พืชทำเงิน
สอบถามคนภูเก็ตเขาว่า สับปะรดภูเก็ตกับสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตต่างกัน ต่างกันตรงไหน อธิบายความว่า สับปะรดภูเก็ตคือสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตที่ต้องปลูกในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเท่านั้น ส่วนสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตที่นำไปปลูกที่จังหวดอื่นๆในภาคใต้เช่น พังงา กระบี่ สุราษฎธานี ชุมพร ระนอง ฯลฯ ไม่เรียกว่าสับปะรดภูเก็ต แต่ก็เป็นสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตเช่นกัน เพราะคนพื้นที่เขาว่ารสชาติมันแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ที่ปลูก และการเอาใจใส่ของเจ้าของสวน ปลูกแค่อื่นม่ายหร่อย เขาว่านะเขาว่าผมไม่ได้ว่า เคลียร์กันเอง “ ปลูกที่อื่นไม่อร่อย สับปะรดพันธุ์ภูเก็ตต้องปลูกที่ภูเก็ต เวลาสุกรสชาติจะหวานกรอบ แกนกลางเคี้ยวได้ แต่ถ้าปลูกที่พังงา จะหวานกรอบบ้าง หวานอมเปรี้ยวบ้างไม่อร่อยเท่าภูเก็ต แต่ก็ใกล้เคียงกับปลูกที่ภูเก็ตมากที่สุด ถ้าปลูกที่กระบี่ แม้ลูกสุกก็จะออกเปรี้ยวและไม่กรอบ ส่วนถ้าปลูกชุมพร ระนอง เวลาสุกจะหวานนิ่มๆและไม่กรอบ” สับปะรดพันธุ์ภูเก็ต ปลูกที่ภูเก็ต เพื่อคนภูเก็ต ไม่ได้ประชดน่ะนี่ แต่อารมณ์พาไป ช่างน่าสงสัยจริงๆว่าทำไม แถมยังบอกว่า สับปะรดภูแล เป็นสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตที่เอาไปปลูกที่นางแล เจออากาศหนาวลูกมันเล็ก เลยเร
เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2556 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศรับขึ้นทะเบียน “สับปะรดห้วยมุ่น” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยระบุว่า สับปะรดห้วยมุ่น หมายถึงสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย ที่มีผิวบาง ตาตื้น เนื้อหนานิ่ม สีเหมือนน้ำผึ้ง รสชาติหวานหอม ฉ่ำน้ำ ไม่ระคายลิ้น ซึ่งปลูกในเขตพื้นที่ตำบลห้วยมุ่นและตำบลน้ำไผ่ ของอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคม และกลางเดือนเมษายน-กรกฎาคม ช่วงเก็บเกี่ยวนอกฤดู ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน และสิงหาคม-ตุลาคม ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ปลูกสับปะรดห้วยมุ่นจังหวัดอุตรดิตถ์ 482 ราย ระยะทางจากตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ถึงตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด เกือบ 100 กิโลเมตร ถือว่าไม่มากนัก แต่ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางทวีคูณเป็นสองเท่า เพราะเส้นทางเป็นเขาชัน คดเคี้ยว แต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มานมนานกลับคุ้นชิน และมองว่าไม่ใช่ความลำบากหากต้องเดินทาง คุณบันแล มาดีคาน และคุณรัตนาพรรณ มาดีคาน สองสามีภรรยา ชาวตำบลห้วยมุ่น เจ้าของแปลงสับปะรดห้วยมุ่น พื้นที่ 20 ไร่ เกิดและเติบโตในพื้นที่ มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของพืชในท้องถิ่น ชี้ให้เห็นว่าก่อนหน้าพื้นท
