พืชทำเงิน
“โอกินาวา” เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะริวกิว ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น มีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นเป็นเกาะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งภาษา วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ต่างกับดินแดนส่วนอื่นของญี่ปุ่น เกาะโอกินาวาประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ที่อยู่กระจัดกระจายในบริเวณกว้าง มีหาดทรายขาวสวย น้ำทะเลสีครามและปะการังที่ยังสมบูรณ์ ทำให้โอกินาวาเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักร้อนในฝันของชาวญี่ปุ่น คนประเทศญี่ปุ่นบนเกาะโอกินาวา ได้ชื่อว่ามีอายุยืนที่สุดในโลก ถือเป็นเกาะที่มีประชากรอายุเกิน 100 ปี มากที่สุดในโลก จากข้อมูลการศึกษาวิจัย พบว่า สภาพแวดล้อม วัฒนธรรม นิสัยคนโอกินาวาเป็นคนชอบผ่อนคลายไม่เครียด และอาหารการกินของคนโอกินาวามักจะรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่ง 3 อันดับ อาหารโอกินาวาที่รับประทานแล้วอายุยืน คือ ผัดมะระโอกินาวา หรือ เรียก “โกยะ จัมปุรุ” (Goya Champuru) ผัดสาหร่ายคอนบุ (คูบุอิริจิ) น้ำส้มโอกินาวา (ชีกัวชา) โดยเฉพาะ โกยะ จัมปุรุ หรือ ผัดมะระ จัดเป็นอาหารพื้นเมืองยอดนิยมของจังหวัดโอกินาวา ที่ไปเกาะแห่งนี้แล้วต้องรับประทานให้ได้ มะระนั้นถือว่าเป็นผักที่มีวิตามินซีสูงในลำดับต้นๆ ส่ว
ถิ่นกำเนิดของมะพร้าวนั้นยังไม่มีข้อสรุปและชี้ชัดว่าอยู่ส่วนไหนของโลก แต่ก็มีบันทึกไว้มากมายว่าอยู่ส่วนโน้นส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นทวีปอเมริกา และเอเชีย แต่ละท้องถิ่นก็มีหลักฐานการใช้ประโยชน์ มาประกอบ ผู้บริโภคส่วนใหญ่เข้าใจว่า มะพร้าวมีสองลักษณะด้วยกัน คือ มะพร้าวแกง ต้นขนาดใหญ่ ตกผลหลังปลูกช้า ต้นสูง ผลขนาดใหญ่ ใช้ประโยชน์โดยนำเนื้อมะพร้าวมาคั้นกะทิทำอาหารหวาน คาว อีกลักษณะหนึ่งคือ มะพร้าวน้ำหอม ต้นไม่ใหญ่ ไม่สูงมาก ตกผลหลังปลูกเร็ว ผลขนาดไม่ใหญ่ นิยมนำน้ำมาดื่มเพราะมีรสหวาน มีกลิ่นหอม เนื้อมะพร้าวหากเก็บเกี่ยวในระยะพอเหมาะจะได้รสชาติอร่อยนุ่ม มัน ความเข้าใจนี้ไม่ผิด แต่จริงๆ แล้วมะพร้าวมีความหลากหลาย นักวิชาการเกษตรได้แบ่งมะพร้าวไว้ 2 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีจำนวนหลายพันธุ์ด้วยกัน ดังนี้ กลุ่มต้นสูง มีมะพร้าวใหญ่ กลาง กะทิ ปากจก น้ำตาล พวงร้อย (ทะลายร้อย) เปลือกหวาน มะแพร้ว หัวลิง ซอกลุ่มนี้ลักษณะของต้นมีขนาดใหญ่ หลังปลูกต้องใช้เวลานานจึงตกผล ผลขนาดใหญ่ ตกผลไม่ดกนัก พื้นที่ปลูกมีมากแถบสมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี โดยทั่วไปแล้วครอบครัวคนไทยจะปลูกมะพร้าวใหญ่ไว้รอบบ้าน หากมีที่ว
กลุ่มมิตรผล เปิดตัวโครงการ ‘ทำตามพ่อ’ มุ่งสร้างความสุขที่ยั่งยืนให้คนไทยด้วยแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงพร้อมพัฒนา ‘ศูนย์ปลูก เพ(ร)าะ สุข’ เพื่อถ่ายทอดแนวคิดและขยายผลลัพธ์สู่ชาวไร่และคนเมือง กลุ่มมิตรผล จุดประกายการสร้างความสุขที่ยั่งยืนแก่ชาวไทย ด้วยการน้อมนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาสู่การริเริ่ม “โครงการทำตามพ่อ” พร้อมตั้งเป้าหมายสร้าง “ศูนย์ปลูก เพ(ร)าะ สุข” 70 แห่ง ภายในปี 2017 ในโอกาสครบรอบ 70 ปีแห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนขยายผลสู่ 700 และ 7,000 