พืชทำเงิน
ฟื้นธุรกิจ “สวนส้ม” เชียงใหม่-กำแพงเพชร ราคาดีจูงใจรับซื้อหน้าสวน กก.ละ 40-50 บาท เกษตรกรเผยควบคุมโรคกรีนนิ่งที่เคยระบาดได้อยู่หมัดแล้ว คาดปี”60 พื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น 20% ด้านไร่ส้มชาญลดา เมืองชากังราวเฮ ราคาพุ่ง ผลผลิตส้มเขียวหวานเพิ่ม 50% ชี้รายใหม่แห่ปลูกแทนพืชเศรษฐกิจอื่นราคาตกต่ำเชียงใหม่คุมโรคกรีนนิ่งได้แล้ว นายครรชิต ตติปาณิเทพ เจ้าของสวนส้ม ช.เจริญ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ธุรกิจสวนส้มสายน้ำผึ้งของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกมากที่สุดใน 3 อำเภอคือ ฝาง แม่อาย และไชยปราการ เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น และคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง หลังจากเกิดปัญหาโรคแมลงในสวนส้ม หรือโรคกรีนนิ่ง (Greening Disease) ที่ระบาดในส้มมาตลอดกว่า 10 ปี ซึ่งเกษตรกรรายย่อยกว่า 3,500 ราย ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนการดูแลรักษา และทยอยเลิกทำสวนส้มและหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน ส่งผลให้พื้นที่ปลูกจากเดิม 100,000 ไร่ ลดเหลือราว 40,000 ไร่ ทั้งนี้ พบว่าเกษตรกรรายย่อยเริ่มหันกลับมาฟื้นสวนส้มอีกครั้งตั้งแต่ปี 2558 โดยมีพื้น
ติดทำเนียบผักขายดีของตลาดสดเกือบทุกแห่ง ร้านก๋วยเตี๋ยวทุกร้านจำเป็นต้องใช้ทุกวัน สำหรับ “ถั่วงอก” ผักบ้านๆ ราคาไม่แพงมาก เพาะง่าย 3 วันก็ได้ทานแล้ว ไม่ต้องใช้ดิน ไม่ต้องใส่ปุ๋ย ใช้เพียง “น้ำ” เท่านั้น ไม่ต้องเป็นเกษตรกรก็สามารถเพาะได้ คุณวันทัสน์ รติขจรพันธุ์ หรือ เฮียเอี่ยม ชายหนุ่มวัย 59 ปี ยึดอาชีพเพาะถั่วงอกขายมาตลอดทั้งชีวิต ปัจจุบันเพาะถั่วงอกปลอดสารบนเนื้อที่ 400 ตารางวา ย่านคลอง 13 หนองจอก กรุงเทพฯ เก็บผลผลิตส่งขายตลาดทุกวันราว 2-3 ตัน มีรายได้วันละเกือบ 20,000 บาท เฮียเอี่ยม บอกว่า ถั่วงอกที่นี่เป็นถั่วงอกไฮโดรโปนิกส์ ลักษณะจะเป็นต้นเรียว ยาว ขนาดกำลังดี มีเปลือกติดที่หัว มี 2 ใบเลี้ยงงอกออกมา สีเหลืองธรรมชาติ หากถูกแดดจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อน มีเหี่ยวบ้าง ต่างจากถั่วงอกทั่วไปที่มีต้นขาว อวบ อ้วน ถูกแดดก็ยังเป็นสีขาวไม่เปลี่ยนสี สำหรับรายละเอียดการเพาะถั่วงอก เฮียเอี่ยม บอกเส้นทางเศรษฐีว่า เลือกใช้ถั่วเขียวผิวดำ หรือถั่วแขก (ถั่วพม่า) ที่เลือกพันธุ์นี้เพราะแข็งแรง ทนทาน ไม่ค่อยช้ำ เหี่ยวช้า แต่ข้อเสียคือ โตช้า ปกติถั่วเขียวทั่วไปเพาะเป็นถั่วงอกใช้เวลา 72 ชั่วโมง ก็โตเก็บขายได
ในฉบับนี้ ขอพาท่านผู้อ่านไปเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เรื่องการปลูก “กล้วยน้ำว้าปากช่อง 50” ที่ “บ้านสวนคลายทุกข์” ของ “คุณศักดิ์ชัย ตั้งตระกูลวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ” ปัจจุบัน ฟาร์มแห่งนี้ ตั้งอยู่เลขที่ 72 หมู่ที่ 6 บ้านคำสมบูรณ์ ตำบลโนนหนามแท่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ อยู่ภายใต้การดูแลของผู้จัดการฟาร์ม คือ คุณคมกฤช สุขกุล โทร. (095)479-5740 “บ้านสวนคลายทุกข์” คุณคมกฤช สุขกุล เล่าให้ฟังว่า ฟาร์มบ้านสวนคลายทุกข์แห่งนี้มีเนื้อที่ 32 ไร่ เดิมใช้เป็นพื้นที่ปลูกยางพารา ต่อมา ปี 2558 ได้เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยแบ่งพื้นที่ จำนวน 5 ไร่ เพื่อทำนา