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณทิวาพร ศรีวรกุล อยู่บ้านเลขที่ 213 หมู่ที่ 2 ซอยพัฒนา 1 ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี 71000 โทรศัพท์ (081) 857-2500 เดิมคุณทิวาพรได้ลงทุนปลูกอ้อยในพื้นที่ประมาณ 120 ไร่ ทำไร่อ้อยได้ประมาณ 4 ปี ช่วงนั้นจังหวัดกาญจนบุรีประสบกับปัญหาอากาศแห้งแล้งติดต่อกัน 3 ปี พื้นที่ที่ปลูกอ้อยดังกล่าวติดเชิงเขา ไม่มีแหล่งน้ำ ทำให้อ้อยแห้งตายเป็นจำนวนมาก ต่อมามันสำปะหลังมีราคาดีจึงตัดสินใจตัดอ้อยทิ้ง แล้วหันมาปลูกมันสำปะหลังแทน แต่เมื่อถึงเวลาเก็บ ราคามันสำปะหลังตกต่ำ จึงตัดสินใจไม่ขุด รอราคาดี ทิ้งไว้ข้ามปีจึงขุดมันสำปะหลังจำหน่าย จึงกลับมาคิดทบทวนพบว่า การปลูกพืชเชิงเดี่ยวต้องใช้ปุ๋ยเคมีที่ราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องคงจะไม่เป็นผลดี จึงตัดสินใจขายที่ดินใช้หนี้ และเริ่มต้นยึดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิตและทำการเกษตรแบบอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมีทุกชนิด จากช่วงแรกทำการเกษตรแบบพอเพียงในพื้นที่ 2 ไร่ ปัจจุบันได้ขยายพื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มขึ้นเป็น 14 ไร่ รูปแบบกิจกรรมทางการเกษตร คุณทิวาพร ได้ใช้ประโยชน์ที่ดินในตำบลท
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณทองเหมาะ แจ่มแจ้ง เป็นชาวนาอินทรีย์คนเก่งของจังหวัดสุพรรณบุรี เดิมเขาปลูกข้าวโดยใช้เงินลงทุนสูง มีการใช้สารเคมีอย่างเข้มข้น ประสบปัญหาด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม สภาพดินเสีย และมีสารเคมีตกค้างในผลผลิต เมื่อประสบผลกระทบดังกล่าว คุณทองเหมาะจึงหันมาทำการเกษตรโดยยึดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยใช้จุลินทรีย์และสารชีวภาพทดแทนสารเคมีในการปลูกข้าว คิดค้นวิธีการปลูกข้าวให้ลดต้นทุนและได้ผลผลิตมากขึ้น โดยดัดแปลงพัฒนาปรับปรุงเครื่องจักรเครื่องมือทางการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าว เพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อใช้เอง ผลิตสารป้องกันและขับไล่แมลง ผลิตฮอร์โมนจากรกสุกร และน้ำส้มควันไม้ เป็นต้น โดยตั้งผลิตภัณฑ์ว่า “TM” ซึ่งมาจากชื่อ “ทองเหมาะ” นอกจากนี้ คุณทองเหมาะยังได้คิดวิธีการผสมพันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “พันธุ์เบาบางงาม” จากการปรับเปลี่ยนแนวทางดำเนินกิจกรรมการเกษตรดังกล่าว ส่งผลให้สุขภาพดีขึ้น ลดต้นทุนลง และมีรายได้เพิ่มขึ้น รูปแบบกิจกร
ทุเรียนเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคเป็นอย่างมาก แหล่งปลูกสำคัญอยู่ทางภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคเหนืออย่างอุตรดิตถ์ ระยะหลังมีปลูกได้ผลที่อิสาน จังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันพบว่า ทุเรียนมีปลูกได้ผลหลายจังหวัด มากบ้างน้อยบ้าง มีเกษตรกรปลูกทุเรียนจำนวนไม่น้อย ที่ต้นตายลงก่อนให้ผลผลิต โดยเฉพาะช่วงปลูกใหม่ 1-3 ปี ทำให้ต้องเสียเงินซื้อต้นพันธุ์หลายครั้ง สาเหตุการตายของทุเรียนต้นเล็ก นอกจากโรคและแมลงเข้าทำลายแล้ว ส่วนใหญ่เกิดจากความชื้นในช่วงแล้งไม่เพียงพอ ดังนั้นเมื่อฝนหยุดตกไม่เกิน 1 เดือน เจ้าของควรตัดหญ้าคลุมโคนต้นให้ หรืออาจจะใช้ฟางข้าวคลุมก็ได้ จากนั้นรดน้ำ 3 วันครั้งหนึ่ง ระบบน้ำที่ให้อาจจะเป็นน้ำหยดหรือสปริงเกลอร์ก็ได้ ถ้าเป็นช่วงเดือนเมษายนที่อากาศร้อนจัด เกษตรกรบางรายถึงกับให้น้ำวันเว้นวัน เพื่อรักษาความชื้นในดิน เรื่องของปุ๋ย นอกจากปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักแล้ว เกษตรกรนิยมใส่ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เดือนละครั้ง ต้นละ 1 ช้อนชา ช่วยทำให้ทุเรียนเจริญเติบโตเร็ว คุณกฤษณ์ วงษ์วิทย์ เกษตรกรที่ตำบลแสลง อำเภอเมือง จันทบุรี ปลูกทุเรียนอายุได้ 4 ปี ก็สามารถไว้ผลผลิตได้แล้ว ทุเรียนปลูกได้ในหลายพื้นที่ เพ
