พืชทำเงิน
กล้วยไข่ เป็นอีกไม้ผลที่ไม่เพียงมียอดจำหน่ายในประเทศสูง ขณะเดียวกัน ในกลุ่มตลาดผลไม้ที่ไทยส่งออกต่างประเทศถือว่ากล้วยไข่มียอดสูงในระดับที่น่าพอใจด้วยเช่นกัน ปัญหาประการหนึ่งของกล้วยไข่คือคุณภาพ ที่ผ่านมาพบว่าคุณภาพกล้วยไข่ยังไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ควร ถึงแม้ว่าคุณภาพกล้วยไข่จะไม่ได้สร้างปัญหาต่อตลาดในประเทศก็ตาม แต่คงเป็นเรื่องน่าเสียดายถ้าชาวสวนปลูกกล้วยไข่ได้คุณภาพส่งขายต่างประเทศเพื่อจะได้ราคาสูง “กำแพงเพชร” เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงเรื่องกล้วยไข่มาช้านาน เนื่องจากชาวบ้านปลูกกันมาตั้งแต่ปี 2465 ตลอดเวลานับแต่อดีตคุณภาพกล้วยไข่ของกำแพงเพชรสร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัด จนพูดกันติดปากว่า “กล้วยไข่กำแพง” แล้วที่สำคัญผลไม้ประจำถิ่นชนิดนี้ยังผูกพันกับขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของท้องถิ่นคือ งานเทศกาลสารทไทย กล้วยไข่เมืองกำแพงเพชร ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2424 เป็นต้นมา เมื่อปี 2556 ทีมงานเทคโนฯ ลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อจัดทำสกู๊ปพิเศษกล้วยไข่ ในคราวนั้นได้พูดคุยกับนักวิชาการเกษตรของจังหวัดพบว่า แต่เดิมมีพื้นที่ปลูกกล้วยไข่นับหลายหมื่นไร่ แต่มาประสบปัญหาภัยธรรมชาติกับโรคพืชจึงทำให้พื้นที่การ
วันที่ 1 พฤศจิกายน แม้จะมีปัญหาเรื่องราคาข้าวตกต่ำ แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ ต.ฝั่งแดง และ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เพราะเป็นช่วงโอกาสทองของเกษตรกรชาว ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ถือเป็นพื้นที่แห่งเดียวของ จ.นครพนม ที่สืบทอดอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน ทำข้าวเม่ามานานกว่า 30 ปี โดยชาวบ้านจะเริ่มลงมือปลูกข้าวเม่า หรือข้าวพันธุ์ กข. 15 และ กข. 10 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมของทุกปี ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ถึงช่วงใกล้ออกพรรษา เดือน กันยายน-ตุลาคม ไปถึงเทศกาลปีใหม่ จะเป็นช่วงที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวมาทำข้าวเม่า โดยจะใช้ข้าวที่อยู่ระหว่างตั้งท้องออกรวง ที่เป็นเมล็ดข้าวน้ำนม ตามต้นตำรับภูมิปัญญาชาวบ้าน นำมาแปรรูป คั่วให้สุก ก่อนนำไปสีกะเทาะเปลือกออกมาเป็นข้าวเม่า และนำไปตำด้วยครกกระเดื่องให้เกิดความนุ่ม เพื่อให้ได้ข้าวเม่าที่มีความนุ่ม หอมอร่อย เป็นข้าวเม่าแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ นำส่งขายตลาดในช่วงประเพณีบุญออกพรรษาที่ตลาดมีความต้องการสูง สร้างรายได้หมุนเวียนปีละกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งจะขายในราคากิโลกรัมละประมาณ 80-100 บาท ถือเป็นการแปรรูปข้าวนำไปขายในราคาดี แก้ปัญหาราคาข้า