ครัวเรือนต้นแบบเพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่และถ่ายทอดแนวทางการดำรงชีวิตที่สามารถสร้างความสุขอย่างยั่งยืนให้แก่ชาวไร่ ชุมชน และบุคคลทั่วไป นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มมิตรผล กล่าวว่า “กลุ่มมิตรผล ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมเกษตรมาตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจควบคู่กับการยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกร เพื่อให้เขาสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน เราจึงได้น้อมนำเอาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ในพระบาทสมเด็
นายสามารถ ชื่นวงศา เกษตรจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดชลบุรีมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวทั้งสิ้น 46,293 ไร่ จากการสำรวจข้อมูลการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าวล่าสุดพบพื้นที่ระบาดรวม 7,071 ไร่ กระจายอยู่เกือบทุกอำเภอ โดยอำเภอที่มีพื้นที่ระบาดมากที่สุด ได้แก่ อำเภอบางละมุง อำเภอศรีราชา อำเภอบ้านบึง และอำเภอเมืองชลบุรี ซึ่งในปีนี้จังหวัดชลบุรีมีพื้นที่การระบาดของหนอนหัวดำมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้มีนโยบายแก้ไขปัญหาการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าวในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว ในระดับจังหวัด อำเภอและตำบล เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 เป็นต้นมา โดยมอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดชลบุรี ดำเนินโครงการผลิตขยายแตนเบียนบราคอนเพื่อใช้ควบคุมและป้องกันการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าวมาอย่างต่อเนื่อง การดำเนินการแก้ไขปัญหาการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าวของชลบุรีจะใช้การบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มณฑลทหารบกที่ 14 ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพ
ปัญหาหนอนหัวดำ แมลงดำหนาม ด้วงแรด ด้วงงวง ล้วนแล้วแต่เป็นแมลงศัตรูมะพร้าวที่เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวไม่ต้องการให้เกิดขึ้นทั้งในสวนของตนเองและสวนของเพื่อนบ้าน เพราะเมื่อพบแล้ว ปัญหาการระบาดของแมลงศัตรูพืชเหล่านี้จะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว หากไม่มีการควบคุมหรือกำจัดที่ดีพอ คุณวิชาญ บำรุงยา เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่ ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ผู้ที่เคยได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นประจำปี 2558 ในสาขาอาชีพทำสวน และเราให้คำจำกัดความเขาว่า “ปราชญ์ชาวบ้าน” ในมุมของเกษตรกรทำสวนมะพร้าว มุมมองของคุณวิชาญ คือ การแก้ปัญหาแมลงศัตรูพืชทุกอย่างด้วยการงดใช้สารเคมี หรือใช้สารเคมีให้น้อยที่สุดในกรณีที่จำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดการตกค้างไปถึงผู้บริโภค แม้สารเคมีบางชนิดที่ได้รับการประเมินปริมาณในการใช้แล้วว่า ไม่ตกค้างจนก่อให้เกิดโทษต่อผู้บริโภคก็ตาม “หนอนหัวดำและแมลงดำหนาม เป็นแมลงศัตรูพืชที่ในอดีตไม่เคยมี เกษตรกรของไทยไม่เคยประสบ กระทั่งปีที่เกิดการระบาดในภาคใต้ และไม่นานก็แพร่ระบาดมาถึงภูมิภาค อื่นๆ การแก้ปัญหาที่ภาครัฐแนะนำขณะนั้น คือ การใช้สารเคมีกำจัด เพราะต้องการให้การแพร่ระบาดหมดไปโดยเร็ว อีกทั้งเป
