พืชทำเงิน
“ตะไคร้” หนึ่งในพืชสวนครัวที่มักจะต้องมีปลูกกันทุกบ้าน ตะไคร้ จัดเป็นพืชสมุนไพรที่มีคุณสมบัติลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด ลดระดับคลอเลสเตอรอล ฯลฯ ตะไคร้นำไปเป็นส่วนประกอบของอาหารนานาชนิด ทั้งพวกต้มยำ ยำ แกง เป็นส่วนผสมในน้ำพริกหรือพริกแกงต่างๆ ปัจจุบัน การบริโภคหรือการนำตะไคร้ไปใช้หลากหลายขึ้น ทั้งธุรกิจสปา มีการนำไปทำลูกประคบ ผลิตชาจากต้นและใบตะไคร้ สกัดน้ำมันหอมระเหย ฯลฯ นอกจากนั้น ถ้ามีตลาดรับซื้อจากโรงงานอุตสาหกรรมพริกแกง น้ำพริก ตั้งแต่อุตสาหกรรมในครัวเรือนถึงโรงงานขนาดใหญ่ ปริมาณของการใช้ตะไคร้จึงเกิดความต้องการอย่างต่อเนื่อง อาชีพการปลูกตะไคร้จึงมีการขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้นตามความต้องการของตลาด คุณกุหลาบ ทรายแก้ว อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ที่ 9 ตำบลเทพนคร อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร โทร. (089) 437-7797 เป็นเกษตรกรอีกรายหนึ่งที่ปลูกตะไคร้มานานกว่า 10 ปี ในพื้นที่กว่า 4 ไร่ ปลูกตะไคร้ เป็นพืชแซมทำรายได้ คุณกุหลาบ เล่าว่า การปลูกตะไคร้ของที่นี่ จะปลูก “ตะไคร้หยวก” คือลำต้นอวบอ้วน เนื้อมาก มีกลิ่นฉุนพอประมาณ ผลผลิตต่อไร่สูง ประมาณ 4-5 ตัน ใช้เวลาปลูกจนเก็บเกี่ยวได้ ประมาณ 7 เดือน
วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง ปั้นนาโนซิงค์ออกไซด์แก้ปัญหาโรคไม้ผล เปิดต้นแบบหมู่บ้านฟิสิกส์นาโนพัฒนาปลูกสละ จ.จันทบุรี ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตที่ยั่งยืน วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี เปิดโครงการ “หมู่บ้านฟิสิกส์นาโนเพื่อการพัฒนาปลูกสละ” ในตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี นำองค์ความรู้ในการประยุกต์ใช้วัสดุนาโนมาช่วยแก้ไขปัญหาเชื้อราและแบคทีเรียในกระบวนการปลูกสละ ผลไม้เศรษฐกิจของจันทบุรี เพื่อเป็นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกร และมุ่งหวังให้เป็นหมู่บ้านต้นแบบในการขยายผลความรู้การแก้ปัญหาให้เกษตรกรในวงกว้างเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและส่งเสริมเศรษฐกิจประเทศ ศาสตราจารย์ ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า “สจล. จัดตั้งวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบังขึ้นเพื่อนำเอานวัตกรรมนาโนมาแก้ไขปัญหาภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้ง อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ พลังงานทดแทน และสิ่งแวดล้อม พร้อมการออกแบบผลิตภั
หนึ่งในพสกนิกรที่ขอทำความดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ราชา ศังขะภูติ เจ้าของสวนมะพร้าว “ทุ่งเคล็ด” จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจัดทำโครงการแจกพันธุ์มะพร้าวทุ่งเคล็ดให้ส่วนราชการ วัด และโรงเรียน ทั่วประเทศเพื่อนำไปปลูก สำหรับมะพร้าวสายพันธุ์ “ทุ่งเคล็ด” ถือเป็นมะพร้าวพันธุ์ดั้งเดิม คุณภาพดี มีพื้นที่ปลูกในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวกว่า 5 แสนไร่ มีผลผลิตมะพร้าว 1 ใน 3 ของประเทศ สร้างรายได้เข้าประเทศไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท ต่อปี