มันสำปะหลัง คือพืชหัวชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นไม้พุ่มยืนต้น มีอายุอยู่ได้หลายปี และยังสามารถเลือกใช้ประโยชน์จากมันสำปะหลังได้หลายอย่าง มันสำปะหลัง ที่ประเทศไทยสามารถปลูกได้นั้น มีเพียง 2 ชนิด คือชนิดหวานและชนิดขม มันสำปะหลังชนิดหวาน จะเป็นมันที่มีกรดไฮโดรไซยานิกต่ำ มีทั้งชนิดเนื้อที่มีความเหนียวและนุ่ม เนื่องจากมันสำปะหลังชนิดนี้ มีไว้สำหรับการบริโภคของมนุษย์ ส่วนชนิดที่มีความขม เกิดจากการที่มันสำปะหลังมีกรดไฮโดรไซยานิกสูง เป็นพิษ และมีรสขม ไม่เหมาะสำหรับการบริโภคของมนุษย์ หรือแม้กระทั่งการนำเอาหัวมันสดๆ ไปเลี้ยงสัตว์ แต่มันสำปะหลังประเภทนี้ จะเหมาะใช้สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น เพื่อการแปรรูปในรูปแบบต่างๆ เช่น แป้งมัน มันอัดเม็ด และแอลกอฮอล์ เป็นต้น เนื่องจากมีปริมาณแป้งสูง มันสำปะหลังที่ปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่จึงนิยมใช้มันสำปะหลังชนิดขมในอุตสาหกรรมเท่านั้น ในประเทศไทยมีหลายจังหวัดที่ปลูกมันสำปะหลัง เช่น นครราชสีมา ชลบุรี ระยอง ฯลฯ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีจังหวัดกาญจนบุรีรวมอยู่ด้วย พื้นที่ส่วนใหญ่จะต้องเป็นที่ราบ ที่เหมาะแก่การปลูกมันสำปะหลัง โดยเฉพาะในอำเภอด่านมะขามเตี้ย จะมีพื้นที่ส่ว
มองครั้งแรก ทุกคนพูดตรงกันว่า นี่คือ มะละกอ เพราะใบมันเหมือน ใบมะละกอ เอาจริงนะ !! นี่คือต้นคะน้า หรือที่เรียกกันว่าคะน้าเม็กซิกัน เป็นพืชมืองร้อน สูงได้ถึง 2 เมตร และพบครั้งแรกในประเทศเม็กซิโก นำใบ ยอดอ่อน ไปต้ม ผัด แกง ได้เหมือนใบคะน้า จึงเรียกว่า คะน้าเม็กซิโก เข้าไปค้นในอินเตอร์เน็ท บางทีก็เรียก ต้นนี้ว่า ผักชายา ซึ่งน่าจะมาจากชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Cnidoscolus chayamansa ลักษณะเด่น ที่น่าสนใจคือ ปลูกง่าย โตไว แถมเป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูงปรี๊ดเลยทีเดียว การปลูก ปลูกได้เหมือนผักทั่วไป มีปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักรองก้นหลุม ดินร่วน ปลูกแล้ว ถ้าได้ปุ๋ยละลายช้า ก็จะงามมาก เป็นต้นไม้ที่ต้องการแสงแดด และที่สำคัญปลูกครั้งเดียว เก็บกินได้ตลอดไป
“…คนที่ไปดูก็เห็นว่า เริ่มต้นไม่มีอะไรเลย แต่ต่อมาภายในวันเดียว ทุกคนที่อยู่ในท้องที่นั้น ก็เข้าใจว่าต้องช่วยกัน และยิ่งในสมัยนี้ ในระยะนี้ เราต้องร่วมมือกันทำ เพราะว่าถ้าไม่มีการร่วมมือกัน ก็ไม่ก้าวหน้า ฉะนั้นการที่ท่านได้ทำแล้วมีความก้าวหน้านี้เป็นสิ่งที่ดีมาก หลักการก็อยู่ที่ทุกคนต้องช่วยกันเสียสละ เพื่อให้กิจการในท้องที่ก้าวหน้าไปด้วยดี ก้าวหน้าได้อย่างไร ก็ด้วยการช่วยเหลือกัน แต่ก่อนนั้นเคยเห็นว่ากิจการที่ทำมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งทำแล้วก็ทำให้ก้าวหน้า แต่อันนี้มันไม่ใช่กลุ่มหนึ่ง มันทั้งหมดร่วมกันทำ และก็มีความก้าวหน้าแน่นอน อันนี้ก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์ และเป็นสิ่งที่ทำให้มีความหวัง มีความหวังว่าประเทศชาติจะก้าวหน้า ประเทศชาติจะมีความสำเร็จ…” พระราชดำรัส 21 สิงหาคม 2552 โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ จากความเอาพระทัยใส่ต่อเกษตรกรในการที่จะพัฒนาส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้ประสบความสำเร็จ สามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน จึงมีพระราชดำริให้จัดหาที่ดินเพื่อทำโครงการด้านการเกษตร เป็นศูนย์รวมพืชเศรษฐกิจโดยเลือกพืชพันธุ์ท้องถิ่นที่ดีที่สุดเข้ามาปลูก แล้วให้ภาครัฐและชาวบ้านร่วมกันดูแ
