พืชทำเงิน
ใครที่กำลังมองหาต้นไม้ไว้ปลูกไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือที่สวนก็ตาม วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะมาแนะนำ “ไม้ยืนต้นกินได้” ที่เรียกได้ว่าปลูก 1 ได้ประโยชน์ถึง 3 อย่าง ปลูกครั้งเดียวเก็บกิน เก็บขายได้ทั้งปี แถมยังช่วยเพิ่มร่มเงาให้อยู่เย็นสบายอีกด้วย ว่าแต่จะมีชนิดไหนกันบ้างตามมาดูกันเลย 1. ดอกแคนา เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง จัดเป็นต้นไม้ทรงพุ่ม กลายมาเป็นไม้ประดับยอดนิยมตามสวนสาธารณะ ทั้งยังสามารถเก็บดอกทรงปากแตร สีขาวสวยงาม กลิ่นหอมอ่อนๆ มาลวกจิ้มน้ำพริก เรียกว่าปลูกเอง เก็บเอง กินเอง แถมยังขายเสริมรายได้ช่วงวันหยุดได้อีกด้วย • ลักษณะของดอกแคนา เป็นต้นไม้ที่สามารถทนทานต่อสภาพอากาศได้ดี ดูแลง่าย จะมีความสูงของต้นประมาณ 10-20 เมตร ลำต้นตรง แตกกิ่งก้านสาขาต่ำ ใบมีรูปร่างคล้ายทรงรีหรือรูปไข่ โดยใบออกตรงข้ามกันประมาณ 3-5 คู่ โคนใบเบี้ยว ปลายใบมน ใบจะหยักคล้ายซี่ฟันตื้น ต้นแคนาจะออกดอกเป็นช่อกระจะสั้น ดอกมีขนาดใหญ่ คล้ายรูปแตรสีขาว ซึ่งจะออกดอกที่บริเวณปลายกิ่ง ดอกบานจะมีสีขาว ส่วนดอกตูมจะมีสีเขียว ดอกแคนาจะค่อยๆ บานออกทีละดอก ส่วนใหญ่ดอกจะบานในตอนกลางคืน ซึ่งดอกมีกลิ่นหอม และจะออกดอกช่
มะเฟือง เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่รู้จักกันดี และสังเกตได้ง่าย แปลกกว่าผลไม้ชนิดอื่น มีเนื้อแยกออกเป็นห้าแฉก นอกจากนี้ ยังนับเป็นผลไม้ที่ทรงคุณค่าไม่น้อย โดยในเนื้อแท้ของผลไม้ชนิดนี้จะประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย นักโภชนาศาสตร์ได้วิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของมะเฟืองแล้วพบว่า อุดมไปด้วย วิตามิน เอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซีน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันเส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และพลังงาน ในปริมาณไม่น้อยเลย ในผลมะเฟืองสด มีน้ำอยู่ประมาณ 91% นอกจากนั้น ก็มีกรดซิตริก น้ำตาล และวิตามินหลายชนิด เมล็ดมีน้ำอยู่เพียง 25% และน้ำมันอยู่ 37% ผลมะเฟืองมีรสหวาน เปรี้ยว ฝาด เย็น ผลเป็นยาเย็น ดับร้อน ถอนพิษ ทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยง แก้ไอ ขับนิ่วในทางปัสสาวะ ใบมะเฟือง มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ บดให้แหลก ใช้พอกฝีบวมแดงแก้ปวด มะเฟือง เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบเป็นใบประกอบ ใบย่อยคล้ายใบมะยม ดอกช่อสั้น กลีบดอกสีขาวปนม่วง ผลมีลักษณะเป็นสันเหลี่ยม 3-5 สัน ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเขียวอมเหลือง เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองออกส้ม ในผลจะมีเมล็ดเล็กๆ อยู่ประมาณ 10-12 เมล็ด โดยพบการกระจายพันธุ์ในคาบสมุทรแปซ
เกษตรกรส่วนใหญ่จะรู้จัก “น้ำส้มควันไม้” กันอย่างดี เห็นแบบนี้แต่สารพัดประโยชน์ใช่เล่น แต่ก่อนจะนำมาใช้ประโยชน์ ควรศึกษาวิธีการใช้ให้เหมาะสม วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน รวบรวมทริกน้ำส้มควันไม้ ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรมาฝาก อยากรู้ว่าทำประโยชน์อะไรได้บ้างมาดูกันเลย น้ำส้มควันไม้ เป็นผลผลิตที่ได้จากการเผาถ่าน ลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาล มีกลิ่นควันไฟได้จากการควบแน่นควันที่เกิดจากการผลิตถ่านไม้ในช่วงที่ไม้กำลังเปลี่ยนเป็นถ่าน อุณหภูมิในเตาอยู่ระหว่าง 300-400 องศาเซลเซียส สารประกอบต่างๆ ในไม้ฟืนจะถูกสลายตัวด้วยความร้อนเกิดเป็นสารใหม่ๆ มากมาย คุณสมบัติของน้ำส้มควันไม้ น้ำส้มควันไม้แตกต่างจากน้ำส้มสายชู หรือน้ำส้มอื่นๆ ที่ได้จากการหมักหรือสังเคราะห์อื่นๆ คือมีสารประกอบหลากหลายกว่า โดยเฉพาะฟีนอล ซึ่งได้จากการสลายตัวของลิกนิน น้ำส้มควันไม้ที่ได้จากไม้ต่างชนิดก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน น้ำส้มควันไม้มีสารประกอบที่สำคัญ ได้แก่ น้ำ ประมาณ 85% กรดอินทรีย์ ประมาณ 3% และสารอินทรีย์อื่นๆ อีกประมาณ 12% มีค่าความเป็นกรด เป็นด่าง (pH) ประมาณ 3 ความถ่วงจำเพาะ ประมาณ 1.012-1.024 โดยจะแตกต่างกันไปตามชนิดของไม้ การใช้ป
“เพราะตอนนี้ชาวนาก็คือ ไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฤดูกาลนี้ข้าวชนิดไหนจะราคาแพงราคาถูก เขาตอบไม่ได้เลยครับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดวงทั้งนั้นเลย” คุณณฎล สว่างญาติ อีกหนึ่งมุมมองจากการพูดคุยในหัวข้อเรื่อง ข้าวไทยกับการส่งออก ที่บอกเล่าแง่มุมผ่าน คุณณฎล สว่างญาติ (ก้อง) เกษตรกรชาวนาแปลงใหญ่ผู้ปลูกข้าวอาร์เจ 22 ขายส่งให้กับภาคเอกชนเพื่อส่งออกข้าวไทยขายในต่างประเทศ หากพูดถึงเรื่องการส่งออกข้าวในปัจจุบันสิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า “ข้าวไทย” แม้จะขายได้ในตลาดแต่ก็ยังแพ้ข้าวจากประเทศเวียดนาม เพราะความได้เปรียบจากช่องว่างบางอย่างของข้าวไทย ที่พาข้าวเวียดนามไปสู่ความได้เปรียบ “บังเอิญข้าวไทยเรามีหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐที่ทำออกมาเอง หรือภาคเอกชนที่ออกมา มันหลากหลายจนเราแยกไม่ออกแล้วว่าข้าวที่มันออกมาชนิดไหน” ยกตัวอย่าง ประเทศเวียดนาม จะมีข้าวอยู่แค่ 2 ประเภท คือ “ข้าวขาว” ที่ประเทศเขาเรียกว่า “ข้าวจัสมิน” ซึ่งข้าวขาวเท่ากับ “ข้าวแข็ง” ส่วนคำว่า จัสมิน ไม่ว่าจะเป็นข้าวประเภทไหน ถ้าเป็นข้าวพื้นนุ่มเป็นข้าวจัสมินทั้งหมด มันคือกลยุทธ์ทางการตลาดในการตั้งชื่อให้ขายได้ “แต่ประเทศไทยทำแบบเ
“ดอกกระเจียว” เป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย รสเผ็ดร้อน มีกลิ่นหอม นำไปปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู และมีสรรพคุณทางยา ใช้บำบัดอาการท้องอืด ลดกรดในกระเพาะอาหาร นับเป็นสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีอนาคต ช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมามีเกษตรกรสนใจปลูกกระเจียวกันอย่างแพร่หลาย เพราะดอกกระเจียวเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียง นายนพนันท์ คงพุดซา เกษตรกรหนุ่มชาวอำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการปลูกกระเจียวเป็นอาชีพ เดิมทีครอบครัวนายนพนันท์มีอาชีพทำนาโดยอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ซึ่งแบกรับความเสี่ยงสูงจากสภาพฝนฟ้าไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับการทำนาเก็บผลผลิตได้เพียงปีละ 1 ครั้ง ทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ดังนั้น นายนพนันท์จึงสมัครเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานในสถานที่ต่างๆ ตามที่หน่วยงานในพื้นที่สนับสนุน รวมถึงได้รับองค์ความรู้ทั้งด้านการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตร จากการเข้าร่วมโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จึงเร