เมืองไทยนั้นอุดมสมบูรณ์ เมื่อกินผลไม้สักอย่างหนึ่ง เหลือเมล็ด โยนออกจากนอกชาน หากสภาพแวดล้อมเหมาะสม อาจจะงอกเป็นต้นใหม่ เจริญเติบโต ออกดอกให้ผลกับเจ้าของได้ คนไทยนั้นมีนิสัยชอบปลูกต้นไม้ มีที่ว่างเป็นไม่ได้ ต้องปลูกพืชผัก ตะไคร้ มะกรูด เมืองใหญ่ แม้แต่หน้าร้าน ก็มีปลูกต้นไม้กัน ไม่มีดินจริงๆก็ปลูกในกระถาง มะม่วงเป็นไม้ผลที่เจ้าของบ้านนิยมปลูกรอบๆบ้าน จำนวนอาจจะไม่มากต้นนัก ทำไมต้องปลูกมะม่วงไว้รอบบ้าน เปรียบเทียบกับไม้ผลชนิดอื่น มะม่วงอยู่ใกล้ครอบครัวคนไทยมากที่สุด มีปลูกไว้รอบๆบ้านมากที่สุด สาเหตุที่มะม่วงมีปลูกไว้ใกล้บ้านนั้นเพราะ หนึ่ง.มะม่วงมีความทนทานต่อสภาพอากาศที่แห้งแล้ง รวมทั้งน้ำท่วม เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เมื่อใช้ต้นตอที่แข็งแรงเป็นส่วนขยายพันธุ์ มะม่วงจะเจริญเติบโตในที่ฝนน้อยได้ดี ขณะเดียวกัน หากน้ำท่วม ก็ยืนต้นอยู่ได้นาน ถึงนานที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับไม้ชนิดอื่น สอง.ดูแลไม่ยาก ผู้ปลูกบางคน อาศัยหย่อนต้นลงดินต้นฝน ไม่ต้องรดน้ำ ปล่อยให้เทวดาเลี้ยง ต้นก็เจริญเติบโตได้ อาจจะมีแมลงมากัดกินใบ แต่ก็กินไม่หมด ใบทีเหลือจะช่วยหุงหาอาหารเลี้ยงต้น ให้กิ่งก้านใหม่ สาม.ปลู
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสรักสุขภาพกำลังมาแรงแซงโค้งกันเลยทีเดียว ผู้รักสุขภาพทั้งหลายก็จะหาเวลาให้กับตัวเอง ในช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อออกกำลังกาย เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง แม้แต่ในเรื่องของอาหารการกินนั้น ก็เป็นสิ่งที่ผู้รักสุขภาพใส่ใจด้วยไม่แพ้กัน จะเห็นได้จากการบริโภคข้าวอินทรีย์ หรือแม้แต่การกินผักออร์แกนิกต่างๆ ที่ปลูกโดยไม่มีเรื่องของการใช้สารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมดินตลอดจนการเก็บเกี่ยว ทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามการปลูกแบบระบบอินทรีย์เท่านั้น โดยจะเห็นผักอินทรีย์เหล่านี้มีจำหน่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตมากขึ้น คุณณรงค์ชัย ปาระโกน ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติดอกคำ อยู่ที่ตำบลน้ำแพร่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า เกษตรกรในแถบนี้ได้มีการทำเกษตรแบบอินทรีย์มากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งเป็นแบบเกษตรที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลูกผัก ตลอดจนถึงการปลูกข้าวอินทรีย์และแปรรูปส่งจำหน่ายทำการตลาดเอง “ผมเริ่มทำเกษตรอินทรีย์มาตั้งแต่ ปี 2538 เราก็ใช้การผลิตแบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภาคเหนือ (มอน.) ต่อมาเมื่อมีมาตรฐาน พีจีเอส ที่เป็นมาตรฐานระดับประเทศเข้ามา ทางสมาชิกภายใน
