พืชทำเงิน
ฤดูทุเรียนป่าละอู 1 ปีมีครั้งเดียว คนรักทุเรียนจะได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อยของ “ทุเรียนป่าละอู” ได้อย่างจุใจ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ของทุกปี “ทุเรียนป่าละอู” ที่คอทุเรียนยกให้เป็น The Best อร่อยจริงอร่อยจัง เพราะทุเรียนสุกธรรมชาติ ไม่ใช่ทุเรียนไม่ป้ายยา ทุเรียนป่าละอู สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ชาวอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มานานกว่า 30 ปี ทุกวันนี้ พื้นที่ป่าละอู กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรมีชื่อเสียง มีนักท่องเที่ยวเข้ามาทุกปี สร้างรายได้เข้าท้องถิ่นเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี โซนทุเรียนภูเขา ทุเรียนป่าละอู จัดอยู่ในกลุ่มทุเรียนพื้นที่ภูเขา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่า พื้นที่การผลิตทุเรียนในโซน 4 จังหวัดประกอบด้วยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี ถูกเรียกว่า “ทุเรียนตะนาวศรี” เนื่องจากลักษณะของสภาพภูมิศาสตร์มีเทือกเขาตะนาวศรีพาดผ่าน ทำให้ได้รับความอุดมสมบูรณ์จากดินตะกอนภูเขาหลังจากฤดูน้ำหลากของทุกปี ด้วยระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล และความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสม ส่งผลให้ผลผลิตทุเรียนมีลักษณะเฉพาะ เนื้อหนา แห้งเนียน เมล็ดลีบ รสชาติหว
ผลไม้แปลกที่น่ามหัศจรรย์ยังมีอีกมากมาย ที่ยังไม่ถูกค้นพบหรือยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ประเทศบราซิลเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ นอกจากคนในพื้นที่จะนิยมปลูกพืชและต้นไม้ไว้ใช้สอยบริเวณบ้าน ยังนิยมทำการเกษตรอีกด้วย และยังขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีผลไม้แปลกๆ มากมาย ที่หาได้ยากในประเทศอื่นๆ องุ่นบราซิลเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางในวงศ์ชมพู่ มีความสูงอยู่ที่ 10-15 เมตร เป็นไม้โตช้า ไม่ผลัดใบ เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา ลักษณะใบเดี่ยว ใบอ่อนเป็นสีแดง ใบแก่แล้วเป็นสีเขียว ดอก เป็นดอกช่อสีขาวคล้ายชมพู่ ผลมีลักษณะคล้ายองุ่น ทรงกลม ออกเป็นกระจุกแน่นตามลำต้น และกิ่งก้าน ผลอ่อนเป็นสีเขียว ผลแก่เป็นสีม่วงเกือบดำ ลักษณะคล้ายผลตะขบไทย มีเมล็ดอยู่ข้างใน ผลสุกเมื่อเก็บแล้วก่อนทานต้องฉีกเปลือกออกก่อน เพราะเปลือกมีความหนาและเหนียว เนื้อด้านในจะเป็นปุยสีขาวคล้ายเนื้อกระท้อน และที่มันได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมาก เป็นเพราะลูกองุ่นบราซิลจะให้รสชาติถึง 7 รสชาติในลูกเดียว ขึ้นอยู่กับวันที่ทาน ตั้งแต่ลูกองุ่นที่ห่ามจัด ไปจนถึงผลที่สุกเต็มที่ วันแรกที่เพิ่งเด็ดลูกองุ่นออกมาจากต้น เป็นลูกที่ยังห่ามไม่สุกมาก ร
สมอไทย เป็นสมุนไพรเก่าแก่ตัวหนึ่งของโลกทีเดียว ถือเป็นสมุนไพรที่มีข้อมูลการใช้แพร่หลายมากที่สุดมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาลแล้ว นับได้กว่า 2,500 ปี และเป็นผลไม้ที่หาง่าย มีอยู่ดกดื่นตามเขตป่าร้อนชื้น และป่าเบญจพรรณทั่วไปทั้งในอินเดียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทย สมอไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Terminalia chebula Retz. ชื่ออื่นๆ ว่า มาแน่ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่) สมออัพยา (ภาคกลาง) หมากแน่ะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) สมอเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ มีใบใหญ่ปลายใบแหลม มีดอกเล็กๆ เป็นฝอยเหมือนดอกหูกวาง ออกลูกเป็นพวง ลูกกลมมีเหลี่ยม ใช้กินเป็นผักจิ้มและผลไม้ได้ สมอไทย เป็นผลไม้ยอดนิยมของพระมาแต่ไหนแต่ไร เพราะมีพุทธานุญาตให้พระสงฆ์ฉันลูกสมอได้หลังเพล โดยทรงแนะให้ดองลูกสมอในน้ำมูตร (น้ำปัสสาวะ) เพื่อฉันเป็นยารักษาสุขภาพ โดยปกติสมอไทยเป็นยาระบายที่ดี ไม่เสาะท้อง ไม่เป็นอันตรายต่อลำไส้และช่วยรักษาโรคริดสีดวง คนเราถ้ากินได้ถ่ายสะดวก นอนหลับสบายก็ช่วยให้สุขภาพโดยรวมเป็นปกติสุข มีผู้สังเกตว่าพระปฏิบัติที่ฉันสมอดองมักจะมีสุขภาพแข็งแรง ผิวพรรณผ่องใสแม้ในวัยสูงอายุ จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้มีงานวิจัยไขรหัสลับของส
แตงกวาญี่ปุ่น ปลูก 1 เดือน เก็บขายได้ทุกวัน เป็นเวลา 1 เดือน เนื่องจากแตงกวาญี่ปุ่นเป็นพืชล้มลุก ต้นแตงกวาจะตาย ต้องปลูกใหม่ ก่อนจะปลูกรอบใหม่ใช้เวลาจัดการแปลงอีก 1 เดือน อดีตช่างทองฝีมือดีที่แต่ละวันทำงานอยู่กับของสวยๆ งามๆ เน้นใช้ทักษะด้านฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ มาวันนี้เลือกที่จะทิ้งชีวิตทำงานในห้องแอร์มาสวมบทบาทเกษตรกรทำงานท่ามกลางอุณหภูมิธรรมชาติ เพราะมีความคิดว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนที่สุด แต่ก็ยังรักสบาย เลือกปลูกแตงกวาญี่ปุ่นไร้ดิน ปลูกในโรงเรือน แถมยังใช้ระบบรดน้ำอัตโนมัติ มีรายได้ทุกวัน วันละกว่า 3,000 บาท คุณศิริ คำอ้าย ชายหนุ่มอัธยาศัยดี วัย 50 ปี อดีตเคยเป็นช่างทองนานกว่า 20 ปี แต่แล้วเมื่อสุขภาพเริ่มไม่เอื้ออำนวย เลือกที่จะหาความมั่นคงให้ชีวิต ด้วยการลาออกมาเป็นเกษตรกร เพราะคิดว่าเป็นอาชีพที่ยั่งยืนที่สุดแล้ว “ผมเป็นช่างทองนานกว่า 20 ปี หลังๆ อายุเยอะขึ้น สายตาเริ่มไม่ดี กลัวว่าจะถูกไล่ออกตอนแก่ เลยชิงลาออกก่อน ตอนอายุ 45 ปี เลือกไปเป็นเกษตรกร คิดว่าเป็นอาชีพที่ยั่งยืนที่สุด เพราะอย่างไรก็ตาม พืชผักเป็นอาหารที่มนุษย์ทุกคนต้องกิน ฉะนั้น ผลผลิตยังไงก็ขายได้” นับเป็
“น้อยหน่า” ของดีเมืองปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นับได้ว่าเป็นแหล่งปลูกน้อยหน่ามากที่สุด และคุณภาพดีที่สุดของประเทศ ด้วยพื้นดินที่เหมาะแก่การปลูก ทำให้รสชาติ น้ำหนัก ดีกว่านำไปปลูกที่อื่น น้อยหน่าจึงกลายเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อของอำเภอปากช่อง และถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจประจำจังหวัดมานานถึงทุกวันนี้ ด้วยข้อได้เปรียบของพื้นที่ ทำให้มีคู่แข่งน้อย ราคาไม่ตก จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมเกษตรกรที่ปากช่องส่วนใหญ่ถึงปลูกน้อยหน่าเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัวมาโดยตลอด คุณจอม วิสุทธะนะ (ลุงจอม) อยู่บ้านเลขที่ 58/1 หมู่ที่ 4 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นับได้ว่าลุงจอมเป็นผู้เชี่ยวชาญในการปลูกน้อยหน่าของตำบลกลางดงอีกคนหนึ่ง ซึ่งอาชีพเดิมของลุงจอมคือ การเลี้ยงโคนม เลี้ยงมานานกว่า 10 ปี แต่ต้องหยุดเลี้ยง เพราะขณะที่ลุงจอมกำลังรีดนมวัว อาการเส้นเลือดหัวใจตีบเกิดกำเริบ ลูกหลานต้องหามส่งโรงพยาบาล อาชีพเลี้ยงโคนมถือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ดี แต่ต้องมีเวลาอยู่ทั้ง 365 วัน ทั้งเช้าและเย็น จึงเป็นงานที่หนักและด้วยโรคประจำตัวที่เป็นไม่อำนวย ลุงจอมจึงหยุดเลี้ยงและขายวัวทิ้ง หันมาปลูกหน่อยหน่าเพชร
