พืชทำเงิน
ประเทศญี่ปุ่นมองประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการผลิตอาหารทางการแพทย์ และทุ่มงบฯ ถึง 650 ล้านบาท ขยายโรงงานผลิตอาหารทางการแพทย์เพื่อเป็นศูนย์ใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย แต่ปรากฏว่า ด้านการผลิตนั้นยังขาดแคลนวัตถุดิบทางการเกษตรจากไทย โดยเฉพาะวิธีการสกัดคาร์โบไฮเดรตจากข้าว ทำให้วันนี้ประเทศไทยยังต้องนำเข้าข้าวจากประเทศในกลุ่มยุโรปเพื่อมาผลิตอาหารทางการแพทย์ จึงทำให้ต้องเร่งมองหาผู้ผลิตวัตถุดิบการเกษตรที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีการสกัดคาร์โบไฮเดรตจากข้าว เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทย และเกษตรกร รวมไปถึงการสกัดโปรตีนจากถั่วเหลือง ไทยขาดนวัตกรรมสกัดวัตถุดิบทางการเกษตร ส่งผลนำเข้าจากต่างประเทศ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่า ประเทศไทย จะเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสร้างรายได้หลักให้กับประเทศมายาวนาน แต่ผลปรากฏว่า ปัจจุบันประเทศไทยขาดแคลนนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการสกัดคาร์โบไฮเดรตจากข้าว ที่นำมาใช้เป็นอาหารทางการแพทย์ ซึ่งในปี 2558 สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยถึงปีละ 300 ล้านบาท เภสัชกรวัฒนชัย อิสระเสนารักษ์ ผู้อำนวยการโรงงาน บริษัท ไทยโอซูก้า จำกัด ผู้ผลิตอาหารเสริมทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์น้ำเกลือ แล
คุณชัยวัฒน์ แดงดอนไพร อยู่บ้านเลขที่ 164/1 หมู่ที่ 4 ตำบลกระตีบ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เบอร์โทรศัพท์ (089) 817-2066 ประกอบอาชีพเกษตรกรรมการทำไร่อ้อยกว่า 25 ปี บนพื้นที่กว่า 120 ไร่ ในพื้นที่ตำบลกระตีบ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เดิมผู้เป็นพ่อของคุณชัยวัฒน์ ทำไร่อ้อยอยู่แล้ว จนมาถึงรุ่นลูกก็ทำไร่อ้อยจนถึงปัจจุบัน ลักษณะนิสัยเกษตรกรคนนี้ เป็นคนขยัน ศึกษาค้นหาความรู้เพิ่มเติมในการประกอบอาชีพเสมอ เมื่อมีการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยที่ไหนก็จะเข้าร่วมเสมอ ยอมรับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ อีกทั้งมีน้ำใจถ่ายทอดความรู้/แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และเกษตรกรผู้สนใจอีกด้วย แต่เดิมคุณชัยวัฒน์ ปลูกอ้อยพันธุ์ขอนแก่น แต่ประสบปัญหาที่พันธุ์ขอนแก่นไม่ทนต่อน้ำท่วมขังในแปลง ทำให้ได้รับความเสียหายได้ง่าย จึงศึกษาหาข้อมูลหันมาปลูกพันธุ์ลำปาง (LK 92-11) ปลูกแล้วทนต่อน้ำท่วมขังและทนต่อความแห้งแล้ง ให้ผลผลิตสูง 16-19 ตัน ต่อไร่ ความหวาน 12-13 CCS. แตกกอมาก (6-8 ลำ ต่อกอ หรือ 13,000 ลำ ต่อไร่) ขนาดลำปานกลาง (เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.6-2.8 เซนติเมตร) ลำสีเหลืองปนเขียว ทรงปลายโต เนื้อไส้จุด การไว้
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณคำสิงห์ มาลาหอม มีอาชีพทำนาและทำไร่ปอ อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 8 บ้านน้ำเที่ยง ตำบลหนองกุงสวรรค์ อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม 44140 แต่สภาพพื้นที่ดินในหมู่บ้านน้ำเที่ยง มีความแห้งแล้งและกันดารมาก เนื่องจากอยู่ในพื้นที่เนิน (พื้นที่เขตป่า) ขาดแหล่งน้ำ ทำนาทำไร่ยากลำบากมาก เพราะมีน้ำน้อย ทำให้รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ต่อมาได้มีโอกาสไปฝึกอบรมแนวทางตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ที่จังหวัดมหาสารคาม 