พืชทำเงิน
ส่งท้ายวันหยุดเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2560 “มติชน” พาเลียบเลาะริมทะเลชะอำ จ.เพชรบุรี เลียบค่ายตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) “ค่ายพระราม 6” ภายในค่ายแห่งนี้นอกจากเป็นที่ตั้งของ สถานที่สำคัญ “พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน” ที่ประทับแปรพระราชฐานในฤดูร้อนของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นเขตพระราชฐานที่เปิดให้ประชาชนเข้าเที่ยวชมความสวยงาม ในค่าย ตชด.แห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของ “บ้านทุ่งลุงวัน” สวนเกษตรผสมผสานต้นแบบ ตชด.พอเพียง ที่เกิดจากการพลิกฟื้นพื้นที่แห้งแล้ง แปลงเป็นสวนผักอินทรีย์นานาชนิด ฟาร์มไก่ไข่ บ่อเลี้ยงปลา แหล่งอาหารวิถีพอเพียงแบบฉบับตำรวจ ตชด.ที่เปิดให้ประชาชน ผู้สนใจเข้าชมและเลือกซื้อผลผลิตคุณภาพดี ฝีมือตำรวจไทย พ.ต.อ.วันชนะ ธรรมเสมา ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผกก.1 บก.กฝ.ตชด.) หัวเรือใหญ่ ที่เปรียบเสมือน พ่อบ้านใหญ่ของ “บ้านทุ่งลุงวัน” เล่าที่มากว่าจะเป็น “บ้านทุ่งลุงวัน” ว่า สภาพพื้นดินในค่ายพระราม 6 เป็นที่ตั้งของกองกำกับการ 1 กองบังคับการฝึกพิเศษ ตชด.มีสภาพเป็นดินตะกอนแข็ง ไม่ชุ่มน้ำ ดินเค็ม แร่ธาตุในดินค่อนข้างน้อย ไม่เหมาะสมกับการเพาะป
นับเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ของประเทศ สำหรับพื้นที่อำเภอ “หนองเสือ” จังหวัดปทุมธานี ซึ่งกล้วยหอมจากแหล่งที่ปลูกบริเวณนี้ มีทั้งส่งขายห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ และเสิร์ฟบนสายการบิน คุณสมชาย วาเพ็ชร อดีตข้าราชการ กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี วัย 46 ปี ปัจจุบันลาออกจากงานประจำ มาสวมบทบาทเจ้าของสวนกล้วยหอม 90 ไร่ และมอบหมายให้น้องชายคุณอิงครัต วาเพ็ชร เด็กหนุ่มไฟแรงวัย 22 ปี ดูแลเรื่องการขายหน่อกล้วย สองพี่น้องขยันขันแข็ง ขายทั้งกล้วย ขายทั้งหน่อกล้วย รายได้ยังไม่หักรายจ่ายทั้งปีราว 5 ล้านบาท คุณสมชาย เผยว่า เรียนจบปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีการเกษตร จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก่อนหน้านี้ทำงานที่กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี นาน 10 ปี หลังจากนั้นลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว คือ โรงเหล้ากลั่นสุราชุมชน ที่จังหวัดเชียงราย ผลิตเหล้าขาวซึ่งทำจากข้าวเหนียวหมัก ราวปี 2555 เริ่มสนใจอยากปลูกกล้วยหอม เลยยกกิจการทั้งหมดให้น้องสาวดูแล คุณสมชาย บอกต่อว่า บ้านที่อาศัยอยู่แถวปทุมธานี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ มองเห็นศักยภาพผลไม้ชนิดนี้ว่าราคาดีไม่มีตก ตามร
เวลานี้หลายจังหวัดในบ้านเราไม่ใช่เฉพาะภาคเหนือเท่านั้นที่มีการปลูกสตรอว์เบอร์รี่กัน ภาคอีสาน ภาคกลางก็ปลูก อย่างที่ปากช่อง เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ อุดรธานี และกาญจนบุรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปลูกเพื่อการท่องเที่ยวเสียมากกว่า โดยนำไหลที่ใช้ปลูกมาจากจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย เรียกว่าเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่ทำเงินจริงๆ แต่เชื่อว่าบางคนคงไม่เคยรู้มาก่อนว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ในเมืองไทย กระทั่งมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน วันก่อนทาง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เชิญไปเยี่ยมชมโครงการงานวิจัย “การปรับปรุงพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีศักยภาพในการผลิตแอนโทไซยานินและการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ” ที่มี ผศ.