พืชทำเงิน
เศรษฐกิจไทยคึก ชาวนาได้เฮแน่ กรมชลประทานคาดน้ำใน 4 เขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยาสิ้นเดือนตุลาคมนี้พุ่งเป็น 10,000 ล้าน ลบ.ม. ระบุหากน้ำไหลผ่านนครสวรรค์เพิ่มเป็น 300 ลบ.ม./วินาที พร้อมยกระดับน้ำเขื่อนเจ้าพระยา และบีบอัดด้วยประตูระบายน้ำปล่อยน้ำให้ชาวนาปลูกข้าวนาปี คาดแล้งหน้านี้ทำนาทั่วประเทศได้ประมาณ 7 ล้านไร่ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ”ถึงสถานการณ์น้ำในขณะนี้ว่า ทางกรมชลประทานได้ทำแบบจำลองถึงปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัด คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยอิงจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาที่คาดการณ์ปริมาณฝนที่จะตกในแต่ละเดือนของปีนี้พบว่า ทั้ง 4 เขื่อนจะมีปริมาณน้ำที่ใช้การได้จริงรวม 10,000 ล้านลูกบาศก์เมตรเศษ ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2559 ประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล ประมาณ 4,000 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ 4,200 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เต็มความจุของเขื่อนที่ 1,060 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เต็มความจุของเขื่อนที่ 960 ล้านลบ.ม. ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยายังคาดการณ์ว่าจะมีพายุ
เกษตรกร อ.ท่าอุเทน นครพนม สร้างรายได้จากการหันมาปลูกสับปะรด เปรยผลผลิตไม่พอขาย เพราะพื้นที่ปลูกน้อย ช่วงก่อนหน้านี้เกษตรกรส่วนใหญ่เปลี่ยนมาปลูกยางพารา ตั้งเป้าส่งเสริมให้กลับมาปลูกสับปะรดมากขึ้น นายสุขสันต์ พรรษวงษ์ ผู้ใหญ่บ้านกุดกุมน้อย หมู่ 4 กล่าวว่า ตนมีพื้นที่ปลูกสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย 4 ไร่ แซมในสวนยางพาราที่เพิ่งอายุได้แค่ 3 ปี เริ่มปลูกช่วงต้อนฤดูฝน โดยใช้หน่อ 4,000-5,000 หน่อต่อไร่ ลงทุนเริ่มแรกอยู่ที่ประมาณ 60,000-70,000 บาท ข้อดีของสับปะรดอยู่ที่ให้ผลผลิตติดต่อกันถึง 3 ปี ให้ลูกดก รสหวานฉ่ำ ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. โดยจะมีพ่อค้าจาก มุกดาหาร อุบลฯ ร้อยเอ็ด และยโสธร มารับซื้อถึงสวน ซึ่งผลผลิตในปีนี้แทบไม่พอขาย เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่เปลี่ยนมาปลูกยางพารามากขึ้น ปีนี้ได้ผลผลิต 3-5 ตันต่อไร่ ราคาหน้าสวนอยู่ที่กิโลกรัมละ 20-25 บาทเป็นราคาที่พุ่งสูงในรอบ10 ปี คิดเป็นกำไรไร่ละ 50,000 บาท เตรียมขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอีก 8 ไร่ ด้านนายมานะ บุญระมี กล่าวว่า เดิมทีพื้นที่ปลูกสับปะรดมากที่สุดอยู่ที่ ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน และ ต.นาใน อ.โพน
น้องเฟลม หรือ คุณเกียรติศักดิ์ คำวงษา หนุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปี 4 เรียกได้ว่าเป็นเยาวชนที่ประสบความสำเร็จในวิชาชีพ เพราะจุดเริ่มต้นจากเด็กนักเรียนที่ครอบครัวล้มเหลวจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของพ่อกับแม่ จนพ่อเสียชีวิต ส่วนแม่ก็ต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกมาตามลำพัง แต่ปัจจุบันน้องเฟลม สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส สานต่อสิ่งที่มีอยู่และต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่า