พืชทำเงิน
เห็ด เป็นอาหารโปรตีนพื้นบ้านที่นิยมรับประทานกันมาก โดยเฉพาะในบริเวณที่มีป่าอุดมสมบูรณ์ พอเริ่มเข้าหน้าฝนเห็ดนานาชนิดมีให้กินกันอย่างสำราญ บางชนิดก็เหลือเฟือขนาดเก็บมาขายจนเป็นอาชีพเสริมได้ในหน้าฝน ได้เงินกันเป็นล่ำเป็นสัน เพราะสนนราคาก็เป็นสิ่งจูงใจ เห็ดที่เก็บจากป่าเกือบทุกชนิดมีราคาแพงกว่าหมูกว่าไก่ ซึ่งเป็นโปรตีนหลักในการบริโภค เห็ดเยื่อไผ่ เป็นเห็ดที่เกิดในธรรมชาติของประเทศจีน ชาวจีนนิยมบริโภคมาตั้งแต่สมัยก่อนสร้างกำแพงเมืองจีน มีการบันทึกว่า เห็ดเยื่อไผ่เป็นหนึ่งในยาบำรุงร่างกายของจิ๋นซีฮ่องเต้และบรรดาขุนนางชั้นสูงของจีน เมื่อปี พ.ศ. 2514 อเมริกาได้ส่ง นายเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาไปเจรจาการค้าที่ประเทศจีน ได้มีโอกาสรับประทานเห็ดเยื่อไผ่กับประธานเหมาและนายโจเอินไหล นายเฮนรี่ ถึงกับพูดถึงความอร่อยของเห็ดเยื่อไผ่ ต่อมาอีกไม่นานนายเฮนรี่ได้ไปเยือนจีนอีกครั้ง ก็ได้รับการต้อนรับด้วยเมนูเห็ดเยื่อไผ่ที่ปรุงขึ้นเป็นพิเศษตามความชอบของท่าน เห็ดเยื่อไผ่จึงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก คนไทยก็เพิ่งจะรู้จักกินเมื่อไม่กี่สิบปีนี้ ในตอนแรกๆ มีราคาแพงจึงมาเป็นอาหารเฉพาะในภัต
มะเดื่อฝรั่ง (Fig) มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันตก ตะวันออกกลาง ประเทศในแถบลุ่มแม่น้ำเมดิเตอร์เรเนียนของยุโรปและแอฟริกาเหนือ พบมากในประเทศตุรกีและกรีซ เป็นพืชสกุลเดียวกับต้นโพธิ์ ต้นไทร มะเดื่อไทย อยู่ในวงศ์เดียวกับหม่อน (มัลเบอร์รี่) เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลักษณะลำต้นและใบต่างจากมะเดื่อไทย มะเดื่อฝรั่งมีขอบใบหยักลึก 3-5 หยัก ใบเดี่ยวหนาค่อนข้างแข็ง ด้านหนึ่งมีขนอ่อน ส่วนผิวด้านบนหยาบ ผลใหญ่ และมีรสชาติดีกว่า ในประเทศไทยโดยความร่วมมือกันของ 2 หน่วยงาน คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมูลนิธิโครงการหลวง ได้นำมะเดื่อฝรั่งเข้ามาปลูกและทำการศึกษาวิจัยมากว่า 25 ปี เพื่อจะให้มะเดื่อฝรั่งเป็นพืชที่สร้างรายได้ให้กับชาวไทยภูเขา ทดแทนการปลูกฝิ่น ปัจจุบัน มะเดื่อฝรั่ง กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจ จึงมีผู้สั่งกิ่งพันธุ์มะเดื่อฝรั่งเข้ามา พื้นที่เพาะปลูกเริ่มเพิ่มขึ้น ซึ่งแต่ละรายมีวิธีการเพาะปลูก การดูแลรักษาแตกต่างกันออกไป ที่เซฟตี้ ฟาร์ม (Safety Farm) จังหวัดลำปาง มีวิธีการเพาะปลูกมะเดื่อฝรั่ง การดูแลรักษาที่เป็นรูปแบบเฉพาะโดยเน้นการปลูกที่ปลอดสารพิษปราศจากสารเคมีที่ใช้ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เซฟตี้ ฟาร
หลังจบปริญญาตรีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กิตินัน นุ้ยเด็น เด็กหนุ่มจากตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เลือกใช้ชีวิตเป็นเกษตรกร โดยทำการเกษตรแบบเต็มรูปแบบ ร่วม 3 ปี บนไร่ อ.