สาหร่ายผักกาดทะเล (Ulva spp.) เป็นสาหร่ายสีเขียวที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการ เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีน ใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น ไอโอดีน แคลเซียม และแมกนีเซียม นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ ในปัจจุบัน สาหร่ายผักกาดทะเลได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะวัตถุดิบสำหรับอาหารเพื่อสุขภาพ สามารถนำไปใช้ในเมนูอาหารต่างๆ เช่น สลัด ซุป อาหารทะเล และยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรืออาหารสัตว์ได้ ด้วยศักยภาพที่หลากหลายและคุณประโยชน์ที่โดดเด่น สาหร่ายชนิดนี้จึงมีโอกาสเติบโตในตลาดอาหารเพื่อสุขภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเพาะเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลในเชิงพาณิชย์ คุณโอ – วรรภา อ่อนจันทร ผู้จัดการฟาร์มสาหร่ายพวงองุ่น Family Farm เปิดเผยว่า ฟาร์มแห่งนี้เน้นผลิตสาหร่ายพวงองุ่นเป็นหลัก แต่เพื่อขยายขอบเขตความรู้และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ทางทะเล ทางฟาร์มจึงได้ทดลองเพาะเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลควบคู่ไปด้วย หลังจากประสบความสำเร็จ ทางฟาร์มจึงเข้าร่วมโครงการของ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เพื่
ปาล์มน้ำมัน เป็นพืชเศรษฐกิจที่เติบโตได้ดีในเขตร้อนชื้น โดยเฉพาะบริเวณภาคใต้ของประเทศไทยที่มีลักษณะภูมิอากาศและภูมิประเทศเหมาะสม จึงทำให้การปลูกปาล์มน้ำมันแพร่หลายในภาคใต้มากกว่าภาคอื่น โดยแหล่งผลิตมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดตรัง วันนี้เราจะพาทุกท่านลงใต้ ไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช ดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องปาล์มน้ำมัน และหนึ่งในเกษตรกรต้นแบบที่เราจะพาไปพูดคุยด้วยก็คือ คุณอาภาภรณ์ หนูช่วย เกษตรกรมืออาชีพผู้มากประสบการณ์ ปลูกปาล์มน้ำมันมานานกว่า 30 ปี บนพื้นที่กว่า 80 ไร่ และสามารถสร้างผลผลิตได้สูงถึง 7 ตันต่อไร่ ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยในพื้นที่อย่างมาก คุณอาภาภรณ์เล่าว่า “เดิมเคยทำไม้ผลหลายชนิด แต่ภายหลังได้หันมาปลูกปาล์มน้ำมันอย่างจริงจัง เนื่องจากเห็นข้อดีที่ชัดเจนหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องของ “ความคุ้มค่า” และ “การดูแลต่อเนื่องได้ทั้งปี” ไม้ผลต้องรอฤดูถึงจะเก็บเกี่ยว แถมโรคแมลงก็เยอะ แต่ปาล์มน้ำมันดูแลง่ายกว่า และเก็บผลผลิตได้ทุก 15 วัน เดือนนึงตัดขายได้ 2 ครั้ง ถ้าดู
มันหวานญี่ปุ่น สายพันธุ์นารุโตะคินโตคิ (Naruto Kintoki) เป็นที่รู้จักในฐานะราชาแห่งมันเทศ นิยมปลูกกันแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น ด้วยเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลอ่อนโยน เมื่อทานในขณะที่อุ่นๆนั้น ก็จะทำให้คุณรู้สึกหวนคิดถึงอดีตอันอบอุ่นได้ มันหวานญี่ปุ่น สายพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอำเภอนารุโตะ จังหวัดโทคุชิมะ แต่เดิมพื้นที่แห่งนี้ มีสภาพแห้งแล้ง เป็นดินทรายทะเล ไม่สามารถอุ้มน้ำได้ องค์กรสหภาพแห่งการเกษตรญี่ปุ่น (JA) จึงทดลองนำมันหวานสายพันธุ์โคเคอิ 14 (Kokei No.14) ปลูกในพื้นที่แห่งนี้ปรากฎว่าได้ผลดีอย่างเหลือเชื่อ มันญี่ปุ่นสายพันธุ์นี้สามารถเจริญเติบโตดี แตกยอด แตกเครือเขียวขจีปกคลุมผืนดินทรายทะเลบนแหลมนารุโตะได้อย่างน่าทึ่ง เกษตรกรในท้องถิ่นจึงหันมาปลูกมันหวานสายพันธุ์นี้กันมากขึ้น จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเมืองแห่งนี้ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า สายพันธุ์ นารุโตะคินโตคิ และขยายพื้นที่ปลูกออกไปอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ ซึ่งวิธีการจัดการและการเพาะปลูกกลับแตกต่างจากเมืองแห่งแหลมนารุโตะอย่างสิ้นเชิง องค์กรสหภาพแห่งการเกษตรญี่ปุ่น (JA) เมืองนารุโตะจึงคิดวิธีสร้างเอกลักษณ์เพื่อให้คน
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไข่ผำเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในฐานะซูเปอร์ฟู้ด จากเดิมที่เคยเป็นเพียงพืชพื้นบ้านที่นำมาประกอบอาหารตามท้องถิ่นเท่านั้น การกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการตระหนักถึงคุณค่าทางโภชนาการที่โดดเด่นไม่แพ้พืชซูเปอร์ฟู้ดจากต่างประเทศ ไข่ผำ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “ไข่น้ำ” เป็นพืชน้ำชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูงมาก มีโปรตีนสูง โดยมีปริมาณใกล้เคียงกับถั่วเหลือง ทั้งยังมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งของวิตามินบี 12 ซึ่งพบได้น้อยในพืชชนิดอื่นๆ และอุดมไปด้วยแคลเซียม เบต้าแคโรทีน และไฟเบอร์ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้มื้ออาหาร หรือนำมาประกอบอาหารอื่นๆ แทนเนื้อสัตว์ คุณสดุดี เล้าสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธุรกิจ 5 ดาว และร้านอาหาร บริษัท ซีพีเอฟ เรสเตอรองแอนด์ฟู้ดเชน เล่าถึงที่มาของความสนใจในผำ (หรือไข่ผำ) ว่าจุดเริ่มต้นมาจากความชอบส่วนตัวในเรื่องของวัตถุดิบเพื่อสุขภาพและซุปเปอร์ฟู้ด ซึ่งที่ผ่านมามักจะเป็นวัตถุดิบนำเข้าที่มีราคาสูง จนกระ
จุลินทรีย์ (Microorganism) เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเซลล์เดียว ที่มีขนาดเล็กจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าต้องอาศัยกล้องจุลทรรศน์ ช่วยขยายให้มองเห็นรูปร่างและลักษณะของเซลล์จุลินทรีย์สามารถขยายพันธุ์ด้วยการแยกตัว โดยแยกเซลล์ตัวเองจาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 อย่างต่อเนื่องไปตลอดและจุลินทรีย์จะเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนได้ต้องมีอาหารนั่นก็คือ น้ำตาล (คาร์บอน) ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและพลังงานให้จุลินทรีย์นำไปใช้ทำกิจกรรมของจุลินทรีย์โดยจุลินทรีย์จะช่วยย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ให้มีโมเลกุลเล็กลงจนอยู่ในรูปสารประกอบฮิวมิกหรือกรดอะมิโน เพื่อเปลี่ยนเป็นธาตุอาหารในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องใส่น้ำตาลหรือกากน้ำตาลเข้าไปในน้ำหมักจุลินทรีย์ทุกสูตร โดยเทคนิคสำคัญอยู่ที่การเลือกหน่อกล้วยที่มีความสูงไม่เกิน 1 เมตร หรือหน่อกล้วยที่มีใบแตกออกมาไม่เกิน 2 ใบ ขุดเอาทั้งเหง้าที่มีดินติดมาด้วยได้ยิ่งดี ไม่ต้องล้างออก เพราะรอบๆ กอกล้วยจะมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่ และหน่อกล้วยยังมีสารเทนนินหรือน้ำยางฝาดมากกว่าส่วนอื่นๆ เมื่อนำมาหมักแล้ว น้ำหมักที่ได้ยังสามารถควบคุมโรคพืชบางอย่างได้ วัสดุอุปกรณ