กระทั่งมีแบรนด์เป็นของตนเอง “แม่ผมเป็นข้าราชการและวิศวกร หลังจากพ่อเสียชีวิต เราเป็นหนี้ธุรกิจในตอนนั้นประมาณ 50 ล้านบาท ผมจึงออกจากโรงเรียนในสายสามัญมาเรียนสายอาชีวศึกษา เพื่อเอาเวลาที่มีไปช่วยแม่คุมงานก่อสร้าง และเริ่มเรียนการเขียนแบบ การออกแบบ การก่อสร้าง จบจากนั้นก็เข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย” ด้วยพื้นฐานเดิมของแม่ที่มีพื้นที่จัดสรรทำกินเพื่อการเกษตรบนเนินเขา ประมาณ 400 ไร่ ซึ่งใช้เป็นพื้นที่เพาะปลูกกาแฟ น้องเฟลมเองเลือกศึกษาต่อในคณะการสร้างเจ้าของกิจการและการบริหารกิจการ (School of Entrepreneurship and Management: BUSEM) ซึ่ง น้องเฟลม บอกว่า การเลือกศึกษาต่อในเส้นทางที่คิดว่าจะช่วยปูทางให้อาชีพในอนาคตข้างหน้าได้ เป็นส่วนประก
ผ่านไปแล้ว งานเสวนามะม่วง ที่ทางนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านได้จัดขึ้น ในวันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา ณ ห้องโถง มติชนอคาเดมี โดยหัวข้อในการเสวนาครั้งนี้คือ มะม่วงต่างประเทศพันธุ์ใหม่ในไทย “รสชาติสากล ตลาดสดใส คนทั่วไปนิยม” ถึงแม้ว่างานเสวนาจะจบลงไปแล้ว แต่ทางนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านไม่ลืมที่จะหยิบยกเนื้อหาสาระบางช่วงบางตอนมาให้แฟนๆ ได้อ่านกัน มะม่วงสายพันธุ์ต่างประเทศ สามารถตอบโจทย์เกษตรกร ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้ไหม และการที่จะทำให้ตอบโจทย์ได้ ควรทำอย่างไร มีวิธีการทำอย่างไร ก่อนอื่นต้องขอแนะนำผู้ให้ความรู้กับการเสวนาครั้งนี้ คุณวารินทร์ ชิตะปัญญา ผู้ผลิตมะม่วง อาร์ทูอีทู ส่งไปต่างประเทศ ปลูกมาหลายสายพันธุ์ มาลงตัวที่สายพันธุ์ อาร์ทูอีทู คุณทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ นักพัฒนาไม้ผลยุคใหม่ มาในฐานะเจ้าของสวนคุณลี ระยะหลังผันตัวเองมาทำสวนมากขึ้น มะม่วงที่ปลูกจะนำมาจากต่างประเทศ มีการนำมาทดสอบว่าปลูกบ้านเราเป็นอย่างไร และมีมะม่วงหลายแปลง แต่เปลี่ยนเป็น อาร์ทูอีทู แล้ว และยังมีมะม่วงสายพันธุ์อื่นๆ ด้วย งานเสวนาครั้งนี้ ดำเนินรายการโดย คุณเสาวลักษณ์ สวัสดิ์กว้าน ผู้ช่วยบรรณาธิการ นิตยสารเท
พื้นที่ในกรุงเทพมหานครด้านชานเมือง ยังมีพื้นที่อีกมากมายในการทำการเกษตรกรรม การทำเกษตรชานเมืองกรุงเทพฯ ได้เปรียบกว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่และมีกำลังซื้อ การนำผลผลิตจากแปลงมาสู่ผู้บริโภคจึงเป็นเรื่องง่ายและใช้ระยะเวลาสั้น ผลผลิตที่ได้จึงสดใหม่ แต่เมื่อเทียบกับประชากรและนำสู่ตลาดขายส่งขนาดใหญ่ 2-3 แหล่ง ในกรุงเทพมหานครกลับมีปริมาณน้อยมาก กรุงเทพมหานคร เป็นองค์กรท้องถิ่นภาครัฐที่มีขนาดใหญ่และจัดตั้งมานาน บวกกับงบประมาณอีกมหาศาล เพียงพอที่จะดูแลทุกๆ ด้าน แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายเกษตรกลับเป็นแค่ส่วนหนึ่งของฝ่ายพัฒนาสังคมฯ ซึ่งเน้นทางด้านสังคมมากกว่า อาจจะเป็นเพราะงานด้านเกษตรเมื่อเทียบกับงานส่วนอื่นแล้วด้อยกว่า งบประมาณ ปี 2559 มีงบฯ เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมแค่ 9 ล้านกว่าๆ เท่านั้น การเลี้ยงสัตว์ร่วมกันเพื่อเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันมีการทำกันมานานแล้ว ในบางประเทศก็มีการเลี้ยงสัตว์บกกับสัตว์น้ำคู่กันไปอย่างนี้เช่นกัน เพราะถือว่าเป็นการเกษตรที่ให้ผลผลิตสูง เนื่องจากมีการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน คุณอรสา งามนิยม หรือ คุณเล็ก กับสามี คุณไพบูลย์ หาคลัง โทรศัพท์ (