ชะอมเป็นผักพื้นบ้านอีกหนึ่งชนิดที่คนไทยรู้จักและนิยมรับประทานกันดี ทุกๆบ้านจะใช้พื้นที่ว่างตามรั้วบ้านปลูกชะอมเพียงไม่กี่ต้นเพื่อเก็บไว้รับประทานกันเองในครอบครัวจนถึงปัจจุบัน ความต้องการบริโภคชะอมที่มีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ปัจจุบันชะอมกลายเป็นพืชเศรษฐกิจอีกหนึ่งชนิดที่เกษตรกรหันมาปลูกในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครนายก ทำให้มีเงินสะพัดปีละหลายล้านบาทจากการปลูกชะอมตัดยอดจำหน่ายและตอนกิ่งขายในชุมชนรองจากข้าวและไม้ผลอย่างมะยงชิด คุณบุญเรือง ปิ่นเกตุ หนึ่งในเกษตรกรที่หันมาให้ความสนใจปลูกชะอมตัดยอดจำหน่ายอยู่ในพื้นที่ตำบลปากพลี อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก โดยใช้พื้นที่บริเวณรอบบ้านปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ปลูกชะอมพื้นที่ว่างตามริมรั้วหรือพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ถูกปรับปรุงเพื่อใช้ปลูกชะอม ปลูกผสมผสานในสวนผลไม้ ซึ่งผลผลิตที่ใด้ส่งจำหน่ายออกไปในรูปแบบมัดกำ ราคากำละ 2-6 บาท สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงที่รอเก็บเกี่ยวข้าวที่เป็นอาชีพหลัก “ชะอม เราปลูกประมาณ 2 เดือนขึ้นไป ยอดจะแตกออกมาให้เก็บผลผลิต ยิ่งมีการดูแลที่ถูกวิธีและให้น้ำอย่างสม่ำเสมอสามารถเก็บยอดได้วันเว้นวัน ซึ่งแต่ละคร
อดีตข้าราชการครู ผันตัวเป็นเกษตรกร เพาะพันธุ์ต้นเพกาพันธุ์เตี้ย หรือต้นลิ้นฟ้า ขายส่งขายทั่วประเทศ สร้างรายได้ต่อเดือนกว่า 50,000 บาท เผยฝักสดและยอดอ่อนมีคุณค่าทางอาหารสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม นายประสาน คำมาตย์ ชาวบ้านคลองเกษตร ตำบลหนองไฮ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เล่าว่า อดีตตนเคยรับราชการเป็นครู ต่อมาตนรู้สึกอยากหาความท้าทายใหม่ประกอบกับเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ จึงเลือกลาออกจากราชการแล้วผันตัวมาเป็นเกษตรกร เพาะต้นเพกาพันธุ์เตี้ย หรือต้นลิ้นฟ้า ซึ่งชาวอีสานนิยมนำผลมารับประทาน ซึ่งต้นเพกาพันธุ์เตี้ยนั้นปลูกง่ายมีราคาดี และได้ส่งขายไปทั่วประเทศ โดย เมื่อปี พ.ศ.2556 ได้ต้นเพกาพันธุ์เตี้ยมาจากจังหวัดมุกดาหาร จากนั้นจึงทดลองใช้พื้นที่หลังบ้านปลูกเพียงไม่กี่ต้นเพื่อรับประทานเอง ต่อมาเพกาเริ่มโตให้ผลดกจึงถ่ายรูปแล้วอัพขึ้นเฟซบุ๊ก จนเพื่อนและคนรู้จักเห็นและถามถึงการซื้อพันธุ์มาอย่างต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อยๆ ตนจึงลองขยายพันธุ์โดยการตัดรากมาปักชำแล้วส่งขายทางไปรษณีย์ จนสร้างรายได้ดีเกินคาด จึงขยายพื้นที่พร้อมสร้างสวนเครือข่ายขายต้นเพกาพันธุ์เตี้ย
“เชื้อแบคทีเรีย A. citrulli” เป็นเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคผลเน่าในพืชตระกูลแตง ประเภท แตงโม เมล่อน และ แคนตาลูป เป็นต้น เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตในพืชตระกูลแตงเป็นอย่างมาก ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ปัจจัยเสี่ยงที่หลายฝ่ายห่วงกังวลก็คือ เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้สามารถมีชีวิตอยู่ได้ตลอดฤดูการผลิต ในดิน น้ำ และเศษซากพืช แต่ปัญหาสำคัญที่สุดคือ เชื้อสามารถถ่ายทอดผ่านทางเมล็ดพันธุ์ได้ (Seed