การเกษตร (สามพี่น้อง) ใช้ความรู้จากการศึกษาค้นหาและลงมือทำ ก่อนตัดสินใจพลิกสวนยางพาราอายุเกิน 25 ปี เป็นสวนมะละกอ สวนกล้วยหอมและกล้วยไข่ มีผลผลิตออกจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้งดงาม เฉลี่ยเดือนละ 30,000-50,000 บาท เป็นสินค้าเกษตรที่ตลาดต้องการ ทั้งในประเทศและเพื่อนบ้าน อาทิ เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ด้วยการบริหารจัดการในระดับแนวหน้าของจังหวัด จนประสบความสำเร็จเป็นเกษตรกรตัวอย่าง เป็นเกษตรยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ หรือเกษตรคนรุ่นใหม่ ตามโครงการของกระทรวงเกษตร “กิตินัน” เล่าว่า เนื่องจากสวนยางพารามีอายุมาก ต้นแก่มากแล้ว ประกอบกับปัญหาราคายางพาราตกต่ำอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจโค่นต้นยางทิ้งแล้วหันมาปลูกมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ พันธุ์แขกดำ 400 ต้น และปลูกกล้วยหอม กล้วยไข่ 2,000 ต้น ตั้งเป้าหมายว่าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ที่เหลือเป็นยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน ป
คุณสำเริง จันทร์คูเมือง วัย 54 ปี กับ คุณละอองดาว จันทร์คูเมือง สามีภรรยา ชาวบ้านร้านหญ้า อยู่เลขที่ 89 หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งกุลา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด พื้นที่รอยต่อ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ แค่ข้ามลำน้ำพลับพลา เท่านั้น ดินแดนอันไกลโพ้น สามีและภรรยา ทำเกษตรไร่นาสวนผสมตามแนวทฤษฎีใหม่ 30-30-30-10 สามีและภรรยา บอกว่า ได้รับการสนับสนุน จาก คุณวัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ ประสานงานกับ คุณเรียบ โยธาจันทร์ นายกเทศมนตรีตำบลทุ่งหลวง พื้นที่ 12 ไร่ โดยเริ่มต้นการขุดบ่อขนาด 1,260 ลูกบาศก์เมตร เป็นแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง เลี้ยงปลาเบญจพรรณ ปลานิล ปลาไน ปลาตะเพียน การเลี้ยงปลาในนาข้าว ปลาดุก จัดรูปแปลงนาเป็นไร่นาสวนผสม อย่างสมบูรณ์ที่สุดในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ อีกแห่งหนึ่ง เลี้ยงโค กระบือ เป็ด ไก่ ห่าน ไก่งวง ขอบบ่อน้ำปลูกพืชผักสวนครัว ข่า ตะไคร้ หอม ผักกาด ขาวปลี เขียวปลี คะน้า ไผ่ มะม่วง มะนาว ฝรั่ง กล้วย มะพร้าวน้ำหอม ที่เหลือ 6 ไร่ ปลูกข้าวหอมมะลิ พอเพียงกับครอบครัว คุณสำเริง กล่าวว่า ตนเองชมภาพข่าวทางวิทยุโทรทัศน์ จะชื่นชมคนที่มีความสำเร็จในการเกษตรทฤษฎีใหม่ ได้รับค
อินเดีย มีประชากร 1,200 ล้านคน จะรองก็แต่จีนเท่านั้น อินเดียผลิตข้าวได้มากเป็น อันดับ 2 รองจากจีนเช่นกัน คือผลิตได้ปีละ 155 ล้านตัน ขณะที่จีนผลิตได้ ปีละ 208 ล้านตัน ส่วนไทยผลิตได้ 25 ล้านตัน (ลดลงจากประมาณ 27 ล้านตัน หลายปีก่อนนี้) คือ ได้แค่ครึ่งหนึ่งของคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม ข้าว เป็นแรงขับสำคัญสำหรับเศรษฐกิจของอินเดีย อินเดียผลิตทั้งข้าวขาวและข้าวซ้อมมือ ว่ากันว่า มีราวร้อยละ 20 ของผลผลิตทั้งโลก ข้าวเป็นอาหารหลักในภาคใต้และภาคตะวันออกของประเทศด้วย ผลผลิตข้าวของอินเดียเพิ่มจาก 53.6 ล้านตัน ในปี 2523 มาเป็น 74.6 ล้านตัน ในปี 2533 เรียกว่าในทศวรรษเดียวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 39 ที่จริงปีการผลิต 2552-2553 ผลผลิตลดลงเหลือ 89.14 ล้านตัน เพราะเจอภัยแล้ง พื้นที่เกษตรกรรมครึ่งหนึ่งของประเทศได้รับผลกระทบหนัก แต่ที่สุดผลผลิตก็เพิ่มขึ้นหลังจากนั้น และแตะร้อยล้านตันในปี 2554 เพราะได้ลมมรสุมที่เหมาะสมช่วยหนุน ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ไม่ใช่มาจากการเพิ่มพื้นที่ปลูก แสดงว่าเขาพัฒนาการปลูกข้าวของเขาได้ดีมาก ผลผลิตข้าวของอินเดียต่อเฮกตาร์ (ราว 6.25 ไร่) เพิ่มจาก 1,336 กิโลกรัม ในปี 2523 เป็น 1,
