พืชทำเงิน
“น้อยหน่า” ของดีเมืองปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นับได้ว่าเป็นแหล่งปลูกน้อยหน่ามากที่สุด และคุณภาพดีที่สุดของประเทศ ด้วยพื้นดินที่เหมาะแก่การปลูก ทำให้รสชาติ น้ำหนัก ดีกว่านำไปปลูกที่อื่น น้อยหน่าจึงกลายเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อของอำเภอปากช่อง และถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจประจำจังหวัดมานานถึงทุกวันนี้ ด้วยข้อได้เปรียบของพื้นที่ ทำให้มีคู่แข่งน้อย ราคาไม่ตก จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมเกษตรกรที่ปากช่องส่วนใหญ่ถึงปลูกน้อยหน่าเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัวมาโดยตลอด คุณจอม วิสุทธะนะ (ลุงจอม) อยู่บ้านเลขที่ 58/1 หมู่ที่ 4 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นับได้ว่าลุงจอมเป็นผู้เชี่ยวชาญในการปลูกน้อยหน่าของตำบลกลางดงอีกคนหนึ่ง ซึ่งอาชีพเดิมของลุงจอมคือ การเลี้ยงโคนม เลี้ยงมานานกว่า 10 ปี แต่ต้องหยุดเลี้ยง เพราะขณะที่ลุงจอมกำลังรีดนมวัว อาการเส้นเลือดหัวใจตีบเกิดกำเริบ ลูกหลานต้องหามส่งโรงพยาบาล อาชีพเลี้ยงโคนมถือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ดี แต่ต้องมีเวลาอยู่ทั้ง 365 วัน ทั้งเช้าและเย็น จึงเป็นงานที่หนักและด้วยโรคประจำตัวที่เป็นไม่อำนวย ลุงจอมจึงหยุดเลี้ยงและขายวัวทิ้ง หันมาปลูกหน่อยหน่าเพชร
“ กระท้อนนาปริก ”เป็นกระท้อนพื้นเมืองที่มีประวัติการปลูกมายาวนานกว่า 30 ปี ปลูกในพื้นที่บ้านนาปริก ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เนื่องจากปลูกในแหล่งดินที่อุดมด้วยแร่ธาตุ มีน้ำใต้ดินที่มีคุณภาพ และเพียงพอต่อการเพาะปลูก ประกอบกับเกษตรกรมีความเชี่ยวชาญในการปลูก และพัฒนาผลผลิตมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กระท้อนนาปริกสตูลมีรสชาติหวานอร่อย เนื้อหนานุ่ม ปุยหุ้มเมล็ดหนาฟูไม่เหนียว รสชาติหวาน มีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นแตกต่างจากกระท้อนในพื้นที่อื่น จึงได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 นับเป็นสินค้า GI ที่ขับเคลื่อนตามนโยบาย Soft Power ผลไม้ไทย สร้างมูลค่าให้จังหวัดกว่า 15 ล้านบาท/ปี สร้างรายได้ให้เกษตรกรรวมทั้งขยายผลไปสู่การเชื่อมโยงท่องเที่ยวชุมชน การปลูก นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา (สศท.9) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่เริ่มปลูกกระท้อนตั้งแต่ปี 2537 และได้รับความนิยมปลูกเพิ่มขึ้นในปี 2562 – 2563 ปัจจุบันเกษตรกรมีการปรับวิธีการปลูกกระท
“จุดเริ่มต้นเกิดจากการที่เราอยากต่อยอดให้กับวัตถุดิบออร์แกนิกของไทย และเราเห็นถึงความสำคัญของวัตถุดิบของไทย” คุณภมรรัตน์ พรรณรัตนพงศ์ เทคโนโลยีชาวบ้านขอนำเสนอแบรนด์ที่ผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม “Hug Organic” ที่นำของดีในประเทศไทยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สบู่เหลวและแชมพูจากข้าวหอมมะลิสุรินทร์ (GI) และโลชั่นบำรุงผิวจากข้าวหอมนิลออร์แกนิก เน้นสูตรอ่อนโยนจากส่วนผสมธรรมชาติ 95-100% ปราศจากสารเคมีอันตราย แบรนด์ไทยที่ไม่เล็กไม่ใหญ่แต่แกร่งในแนวคิดเพื่อโลกสร้างจุดบริการรีฟิลเพื่อลดขยะจากของใช้ในชีวิตประจำวัน จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Hug Organic