พีระศักดิ์ ฉายประสาท ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหัวหน้า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง สกว. และมูลนิธิโครงการหลวง โดยมีแปลงทดล
หลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ นำพาเกษตรกรให้อยู่รอด ท่ามกลางภาวะราคาเศรษฐกิจตกต่ำ ดังคำยืนยันของเกษตรกรรายนี้ คุณปรีชา พลันการ อยู่บ้านเลขที่ 9/15 หมู่ที่ 7 ตำบลมะรุ่ย อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา นำหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในไร่นาของตนเอง โดยการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์แบบผสมผสาน ปลูกผักเหมียงในระหว่างสวนยางพาราและเลี้ยงโคขุน นอกจากเป็นการลดความเสี่ยงในการทำกิจกรรมการเกษตรเชิงเดี่ยวแล้ว สามารถใช้แรงงานในครัวเรือนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สมาชิกในครัวเรือนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้ครอบครัวเกิดความรัก สามัคคี และไม่มีปัญหาในสังคม คุณปรีชา เล่าว่า เดิมทีปลูกยางพาราเพียงอย่างเดียว ซึ่งในช่วงแรกยางพาราราคาดีก็ไม่ได้คิดที่จะทำอาชีพเสริมเพิ่มเติม ต่อมายางพาราเริ่มราคาตกต่ำ ตนจึงได้มีความคิดว่าต้องทำอะไรเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ประกอบกับสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงาและสำนักงานเกษตรอำเภอทับปุดได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกผักเหมียง ซึ่งเป็นผักพื้นเมืองประจำถิ่นของจังหวัดพังงา และเป็นพืชที่ตลาดมีความต้องการมาก จึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการ โดยได
สอบถามคนภูเก็ตเขาว่า สับปะรดภูเก็ตกับสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตต่างกัน ต่างกันตรงไหน อธิบายความว่า สับปะรดภูเก็ตคือสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตที่ต้องปลูกในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเท่านั้น ส่วนสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตที่นำไปปลูกที่จังหวดอื่นๆในภาคใต้เช่น พังงา กระบี่ สุราษฎธานี ชุมพร ระนอง ฯลฯ ไม่เรียกว่าสับปะรดภูเก็ต แต่ก็เป็นสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตเช่นกัน เพราะคนพื้นที่เขาว่ารสชาติมันแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ที่ปลูก และการเอาใจใส่ของเจ้าของสวน ปลูกแค่อื่นม่ายหร่อย เขาว่านะเขาว่าผมไม่ได้ว่า เคลียร์กันเอง “ ปลูกที่อื่นไม่อร่อย สับปะรดพันธุ์ภูเก็ตต้องปลูกที่ภูเก็ต เวลาสุกรสชาติจะหวานกรอบ แกนกลางเคี้ยวได้ แต่ถ้าปลูกที่พังงา จะหวานกรอบบ้าง หวานอมเปรี้ยวบ้างไม่อร่อยเท่าภูเก็ต แต่ก็ใกล้เคียงกับปลูกที่ภูเก็ตมากที่สุด ถ้าปลูกที่กระบี่ แม้ลูกสุกก็จะออกเปรี้ยวและไม่กรอบ ส่วนถ้าปลูกชุมพร ระนอง เวลาสุกจะหวานนิ่มๆและไม่กรอบ” สับปะรดพันธุ์ภูเก็ต ปลูกที่ภูเก็ต เพื่อคนภูเก็ต ไม่ได้ประชดน่ะนี่ แต่อารมณ์พาไป ช่างน่าสงสัยจริงๆว่าทำไม แถมยังบอกว่า สับปะรดภูแล เป็นสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตที่เอาไปปลูกที่นางแล เจออากาศหนาวลูกมันเล็ก เลยเร
เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2556 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศรับขึ้นทะเบียน “สับปะรดห้วยมุ่น” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยระบุว่า สับปะรดห้วยมุ่น หมายถึงสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย ที่มีผิวบาง ตาตื้น เนื้อหนานิ่ม สีเหมือนน้ำผึ้ง รสชาติหวานหอม ฉ่ำน้ำ ไม่ระคายลิ้น ซึ่งปลูกในเขตพื้นที่ตำบลห้วยมุ่นและตำบลน้ำไผ่ ของอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคม และกลางเดือนเมษายน-กรกฎาคม ช่วงเก็บเกี่ยวนอกฤดู ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน และสิงหาคม-ตุลาคม ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ปลูกสับปะรดห้วยมุ่นจังหวัดอุตรดิตถ์ 482 ราย ระยะทางจากตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ถึงตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด เกือบ 100 กิโลเมตร ถือว่าไม่มากนัก แต่ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางทวีคูณเป็นสองเท่า เพราะเส้นทางเป็นเขาชัน คดเคี้ยว แต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มานมนานกลับคุ้นชิน และมองว่าไม่ใช่ความลำบากหากต้องเดินทาง คุณบันแล มาดีคาน และคุณรัตนาพรรณ มาดีคาน สองสามีภรรยา ชาวตำบลห้วยมุ่น เจ้าของแปลงสับปะรดห้วยมุ่น พื้นที่ 20 ไร่ เกิดและเติบโตในพื้นที่ มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของพืชในท้องถิ่น ชี้ให้เห็นว่าก่อนหน้าพื้นท
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณทิวาพร ศรีวรกุล อยู่บ้านเลขที่ 213 หมู่ที่ 2 ซอยพัฒนา 1 ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี 71000 โทรศัพท์ (081) 857-2500 เดิมคุณทิวาพรได้ลงทุนปลูกอ้อยในพื้นที่ประมาณ 120 ไร่ ทำไร่อ้อยได้ประมาณ 4 ปี ช่วงนั้นจังหวัดกาญจนบุรีประสบกับปัญหาอากาศแห้งแล้งติดต่อกัน 3 ปี พื้นที่ที่ปลูกอ้อยดังกล่าวติดเชิงเขา ไม่มีแหล่งน้ำ ทำให้อ้อยแห้งตายเป็นจำนวนมาก ต่อมามันสำปะหลังมีราคาดีจึงตัดสินใจตัดอ้อยทิ้ง แล้วหันมาปลูกมันสำปะหลังแทน แต่เมื่อถึงเวลาเก็บ ราคามันสำปะหลังตกต่ำ จึงตัดสินใจไม่ขุด รอราคาดี ทิ้งไว้ข้ามปีจึงขุดมันสำปะหลังจำหน่าย จึงกลับมาคิดทบทวนพบว่า การปลูกพืชเชิงเดี่ยวต้องใช้ปุ๋ยเคมีที่ราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องคงจะไม่เป็นผลดี จึงตัดสินใจขายที่ดินใช้หนี้ และเริ่มต้นยึดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิตและทำการเกษตรแบบอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมีทุกชนิด จากช่วงแรกทำการเกษตรแบบพอเพียงในพื้นที่ 2 ไร่ ปัจจุบันได้ขยายพื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มขึ้นเป็น 14 ไร่ รูปแบบกิจกรรมทางการเกษตร คุณทิวาพร ได้ใช้ประโยชน์ที่ดินในตำบลท
