่าตัวเองเป็นสัตว์ประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งปวง แต่อย่าลืมว่า สัตว์เดรัจฉานมันก็มีชีวิต เพียงพูดจาภาษาคนไม่ได้เท่านั้น ด้วยสัญชาตญาณแล้ว สัตว์มักจะรู้ว่าอะไรคือศัตรู อะไรไม่ใช่ศัตรู คนต่างหากที่ขาดสัญชาตญาณของการแยกแยะ การทำร้ายผู้อื่น คนมักขาดสติ หรือเพราะความโลภ อยากได้ใคร่มี โดยไม่รู้จักพอ สัตว์ทำร้ายกัน หรือทำร้ายคน เพียงต้องการกินอิ่มแล้วก็จากไป พฤติกรรมของคนกับสัตว์ต่างกัน แต่สามารถเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ ที่โลกวุ่นวายอยู่เวลานี้ เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมซึ่งกันและกัน อยากสุขสงบ ต้องลดอัตตาลง อย่าสุดโต่ง พูดง่ายง่าย ต่างฝ่ายก็อย่าถือทิฐิให้มากนัก แล้วมาช่วยกันปลูกต้นไม้เพื่อให้โลกสดชื่นกันดีกว่า ปักษ์นี้จะชวนปลูกต้นไม้ที่ผู้คน ชาย หญิง ที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน มักจะกลัวกัน ต้นไม้ที่ว่า คือ “งิ้ว” งิ้ว นักพฤกษศาสตร์ จัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขาตามเรือนยอด เนื้อไม้งิ้วจะอ่อน และมีความสูงตั้งแต่ 25 ถึง 30 เมตร ตามลำต้นมีหนามแหลมคม ลักษณะใบของงิ้ว ถือเป็นใบรวม
นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า คาดว่าในปี 2559 ตลาดสินค้าสับปะรดในสหรัฐฯ จะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 5 ถึง 8% คิดเป็นมูลค่า 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 4.3 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มนำเข้าสินค้าสับปะรดเพิ่มมากขึ้น เพื่อส่งออกต่อไปยังประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ และแคนาดา เป็นต้น โดยสินค้าสับปะรดไทย ที่มีศักยภาพในการทำตลาดในสหรัฐฯ ได้แก่ สับปะรดกระป๋องและน้ำสับปะรด ซึ่งปัจจุบัน สหรัฐฯ นำเข้าสับปะรดกระป๋องจากไทยมากที่สุด คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 59% ตามมาด้วยฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ที่ 25 และ 9% ตามลำดับ ส่วนน้ำสับปะรด สหรัฐฯ นำเข้าน้ำสับปะรดจากไทยเป็นอันดับ 1 เช่นกัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 48% ตามมาด้วยฟิลิปปินส์และคอสตาริกาที่ 18 และ 17% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มความต้องการบริโภคสินค้าอาหารกระป๋องของคนอเมริกันลดลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับความนิยมในการบริโภคสินค้าอาหารปลอดสารพิษและสินค้าเกษตรอินทรีย์โดยเฉพาะในกลุ่มมิลเลนเนียล และกลุ่มเบบี้ บูมเมอร์ส ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดในสหรัฐฯ แต่ผู้บริโภคกลุ่มนี้ มีแนวโน้มหันมาบริ
“ผีเสื้อมวนหวาน” โจมตีสวนผลไม้ในวงกว้างหลายจังหวัด สูญเสียรายได้หลักล้าน เกษตรกรแนะใช้กรงดักผีเสื้อม้วนหวานได้ผลดีที่สุด คุณสุชาติ ธนะพฤกษ์ เจ้าของสวนผลไม้ในพื้นที่อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ในปีนี้ แหล่งปลูกผลไม้ในหลายจังหวัด เช่น สวนส้ม จังหวัดปราจีนบุรี สวนมะละกอฮอลแลนด์ในอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา สวนลองกอง จังหวัดอุตรดิตถ์ ฯลฯ ต่างประสบปัญหาการแพร่ระบาดของแมลงศัตรูพืช คือ “ผีเสื้อมวนหวาน” ในวงกว้าง สร้างความเสียหายแก่ผลผลิตจำนวนมาก ประกอบกับปีนี้สวนผลไม้ส่วนใหญ่มีปริมาณผลผลิตค่อนข้างน้อยและมีราคาสูง คาดว่าปัญหาผีเสื้อมวนหวานโจมตีสวนผลไม้ในครั้งนี้ ทำให้เกษตรกรชาวสวนผลไม้สูญเสียรายได้ถึงหลักล้าน ความจริง “ผีเสื้อมวนหวาน” ก็คือ ผีเสื้อกลางคืนขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง อาศัยตามป่าธรรมชาติโดยกินผลไม้ป่าเป็นอาหาร ในอดีต พบการแพร่ระบาดของผีเสื้อมวนหวานในสวนผลไม้ที่อยู่ใกล้กับป่าธรรมชาติ เช่น จันทบุรี ตาก เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ ฯลฯ แต่ระยะ 1-2 ปีนี้ กลับพบการแพร่ระบาดผีเสื้อมวนหวานในสวนผลไม้ทั่วไปมากขึ้น สันนิษฐานว่าเป็นผลพวงจากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและต่