สองผัวเมียเกษตรกรสงขลา ยึดเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรอินทรีย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ 1 ไร่รายได้เดือนละ 5-6 หมื่นบาท ใช้เวลาถึง 14 ปี คุ้มค่ากับการรอคอย ผลผลิตมีราคาสูงกว่าที่จำหน่ายตามท้องตลาดกว่า 1 เท่าตัว รายงานข่าวว่า นายคำนึง สร้อยสีมาก อายุ 48 ปี และนางยุพิน สร้อยสีมาก อายุ 48 ปี สามีภรรยาชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 2 บ้านดีหลวง ต.ดีหลวง อ.สทิงพระ จ.สงขลา หันมาประกอบอาชีพทำเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นเกษตรอินทรีย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ โดย “ใช้เนื้อที่เพียงแค่ 1 ไร่แต่สามารถมีรายได้ถึงเดือนละ 5-6 หมื่นบาท” โดยภายในแปลงเกษตรอินทรีย์ซึ่งมีเนื้อที่ 1 ไร่ ได้ถูกเนรมิตให้เป็นสวนผักที่มีพืชผักเกือบครบทุกชนิดที่นิยมบริโภคและตลาดต้องการ ทั้งผักกินใบและผักสวนครัว พืชสมุนไพร เช่น ผักคะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง มะเขือ ถั่วฝักยาว แตงกวา ผักขมแดง ผักขมเขียว โหระพา แมงลัก กระเพา ขิงข่า พริก มะนาว ดอกชมจันทร์ เรียกว่ามีครบจบภายในสวนเดียวและทุกอย่างเป็นผักปลอดสารพิษ ผ่านการรับรองจากกระทรวงเกษตรฯที่ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบทั้งดิน น้ำ และผล
มหัศจรรย์แห่งไผ่ ไผ่ช้างเมืองน่าน และอีกหลายสายพันธุ์ แห่งท่าวังผา จังหวัดน่าน เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา ดินอุดมสมบูรณ์ พืชพื้นเมืองของจังหวัดน่านจึงมีความโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะไม้ไผ่ ที่อำเภอท่าวังผา ชาวบ้านนำไม้ไผ่ที่คุณสมบัติโดดเด่นมาเผาข้าวหลาม ซึ่งช่วยหนุนส่งให้ผลิตภัณฑ์ข้าวหลามมีกลิ่นหอม รสชาติดี เยื่อไผ่มีขนาดพอเหมาะไม่หนาและบางเกินไป ลอกได้ง่าย เวลาเคี้ยวนุ่ม ไผ่ที่ว่าคือ“ไผ่ข้าวหลาม” ลักษณะปล้องไม่ใหญ่ แต่ค่อนข้างยาว บ้านดอยติ้ว ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน มีปลูกไผ่ลำขนาดใหญ่ เรียกกันว่า”ไผ่ช้างเมืองน่าน”หรือไผ่ยักษ์ ขนาดของลำเคยวัดเส้นผ่านศูนย์กลางได้ 12 นิ้วหรือ 1 ไม้บรรทัด ความยาวของลำมากกว่า 20 เมตร ไผ่ช้างเมืองน่านใช้ประโยชน์ได้เหมือนไผ่ทั่วไป เริ่มตั้งแต่กินหน่อ ใช้ลำต้นในการก่อสร้าง ดอยติ้วอยู่ห่างจากอำเภอท่าวังผาราว 30 กิโลเมตร ใกล้เมืองเข้ามาหน่อย เป็นที่ตั้งของศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดน่าน(พืชสวน) หน่วยงานของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่นี่มีปลูกพันธุ์พืชสวนหลายช
ในกลุ่มผู้ทำก้อนเห็ดต่างๆ ในบ้านเรามีทุกจังหวัด มีเจ้าหน้าที่ของรัฐให้การสนับสนุน ในเรื่องของวิชาการองค์ความรู้ควบคู่กันไป บางคนมีแรงจูงใจไม่เพียงแค่ทำก้อนเห็ดขายแต่อย่างเดียวเท่านั้น แต่นำเอาองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการต่อยอดเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่นัก แต่มีน้อยคนที่ประสบผลสำเร็จ รวมถึงการให้บริการแนะนำการดูแลก้อนเห็ดจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ที่เห็นส่วนใหญ่จะทำขายเฉพาะก้อนเห็ดสำเร็จรูปเท่านั้น และตีตลาดกันเอง