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณทองเหมาะ แจ่มแจ้ง เป็นชาวนาอินทรีย์คนเก่งของจังหวัดสุพรรณบุรี เดิมเขาปลูกข้าวโดยใช้เงินลงทุนสูง มีการใช้สารเคมีอย่างเข้มข้น ประสบปัญหาด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม สภาพดินเสีย และมีสารเคมีตกค้างในผลผลิต เมื่อประสบผลกระทบดังกล่าว คุณทองเหมาะจึงหันมาทำการเกษตรโดยยึดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยใช้จุลินทรีย์และสารชีวภาพทดแทนสารเคมีในการปลูกข้าว คิดค้นวิธีการปลูกข้าวให้ลดต้นทุนและได้ผลผลิตมากขึ้น โดยดัดแปลงพัฒนาปรับปรุงเครื่องจักรเครื่องมือทางการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าว เพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อใช้เอง ผลิตสารป้องกันและขับไล่แมลง ผลิตฮอร์โมนจากรกสุกร และน้ำส้มควันไม้ เป็นต้น โดยตั้งผลิตภัณฑ์ว่า “TM” ซึ่งมาจากชื่อ “ทองเหมาะ” นอกจากนี้ คุณทองเหมาะยังได้คิดวิธีการผสมพันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “พันธุ์เบาบางงาม” จากการปรับเปลี่ยนแนวทางดำเนินกิจกรรมการเกษตรดังกล่าว ส่งผลให้สุขภาพดีขึ้น ลดต้นทุนลง และมีรายได้เพิ่มขึ้น รูปแบบกิจกร
ทุเรียนเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคเป็นอย่างมาก แหล่งปลูกสำคัญอยู่ทางภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคเหนืออย่างอุตรดิตถ์ ระยะหลังมีปลูกได้ผลที่อิสาน จังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันพบว่า ทุเรียนมีปลูกได้ผลหลายจังหวัด มากบ้างน้อยบ้าง มีเกษตรกรปลูกทุเรียนจำนวนไม่น้อย ที่ต้นตายลงก่อนให้ผลผลิต โดยเฉพาะช่วงปลูกใหม่ 1-3 ปี ทำให้ต้องเสียเงินซื้อต้นพันธุ์หลายครั้ง สาเหตุการตายของทุเรียนต้นเล็ก นอกจากโรคและแมลงเข้าทำลายแล้ว ส่วนใหญ่เกิดจากความชื้นในช่วงแล้งไม่เพียงพอ ดังนั้นเมื่อฝนหยุดตกไม่เกิน 1 เดือน เจ้าของควรตัดหญ้าคลุมโคนต้นให้ หรืออาจจะใช้ฟางข้าวคลุมก็ได้ จากนั้นรดน้ำ 3 วันครั้งหนึ่ง ระบบน้ำที่ให้อาจจะเป็นน้ำหยดหรือสปริงเกลอร์ก็ได้ ถ้าเป็นช่วงเดือนเมษายนที่อากาศร้อนจัด เกษตรกรบางรายถึงกับให้น้ำวันเว้นวัน เพื่อรักษาความชื้นในดิน เรื่องของปุ๋ย นอกจากปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักแล้ว เกษตรกรนิยมใส่ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เดือนละครั้ง ต้นละ 1 ช้อนชา ช่วยทำให้ทุเรียนเจริญเติบโตเร็ว คุณกฤษณ์ วงษ์วิทย์ เกษตรกรที่ตำบลแสลง อำเภอเมือง จันทบุรี ปลูกทุเรียนอายุได้ 4 ปี ก็สามารถไว้ผลผลิตได้แล้ว ทุเรียนปลูกได้ในหลายพื้นที่ เพ
เมืองไทยนั้นอุดมสมบูรณ์ เมื่อกินผลไม้สักอย่างหนึ่ง เหลือเมล็ด โยนออกจากนอกชาน หากสภาพแวดล้อมเหมาะสม อาจจะงอกเป็นต้นใหม่ เจริญเติบโต ออกดอกให้ผลกับเจ้าของได้ คนไทยนั้นมีนิสัยชอบปลูกต้นไม้ มีที่ว่างเป็นไม่ได้ ต้องปลูกพืชผัก ตะไคร้ มะกรูด เมืองใหญ่ แม้แต่หน้าร้าน ก็มีปลูกต้นไม้กัน ไม่มีดินจริงๆก็ปลูกในกระถาง มะม่วงเป็นไม้ผลที่เจ้าของบ้านนิยมปลูกรอบๆบ้าน จำนวนอาจจะไม่มากต้นนัก ทำไมต้องปลูกมะม่วงไว้รอบบ้าน เปรียบเทียบกับไม้ผลชนิดอื่น มะม่วงอยู่ใกล้ครอบครัวคนไทยมากที่สุด มีปลูกไว้รอบๆบ้านมากที่สุด สาเหตุที่มะม่วงมีปลูกไว้ใกล้บ้านนั้นเพราะ หนึ่ง.มะม่วงมีความทนทานต่อสภาพอากาศที่แห้งแล้ง รวมทั้งน้ำท่วม เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เมื่อใช้ต้นตอที่แข็งแรงเป็นส่วนขยายพันธุ์ มะม่วงจะเจริญเติบโตในที่ฝนน้อยได้ดี ขณะเดียวกัน หากน้ำท่วม ก็ยืนต้นอยู่ได้นาน ถึงนานที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับไม้ชนิดอื่น สอง.ดูแลไม่ยาก ผู้ปลูกบางคน อาศัยหย่อนต้นลงดินต้นฝน ไม่ต้องรดน้ำ ปล่อยให้เทวดาเลี้ยง ต้นก็เจริญเติบโตได้ อาจจะมีแมลงมากัดกินใบ แต่ก็กินไม่หมด ใบทีเหลือจะช่วยหุงหาอาหารเลี้ยงต้น ให้กิ่งก้านใหม่ สาม.ปลู