4 วัน 3 คืน ในหลักสูตรมีการเรียนการสอนเรื่องการปรับเปลี่ยนวิธีการทำมาหากิน จากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว หรือชนิดเดียวให้หันมาปลูกพืชหลายๆ ชนิดในพื้นที่เดียวกัน ทำให้ครอบครัวมีพืชผัก มีอาหารกินที่หลากหลายหลังจากการฝึกอบรม จึงกลับมาทำตามพร้อมทั้งศึกษาเพิ่มเติมจนมีความชำนาญเรื่องสมุนไพรและการทำการเกษตรแบบผสมผสาน การใช้ตอซังข้าวเพื่อหมักจุลินทรีย์ทดแทนขี้เลื่อย การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยชีวภาพ การผลิตผักปลอดสารพิษ การผลิตเชื้อเห็ดนางฟ้า และเห็ดขอนขาว รูปแบบกิจกรรมทางการเกษตร คุณคำสิงห์
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณประทุม สุริยา บ้านเลขที่ 236 หมู่ที่ 2 บ้านสันป่ายาง ตำบลสันป่ายาง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 50330 อาชีพเดิมเป็นครูสอนวิชาเคมี ที่โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ และลาออกมาทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2540 และเป็นวิทยากรในรายการ “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พบประชาชน” ในช่วงรับราชการ คุณประทุมได้เสนองานวิจัยกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โดยได้ศึกษาเปรียบเทียบเกษตรกรไทยและเกษตรกรในทวีปยุโรป ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรในทวีปยุโรปไม่มีหนี้สินและมีวินัยในการใช้จ่ายเงิน ส่วนเกษตรกรของไทยทำการเกษตรอย่างไม่เป็นระบบ มีหนี้สิน คุณประทุมจึงน้อมนำพระราชดำรัสเกษตรทฤษฎีใหม่มาทดลองทำจริงในพื้นที่ของตนเอง เริ่มจากการขุดสระ ทำถนนรอบขอบแปลง แต่ยังทำการเกษตรเคมีอยู่ และได้ทำบัญชี รับ-จ่าย ในครัวเรือนควบคู่ไปด้วย เมื่อเห็นรายรับ-รายจ่าย ทำให้รู้ว่าการที่ชาวนาขาดทุนเป็นเช่นไร ถ้ายังคงใช้สารเคมีอยู่คงไปไม่รอดแน่ จึงตัดสินใจทำสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ในเชิงนิเวศและชีวบำบัด โดยใช้ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยน้ำชีวภาพ ฮอร์โมนจากพืช และใช้วัสดุภาย
เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้สื่อข่าวเทคโนโลยีชาวบ้านได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมฟาร์มแตงโมไร้เมล็ด “เกาะแก้วฟาร์ม” อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตแตงโมไร้เมล็ด คุณภาพดีแห่งหนึ่ง ที่ บริษัท ซินเจนทา ซีดส์ จำกัด ได้เข้ามาส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกรให้สามารถปลูกดูแลบ่มเพาะ เพื่อพลิกฟื้นจากผืนนากว่า 100 ไร่ ให้กลายเป็นไร่แตงโมคุณภาพขนาดใหญ่ บนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้สำเร็จในระยะเวลาเพียง 2 ปี คุณภัคพล ชวีวัฒน์ เจ้าของเกาะแก้วฟาร์ม อยู่บ้านเลขที่ 147 หมู่ที่ 4 ถนนร้อยเอ็ด-โนนทอง ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ภูมิลำเนาเดิมคุณภัคพลเป็นคนอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด แต่มีความตั้งใจอยากทำเกษตร จึงเดินทางมาที่อำเภอเสลภูมิ ซึ่งเป็นที่ของญาติสนิท เดิมปลูกยางพารา แต่พื้นที่ไม่อำนวย คุณภัคพลจึงเอ่ยปากขอมาบุกเบิกพื้นที่เพื่อปลูกแตงโมไร้เมล็ด “ตอนเริ่มทำใหม่ๆ ชาวบ้านแถวนี้ก็หาว่าบ้ารึเปล่า ตัดยางพาราทิ้ง แล้วมาปลูกแตงโม แต่มานั่งคิดดูแล้วว่า ต้องเป็นไปได้ เพราะว่าคนอีสานไม่มีอะไรกิน ก็จะนึกถึงแตงโมไว้ก่อน กินแตงโมกับข้าวเหนียวบ้าง และบวกกับอากาศร้อนของประเทศไทย แตงโมจึงเป็นผล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงอากาศหนาวเย็นมีเกษตรกรจำนวนมากในพื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พากันแห่ปลูกต้นหอม หรือชาวอีสานเรียกว่า “หอมแบ่ง” ผักใช้น้ำน้อยทนแล้ง โดยเฉพาะที่ ต.