พืชทำเงิน
อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศ ตั้งอยู่ในเทือกเขาสันการาคีรี มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูง มีอากาศดี และมีหมอกตลอดทั้งปี ด้วยภูมิอากาศเช่นนี้ เอง อ.เบตง ในอดีต จึงเป็นแหล่ง ปลูกส้มโชกุนอย่างดี มีชื่อเสียง แต่ด้วยโรคระบาด และราคาไม่แน่นอน ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ พากันโค่นต้นส้มทิ้ง และหันไปปลูกยางพารา กระทั่งในปัจจุบัน เหลือพื้นที่ปลูกส้มโชกุน ในอำเภอเบตง ไม่ถึง 20 เปอร์เซนต์ และด้วยความที่ไม่ต้องการให้ ส้มโชกุน เบตง เหลือแต่เพียงชื่อในตำนาน หลายภาคส่วนในจังหวัดยะลา จึงร่วมมือกันสนับสนุนเกษตรกรให้กลับมาปลูกส้มโชกุน คุณสมชาย เชี่ยวชาญศิลป์ หรือคุณชาย วัย 45 ปี บัณฑิตสาขาวิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เจ้าของสวนส้มโชกุน 20 ไร่ ที่อ.เบตง เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญ ในการช่วยฟื้นฟู ส้มโชกุนเบตง ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ประวัติคร่าวๆ ของคุณชาย ก็คือ หลังจากจบปริญญาตรี คุณชายก็ทำงานไม่ต่างจากเพื่อนๆ ร่วมคณะอีกหลายคน นั่นคือเป็นพนักงานส่งเสริมการขายเคมีเกษตร ในบริษัทเอกชน ไม่ว่าจะเป็น บริษัทต่างชาติหรือ บริษัทคนไทย แต่สำหรับคุณชาย หลังจากเรียนจบ ทำงานได้เพีย
สัมมนา กล้วยหอมทอง-กล้วยน้ำว้า ปลูกกินเองได้ ปลูกขายทำเงิน วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม 2560 ณ ห้องประชุม หนังสือพิมพ์ข่าวสด กำหนดการ 08.00 น. ลงทะเบียน 08.45 น. คุณเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ รองประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ประธานในพิธีเปิดการสัมมนา 09.30-12.00 น. “ผลิตกล้วยหอมทอง กล้วยน้ำว้า ให้ได้ผลผลิตดี เป็นที่ต้องการของตลาด” – คุณณัชคิรากร ดำชมทรัพย์ เกษตรกรปริญญาโท เมืองแปดริ้ว ผู้คลั่งไคล้ในกล้วยน้ำว้า – อาจารย์พัชนี ตุษยะเดช เจ้าของแปลงกล้วยน้ำว้ายักษ์ ใหญ่และดี ตลาดต้องการสูง – คุณสมยศ คำเพ็ง เกษตรกรรุ่นใหม่ เผยเทคนิคง่ายๆ ทำกล้วยหอมทองให้ตลาต่างประเทศ – คุณวิไล ประกอบบุญกุล เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมพื้นที่ปทุมธานี มานานกว่า 30 ปี ดำเนินรายการโดย อาจารย์ถวิล สุวรรณมณี 12.00 -13.00 น. พักรับประทานอาหาร 13.00-16.00 น. “ตลาดกล้วยหอมทอง กล้วยน้ำว้า ในและต่างประเทศ” – คุณเสาวณี วิเลปะนะ เจ้าของแบรนด์ “คิง ฟรุทส์” กล้วยหอมทอง ส่งออกปีละ 200 ล้าน – คุณศิลาพร สิงหลักษณ์ รองประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเกาะคู จังหวัดพิษณุโลก ทายาทรุ่นที
ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย พืชผลทางการเกษตรราคาตก พืชที่ได้รับผลกระทบหนักคงจะหนีไม่พ้น ข้าว พืชหลักทำเงินเข้าประเทศ สร้างปัญหาเป็นวงกว้างแก่ชาวนา โดยเฉพาะในเรื่องปากท้อง ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ได้สร้างความท้อถอยให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก แต่มีชาวนาบางกลุ่มยังมุ่งที่จะทำเกษตรต่อไป จนเกิดการพลิกผืนนามาปลูกแตงโม สร้างรายได้มากกว่าปลูกข้าวหลายเท่านัก คุณอุดร หอมกลิ่น อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ที่ 15 หมู่บ้านค่ายพัฒนา ตำบลเวียงสะอาด อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เกษตรกรผู้พลิกฟื้นผืนนา หันมาปลูกแตงโมทั้งสายพันธุ์ที่มีเมล็ดและไร้เมล็ด