โดยมะพร้าวทุ่งเคล็ดได้รับการยอมรับให้เป็นสุดยอดมะพร้าวพันธุ์เตี้ยที่มีชื่อเสียงระดับตำนาน มีอายุยาวนานกว่า 80 ปี ตลอดจนยกย่องให้สุดยอดของดีระดับจังหวัด และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เกาะหลัก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ยกให้เป็นสุดยอดสินค้าโอท็อป (OTOP) ประจำตำบล ราชา ศังขะภูติ เจ้าของสวนมะพร้าว “ทุ่งเคล็ด” 60 ไร่ ริมถนนสายเพชรเกษม-หนองเสือ หมู่ที่ 6 บ้านทุ่งเคล็ด ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เล่าว่า ในอดีตบิดาเป็นผู้บุกเบิก และค้นพบมะพร้าวพันธุ์ดั้งเดิม ทั้งน้ำหอมและน้ำหวาน คุณภาพดี มีเนื้อห
ในแวดวงส่งเสริมการเกษตรถือว่า คุณสมบูรณ์ สุทธิพงษ์ เป็นมือดีคนหนึ่ง เขาทำงานเป็นเกษตรอำเภอในหลายพื้นที่หลายจังหวัด สุดท้ายเกษียณอายุในตำแหน่งเกษตรจังหวัดเพชรบุรีเมื่อปี 2546 ระหว่างที่ทำงานนั้นเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่า “พี่บูรณ์” ของน้องๆ เป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เงินก้อนเงินเก็บไม่ต้องพูดถึง แต่เพราะจิตใจรักต้นไม้ รักธรรมชาติ อดีตเกษตรจังหวัดคนนี้ก่อร่างสร้างสวน สะสมไม้นานาพรรณจนร่มครึ้ม สร้างคุณค่าให้กับครอบครัวและผู้อื่น ปัจจุบัน คุณสมบูรณ์อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ที่ 3 ตำบลพนมทวน อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เดิมบริเวณนั้นเป็นทุ่งนาแล้งร้อน แต่เพราะความเอาใจใส่ ต้นไม้ใบหญ้ารอบบ้านจึงสมบูรณ์ “เกษียณปี 2546 ตอนนั้นยอมรับเลยว่าไม่ได้คิดถึงวันข้างหน้า คิดแต่ทำตอนนั้นให้ดีที่สุด เป็นมนุษย์เงินเดือน ไม่มีงานข้างเคียง แฟนเป็นหัวหน้าสถานีอนามัยตลาดเขต ทุกวันนี้เกษียณมาแล้วเช่นกัน แรกๆ มีเพื่อนๆ น้องๆ มาชวนทำงานการเมืองท้องถิ่น ได้แต่ตอบเขาไปว่า ขออยู่กลางๆ ไม่อยากมีฝักมีฝ่าย ไม่อยากมีอะไรมาผูกมัด ช่วงเวลาทำงาน 38 ปี ก็นานโขอยู่ ไม่อยากให้มีอะไรมาเร่งรัด ไม่อยากเครียด เพราะถ้าได้รับปาก
ในช่วงหลายปีมานี้ ต้องยอมรับว่า ฝรั่ง คือพืชอีกชนิดที่อยู่ในกระแสความสนใจของหลายคน เนื่องจากฝรั่งเป็นพืชเพียงไม่กี่ชนิดที่มีราคาสูงอย่างต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลาหลายปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในช่วงนี้เราจะเห็นแปลงปลูกฝรั่งแปลงใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในแหล่งปลูกเดิมอย่าง นครปฐม ราชบุรี และพื้นที่ใหม่ๆ แต่จะว่ากันไปแล้ว ฝรั่งดูจะเป็นพืชที่แอบทำเงินเงียบๆ ให้ชาวสวนมาตลอด เพราะฝรั่งไม่ใช่พืชที่ถูกปลุกกระแสจากสื่อต่างๆ เหมือนกับอีกหลายพืชที่ถูกปลุกกระแสจนโด่งดังหรือน่าสนใจเกินความเป็นจริงเสียอีก จึงทำให้พื้นที่ปลูกฝรั่งไม่เพิ่มขึ้นมากเท่าที่ควรจะเป็น และหลายคนมองข้ามพืชชนิดนี้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ถ้าคุณได้รู้จักพืชชนิดนี้แล้วเชื่อว่าคุณจะกลับมามองฝรั่งในมุมมองใหม่และทิ้งพืชที่คุณกำลังสนใจหันมาปลูกฝรั่งแทนกันเลยทีเดียว เยี่ยมสวนฝรั่ง ของชาวสวนรุ่นใหม่ ดีกรี ปริญญาตรี แม้จะเติบโตมากับอาชีพทำสวน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลูกหลานชาวสวนจะไม่อยากเดินตามรอยอาชีพของพ่อแม่ ขณะเดียวกันพ่อแม่เองก็อยากให้ลูกหลานได้ทำงานบริษัทที่สุขสบาย ไม่ต้องมายึดอาชีพเกษตรกรรมที่ต้องตากแดดแทนการตากแอร์ในออฟฟิศ เช่นเดีย
จากปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้ คุณสอาด คำทราย จำต้องเกษียณตัวเองออกราชการก่อนกำหนด ทั้งๆ ที่ใจยังรักอยากจะทำงานต่อ แต่เพราะกลัวความเครียดจากการทำงานที่เพิ่มขึ้นตามภาระงานที่ได้รับซึ่งเป็นสาเหตุเร่งเร้าทำให้สุขภาพทรุดโทรม จึงตัดสินใจเกษียณตัวเองจากอดีตเจ้าพนักงานการเกษตร อำลาหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรให้แก่เกษตรกรมา 31 ปี คุณสอาด คำทราย อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 6 บ้านปงวัง ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สัมผัสชีวิตเกษตรมาโดยตลอด เมื่อเรียนที่วิทยาลัยเกษตรกรรมลำปาง (ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จังหวัดลำปาง) ปี พ.ศ.2520 ในระดับ ปวช.และ ปวส.จบปี พ.ศ.2524 (ต่อมาจบปริญญาตรี วท.บ.เทคโนโลยีการเกษตร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ปี พ.ศ.2535) ในปี พ.ศ.2524 ได้บรรจุเป็นเจ้าพนักงานการเกษตรที่อำเภอลอง จังหวัดแพร่ และย้ายมาอยู่จังหวัดลำปางเมื่อปี พ.ศ.2531 ระหว่างรับราชการอยู่ที่จังหวัดลำปาง ได้ใช้พื้นที่หลังบ้านตนเองประมาณ 400 ตารางเมตร ยกแปลงปลูกผักเป็นแปลงๆ เริ่มปลูกได้ก็แจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน เมื่อมีมากขึ้นจึงมีแม่ค้าใกล้เคียงมาซื้อกัน ส่วนใหญ่เป็นผักตามฤดูกาล ในเวลานั้นไม่ได้ปลูกมากเพราะมีเว
“บางช้างสวนนอก บางกอกสวนใน” เป็นคำกล่าวที่มีมานานตั้งแต่โบราณ เนื่องจากเจ้านายเชื้อพระวงศ์บางพระองค์มีพระตำหนักเรือกสวนอยู่ที่แขวงบางช้าง จึงเรียกสวนที่บ้านนอกในแขวงบางช้างว่า “บางช้างสวนนอก” ส่วนบางกอกนั้นก็ทรงมีเรือกสวนอยู่ชั้นในใกล้กับวังของเจ้านาย ท่านจึงเรียกว่า “บางกอกสวนใน” จากคำกล่าวเปรียบเปรยดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณของทั้งสองสวน บางช้างสวนนอกอยู่ที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ดินแดนที่รุ่มรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมหลากหลาย อัมพวา มีผลไม้รสชาติดีมีชื่อเสียงมาแต่โบราณ ในอดีตเมื่อฟังข่าวการประกาศราคาพืชผักจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ มักได้ยิน คำว่า “พริก หอม กระเทียม บางช้าง” อยู่ด้วยเสมอ นอกจากนี้ อัมพวา ยังมีผลไม้ดีมีชื่อเสียงอีกหลายอย่าง เช่น มะพร้าว มะม่วง ส้มโอ ส้มแก้ว ลิ้นจี่ และอัมพวา (มะเปรียง) เป็นต้น มะม่วงเขียวเสวย เชื่อว่ามีแหล่งกำเนิดที่อัมพวา เช่นเดียวกับ “มะม่วงมันทองเอก” และ “เหนียงนกกระทุง” ก็น่าจะเชื่อกันได้ว่ามีต้นกำเนิดอยู่ที่อัมพวา โดยเฉพาะ “มะม่วงอกร่องบางช้าง” แล้วคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าไม่ไ