มีการใช้ใบจามจุรี หรือฉำฉา สำหรับปลูกพืชมานานแล้ว ยุคก่อนโน้นที่โป๊ยเซียนได้รับความนิยม ใบจามจุรีมีราคาสูง บางช่วงถึงกับขาดตลาด ใบจามจุรี มีคุณค่าทางอาหารสำหรับพืชสูง โดยเฉพาะไนโตรเจน เพราะเป็นพืชตระกูลถั่ว การใช้ก็ไม่ยุ่งยาก นำมาผสมวัสดุปลูก หรือจะใส่ต้นไม้ทั่วไปก็ได้ อย่าง มะม่วง ขนุน นำใบเทกองไว้โคนต้น เวลาผ่านไป ใบค่อยๆ ย่อยสลาย ต้นไม้โตเร็วกว่าปกติ โดยทั่วไปแล้ว จามจุรีขึ้นตามที่รกร้าง ที่สาธารณะ เมื่อใบร่วงหล่น คนก็ไปกวาดใส่ถุงปุ๋ย นำออกมาจำหน่าย แหล่งใหญ่ของใบจามจุรี พบอยู่ที่จังหวัดสระบุรี ลพบุรี ในเขตภาคเหนือ จริงๆ แล้วเมื่อก่อนพบจามจุรีอยู่หนาแน่น แต่เพราะเขานิยมตัดโค่นไปแกะสลัก ประชากรของจามจุรีจึงลดลง คุณลุงชิน หรือ จ้อย และ คุณป้าวันทอง ศรีเนตร เป็นชาวตำบลหนองหว้า อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ประกอบอาชีพขยายพันธุ์ไม้ขายมานาน 30 ปีแล้ว เมื่อสมัยเป็นวัยรุ่นลุงจ้อยไปทำงานรับจ้างในค่ายทหารที่อู่ตะเภา จังหวัดชลบุรี วิชาที่ได้ติดตัวมาคือการทำอาหารฝรั่ง รวมทั้งอาหารสากลอื่นๆ จากนั้นลุงไปทำงานตะวันออกก
ในภาวะที่สินค้าเกษตรหลายชนิดมีราคาตกต่ำ เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างในพื้นที่ภาคใต้ เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกยางพารา แต่เมื่อราคายางตกต่ำ รายได้ที่เคยรับก็ลดลง ในขณะที่รายจ่ายยังเท่าเดิม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก ดังนั้น ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง หน่วยงานในสังกัดสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 กรมวิชาการเกษตร จึงได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการปลูกพืชร่วมยางขึ้น เพื่อเป็นต้นแบบให้เกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละราย เน้นพืชท้องถิ่นที่ตลาดต้องการและผู้บริโภคนิยม คุณอนันต์ อักษรศรี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 (สวพ.8) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง หรือ ศวพ. ตรัง เป็นหน่วยงานของกรมวิชาการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยรับผิดชอบเป็นตัวแทนของกรมในพื้นที่จังหวัดตรัง ภายใต้การกำกับของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 กรมวิชาการเกษตร มีหน้าที่ศึกษาวิจัยพัฒนาและทดสอบพืช ต่อเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ ผลิต
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีแม่บ้านพลทหารในสังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ซึ่งลาออกจากงานประจำมาดูแลลูกที่ป่วยหนัก ใช้เวลาว่างจากการดูแลลูกมาปลูกเมล่อนขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี จากการลงพื้นที่ไปที่แปลงเกษตร เศรษฐกิจพอเพียง ภายในกองพลทหารช่าง 202 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบนางเบญจมาศ สังฆมณี อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของ จ.