คุณอุดรจบการศึกษาระดับอนุปริญญา ก่อนหน้าที่จะหันมาเป็นเกษตรกร มีอาชีพรับจ้างเดินสาย ใครจ้างทำอะไรที่ไหนไปหมด และได้เปลี่ยนวิถีจากงานรับจ้างมาทำงานที่ฟาร์มวัวเนื้อ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำนานกว่า 10 ปี แต่ด้วยที่ทำงานประสบปัญหาในเรื่องของพื้นที่เลี้ยง ตนจึงลาออกจากงานมาค้าขาย ได้มีเวลากลับมาคิดว่าตัวเองเริ่มอายุมากแล้ว ไม่อยากเปลี่ยนอาชีพบ่อยๆ ได้มองเห็นคนแถวบ้านทำเกษตรกันเยอะ จึงมีความคิดทำเกษตรปลูกข้าว แต่ทำไปทำมาข้าวราคาตก อยู่ไม่ได้จึงมองหาพืชอย่างอื่นที่เหมาะก
คุณประเสริฐ บางแดง เจ้าของสวนเมล่อน “น้ำเพชรฟาร์มเมล่อน” อยู่บ้านเลขที่ 3/3 หมู่ที่ 7 ตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร โทร. (089) 641-5176, (061) 469-8262 เมล็ดพันธุ์เมล่อน คุณประเสริฐ บางแดง เล่าว่า ตอนนี้ปลูกเมล่อนอยู่ 2-3 สายพันธุ์หลักๆ แต่จะเน้นสายพันธุ์ที่ปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์ในบ้านเราแล้ว เพราะจะมีการปรับตัวและความแข็งแรงดีกว่าสายพันธุ์เมล่อนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศโดยตรง ส่วนราคาเฉลี่ยแล้วจะตกเมล็ดละ 4-5 บาท (แล้วแต่สายพันธุ์) ยกตัวอย่าง พันธุ์ “กรีนเน็ต 99” เนื้อเขียว เนื้อนุ่มหอมหวาน ผิวมีตาข่ายเส้นเล็ก มีลักษณะทนโรคและปลูกง่าย อายุการเก็บเกี่ยวสั้น ประมาณ 65-70 วัน เท่านั้น เหมาะสำหรับมือใหม่ ตลาดยอมรับทั่วไป อีกพันธุ์ คือ “กาเลีย” ผิวผลสีเหลือง เนื้อเขียว หอมหวาน โดยจะเน้นปลูกเมล่อนสายพันธุ์การค้าทั่วไปและเป็นพันธุ์ที่ได้ปรับปรุงพันธุ์ในบ้านเราแล้ว การเพาะกล้าเมล่อน เหมือนการเริ่มต้นที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง การเพาะเตรียมกล้าเมล่อนก็เช่นกัน โดย คุณประเสริฐ อธิบายว่า ตนเองมักจะแช่เมล็ดเมล่อนด้วยน้ำอุ่น ราว 4 ชั่วโมง ในช่วงเวลาเช้า ช่วงเวลาบ่ายก็จะเอาขึ้นจากน้ำที่แช่ มาบ
ปัญหาเดิมๆ ที่เกษตรกรต้องพบเจอเสมอคือผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ หากมีลู่ทางทำตลาดในผลผลิตชนิดอื่น ก็นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจหากจะเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น กิตินัน นุ้ยเด็น เกษตรกรคนรุ่นใหม่ในโครงการของกระทรวงการเกษตรที่ไร่ อ.การเกษตร (สามพี่น้อง) ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล จัดเป็นกลุ่มเกษตรกรตัวอย่างที่มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ จากสวนยางพาราที่มีอายุเกิน 25 ปี มาเป็นไร่กล้วยหอมและกล้วยไข่ สร้างรายได้อย่างงาม อีกทั้งเป็นที่ต้องการของตลาดในพื้นที่และประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย มีการสั่งเข้าไปขายเป็นจำนวนมาก หลังจบปริญญาตรี การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กิตินันเลือกที่จะใช้ชีวิตหลังการเรียนจบการศึกษาด้วยการทำการเกษตรแบบเต็มรูปแบบร่วม 3 ปี บนพื้นฐานรายได้เฉลี่ยเดือนละ 30,000-50,000 บาท จากการศึกษาหาความรู้ ลงมือทำ จนประสบความสำเร็จ สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้อย่างมีความสุข กับไร่มะละกอและไร่กล้วย พืชเศรษฐกิจที่มีการบริหารจัดการจนอยู่ระดับแนวหน้าของจังหวัด นับเป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการปรับเปลี
ชมพู่เป็นผลไม้เมืองร้อน จากอินเดียที่เข้ามาเติบโตแพร่หลายในเมืองไทยนานแล้ว ปัจจุบันต้นชมพู่ที่ปลูกในประเทศไทย จะออกดอก 2 รุ่นใหญ่ ดอกรุ่นแรกจะผลิบานช่วงเดือนธันวาคม –มกราคม เก็บผลผลิตออกขายได้ในเดือน กุมภาพันธ์- มีนาคม ถือเป็นฤดูผลผลิตประจำปี ของ ชมพู่ที่ปลูกในเมืองไทย เนื่องจากมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ชมพู่มีราคาถูก ส่วนดอกรุ่น 2 อยู่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ เก็บผลผลิตได้ในเดือนเมษายน – พฤษภาคม หาก เกษตรกรรรายใด อยากขายผลผลิตให้ได้ราคาแพง ต้องผลิต ชมพู่ทะวายนอกฤดู ให้มีผลผลิตเข้าสู่ตลาดช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม หากตั้งขายผลผลิตได้ในราคาสูง ควรวางแผนให้มีผลผลิตเข้าตลาดในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม เพราะเป็นระยะที่ชมพู่ทะวายมีผลผลิตน้อย ก็จะมีโอกาสฟันกำไรก้อนโตจากขายชมพู่นอกฤดู สำหรับเกษตรกรที่สนใจอยากผลิต ชมพู่ทะวายนอกฤดู ขอแนะนำเทคนิคการดูแลจัดการสวนชมพู่ทะวาย ของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผัก ผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อส่งออกอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรีไปทดลองใช้กัน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผัก ผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อส่งออกอำเภอดำเนินสะดวก นิยมการผลิตชมพู่ทะวายโดยปลิดดอกชมพู่ปีทิ้
ปัญหาน้ำท่วมขัง มักทำให้ต้นยางเสียหายเพราะรากเน่า ปรุงอาหารไม่ได้ เกษตรกรสามารถฟื้นฟูต้นยางโดยการฉีดอีเรเซ่อร์ วัน + พาร์ทเวย์ กิ่ง ก้าน ทรงพุ่มของต้นยาง ที่ฉีกขาดเสียหาย ควรตัดกิ่งออกให้หมดเพื่อตกแต่งรอยแผลและตัดกิ่งที่เสียหายให้หมด โดยเน้นตัดแต่งกิ่งที่มีทิศทางไม่สมดุลกับกิ่งที่เหลืออยู่ออกบางส่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ทรงพุ่มที่เหลืออยู่หนักไปด้านใดด้านหนึ่ง กรณีส่วนของต้นยางเป็นแผลเล็กน้อย หรือ จากการตกแต่ง การตัดกิ่ง ฉีดพ่นที่แผล ด้วย อีเรเซ่อร์ วัน + พาร์ทเวย์ เพื่อ ป้องกันการ ติดเชื้อจากเชื้อรา และ รักษาแผล เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อราเข้าทำลายส่วนของเนื้อเยื่อได้ คุณอารักษ์ จันทุมา แห่งศูนย์วิจัยยางสุราษฏร์ธานี เคยให้คำแนะนำเกี่ยวกับ การฟื้นฟูสวนยางที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมขัง ว่า ควรรีบระบายน้ำออกจากสวนยางโดยเร็ว และรอให้น้ำแห้งรวมทั้งดินแข็งตัวเสียก่อนแล้วจึงค่อยเข้าไปปฏิบัติงาน เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายรากยางโดยตรงเฉพาะรากฝอยที่เจริญขึ้นมาใหม่ให้สามารถดูดอาหารและน้ำไปเลี้ยงต้นยาง ไม่ควรใส่ปุ๋ยไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอกและปุ๋ยชีวภาพในขณะที่น้ำท่วมยัง
คุณสำราญ หน่อนาคำ เป็นเกษตรกรอยู่ที่ตำบลพระยาทด อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเขาได้เริ่มทำงานเกี่ยวกับด้านเกษตรเมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่น ต่อมาจึงได้นำวิชาความรู้ที่มีมาเปิดร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับการเกษตรอย่างครบวงจร “พอมาเปิดร้านเริ่มมีเงินทุนมากขึ้น เราก็เริ่มขยายพื้นที่บริเวณที่อยู่ใกล้ร้านเรา เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อให้ความรู้ด้านเกษตร ไม่ว่าจะเป็นพืชผักปลอดสารพิษ ไม้ดอกไม้ประดับ หรือแม้แต่เมล่อนที่คนมองว่าปลูกยาก เราก็มาแนะนำบอกสอนด้วยวิธีง่ายๆ สามารถทำเองที่บ้านได้ ซึ่งเราจะเน้นให้ตรงคอนเซ็ปต์ที่ว่า