รวมทั้งปลูกมะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร และพันธุ์ทูลเกล้า ในวงบ่อซีเมนต์ จำนวน 600 บ่อ นอกจากนี้ยังปลูกมะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร พันธุ์ทูลเกล้า มะนาวพันธุ์ตาฮิติ และมะนาวเลมอนเม็กซิกัน ลงดินอีก จำนวน 1,200 ต้น และแบ่งพื้นที่ จำนวน 6 ไร่ เพื่อทำสวนกล้วยเชิงการค้า โดยเลือกปลูกกล้วยพันธุ์น้ำว้าปากช่อง 50 เนื่องจากกล้วยน้ำว้านับเป็นไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและส่งออก ปัจจุบัน ผลผลิตกล้วยน้ำว้ายัง
เมื่อกลางปีที่ผ่านมา คุณเอกพงษ์ ขุนทอง อายุ 18 ปี นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปีที่ 1 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง จังหวัดพัทลุง ได้เข้าร่วมโครงการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร GOOD AGRICULTURAL PRACTICES FOR FOOD CROP หรือ GAP ซึ่งจัดโดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย คุณเอกพงษ์ได้นำเสนอโครงการปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ จนได้รับรางวัลชมเชย จากนั้นได้นำกลับมาขยายต่อยอด ใช้พื้นที่ว่างรอบบริเวณบ้านปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ ขายผลมะนาว ซึ่งจากผลผลิตที่ได้ขายได้ราคาดี จึงขยายปลูกเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังตอนกิ่งชำมะนาวเองขายสร้างรายได้ระหว่างเรียน เดือนละกว่า 10,000 บาท คุณเอกพงษ์ กล่าวว่า โครงการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร GOOD AGRICULTURAL PRACTICES FOR FOOD CROP หรือ GAP ที่ได้เข้าร่วมโครงการ และเสนอโครงการปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ ได้รับรางวัลชมเชย รู้สึกภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ แต่ไม่ใช่จะเริ่มเรียนรู้ในการปลูกมะนาวหลังเข้าร่วมโครงการ เพราะก่อนหน้านี้ ก็ได้ทดลองปลูกและตอนกิ่งพืชต่างๆ มาจากปู่ พ่อ แม่ โดยเริ่มทำการเกษตรมาตั้งแต่เรียนมัธย
มีผู้ที่เคารพท่านหนึ่งเล่าว่า แถวชานเมืองของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อก่อนนี้ ชาวบ้านยังมีการทำนา ปลูกพืชผัก ผลไม้ต่างๆ เหมือนๆ กับชาวบ้านต่างจังหวัด มีครอบครัวหนึ่ง ซึ่งฐานะเช่นเดียวกับเกษตรกรในประเทศไทยทั่วๆ ไป ซึ่งมีความยากจนเป็นพื้นฐาน ครอบครัวนี้มีที่นาประมาณ 20 ไร่ มีลูก 2 คน คนโต พ่อกับแม่กัดฟันส่งให้เรียนจนจบปริญญา ได้เข้ารับราชการมีตำแหน่งที่ทำให้พ่อแม่มีหน้ามีตาได้ในสังคม ชอบทำตัวโอ้อวด ฟุ้งเฟ้อ ใช้จ่ายเงินทองโดยไม่คิด ใครยกย่องก็เลี้ยงดูปูเสื่อโดยไม่คำนึงถึงเงินทอง ตอนที่รับราชการก็อาศัยบ้านพักของหลวง จึงไม่คิดซื้อบ้านมาเป็นของตนเอง ทั้งๆ ที่มีครอบครัว โดยลำพังเงินเดือนข้าราชการในสมัยนั้น ไม่พอค่าใช้จ่าย เขาจึงมีหนี้มีสินล้นพ้นตัว คิดได้แต่เพียงว่า พ่อได้แบ่งที่ดินไว้ให้แล้ว ส่วนลูกคนเล็ก ไม่ได้ร่ำเรียนอะไร พอจบภาคบังคับก็ช่วยพ่อแม่ทำนา ส่งเสียให้พี่ชาย ลูกคนเล็กเป็นคนสมถะ ไม่ชอบคบหาสมาคมกับใครมากมายนัก เวลาว่างจากนา ก็ปลูกผัก เลี้ยงปลาเพื่อเป็นรายได้เสริม ทำให้มีเงินเหลือเก็บ หลังจากที่ได้แต่งงานกับคนในละแวกเดียวกัน ก็ยิ่งทำให้เขาขยันเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่พี่ชาย กลายเป็นคนมีช