ชื่อสามัญ Durian (มาจากคำว่า duri ในภาษามาเลย์ซึ่งแปลว่า “หนาม”) ชื่อวิทยาศาสตร์ Durio zibethinus L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Durio acuminatissimus Merr., Durio stercoraceus Noronha) จัดอยู่ในวงศ์ชบา (MALVACEAE) ทุเรียนเป็นผลไม้ที่อยู่วงศ์ฝ้าย ในสกุลทุเรียน (แต่นักอนุกรมวิธานบางท่านจัดให้ทุเรียนอยู่ในวงศ์ทุเรียน) ทุเรียนจัดว่าเป็นราชาผลไม้ไทย โดยเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน โดยลักษณะของผลทุเรียนจะมีขนาดใหญ่ ผลรีถึงกลม และมีเปลือก( สีเขียวถึงสีน้ำตาล) ที่ปกคลุมไปด้วยหนามแข็ง ผลทุเรียนอาจมีเส้นผ่านศูนย์กลางของผลยาวถึง 15 ซม. น้ำหนักโดยทั่วไปประมาณ 1-3 กิโลกรัม และมีเนื้อที่นำมารับประทานเป็นสีเหลืองซีดจนถึงสีแดง ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์ ทุเรียนมีมากกว่า 30 ชนิด แต่มีเพียง 9 ชนิดเท่านั้นที่สามารถรับประทานได้ ได้แก่ Durio zibethinus, Durio dulcis, Durio grandiflorus, Durio graveolens, Durio kutejensis, Durio lowianus, Durio macrantha, Durio oxleyanus และ Durio testudinarum แต่มีเพียง Durio zibethinus ชนิดเดียวเท่านั้นที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และชนิดนี้ก็แบ่งแย
พื้นที่ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เป็นที่เลื่องลือถึงคุณภาพความเป็นพริกพื้นเมืองที่ซึ่งปลูกโดยฝีมือเกษตรกรในพื้นที่ ประเมินได้ว่า “พริกขาวชัยบุรี” เป็นพริกพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดใน 14 จังหวัดภาคใต้ เพราะเหตุผลว่า พริกชนิดนี้ เป็นพริกที่มีความเผ็ด เมื่อนำไปปรุงในเครื่องแกงอาหารใต้ จะมีสีสวย ที่สำคัญ เมื่อปรุงเป็นอาหาร จะได้กลิ่นหอมชวนลิ้มรสของพริกในอาหารนั้นๆ ชาวบ้านเรียกพริกพื้นเมืองของตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ชนิดนี้ว่า “พริกขาวชี” หรืออีกชื่อหนึ่ง คือ “พริกขาวชัยบุรี” ที่มาที่ไปของชื่อ “พริกขาวชัยบุรี” ลุงคุณจำรัส สงกลิ่น อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง บอกว่า พริกชนิดนี้เมื่อติดผล แรกเริ่มเม็ดพริกจะเป็นสีขาว จากนั้นค่อยๆ เป็นสีเหลือง ส้ม และท้ายที่สุด คือ ส้มเข้ม และพื้นที่ปลูกพริกชนิดนี้มากที่สุดอยู่ที่ตำบลชัยบุรี จึงเรียกพริกชนิดนี้ว่า “พริกขาวชัยบุรี” เดิมพื้นที่ตำบลชัยบุรี ส่วนหนึ่ง เป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก บางส่วนเป็นพรุ จึงยากแก่การทำเกษตร โดยทั่วไป เกษตรกรจำนวนหนึ่งเลือกปลูกปาล์มแบบยกร่อง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา
ลูกเล็กๆ กลมๆ สีเขียว มองดูคล้ายมะเขือพวง แต่บางลูกเป็นสีแดง ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า เป็นผักหรือผลไม้ชนิดใดกันแน่ สอบถามผู้รู้ได้ความว่า เป็น “พริกตุ้ม” ผักพื้นบ้านของจังหวัดระยอง มีมากแถบอำเภอแกลง ช่วงเดือนธันวาคม จะมีพริกตุ้มมากที่สุด พริกตุ้ม เป็นพริกที่ไม่เรียวยาวเหมือนพริกทั่วไป แต่มีลักษณะกลม คล้ายมะเขือพวง แต่เนื้อในของพริกตุ้มแน่นกรอบ หากเคี้ยวทั้งเม็ดให้แตกในปาก จะได้รสชาติเผ็ดหอม แต่หายเผ็ดเร็วกว่าพริกขี้หนู แก่จัด มีสีเขียวเข้ม แก่จัดจนสุดจะมีสีแดงจัด เมื่อนำไปประกอบอาหารให้เด็ดขั้วออกแล้วใส่ทั้งเม็ด ชาวระยองนิยมใส่ในแกงป่า แกงเขียวหวาน และผัดเผ็ด เพื่อเพิ่มรสชาติให้อาหาร
การบรรยายสัมมนาไผ่ในครั้งที่ผ่านมา ทางกองบรรณาธิการเทคโนโลยีชาวบ้านหวังว่าท่านผู้อ่านได้รับสาระความรู้จากวิทยากรผู้ที่มีประสบการณ์โดยตรงกับไผ่ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านสายพันธุ์ต่างๆ ที่บางท่านยังไม่เคยรู้จักมาก่อน รวมถึงการนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ ไปจนถึงอาหารและยา เรียกได้ว่าคุณประโยชน์จากไผ่มีครบทั้ง 4 ปัจจัย สำหรับเนื้อหาการบรรยายในตอนนี้เป็นตอนจบ แล้วยังคงอัดแน่นด้วยเนื้อหาสาระเช่นเดิม และเป็นประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบธุรกิจเฟอร์นิเจอร์จากไผ่เพราะมีความหลงใหลในความสวยงามและเสน่ห์จากไผ่ ท่านคือ คุณพิสิษฐ์ อมรกิจเจริญ เจ้าของกิจการผลิต-จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์มานานหลายสิบปี ความจริงในอดีตเจ้าของธุรกิจรายนี้ผลิตและขายเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากเหล็กแล้วส่งขายทั่วประเทศ กระทั่งเมื่อมาจับกลุ่มอยู่ในแวดวงไผ่จึงทำให้เกิดความสนใจ แล้วจากนั้นได้ศึกษาหาความรู้ทุกเรื่อง แล้วทดลองปลูกจนประสบความสำเร็จ ในที่สุดตัดสินใจปรับธุรกิจตัวเองมาผลิตเฟอร์นิเจอร์จากไผ่เลี้ยงหวานแล้วได้รับความนิยมจนถึงในปัจจุบัน คุณพิสิษฐ์ กล่าวว่า ธุรกิจที่ประกอบเป็นอาชีพอยู่ขณะนี้คือการผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่
“เกาะช้าง” แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามสุดตะวันออก จังหวัดตราด เป็นที่รู้จักกันดีทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ก่อนที่จะพัฒนาด้านการท่องเที่ยว อาชีพหลักชาวบ้านทำสวนผลไม้ ยางพารา ประมง ทุเรียนพันธุ์ชะนีนั้น ปลูกกันมานานร่วม 50 ปี ระยะหลังหลายคนปรับเปลี่ยนไปปลูกพันธุ์หมอนทองตามความนิยมของตลาดบ้าง หรือปลูกยางพาราทดแทน เพราะราคาดีกว่า ชาวสวนทุเรียนจึงเหลือเพียง 111 ราย พื้นที่ปลูก 843 ไร่ มีพันธุ์ชะนีที่ปลูกดั้งเดิมอายุ 30-50 ปี เหลืออยู่ 348 ไร่ กระดุม 52 ไร่ พวงมณี 5 ไร่ และหมอนทอง 437 ไร่ ปริมาณทุเรียนเกาะช้างปีละ 476.43 ตัน เป็นทุเรียนชะนีเกาะช้าง ประมาณ 100 ตัน ตรวจพบ วิตามินอี-ไอโอดีน อพท. ต่อยอดลดปริมาณคาร์บอน ประมูล กิโลกรัมละ 4,000 บาท ช่วงปี 2553-2555 “ทุเรียนชะนีเกาะช้าง” เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เมื่อปี 2553 คุณมานพ ทองศรีสมบูรณ์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาเกาะช้าง เห็นว่าทุเรียนชะนีเกาะช้างอายุ 30-50 ปี ปลูกในพื้นที่สภาพดินเป็นดินภูเขาไฟ ลาดเอียง มีไอน้ำทะเล อากาศโปร่ง ให้ผลเร็ว เนื้อสีเหลืองสวย เนียนเหนียว รสชาติหวานอร่อย จึงส่งไปทดสอบ