การเกษตรไม่ได้กินเฉพาะทางปากเพียงอย่างเดียว แต่จะให้ความสุขทั้งทางสายตาและสมองด้วย จึงทำให้จิตใจมีความสุข ซึ่งที่นี่ก็จะสอนความรู้แบบครบวงจร สามารถนำไปทำเองที่บ้านได้” คุณสำราญ กล่าวถึงที่มา ซึ่งคุณสำราญ ได้แนะนำวิธีการปลูกเมล่อนแบบง่ายๆ ไว้กินเองที่บ้านว่า ขั้นตอนแรกหากระถางขนาด 12 นิ้วหรือภาชนะที่ไม่ใช้งานแล้ว มาใส่วัสดุปลูกจำพวกกาบมะพร้าวสับ ดินใบก้ามปู และแกลบหยาบ ผสมกันในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 จากนั้นนำปุ๋ยคอกปุ๋ยอินทรีย์ใส่ลงไปด้านบนกระถาง เพื่อให้ภายในกระถางมีความชื้
ปลายปีที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสไปเยือนเมืองน่านอีกครั้ง ตามคำเชิญของ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ในเครือฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล อิงก์ (พีเอ็มไอ) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บุหรี่ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป้าหมายการเดินทางในครั้งนี้ เพื่อเยี่ยมชมกิจการใบยาสูบ พืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีบทบาทต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวจังหวัดน่าน “ยาสูบ” พืชทำเงิน สร้างอาชีพของเกษตรกรไทย ข้อมูลจากกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ระบุว่า ปัจจุบัน มีเกษตรกรไทยยึดอาชีพปลูกยาสูบ จำนวน 34,000 ครอบครัว เนื้อที่ปลูกยาสูบ จำนวน 132,000 ไร่ มีผลผลิต 40,700 ตัน ซึ่งพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง จำนวน 10 จังหวัด ปลูกใบยาสูบพันธุ์เวอร์จิเนีย จำนวนเกษตรกร 5,800 ครอบครัว ผลผลิตรวม 12,000 ตัน ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 14,900 ครอบครัว นิยมปลูกยาสูบพันธุ์โอเรียนทอล หรือเตอร์กิช มีผลผลิต 8,800 ตัน ทุกวันนี้ ยาสูบพันธุ์เบอร์เรีย มีแหล่งปลูกสำคัญอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ สร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 13,000 ครอบครัว มีผลผลิตปีละ 1
หนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่สนใจของเกษตรกรในจังหวัดพิจิตรเป็นอย่างยิ่ง คือ “เมล่อน” ผลไม้รสชาติดี มีอนาคต ด้วยความนิยมจากท้องตลาด ทั้งยังใช้น้ำและพื้นที่น้อย ทว่าสร้างผลผลิตที่โกยรายได้มากกว่าการทำนาหลายเท่าตัว สมพร เจียรประวัติ เกษตรจังหวัดพิจิตร อธิบายว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตร ได้สนับสนุนการขับเคลื่อนของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งในปีนี้เกษตรกรต้องยอมรับว่าผลผลิตราคาข้าวนั้นไม่ดีเท่าที่ควร ทางกรมส่งเสริมการเกษตรจึงมีนโยบายในเรื่องการลดพื้นที่การทำนา และลดรอบของการทำนาปรังลง ฉะนั้นเมื่อมีการขับเคลื่อนนโยบายในลักษณะนี้จึงต้องมีการทดแทนให้กับเกษตรกร โดยการหาพืชที่เหมาะสมที่จะทดแทนการปลูกข้าวเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เท่ากับหรือมากกว่าการทำนา จึงได้เลือกการปลูกพืชประเภทแตง คือ เมล่อน ซึ่งเป็นพืชที่มีการใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกข้าว ประมาณ 3-4 เท่าตัว โดยมีระบบการจัดการที่ละเอียดอ่อน ตัวอย่าง เช่น การปลูกโดยมีพลาสติกคลุมดิน มีระยะการปลูกที่ชัดเจน และปลูกในโรงเรือน “ตอนนี้เกษตรกรในจังหวัดพิจิตร เริ่มหันมาปลูกเมล่อนกันมากขึ้น ราคาจากมือเกษตรกร กิโลกรัมละ 60-70 บาท เมล่อน 1 ผล หนักราว 1 กิโล