คอลัมน์ CSR Talk โดย มนตรี บุญจรัส M.D. บริษัท ไทยกรีน อะโกร จำกัด (ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ) มนุษย์เรานั้นมีร่างกายเพียง กว้างคืบ ยาววา หนาศอก โดยประมาณนั้น สามารถสร้างความสุขได้อย่างแท้จริงทุกวินาทีได้โดยไม่ต้องใช้เงินเป็นตัวตั้ง แต่เพียงอย่างเดียว เพราะพื้นฐานของการที่จะมีความสุขคือจะต้องเพียบพร้อมไปด้วยปัจจัย 4 ได้แก่ ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม อาหาร และยารักษาโรค เพื่อเป็นปัจจัยให้ชีวิตดำเนินไปได้อย่างราบรื่น และมีความสุข แต่ชีวิตของผู้คนชนส่วนใหญ่มักจะไหลเลี้ยวลด คดโค้ง ดิ้นรน ขวนขวาย ออกนอกลู่นอกทางไปเสียไกล เพื่อไปค้นหาคำตอบให้กับชีวิตตนเองว่า พอจะมีความสามารถที่จะพอทำให้ชีวิตมีความสุข และมีความทัดเทียมทางสังคมกับคนอื่นได้หรือไม่ ซึ่งก็มีทั้งประสบความสำเร็จ และล้มเหลว คละเคล้ากันไป แต่ส่วนใหญ่ มักจะล้มเหลว !!! โดยเฉพาะแนวทางทุนนิยม (Capitalism) ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแนวทางทฤษฎีใหม่เศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) ของพ่อหลวงปวงชนชาวไทย ทฤษฎีนี้สามารถช่วยให้ประชาชนคนไทยทุกคนประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก และได้ผลรับด้วยการมี “ความสุขอย่างแท้จริง” แนวทาง “เศรษฐก
คุณจิระวัฒน์ ภักดี ประธานกลุ่มพืชผักปลอดสารพิษ หมู่ที่ 6 ตำบลปากแตระ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ได้รวบรวมสมาชิกเกษตรกรชาวนาข้าวและเกษตรกรชาวนากุ้ง ประมาณ 35 คน ทำโครงการปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษเพื่อการส่งออก โดยได้มีการทำสัญญารองรับกับ บริษัท แพน แปซิฟิค ฟู้ด คอร์ปอเรชั่น จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะลงมือปลูกเอง สร้างความมั่นใจ และมีตลาดรองรับ “จะมีออเดอร์รับซื้อกล้วยหอมทอง 100 ตัน/สัปดาห์ ทำให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความมั่นใจ เนื่องจากมีตลาดรองรับที่แน่อน ผลผลิตที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ เพราะเป็นกล้วยเกรดเอทั้งหมด บริษัทรับซื้อกล้วยหอมทองจากประเทศญี่ปุ่นมีความพึงพอใจ รับไม่จำกัดจำนวน” สำหรับโครงการปลูกกล้วยหอมทอง หมู่ที่ 1 ตำบลปากแตระ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา โดยการสนับสนุนของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีอาชีพเสริม หารายได้ที่ขาดหายไปในช่วงเศรษฐกิจเช่นนี้ โดยสนับสนุนหน่อพันธุ์กล้วยหอมทอง เกษตรกรจำนวน 35 ราย รายละ 2 ไร่ ไร่ละ 400 หน่อ จำนวน 14,000 หน่อ เป็นเงิน 238,000 บาท เพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกล้วยหอมทองเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก
ส่งท้ายวันหยุดเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2560 “มติชน” พาเลียบเลาะริมทะเลชะอำ จ.เพชรบุรี เลียบค่ายตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) “ค่ายพระราม 6” ภายในค่ายแห่งนี้นอกจากเป็นที่ตั้งของ สถานที่สำคัญ “พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน” ที่ประทับแปรพระราชฐานในฤดูร้อนของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นเขตพระราชฐานที่เปิดให้ประชาชนเข้าเที่ยวชมความสวยงาม ในค่าย ตชด.แห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของ “บ้านทุ่งลุงวัน” สวนเกษตรผสมผสานต้นแบบ ตชด.