ช่วงหลายปีมานี้ผู้คนจำนวนไม่น้อยมักไปศึกษาหาความรู้เรื่องการทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่บ้านของ”คุณสงวน มงคลศรีพันเลิศ” วัย 50 กว่า ซึ่งได้จัดตั้งเป็นศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลหนองทะเล, ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านเขากลม ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ทำไมต้องไปดูงานที่นี่ก็เพราะ เขาผู้นี้ได้รับรางวัลมากมาย ทั้งระดับจังหวัดและประเทศ อาทิ เป็นเกษตรกรดีเด่น ปี 2548 สาขาปศุสัตว์, รางวัล 76 คนดีแทนคุณแผ่นดินปี 2552, รางวัลการประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้านประชาชนทั่วไป ปี 2550 และได้รับรางวัลศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรชนะเลิศอันดับ 1 ระดับจังหวัดปี 2550 ฯลฯ คุณสงวนเล่าความเป็นมาให้ฟังว่า เริ่มต้นเมื่อปี 2540 ตัวเองเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.ปราจีนบุรี มีรายได้ถึงเดือนละ 28,000 บาท แต่ไม่เคยมีเงินเหลือเก็บ คิดถึงในหลวงสอนให้คิดเรื่องกินก่อนคิดเรื่องเงิน จึงตัดสินใจกลับบ้านที่ จ.กระบี่ เริ่มต้น ศึกษาและเรียนรู้เองจนตกผลึกทางความคิดว่า เมื่อจะทำเกษตรแบบพอเพียง ต้องสร้างโรงปุ๋ยก่อ
การปลูกอ้อยโดยทั่วไปของเกษตรกรพืชไร่ ยังคงดำเนินไปตามกระบวนการและขั้นตอนการปลูก เก็บเกี่ยว และซื้อขาย หากไม่ทำการเกษตรให้ต่าง ก็ยังคงดำรงอาชีพเกษตรกรรมอยู่ได้ แต่เมื่อเกิดความคิดทำเกษตรที่แตกต่าง โอกาสที่จะพบเทคนิค กลยุทธ์ และต่อยอดการเกษตรที่ดำรงอยู่ให้ได้รับการพัฒนาก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอน เช่น คุณวงศกร ชนะภัย เกษตรกรหนุ่มไฟแรง ชาวหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ที่บ่มเพาะการเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่เล็ก ด้วยพื้นเพเดิมของครอบครัวทำไร่อ้อย เมื่อว่างเว้นจากการเรียน คุณวงศกร ก็โดดเข้าไร่ เรียนรู้ทุกขั้นตอนและกระบวนการมาด้วยตนเอง หลังจบการศึกษาจึงเปิดกิจการเล็กๆ และทำไร่อ้อยกับครอบครัวพ่วงกันไปด้วย การทำไร่อ้อย ของครอบครัวชนะภัย ยังคงดำเนินมาลักษณะเดียวกับเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วไป กระทั่ง 5 ปีก่อน คุณวงศกร มีแนวคิดการทำไร่อ้อยอินทรีย์ เขาเริ่มศึกษาแนวทาง และเริ่มทดลองในไร่อ้อยเดิมที่มีอยู่ 60 ไร่ “ผมชอบเกษตรอินทรีย์มานานแล้ว เมื่อตัวเองทำไร่อ้อยก็อยากทำไร่อ้อยอินทรีย์บ้าง ตอนที่เริ่มทำ ก็ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากการอ่านหนังสือ ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต เริ่มสะสมมาเรื่อยๆ จะคิดจะทำจริงจัง ครอบครัวก็ไม่ว่าอะไร
คุณเล็ก เบญจวรรณ อยู่บ้านเลขที่ 1/1 หมู่ที่ 3 ตำบลหัวเขา อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ทำสวนมะม่วงเขียวเสวยเป็นอาชีพเสริม เป็นงานที่สร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่มีความชำนาญปลูกมะม่วงเขียวเสวยตัวยง อาชีพหลักทำนา ทำสวนมะม่วงเสริมรายได้ คุณเล็ก เล่าให้ฟังว่า เริ่มทำสวนมะม่วงเขียวเสวยมาตั้งแต่ปี 2529 ซึ่งขณะนั้นก็มีอาชีพหลัก คือ ทำนา แต่มะม่วงเป็นรายได้เสริมหลังว่างจากทำนา โดยหาซื้อกิ่งพันธุ์มาปลูกภายในสวนจนเจริญเติบโตได้ผลผลิตจำหน่ายเป็นที่น่าพอใจ เมื่อทำมาได้ประมาณปี 2553 เกิดน้ำท่วมในพื้นที่สวนทำให้มะม่วงเขียวเสวยที่ปลูกตายเกือบหมด