“ กระท้อนนาปริก ”เป็นกระท้อนพื้นเมืองที่มีประวัติการปลูกมายาวนานกว่า 30 ปี ปลูกในพื้นที่บ้านนาปริก ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เนื่องจากปลูกในแหล่งดินที่อุดมด้วยแร่ธาตุ มีน้ำใต้ดินที่มีคุณภาพ และเพียงพอต่อการเพาะปลูก ประกอบกับเกษตรกรมีความเชี่ยวชาญในการปลูก และพัฒนาผลผลิตมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กระท้อนนาปริกสตูลมีรสชาติหวานอร่อย เนื้อหนานุ่ม ปุยหุ้มเมล็ดหนาฟูไม่เหนียว รสชาติหวาน มีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นแตกต่างจากกระท้อนในพื้นที่อื่น จึงได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 นับเป็นสินค้า GI ที่ขับเคลื่อนตามนโยบาย Soft Power ผลไม้ไทย สร้างมูลค่าให้จังหวัดกว่า 15 ล้านบาท/ปี สร้างรายได้ให้เกษตรกรรวมทั้งขยายผลไปสู่การเชื่อมโยงท่องเที่ยวชุมชน การปลูก นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา (สศท.9) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่เริ่มปลูกกระท้อนตั้งแต่ปี 2537 และได้รับความนิยมปลูกเพิ่มขึ้นในปี 2562 – 2563 ปัจจุบันเกษตรกรมีการปรับวิธีการปลูกกระท
“จุดเริ่มต้นเกิดจากการที่เราอยากต่อยอดให้กับวัตถุดิบออร์แกนิกของไทย และเราเห็นถึงความสำคัญของวัตถุดิบของไทย” คุณภมรรัตน์ พรรณรัตนพงศ์ เทคโนโลยีชาวบ้านขอนำเสนอแบรนด์ที่ผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม “Hug Organic” ที่นำของดีในประเทศไทยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สบู่เหลวและแชมพูจากข้าวหอมมะลิสุรินทร์ (GI) และโลชั่นบำรุงผิวจากข้าวหอมนิลออร์แกนิก เน้นสูตรอ่อนโยนจากส่วนผสมธรรมชาติ 95-100% ปราศจากสารเคมีอันตราย แบรนด์ไทยที่ไม่เล็กไม่ใหญ่แต่แกร่งในแนวคิดเพื่อโลกสร้างจุดบริการรีฟิลเพื่อลดขยะจากของใช้ในชีวิตประจำวัน จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Hug Organic เกิดจากการที่เจ้าของแบรนด์อย่าง คุณภมรรัตน์ พรรณรัตนพงศ์ หรือ ผึ้ง ผู้สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องสุขภาพ ต้องเล่าว่าจุดเริ่มต้นมันเกิดจากที่คุณผึ้งเรียนจบมาจากสาขาวิทยาศาสตร์ทางอาหาร ทำให้เห็นความสำคัญของวัตถุดิบของไทย และเธออยากนำมาแปรรูปต่อยอดให้กับวัตถุดิบออร์แกนิกของไทย นอกจากความชอบและความสนใจในเรื่องวัตถุดิบแล้ว อีกเหตุผลที่คุณผึ้งอยากสร้างแบรนด์ที่เป็นมิตรต่อคนใช้และสิ่งแวดล้อม มาจากสุขภาพผู้สูงอายุที่บ้านป่วยทำให้ช่วงเวลา
ใครที่ปลูกผักสวนครัว แล้วในแปลงมีผักบุ้งอยู่ นอกจากเอาไปทำเมนูต่างๆ ได้แล้ว ยังสามารถนำมาทำน้ำหมักได้ด้วย เนื่องจากในผักบุ้งมีฟอสฟอรัสและไนโตรเจนสูงเมื่อนำมาทำเป็นน้ำหมัก เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืชและช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุยอีกด้วย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีสูตร “น้ำหมักจากผักบุ้ง” มาฝากพี่ๆ น้องๆ ใช้บำรุงพืชที่สวนที่แปลงของตัวเองได้ง่ายๆ จะมีวิธีการทำอย่างไรบ้าง มาดูรายละเอียดกันเลย คุณตาอุทัย แก่นสกล เกษตรกรผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านการทำเกษตรผสมผสานและทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพ ได้แนะนำว่า