เกิดจากการที่เจ้าของแบรนด์อย่าง คุณภมรรัตน์ พรรณรัตนพงศ์ หรือ ผึ้ง ผู้สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องสุขภาพ ต้องเล่าว่าจุดเริ่มต้นมันเกิดจากที่คุณผึ้งเรียนจบมาจากสาขาวิทยาศาสตร์ทางอาหาร ทำให้เห็นความสำคัญของวัตถุดิบของไทย และเธออยากนำมาแปรรูปต่อยอดให้กับวัตถุดิบออร์แกนิกของไทย นอกจากความชอบและความสนใจในเรื่องวัตถุดิบแล้ว อีกเหตุผลที่คุณผึ้งอยากสร้างแบรนด์ที่เป็นมิตรต่อคนใช้และสิ่งแวดล้อม มาจากสุขภาพผู้สูงอายุที่บ้านป่วยทำให้ช่วงเวลา
ใครที่ปลูกผักสวนครัว แล้วในแปลงมีผักบุ้งอยู่ นอกจากเอาไปทำเมนูต่างๆ ได้แล้ว ยังสามารถนำมาทำน้ำหมักได้ด้วย เนื่องจากในผักบุ้งมีฟอสฟอรัสและไนโตรเจนสูงเมื่อนำมาทำเป็นน้ำหมัก เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืชและช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุยอีกด้วย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีสูตร “น้ำหมักจากผักบุ้ง” มาฝากพี่ๆ น้องๆ ใช้บำรุงพืชที่สวนที่แปลงของตัวเองได้ง่ายๆ จะมีวิธีการทำอย่างไรบ้าง มาดูรายละเอียดกันเลย คุณตาอุทัย แก่นสกล เกษตรกรผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านการทำเกษตรผสมผสานและทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพ ได้แนะนำว่า น้ำหมักสูตรต่างๆ นั้นก็มีประโยชน์มากมาย เพียงแต่ว่าคนใช้นั้นต้องใช้ให้ถูกวิธี และในปริมาณที่เหมาะสม เป็นน้ำหมักแบบธรรมดาที่ทำเองได้อย่างง่าย ใช้ได้กับพืชทุกชนิดและใช้ในการปรับปรุงบำรุงดิน แปลงพืชผสม ผสานได้เป็นอย่างดี 🪴วิธีการ 1. นำผักบุ้งมาหั่นให้ยาวประมาณ 2-3 นิ้ว แล้วก็นำลงไปในถังหมัก 2. ละลายสารเร่ง พด. 7 ในน้ำสะอาดเทลงไปในถังหมัก 3. ตามด้วยกากน้ำตาล คนให้เข้ากัน แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 3 เดือน เพียงเท่านี้ก็สามารถนำไปใช้ในการบำรุงดินในนาข้าวและแปลงปลูกพืชอื่นๆ ได้เลย 🪴วัตถุดิบ ผักบุ้ง จำนวน 9 กิ
วานิลลา (Vanilla) เป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่มีความหอมหวานและได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการผลิตน้ำหอมและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แม้ว่าในอดีตวานิลลาจะเป็นพืชที่พบมากในพื้นที่เขตร้อนของทวีปอเมริกา แต่ปัจจุบันวานิลลาสามารถปลูกได้ในประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสินค้าการเกษตรที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงและสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างมหาศาล เห็นฝักเล็กๆ แบบนี้ราคากิโลกรัมละ 20,000 บาท วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาไปทำความรู้จัก “เจ้าวานิลลา” ฝักจิ๋ว แต่ราคาไม่จิ๋ว เผลอๆ บางคนอาจจะไม่เคยเห็นด้วยซ้ำว่าแท้จริงแล้วหน้าตาของวานิลลานั้นเป็นยังไง ตามไปดูเรื่องราวกันได้เลย วานิลลาเป็นพืชในสกุลวานิลลา (Vanilla) ซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับกล้วยไม้ (Orchidaceae) การได้ฝักวานิลลาต้องผ่านกระบวนการผลิตที่ใช้เวลานานเกือบหนึ่งปี ตั้งแต่ขั้นตอนการผสมเกสรไปจนถึงการบ่มฝักวานิลลา เพื่อให้เกิดสารวานิลลิน (Vanillin) ที่ให้กลิ่นหอม ซึ่งสารนี้มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม ความพิเศษของวานิลลาทำให้ราคาสูง ราคาของวานิลลาในท้องตลาดมักจะสูงกว่าพืชผลเกษตรอื่นๆ หลายเท่า ซึ่งเกิดจา
“จำปูลิ่ง” ภาษามลายูเรียก อินเต๊ะ เป็นผลไม้ที่พบเห็นได้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ บางพื้นที่จะรู้จักกันในชื่อ จำปูรี จำไหร หรือ มะไฟลิง ตามแต่ละถิ่นที่จะเรียก โดยแต่ละปีจะให้ผลผลิตเพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น ตามฤดูกาลผลสุกจะเริ่มมีทยอยออกมาให้เห็นมากในเดือนกรกฎาคม สิงหาคม ของทุกปี ผลไม้ป่าพื้นบ้านภาคใต้ พบได้ตามพื้นที่ป่าเชิงเขา ที่ราบริมเขา ที่มีดินร่วมปนทราย ลักษณะคล้ายมะไฟหรือละไม แต่ผลมีขนาดผลเล็กกว่า เป็นเหลี่ยมเล็กน้อย เปลือกผลแข็งกรอบ ผลและยอดใช้แกงเลียง แกงส้มได้ ผลสุกสีเหลืองส้มกินได้รสชาติหวานอมเปรี้ยว ต้นจำปูลิ่งสูง 20 เมตร ปลูกมานานเกิน 50 ปี บนพื้นที่ 9 ไร่บ้านวังประจัน หมู่ที่ 2 ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล ผลไม้ป่าที่บรรพบุรุษเก็บไว้ให้หลังเข้ามาทำกินในบริเวณนี้ มี 2 ต้น ให้ผลผลิตทุกปี ให้ผลผลิตมากสุด 600 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 60 บาท นายรอศักดิ์ นาปาเลน อายุ 54 ปี บอกว่า ทันทีที่ผลจำปูลิ่งสุก จะต้องมีอุปกรณ์เซฟตี้ในการขึ้นไปเพราะมันสูงมาก จะเก็บผลที่สุกเหลืองเข้มเท่านั้น นางกาญจนา นาปาเลน อายุ 53 ปี บอกว่า จำปูลิ่งให้ผลผลิตปีละครั้ง เป็นผลไม้ป่าไม่เหมาะส่งไปขายต่างจังหวัด เพร
“เห็ด” แหล่งโปรตีนจากธรรมชาติที่ได้รับความนิยมบริโภคแต่ครั้งอดีตตราบถึงปัจจุบัน สามารถนำมาเป็นส่วนผสมในการประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ด้วยรสชาติเฉพาะตัวที่อร่อยถูกปาก อีกทั้งยังมีโปรตีนสูงจึงตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคทั่วไปและผู้รับประทานอาหารมังสวิรัติ หรืออาหารเจ อาชีพเกษตรนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งนอกจากการทำงานประจำ ด้วยสามารถสร้างสุขให้แก่ทั้งตัวเกษตรกรเองและคนรอบข้าง อีกทั้งยังได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในบ้านเกิดของตนเอง ชัญญาณ์ภัช ภักดี (คุณเก๋) เจ้าของ “สวนเห็ดบ้านภักดี” นับเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่มุ่งมั่นสร้างชีวิตบทบาทวิถีแห่งความสำเร็จผ่านการสานต่อธุรกิจฟาร์มเห็ดอินทรีย์ของครอบครัวที่ตำบล ท่ากว้าง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ คุณเก๋ เล่าว่า ตนเองจบการศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์ สาขาการท่องเที่ยวการโรงแรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วได้ประกอบอาชีพเป็นพนักงานบริษัท แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ได้รับผลกระทบต่องานประจำ จึงตัดสินใจกลับมาประกอบธุรกิจส่วนตัวทำฟาร์มเห็ดที่บ้านเกิดในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเดิมทีเป็นสวนลำไยอินทรีย์ โดยมีพ่อและแม่ดูแล ภายหลังจากหมดฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไยก็มีเห
จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ มีราคาที่แพงมากขึ้น ทำให้การประหยัดค่าใช้จ่ายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายๆ คนกำลังให้ความสำคัญ โดยเฉพาะการปลูกพืชผักถือเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถมีผลผลิตจากสิ่งที่ปลูกไว้กินเองเพื่อลดค่าใช้จ่าย สำหรับมือใหม่ที่ไม่รู้จะเริ่มการปลูกผักอย่างไรนั้น เพราะหลายๆ คนมีความกังวัลในเรื่องของการเตรียมดิน การดูแล ตลอดไปจนถึงการเลือกสายพันธุ์ผักที่จะนำมาปลูก วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ได้นำเทคนิคดีๆ มาแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นที่สนใจในการปลูกผักไว้กินเอง!! มือใหม่ เริ่มต้นปลูกผักสวนครัว โดยปกติแล้วการปลูกผักสิ่งที่ต้องคำนึงเป็นอย่างมากนั้นก็คือ การเลือกปลูกผักให้ตรงกับฤดูกาล ซึ่งผู้ปลูกควรเลือกหรือวางแผนแต่ละช่วงฤดูกาลให้ดี อย่างเช่นผักบางชนิดต้องการสภาพอากาศหนาว บางชนิดชอบอากาศร้อน รวมไปถึงช่วงแสงวันสั้นและยาวที่แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นการเลือกชนิดผักให้เหมาะสม ก็จะช่วยให้การปลูกไม่ใช่เรื่องยาก นอกจากนี้ ควรศึกษาเกี่ยวกับประเภทของผักเพื่อให้คุ้มค่ากับเวลา เพราะหากต้องการนำ
ยะลา เป็นจังหวัดทางทิศใต้ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้ภูมิภาคนี้มีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น มีด้วยกัน 2 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม และช่วงฤดูฝนในช่วงเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรในพื้นที่มีการปลูกพืชหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะการทำสวนมะพร้าว สวนยางพารา การปลูกทุเรียนก็ได้ผลผลิตที่ดีด้วยเช่นกัน หรือแม้แต่การเลี้ยงสัตว์เองก็ถือว่าสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี สำหรับการทำเกษตรผสมผสานเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เกษตรในพื้นที่กำลังให้ความสนใจ เพราะนอกจากจะทดแทนในเรื่องของราคาผลผลิตทางการเกษตรจำพวกพืชเชิงเดี่ยวราคาตก ยังสามารถช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดทั้งปีจากการทำเกษตรผสมผสาน ซึ่ง คุณอิสมาแอล ลาเต๊ะ อยู่บ้านเลขที่ 27/2 หมู่ที่ 5 ตำบลลำใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้ตัดสินใจหันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยการปลูกพืชผักสวนครัวและ ไม้ผลยืนต้น เพื่อให้เกิดรายได้เป็นเงินหมุนเวียน เพื่อที่จะได้นำผลกำไรไปลงทุนในการทำเกษตรด้านอื่นๆ ต่อไป จากอดีตครู ผันชีวิตมา
อินทผลัม เป็นหนึ่งในผลไม้เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยมีบันทึกหลักฐานทางประวัติศาสตร์กว่า 5,000 ปี เป็นพืชตระกูลปาล์ม มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งแบบทะเลทราย คนไทยเริ่มรู้จักอินทผลัมในรูปของผลไม้อบแห้ง ที่รสชาติหวาน ทานแล้วสดชื่น ยุคก่อนอาจจะหายากสักหน่อย ส่วนใหญ่แล้วโน่นเลยที่หาดใหญ่ สงขลา แต่ต่อมาเริ่มหาซื้อง่ายขึ้น เพราะนิสัยชอบปลูกต้นไม้ของคนไทย เมื่อได้ทานผลไม้รสดี จึงนำเมล็ดเพาะแล้วปลูกลงดิน ต้นอินทผลัมเจริญเติบโตดี แต่ไม่ได้ผลผลิตตามแบบฉบับดั้งเดิม คุณอัจฉราพร ศรีคำ หรือ คุณกิ่ง เกษตรกรรุ่นใหม่วัย 28 ปี ทายาทเจ้าของสวนอินทผลัมธีรพร เพาะเนื้อเยื่อ ตั้งอยู่ที่ 9/3 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี เรียนจบจากคณะเศรษฐศาสตร์ กลับมาสานต่ออาชีพเกษตรจากครอบครัว ต่อยอดพัฒนาจากสวนผักหวานป่า สู่สวนอินทผลัมเพาะเนื้อเยื่อสร้างรายได้ เน้นปลูกสายพันธุ์โคไนซี่ ผลสีแดง ทานได้ทั้งผลสดและผลแห้ง เป็นสายพันธุ์ที่ดูแลไม่ง่าย แต่ให้ผลตอบแทนดี คุณกิ่ง เล่าฟังว่า หลังจากที่ตนเองเรียนจบมหาวิทยาลัย คณะเศรษฐศาสตร์ ก็กลับมาสานต่องานเกษตรของท