แสนพัน ถือเป็นแหล่งปลูกใหญ่ ตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขงไปจาก บ.แสนพัน หมู่ 5 ปลูกยาวสุดลูกหูลูกตา เรื่อยไปจนถึง บ.ศรีนคร ต.พระกลางทุ่ง ระยะทาง 3-4 กิโลเมตร ถึงขนาดมีพ่อค้าคนกลางมาจองคิวและนำเงินมัดจำล่วงหน้า ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกกว่า 50 ราย พื้นที่ปลูกกว่า 100 ไร่มีรายได้ตกเดือนละ 1 แสนบาท โกยเงินเข้ากระเป๋าเป็นล่ำเป็นสัน นางแอ๋ม ต้นสวรรค์ วัย 36 ปี และนายสมชาย ต้นสวรรค์ อายุ 42 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ.แสนพัน หมู่ 5 สองสามีภรรยาหนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกต้นหอมกล่าวว่า ตนและสามีมีที่ดินริมฝั่งโขงเนื้อที่ 6 ไร่ เดิมทีปลูกยาสูบพันธุ์เบอร์เลย์แต่ราคาไม่ดี เพราะโรงงานรับซื้อคัดเกรด จึงหันมาปลูกพืชผักระยะสั้นทนแล้งแทนได้นาน 5-6 ปี เริ่มจากแบ่งพื้นที่ปลูกพริก มะเขือเทศ ต้นหอม ข้าวโพด สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในเนื้อที่ดังกล่าว และยังเลี้ยงสุกรแม่พันธุ์ไว้ 13 ตัว พร้อมเลี้ยงโค-กระบือไว้ขายลูกอีกจำนวนหนึ่งด้วย เพื่อเสริมรายได้อีกทาง ภรร
ในฉบับนี้ ขอพาท่านผู้อ่านไปเยี่ยมชมกิจการสวนส้มโอเงินล้าน ของ คุณปรีชา-คุณพจมาน เศรษฐโภคิน สองสามีภรรยาเจ้าของกิจการ ส้มโอสวนสระแก้ว ตั้งอยู่เลขที่ 3 หมู่ที่ 4 ถนนสุวรรณศร ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมกิจการได้ทุกวัน การเดินทางไปสวนแห่งนี้ไม่ยาก เพราะแค่ใช้เส้นทางถนนสาย 33 หลัก กม. ที่ 223 เกือบจะ 224 ค่ะ สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ด้านหลัง อบต. บ้านแก้ง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว หากไม่มั่นใจในเส้นทาง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทร. (089) 984-2621 หรือค้นหาข้อมูลจากเฟซบุ๊ก “ส้มโอสวนสระแก้ว” จากมนุษย์เงินเดือน สู่อาชีพเกษตรกรรม คุณปรีชา เศรษฐโภคิน เล่าย้อนอดีตให้ฟังว่า ผมเรียนสายสัตวบาล ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน หลังเรียนจบก็ทำงาน ซีพี เมื่อปี 2515 นับเป็นพนักงานสัตวบาลรุ่นแรกที่บุกเบิกธุรกิจฟาร์มหมูของ ซีพี ต่อมาจีนเปิดประเทศ ถูกย้ายไปคุมโรงงานผลิตอาหารสัตว์ที่จีนนาน 18 ปี การงานก้าวหน้าจนได้ตำแหน่ง รองประธานเขตประเทศจีน ก่อนตัดสินใจลาออกก่อนเกษียณอายุ เพื่อทำอาชีพเกษตรกรรมตามความฝันของตัวเอง ที่จังหวัดสระแก้ว เมื่อ 12 ปีก่อน คุณปรีชา เริ่มต้น
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณทองอินทร์ ภูมิช่อ อยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ที่ 22 บ้านเชียงงาม ตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ 46120 โทรศัพท์ 082-8453321 เดิมประกอบอาชีพการเกษตรปลูกถั่วลิสงโดยใช้สารเคมีเมื่อปี พ.