วันที่ 28 ธันวาคม 2559 ที่บ้านอุ่มเหม้า อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร นายภิญโญ สุวรรณชนะ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 5 นายชูเกียรติ คำโสภา ผอ.สำนักงานพัฒนาที่ดินสกลนคร นำเจ้าหน้าที่และรถไถกว่า 10 คัน เข้าร่วมงานรณรงค์งดเผาฟางตอซังพืช โดยมีชาวบ้านกว่า 200 คนเข้าร่วมงาน จากนั้นมอบเกียรติบัตรดีเด่นประจำปี 2559 ให้กับหมอดินอาสาที่พัฒนาปรับเปลี่ยนพื้นดินให้เกษตรกรรายอื่นๆมีดินที่เหมาะสมและปลูกพืชได้ และได้นำรถไถลงไร่นาของชาวบ้าน กว่า 20 ไร่ ในการไถกลบตอซังข้าว เพื่อรถรณรงค์ให้ชาวบ้านเห็นประโยชน์จากการไม่เผาฟางและตอซังพืช ซึ่งชี้ให้เห็นข้อเสียจากการเผา จะทำให้อินทรียวัตถุในดิน จุลินทรีย์ ธาตุอาหาร ในดินทุกทำลาย และข้อดีของการไถกลบ คือจะทำให้ลดภาวะโลกร้อน มลพิษจากฝุ่นและควัน และยังเป็นการปรับปรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ นายภิญโญ กล่าวว่า การรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับทัศนคติการเผาตอซังข้าวหลังเก็บเกี่ยวพืช เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ต้องทำให้เกษตรกรเห็นภาพว่า ระหว่างแปลงที่เผาและไม่เผา ต่างอย่างไร จากนั้นเอาพืชชนิดเดียวกันมาปลูก ซึ่งวันนี้ได้ให้ชาวบ้าน นำเมล็ดปอเทืองมาหว่านและมาดูผลผลิตว่าจะงอกงาม
ที่ตลาดน้ำดอนหวาย มีของกิน ผัก ผลไม้ และสินค้าอื่นๆ วางขายอยู่เป็นจำนวนมาก มะละกอจาก”สวนนายปรุง” เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่สร้างชื่อให้กับตลาดแห่งนี้ ปัจจุบันคุณปรุง ป้อมเกิด อยู่บ้านเลขที่ 45/3 หมู่ 4 ตำบลลานตากฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม คุณปรุง ปลูกมะละกอมานานกว่า 20 ปีแล้ว แรกเริ่มเดิมที แม่ค้าในตลาด มีมะละกอแขกดำรสชาติดี จึงนำผลให้คุณโสภา ภรรยานายปรุงเพื่อชิมเนื้อ แล้วก็ลองนำเมล็ดไปปลูก คุณปรุงและภรรยาชอบใจ จึงปลูกมะละกอที่แม่ค้าให้มา เมื่อมีผลผลิตเขาชิมดู ปรากฏว่าอร่อยมาก ผลผลิตที่ได้เจ้าของนำออกจำหน่าย แต่ขายได้เพียงกิโลกรัมละ 1 บาทเท่านั้น คุณปรุงไม่ย่อท้อ พยายามปลูกรุ่นใหม่ เมื่อมีผลผลิตก็นำออกทดลองตลาดอีก ระยะหลังๆราคากระเตื้องขึ้น ทุกวันนี้ เท่าที่ทราบ คุณปรุงขายมะละกอจากสวนได้ราคาดีที่สุดในประเทศไทย คือกิโลกรัมละ 25-30 บาทมีบวกลบบ้างเล็กน้อย มะละกอที่ปลูกอยู่เป็นสายพันธุ์แขกดำ เจ้าของได้คัดพันธุ์ โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากดูที่ผลมีความยาวพอประมาณ โคนผลเล็ก ตรงกลางใหญ่ ปลายเรียว แต่ไม่แหลมจนเกินไป ปลายควรทู่พอสมควร ผิวผลสวย ขนาด 1.5-2 กิโลกร
“สมุย” เมื่อเอ่ยชื่อนี้ขึ้นมาครั้งใด คนส่วนใหญ่จะนึกถึงเมืองท่องเที่ยว หลับตามองเห็นภาพชายหาด มีทิวมะพร้าวเรียงราย เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศนุ่งน้อยห่มน้อย เดินนวยนาดเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน น้อยคนนักที่จะนึกถึง “งานเกษตรกรรม” โดยเฉพาะการเพาะปลูกพืชอย่างอื่นนอกจากมะพร้าว อันที่จริง สมุยมีพืชเกษตรจำพวกไม้ผลขึ้นชื่อ อาทิ ทุเรียน ลางสาด มีสวนเงาะและมังคุดอยู่ไม่น้อย อาจมียางพารา ปาล์มน้ำมันอยู่บ้างในระยะหลังๆ นี้ โดยเฉพาะบ้านเลขที่ 151/9 หมู่ที่ 1 บ้านสระเกษ ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นี่คือบ้านของ ร.ต.ต.ไตรวิช สุขไชยศรี และคุณอุทัยวรรณ สุขไชยศรี เมื่อได้พบสวนข้างบ้านอันร่มรื่น เห็นแล้วชวนหลงใหลย่อมรับประกันว่า ใครไปเยือนก็จะหลงใหลไม่ต่างกัน ยิ่งได้เจอเจ้าของบ้านมีอัธยาศัยไมตรีแล้วยิ่งประทับใจ ร.ต.ต.ไตรวิชในวัย 63 ปี ทว่ายังกระฉับกระเฉง คุยเก่ง กับศรีภริยาคือคุณอุทัยวรรณ อดีตคุณครูโรงเรียนเซนต์โยเซฟเกาะสมุย ผู้เป็นเจ้าของบ้านยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับ และตอบทุกคำถามที่สงสัย “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก” ข้อความเขียนต้อนรับแขกผู้มาเยือนอยู่ทางเข้าบ้าน