transmission) เนื่องจากไทยมีบทบาทเป็นผู้ส่งออกเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลแตงรายใหญ่ของโลก หากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ ในวงกว้าง อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและรายได้จากการส่งออกเมล็ดพันธุ์ของประเทศไทยอย่างมาก โดยทั่วไป การผลิตเมล็ดพันธุ์จะต้องมีการควบคุมทุกขั้นตอนการเพาะปลูกให้ปลอดโรค รวมถึงการใช้สารเคมีฆ่าเชื้อในเมล็ดช่วงเก็บเกี่ยว อย่างไรก็ตาม วิธีการหนึ่งที่จะสามารถจัดการควบคุมโรคผลเน่าได้ คือการใช้เมล็ดพันธุ์ที่ปลอดจากเชื้อในการเพาะปลูก จึงต้องมีการตรวจรับรองความปลอดเชื้อของเมล็ดพันธุ์ก่อนจำหน่ายในประเทศและการส่งออก โดยจะตรวจทั้งในแปลงปลูกและสุ่มตรวจเม
การปลูกพืชเชิงเดี่ยวหรือทำกิจกรรมเดียวทั้งพื้นที่มักมีความเสี่ยงสูงเมื่อต้องพบกับโรคแมลงศัตรูพืชระบาด กระทบแล้ง/น้ำท่วมทำให้เสียหาย หรือขายได้ราคาต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ผลกระทบก็คือความไม่มั่นคงต่อการยังชีพ วิถีเกษตรผสมผสานแบบประณีต เป็นการจัดการใช้ที่ดิน ทุน แรงงานหรือปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม ทำการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์หรือทำประมงในพื้นที่เดียวกัน เป็นวิธีที่มีความเสี่ยงน้อยสุดเมื่อจัดการใช้ปัจจัยการผลิตผสมผสาน ควบคุมโรคแมลงศัตรูพืชโดยชีวะวิธี มีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวต่อเนื่อง หรือชะลอการขายได้เมื่อราคาตกต่ำ เป็นหนึ่งวิถีที่ใครก็ทำได้ วันนี้จึงนำเรื่อง เกษตรผสมผสานแบบประณีต…วิถีที่ยั่งยืนมั่นคง มาบอกเล่าสู่กัน คุณวิวิช พวงสวัสดิ์ เกษตรกรผู้ทำเกษตรผสมผสานแบบประณีต เล่าให้ฟังว่า ได้เคยทำงานภาครัฐมาก่อน แต่ปัจจุบันได้ลาออกมาทำงานภาคการเกษตรกับครอบครัว ในระยะแรกพื้นที่เกษตรที่นี่ได้ปลูกพืชชนิดเดียวมักทำให้ได้รับมีความเสี่ยงกับความแห้งแล้งหรือน้ำท่วมอยู่เนืองๆ แถมยังมีโรคแมลงศัตรูพืชระบาดอยู่บ่อยครั้ง ผลผลิตที่ได้รับมากบ้างน้อยบ้างไม่แน่นอน ฐานะความเป็นอยู่จึงพออยู่พอกินที่ยังไม่มีความมั่นคงน
ปกติ องุ่น ในบ้านเรามักปลูกกันในภาคเหนือและบางส่วนที่ปากช่อง-เขาใหญ่ ในพื้นที่อื่นอาจมีบ้างประปราย ยังไม่เคยได้ยินว่ามีการปลูกองุ่นกันในภาคใต้ แต่ล่าสุด “คุณนิกร สาระการ” อายุ 53 ปี อยู่ที่ตำบลมะรุ่ย อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ปลูกองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ และได้ผลผลิตออกมาแล้ว สร้างความตื่นเต้นดีใจให้กับเจ้าตัวและผู้คนในชุมชนเป็นอย่างมาก เพราะน่าจะเป็นเจ้าแรกของพังงาหรือของภาคใต้ก็ว่าได้ที่สามารถปลูกองุ่นจนออกลูกได้สำเร็จ เชื่อมั่นภาคใต้ปลูกองุ่นได้ดี คุณนิกร สาระการ เล่าที่มาที่ไปของการมาปลูกองุ่นว่า ตนเองนั้นทำอาชีพหลายอย่าง นอกเหนือจากการเป็นไกด์ คือเป็นวิทยากรด้านงานศิลปะผ้าบาติกและงานเพ้นต์สีอะคริลิก เรื่องการปลูกองุ่นนั้นเป็นความฝันมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว เพราะเป็นพืชที่ไม่มีในแถบภาคใต้ ตอนอายุประมาณ 20 ปี ไปซื้อหนังสือการปลูกองุ่นมาศึกษา ได้ความรู้ว่าภูมิอากาศทางภาคใต้เป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการปลูกองุ่นที่ดีมาก โดยเฉพาะเหตุผลที่ว่า ภาคใต้ส่วนใหญ่มีพื้นที่ลาดเอียงเป็นส่วนมาก ในที่สูงมีป่าไม้ที่อุ้มน้ำไว้ การปลูกองุ่นในพื้นที่แบบนี้ไม่ต้องรดน้ำ ซึ่งเป็นข้อดี แต่ปัญหาคือ ภาคใต้มีน้ำเยอะ