น้ำหมักสูตรต่างๆ นั้นก็มีประโยชน์มากมาย เพียงแต่ว่าคนใช้นั้นต้องใช้ให้ถูกวิธี และในปริมาณที่เหมาะสม เป็นน้ำหมักแบบธรรมดาที่ทำเองได้อย่างง่าย ใช้ได้กับพืชทุกชนิดและใช้ในการปรับปรุงบำรุงดิน แปลงพืชผสม ผสานได้เป็นอย่างดี 🪴วิธีการ 1. นำผักบุ้งมาหั่นให้ยาวประมาณ 2-3 นิ้ว แล้วก็นำลงไปในถังหมัก 2. ละลายสารเร่ง พด. 7 ในน้ำสะอาดเทลงไปในถังหมัก 3. ตามด้วยกากน้ำตาล คนให้เข้ากัน แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 3 เดือน เพียงเท่านี้ก็สามารถนำไปใช้ในการบำรุงดินในนาข้าวและแปลงปลูกพืชอื่นๆ ได้เลย 🪴วัตถุดิบ ผักบุ้ง จำนวน 9 กิ
คุณธัญญา กาญจนประดิษฐ์ หญิงแกร่งและเก่งของจังหวัดกาญจนบุรี มองเห็นถึงอนาคตตลาดอินทผลัมว่าผลตอบแทนต่อไร่น่าจะเป็นสินค้าที่มีราคา เธอจึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำเกษตรบางส่วนที่เคยทำนา แบ่งมาปลูกอินทผลัมเพื่อกระจายความเสี่ยงในเรื่องของการสร้างรายได้ จากการทดลองในครั้งนั้นถือว่าประสบผลสำเร็จดี ที่ได้ปรับเปลี่ยนที่นามาปลูกอินทผลัม “การปลูกอินทผลัมเราแบ่งการปลูกเป็น 2 ช่วงอายุ โดยแบ่งพื้นที่ปลูกรุ่นแรก 8 ไร่ กับรุ่นที่ 2 บนเนื้อที่ 7 ไร่ รวมพื้นที่ปลูกอินทผลัมทั้งหมด ประมาณ 15 ไร่ แบ่งจากพื้นที่นามาปลูก ส่วนที่อื่นก็ยังมีทำนาอยู่ด้วยควบคู่กันไป แทนที่จะปลูกข้าวอย่างเดียว ก็มาปลูกอินทผลัมเสริม เป็นการกระจายรายได้ให้ครบทุกด้าน เพราะไม่อยากทำพืชเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว” คุณธัญญา เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการปลูกอินทผลัม สำหรับการปลูกและการเลือกซื้อสายพันธุ์อินทผลัมนั้น คุณธัญญา บอกว่า ช่วงแรกได้ศึกษาหาข้อมูลเรียนรู้จากแหล่งต่างๆ ทั้งจากการเดินทางไปศึกษาตามสวนที่ประสบผลสำเร็จ และจากสวนเพื่อนๆ ที่สนิทกัน จากนั้นเธอได้ข้อสรุปว่าจะเลือกอินทผลัมที่เป็นสายพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นหลัก ขั้นตอนการ
วานิลลา (Vanilla) เป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่มีความหอมหวานและได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการผลิตน้ำหอมและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แม้ว่าในอดีตวานิลลาจะเป็นพืชที่พบมากในพื้นที่เขตร้อนของทวีปอเมริกา แต่ปัจจุบันวานิลลาสามารถปลูกได้ในประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสินค้าการเกษตรที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงและสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างมหาศาล เห็นฝักเล็กๆ แบบนี้ราคากิโลกรัมละ 20,000 บาท วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาไปทำความรู้จัก “เจ้าวานิลลา” ฝักจิ๋ว แต่ราคาไม่จิ๋ว เผลอๆ บางคนอาจจะไม่เคยเห็นด้วยซ้ำว่าแท้จริงแล้วหน้าตาของวานิลลานั้นเป็นยังไง ตามไปดูเรื่องราวกันได้เลย วานิลลาเป็นพืชในสกุลวานิลลา (Vanilla) ซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับกล้วยไม้ (Orchidaceae) การได้ฝักวานิลลาต้องผ่านกระบวนการผลิตที่ใช้เวลานานเกือบหนึ่งปี ตั้งแต่ขั้นตอนการผสมเกสรไปจนถึงการบ่มฝักวานิลลา เพื่อให้เกิดสารวานิลลิน (Vanillin) ที่ให้กลิ่นหอม ซึ่งสารนี้มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม ความพิเศษของวานิลลาทำให้ราคาสูง ราคาของวานิลลาในท้องตลาดมักจะสูงกว่าพืชผลเกษตรอื่นๆ หลายเท่า ซึ่งเกิดจา