เป็นธรรมดาในเชิงการค้ามักหนีไม่พ้นเรื่องของการเอาเปรียบลูกค้า เช่น การทำก้อนเห็ดโดยไม่มีกระบวนการผ่านการอบและฆ่าเชื้อที่ถูกต้อง หรือไม่ก็ลักไก่ใส่เชื้อในปริมาณที่น้อยกว่ากำหนด เรื่องนี้ทำให้ผู้ซื้อได้รับความเสียหายอย่างมาก เห็ดไม่ออกดอก เชื้อราเขียวระบาดอย่างรวดเร็ว แค่ข้ามคืนราเขียวก็จะกระจายเชื้อทั่วทั้งก้อน เห็ดไม่ออกดอก คุณสมจิตร น้อยท่าราช เกษตรกร อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 11 ตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นหนึ่งในผู้ที่ทำก้อนเห็ดขายมากว่า 15 ปี โดยได้สามีช่วยงานด้านนี้มาตลอด สร้างโรงเรือน 2 หลัง ทำเห็ดนางฟ้าภูฏานขายใ
พริกไทยอ่อน พืชเศรษฐกิจ ที่สร้างรายได้หลักล้านบาท เริ่มกลับมาสดชื่นมีชีวิตชีวา เขียวชอุ่มอีกครั้ง พร้อมแตกช่ออ่อน รอเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือนกันยายน เป็นพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรหลายคนยึดเป็นอาชีพหลัก แม้จะลงทุนสูง แต่ราคาไม่ตก ผลผลิตออกมามีตลาดรองรับหมด ที่ ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หลายครอบครัวที่นั่นยึดอาชีพปลูกพริกไทยอ่อน เป็นพืชที่ดูแลไม่ยาก เป็นพืชยืนต้นที่มีอายุการเก็บเกี่ยวยาวนานระหว่าง10-20 ปี ไม่ต้องมาปลูกบ่อยๆ และระยะเวลาไม่นานพริกไทยกลับกลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่ราคาไม่เคยตกต่ำลงมาเลย พริกไทยราคาดีมาโดยตลอดระยะเวลาหลายปีติดต่อกัน โดยเฉพาะในช่วงแล้งราคาพริกไทยสูงมาก ราคาสูงถึง 300-350 บาท นางปัญญา มีเนตรขำ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.8 ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เปิดเผย ครอบครัวของตนปลูกพริกไทยอ่อน ที่มีทรงพุ่มใหญ่ ต้นใหญ่ ใบใหญ่กว่าพริกไทยพันธุ์อื่น จำนวน2,245 หลัก บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ โดยปลูกมานานกว่า 10 ปีแล้ว การปลูกพริกไทย หลายคนมองข้ามและให้ความสนใจในการปลูกพริกไทยกันน้อยนั้นส่วนหนึ่งก็มา
เมื่อเร็วๆ นี้ ณ แปลงไร่ บริษัท น้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด (มหาชน) แปลงทัพพระ บ้านหนองยาง ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ได้มีการจัดงานโครงการรณรงค์สู้ภัยแล้งและการควบคุมหนอนกออ้อยโดยวิธีผสมผสาน เนื่องจากจังหวัดสระแก้วมีพื้นที่ปลูกอ้อย 385,983 ไร่ เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย 11,097 ครัวเรือน สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นจำนวนเงินมากกว่า 4,000 ล้านบาท ต่อปี ในปี 2559 จังหวัดสระแก้วได้ประสบปัญหาภัยแล้งในทุกอำเภอ ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ทำให้อ้อยชะงักการเจริญเติบโต และเป็นปัจจัยใจที่ทำให้เกิดการระบาดของหนอนกออ้อย โดยพบการระบาดในพื้นที่การปลูกอ้อยจำนวนถึง 100,000 ไร่ และพบพื้นที่ระบาดรุนแรงประมาณ 10,000 ไร่ ถ้าหากไม่มีการป้องกันกำจัดและควบคุมที่ถูกวิธี จะทำให้การระบาดลุกลามเป็นบริเวณกว้างและก่อความเสียหายอย่างรุนแรงได้ในอนาคต จึงได้มีการทำงานร่วมกันในรูปแบบประชารัฐ โดยความร่วมมือระหว่างภาคราชการ ภาคเอกชน ได้แก่ ส่วนราชการจังหวัดสระแก้ว บริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท น้ำตาลอ้อยตะวันออก จำกัด (มหาชน) สมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา พร้อมด้วยตัวแทนเ