จึงต้องเริ่มสั่งกิ่งพันธุ์มาปลูกใหม่ทดแทนอีกครั้ง “มะม่วงนี่ถือว่าดีมาก เมื่อเทียบกับการทำสวนอื่นๆ เพราะว่าเราสามารถทำออกนอกฤดูได้ ที่ปลูกไปก็มีตายช่วงนั้นที่เกิดน้ำท่วม พอน้ำยุบไปได้สองเดือนตายหมด เลยต้องหามาปลูกใหม่ ก็ปลูกใหม่รอให้ผลผลิตอีกครั้งประมาณ 3-5 ปี” คุณเล็ก เล่าถึงความเป็นมา วิธีการปลูก มีขั้นตอนดังนี้ คุณเล็ก บอกว่า ในขั้นตอนแรกก่อนที่จะปลูกมะม่วงเขียวเสวยให้ขุดพื้นที่สวนให้มีร่องน้ำ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นับเป็นกษัตริย์นักพัฒนาและริเริ่มโครงการใหม่ๆเพื่อพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้ดีขึ้น โดยพระองค์ทรงริเริ่มโครงการต่างๆในพระราชดำริมากมาย ทำให้เกษตรกร ชาวเขามีรายได้เพิ่มมากขึ้น และประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าเกษตรต่างๆที่มีคุณภาพและปลอดสารพิษได้อย่างสะดวกสบายตามร้านค้าทั่วไป แต่หลายครั้งที่สินค้าที่ได้รับความนิยมนั้นหมด และไม่สามารถหาซื้อได้ จึงขอแนะนำ 5 สถานที่ซึ่งสามารถค้นหาสินค้าจากโครงการในพระราชดำริได้ 1.ร้านภัทรพัฒน์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีพระราชทานชื่อ “ภัทรพัฒน์” เพื่อให้เป็นตราผลิตภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์และผลิตผลที่ได้จากโครงการพระราชดำริในที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนาทั่วประเทศ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานตามหลักเกณฑ์ของโครงการ จากราษฎรที่ได้นำแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาที่ได้รับจากมูลนิธิชัยพัฒนา โดยทุกๆผลิตผลของภัทรพัฒน์ จะเน้นเรื่องคุณภาพที่ได้รับจากแหล่งกำเนิดของผลิตผลนั้นๆ ไม่มีการนำมาปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด ปัจจุบันร้านภัทรพัฒน์มีทั้งหมด 5 สาขา คือ สาขาเดอะพาซิโอทาวน์ สาขาสนามเสือป่า สาขาพระราม8 สาขาโรงพยาบาลจุฬาฯ และสาข
กุ้งก้ามแดง หรือที่บางคนเรียก ล็อบสเตอร์น้ำจืด เป็นสายพันธุ์จากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งกุ้งก้ามแดงได้นำมาทดลองเลี้ยงในประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ได้เล็งเห็นความต้องการของตลาด ทรงทดลองเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร และได้มอบหมายให้โครงการหลวงดอยอินทนนท์ ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเชียงใหม่ กรมประมง หน่วยวิจัยประมงน้ำจืดบนพื้นที่สูงอินทนนท์ ทำการศึกษาทดลองเลี้ยง ซึ่งได้ผลผลิตเป็นที่น่าพึงพอใจ โดยผลผลิตรุ่นแรกได้ถูกนำมาใช้ประกอบอาหารในการถวายเลี้ยงแก่พระราชอาคันตุกะในวันที่ 13 มิถุนายน 2549 ในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากนั้นมา หน่วยวิจัยประมงน้ำจืดบนพื้นที่สูงอินทนนท์ก็ส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง (ปกากะญอ) ที่บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เลี้ยงกุ้งก้ามแดงในนาข้าว และจากการเลี้ยงในนาข้าวของเกษตรกรที่บ้านแม่กลางหลวงดอยอินทนนท์ นำมาสู่การเลี้ยงและขยายพันธุ์กุ้งก้ามแดงเพื่อจำหน่ายเป็นเชิงการค้าได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 เป็นต้นมา รวมถึงมีการขยายพื้นที่เลี้ยงกุ้งก้ามแดงในพื้นที่อื่น