ศ. 2527 เพื่อส่งให้ศูนย์ขยายพันธุ์พืช ซึ่งทางศูนย์จะกำหนดไว้ว่า 1 ไร่ ต้องให้ได้ผลผลิตถั่วลิสงที่มีเมล็ดสมบูรณ์ จำนวน 5 กระสอบ จะได้ราคากระสอบละ 500 บาท ทำอยู่ประมาณ 5-6 ปี ต่อมาได้ไปศึกษาดูงานที่จังหวัดนครปฐม พร้อมทั้งได้ดูวีดิทัศน์ที่ทางหน่วยงานเปิดให้ดูเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงกลับมาทดลองทำตาม เริ่มแรกโดยการขุดบ่อเลี้ยงปลาและตามคันบ่อปลูกไม้ผล เช่น มะม่วง มะพร้าว ส่วนใต้ต้นภายในหลุมเดียวกับไม้ผลก็ปลูกพืชผักสวนครัว เช่น มะเขือ แตงกวา หอม และได้ไปศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมตามสถานที่ต่างๆ เรื่องเกษตรประณีต นำความรู้ที่ได้มาปรับปรุงแปลงเกษตรโดยเพิ่มการเลี้ยงหมูหลุม เป็ด และไก่ดำ โดยเฉพาะไก่ดำได้ไปศึกษาและอบรมที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร เมื่ออบรมเสร็จทางศูนย์ได้แจกลูกไก่มา จำนวน 6 ตัว เพื่อนำมาจำเพาะขยายพันธุ์
ไก่พันธุ์ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ ระหว่างไก่พื้นเมืองของไทยพันธุ์หนึ่งที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว ชื่อว่าไก่พันธุ์ตะเภาทองกับไก่พื้นเมืองของจีน ชื่อว่าไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ซึ่งไก่ทั้งสองสายพันธุ์นี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำทั้งสองสายพันธุ์มาผสมกันคือ พ่อพันธุ์ตะเภาทอง แม่พันธุ์สามเหลือง จึงได้เกิดเป็นไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ขึ้นมา ซึ่งลักษณะทั่วไปของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ จะมีรูปร่างสมส่วน สวยงามทั้งเพศผู้และเพศเมีย มีลักษณะหงอนหินประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ และอีก 15 เปอร์เซ็นต์ มีลักษณะหงอนหนอนจักร ขนออกเป็นสีเหลืองทอง แข็งสีเหลือง จะงอยปากเหลือง นอกจากนี้ ยังมีความแข็งแรง ทนโรค ถือได้ว่าเป็นไก่ที่เลี้ยงง่าย เพราะสามารถทนต่อสภาวะแวดล้อมที่แปรปรวนได้ดี คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง อยู่บ้านเลขที่ 328 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่เล็งเห็นถึงคุณสมบัติพิเศษของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว ทำให้เขาสนใจนำมาทดลองเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จ เรียกได้ว่าการเลี้ยงไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ เป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้กับเขา
เมื่อเร็วๆ นี้ ณ สำนักงานองค์การอาหารและเกษตรแห่งประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก กรุงเทพฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานวันอาหารโลก ปี 2559 (World Food Day 2016) ภายใต้ธีม “Climate is changing : food and agriculture must too” พร้อมทั้งได้พระราชทานประกาศนียบัตรและเงินรางวัลแก่เกษตรกร ซึ่งในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตรได้คัดเลือก คุณดิลก ภิญโญศรี เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2559 สาขาอาชีพทำไร่ จากจังหวัดชัยภูมิ เข้ารับพระราชทานประกาศนียบัตรและเงินรางวัล คุณดิลก ภิญโญศรี เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2559 สาขาอาชีพทำไร่ ปัจจุบัน อายุ 38 ปี เป็นเกษตรกรจากอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ นับเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีพื้นฐานครอบครัวทำอาชีพเกษตรกรรมมาตั้งแต่รุ่นบิดา โดยเมื่อ ปี 2532 บิดาเริ่มทำอาชีพปลูกอ้อย ในพื้นที่เช่า จำนวน 10 ไร่ ซึ่งในขณะนั้นก็ไม่มีความรู้ หรือประสบการณ์ในการทำไร่อ้อย ต่อมามีการขยายพื้นที่การปลูกอ้อยเป็นของตนเองเพิ่มขึ้น และเปิดโควต้ากับโรงงานน้ำตาลมิตรผล ซึ่งในปี 2545 สามารถส่งอ้อยให้กับโรงงานได้ถึง 20,000 ตัน จากการขยายพื้นที่ปล