อย่ากลัวแม้ว่าบางครั้งเมื่อต้องก้าวออกเดินเพียงลำพังคนเดียว เพราะนั่นคือวิธีที่เราจะสามารถเรียนรู้ช่วงระยะทางชีวิตของเราได้ดี และมากขึ้นก็เป็นได้ ความจริงแท้ของชีวิตในทุกวินาทีคือลมหายใจเท่านั้น ความโดดเดี่ยวบางครั้งจะเป็นครูที่คอยสอนให้ได้รู้จักกับชีวิตตัวเองได้อย่างดี นำสิ่งที่ได้เหล่านั้นมาประยุกต์กับการก้าวเดินไปต่อไป พร้อมกับความขยันและอดทนที่ต้องนำติดตัวไปตลอดเส้นทาง สุดท้ายจะพบกันเส้นทางที่สามารถ เดินห่าง…จากความจน ได้สมบูรณ์ชนิดแบบอย่างมั่นใจและมั่นคง เพราะคุณคือคนที่ไม่ยอมแพ้แม้แต่ลมหายใจของตัวเอง ขอต้อนรับด้วยคำว่า สวัสดี พร้อมขอบพระคุณอย่างมากจากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียนเป็นเบื้องแรก คอลัมน์นี้ถือว่าได้รับการตอบรับจากแฟนๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปักษ์นี้มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ ชะอมไม้เค็ด 2009 ด้วยเช่นกัน เป็นเรื่องราวที่แฟนๆ ได้สอบถามไปหลายท่านเกี่ยวกับเรื่องราวของปุ๋ยที่นำมาใช้กับชะอม ผมมักจะนำเสนอเสมอว่า คุณชะอมนั้นโปรดปรานปุ๋ยขี้ไก่เป็นอย่างมาก เพราะที่สวนผมใช้เป็นประจำ แต่หลังจากมีแฟนๆ หลายท่านได้บอกไปว่าได้นำปุ๋ยขี้หมูมาใช้ คุณชะอมก็ตอบรับดีเช่นก
อีกประการหนึ่ง ปัญหาภัยแล้งกับข้าวนาน้ำฝน สาเหตุจากความปรวนแปรของฝนเป็นสาเหตุของภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงในฤดูกาล ทำการปลูกไม่ได้ ฝนทิ้งช่วง (ฝนหมด) ก่อนฤดูกาล ทำให้ผลผลิตสูญเสียเก็บเกี่ยวไม่ได้ การแก้ปัญหาการปลูกข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้นั้น นอกจากการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพแล้ว สิ่งจำเป็นที่จะต้องทำควบคู่กันไป คือ การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ช่วยเหลือการทำนาของเกษตรกร เช่น เครื่องหยอดข้าว เครื่องหว่านข้าว และเครื่องเกี่ยวนวดข้าวที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับการเกษตรของเกษตรกรนำมาใช้ เพื่อปลูกข้าวทันฤดูกาลและเวลาเก็บเกี่ยวและนวดข้าวในเวลาที่เหมาะสม ทำให้คุณภาพของข้าวดีขึ้น ในพื้นที่การปลูกข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 10 ล้านไร่ และมีผลผลิตโดยรวมประมาณ 3.5 ล้านตันข้าวเปลือก ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว และมีปัญหาเกี่ยวกับฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล การกระจายของฝนไม่ดีและฝนมักทิ้งช่วงระหว่างฤดูปลูก การแก้ปัญหาของเกษตรกรใช้วิ
ดินแดนท้องทุ่งกุลาร้องไห้ น้อมนำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไร่นาสวนผสมตามแนวทฤษฎีใหม่ 30-30-30-10 สู่ครัวเรือนเกษตร โดย คุณวัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณฟ้าฮ่วน ปาโท นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ให้คำแนะนำ อำเภอสุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอเมืองสรวงและอำเภออาจสามารถ ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอพนมไพร อำเภอหนองฮี และอำเภอโพนทราย ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอรัตนบุรีและอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเกษตรวิสัย ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลักคือ เกษตรกรรม รับจ้างทั่วไป และมีอาชีพเสริมอื่นๆ เช่น เลี้ยงสัตว์ รวมกลุ่มทำสินค้าหัตถกรรม และอุตสาหกรรมในครัวเรือน มีลำน้ำสายหล่อเลี้ยงชาวบ้านคือ ลำน้ำเสียว ลำน้ำพลับพลา ห้วยหินลาด และลำน้ำมูล แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ทางประวัติศาสตร์ มี กู่พระโกนา หมู่บ้านกู่พระโกนา ตำบลสระคู, สิมวัดไตรภูมิคณาจารย์ หมู่บ้านหัวโทน ตำบลหัวโทน, สิมวัดสระเก