พอเพียง ที่เกิดจากการพลิกฟื้นพื้นที่แห้งแล้ง แปลงเป็นสวนผักอินทรีย์นานาชนิด ฟาร์มไก่ไข่ บ่อเลี้ยงปลา แหล่งอาหารวิถีพอเพียงแบบฉบับตำรวจ ตชด.ที่เปิดให้ประชาชน ผู้สนใจเข้าชมและเลือกซื้อผลผลิตคุณภาพดี ฝีมือตำรวจไทย พ.ต.อ.วันชนะ ธรรมเสมา ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผกก.1 บก.กฝ.ตชด.) หัวเรือใหญ่ ที่เปรียบเสมือน พ่อบ้านใหญ่ของ “บ้านทุ่งลุงวัน” เล่าที่มากว่าจะเป็น “บ้านทุ่งลุงวัน” ว่า สภาพพื้นดินในค่ายพระราม 6 เป็นที่ตั้งของกองกำกับการ 1 กองบังคับการฝึกพิเศษ ตชด.มีสภาพเป็นดินตะกอนแข็ง ไม่ชุ่มน้ำ ดินเค็ม แร่ธาตุในดินค่อนข้างน้อย ไม่เหมาะสมกับการเพาะป
นับเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ของประเทศ สำหรับพื้นที่อำเภอ “หนองเสือ” จังหวัดปทุมธานี ซึ่งกล้วยหอมจากแหล่งที่ปลูกบริเวณนี้ มีทั้งส่งขายห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ และเสิร์ฟบนสายการบิน คุณสมชาย วาเพ็ชร อดีตข้าราชการ กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี วัย 46 ปี ปัจจุบันลาออกจากงานประจำ มาสวมบทบาทเจ้าของสวนกล้วยหอม 90 ไร่ และมอบหมายให้น้องชายคุณอิงครัต วาเพ็ชร เด็กหนุ่มไฟแรงวัย 22 ปี ดูแลเรื่องการขายหน่อกล้วย สองพี่น้องขยันขันแข็ง ขายทั้งกล้วย ขายทั้งหน่อกล้วย รายได้ยังไม่หักรายจ่ายทั้งปีราว 5 ล้านบาท คุณสมชาย เผยว่า เรียนจบปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีการเกษตร จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก่อนหน้านี้ทำงานที่กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี นาน 10 ปี หลังจากนั้นลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว คือ โรงเหล้ากลั่นสุราชุมชน ที่จังหวัดเชียงราย ผลิตเหล้าขาวซึ่งทำจากข้าวเหนียวหมัก ราวปี 2555 เริ่มสนใจอยากปลูกกล้วยหอม เลยยกกิจการทั้งหมดให้น้องสาวดูแล คุณสมชาย บอกต่อว่า บ้านที่อาศัยอยู่แถวปทุมธานี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ มองเห็นศักยภาพผลไม้ชนิดนี้ว่าราคาดีไม่มีตก ตามร
เวลานี้หลายจังหวัดในบ้านเราไม่ใช่เฉพาะภาคเหนือเท่านั้นที่มีการปลูกสตรอว์เบอร์รี่กัน ภาคอีสาน ภาคกลางก็ปลูก อย่างที่ปากช่อง เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ อุดรธานี และกาญจนบุรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปลูกเพื่อการท่องเที่ยวเสียมากกว่า โดยนำไหลที่ใช้ปลูกมาจากจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย เรียกว่าเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่ทำเงินจริงๆ แต่เชื่อว่าบางคนคงไม่เคยรู้มาก่อนว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ในเมืองไทย กระทั่งมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน วันก่อนทาง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เชิญไปเยี่ยมชมโครงการงานวิจัย “การปรับปรุงพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีศักยภาพในการผลิตแอนโทไซยานินและการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ” ที่มี ผศ.พีระศักดิ์ ฉายประสาท ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหัวหน้า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง สกว. และมูลนิธิโครงการหลวง โดยมีแปลงทดล