ส.อ.นิกรกิจ สังฆมณี ข้าราชการทหารในสังกัดกองพลทหารช่าง 202 พบว่าบริเวณดังกล่าวได้มีการทำเป็นโรงเรือนปิด 1 โรง ภายในมีการปลูกเมล่อนในระบบน้ำหยดซึมนับร้อยต้น ซึ่งกำลังออกลูกใกล้ถึงเวลาเก็บผลผลิตอยู่เป็นจำนวนมาก จากการสอบถามนางเบญจมาศ สังฆมณี เจ้าของโรงปลูกเมล่อนแห่งนี้ ได้รับการเปิดเผยว่าก่อนหน้านั้นตนได้ลาออกจากงานประจำในโรงงาน เพื่อมาดูแลลูกสาวที่ป่วย ซึ่งทำให้ครอบครัวต้องขาดรายได้ เพราะลำพังเงินเดือนของสามีก็ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว จึงใช้เวลาว่างจากการดูแลบุตรไปสมัครเข้าเรียนหนังสือที่ กศน.อำเภอเมืองนครราชสีมา ในระดับชั้นมัธยมปลาย ซึ่งทางศูนย์ กศน.ก็ได้พาไปศึกษาดูงานที่ฟาร์มขอ
ความคิดที่จะปลูกผักกินเองหลังบ้าน จริงแล้วอยู่ในสมองของหลายๆ คน โดยเฉพาะคนที่เติบโตจากสังคมชนบทแล้วมาศึกษาและประกอบอาชีพในเมือง บางคนเมื่อเกษียณตัวเองแล้วกลับบ้านนอกจึงมีโอกาสทำ แต่บางคนที่ลงหลักปักฐานในเมืองแล้วยากที่จะกลับไปอีก โอกาสจะปลูกผักในเมืองกินเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี เวลาของคนหลังเกษียณมีมาก แต่กำลังความคิดอาจถดถอยเหนื่อยล้า ส่วนสถานที่ไม่ใช่เป็นอุปสรรค เพราะมีรูปแบบต่างๆ มากมายตามที่เคยนำเสนอ มีโอกาสได้ไปภูเก็ตที่ผ่านมา เห็นภูเก็ตเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ ครั้งที่มาเยือน คนท้องถิ่นจริงๆ มีไม่มากเท่าไหร่ นอกนั้นจะเป็นคนจากภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้เองหลั่งไหลกันมาประกอบอาชีพที่ภูเก็ต รวมถึงชาวต่างชาติประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้มีมากมายจริงๆ จนต้องมีป้ายเป็นภาษานั้นๆ ตามจุดต่างๆ ที่เห็นตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน โดยเฉพาะชาวพม่า ผมพูดกับเพื่อนชาวภูเก็ตว่า ชาวพม่าที่อยู่ในภูเก็ตวันนี้มีมากกว่าพม่าที่ยกมาตีเมืองถลาง คราวสงคราม 9 ทัพ เสียอีก เพราะภูเก็ตมีการจ้างงานมากและค่าครองชีพก็สูงกว่าที่อื่น กับข้าวใส่ถุงขาย สนนราคาถุงละ 50 บาท เป็นอย่างต่ำ แต่ในกรุงเทพฯ เองกับข้าวถุง ราคาถุงละ 20
ส่วนที่เป็นหม้อข้าวของหม้อข้าวหม้อแกงลิง หลายคนเข้าใจว่าเป็นดอก แต่ความเป็นจริงคือ ใบ ที่พัฒนามาเป็นหม้อข้าว เพื่อใช้เป็นกับดักแมลง จากการสันนิษฐานของนักวิชาการ สรุปว่า ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นพืชที่วิวัฒนาการมาจากแหล่งที่มีดินขาดความอุดมสมบูรณ์ หรืออาจขาด ธาตุใดธาตุหนึ่ง มันจึงพัฒนาส่วนของปลายใบขึ้นมาเป็นกับดักแมลง แล้วผลิตน้ำย่อยออกมาย่อยตัวแมลงที่จับไว้ได้ เพื่อนำสารอาหารที่ต้องการไปหล่อเลี้ยงตัวมันเองให้สมบูรณ์ สามารถสืบเผ่าพันธุ์ต่อไปได้ หม้อข้าวหม้อแกงลิง มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เจริญเติบโตอยู่ในที่ราบ และ กลุ่มที่เจริญเติบโตอยู่ในบริเวณที่สูง ทั้งนี้ กลุ่มแรกต้องการอากาศร้อนชื้น ส่วนกลุ่มที่สอง ต้องการอากาศหนาวเย็น ดังนั้น การนำหม้อข้าวหม้อแกงลิงมาปลูกเลี้ยงใน กทม. และเขตปริมณฑล จำเป็นต้องเลือกกลุ่มแรก สังเกตได้จากมีการปลูกเลี้ยงกันอยู่ทั่วไป จึงจะได้ผลดี หม้อข้าวหม้อแกงลิงกลุ่มนี้ต้องการแสงแดดเพียง 60-80 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น แสงแดด เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อขนาดและสีสันของหม้อข้าวหม้อแกงลิง จึงควรหลีกเลี่ยงการปลูกเลี้ยงในสภาพใต้ร่มเงา ส่วนความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศอยู่ในระดับ 80 เป
