พืชทำเงิน
ใครที่กำลังมองหาสายพันธุ์ฝรั่งไส้แดง มาปลูกไว้ทั้งกินเองและปลูกไว้ขายสร้างรายได้ แต่ไม่รู้จะเลือกสายพันธุ์ไหนมาปลูกดี วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาทุกคนไปรู้จัก ฝรั่งไส้แดงที่นิยมปลูกมีด้วยกัน 5 สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ก็จะมีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกัน ฝรั่งไส้แดงเริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งกับผู้บริโภคและตัวเกษตรกรเองที่หันมาปลูกกันมากขึ้นและออกผลผลิตให้มีรายได้ตลอดทั้งปี ฝรั่งหงเป่าสือ เป็นไม้ยืนต้น สูงเต็มที่ประมาณ 3-5 เมตร เป็นฝรั่งสายพันธุ์ใหม่ที่นำเข้ามาจากไต้หวันและกำลังมาแรงในตอนนี้ มีลักษณะผลรูปกลมแป้น มีขนาดใหญ่ เนื้อในหรือไส้กลางเป็นสีแดง เมล็ดน้อย รสชาติของเนื้อสุกหรือแก่จัดจะมีความหวานกรอบ ไม่แข็ง แถมผลดก มีให้ทานเกือบทั้งปี ฝรั่งเฟิ่นหงมี่ มีผลใหญ่กว่าฝรั่งหงเป่าสือ รูปทรงของผลต่างไปจากฝรั่งหงเป่าสือ ผลฝรั่ง “เฟิ่นหงมี่” มีผลไปทางทรงกระบอก ผลส่วนขั้วมีขนาดเล็กกว่า ส่วนปลายผลที่ใหญ่กว่า ทรงผลกระเดียดไปทางผลลูกแพร์หรือคล้ายระฆังเล็กน้อย ผลไม่แป้นกลมเหมือนฝรั่งหงเป่าสือ ผลอ่อนมีสีเขียวเข้ม เมื่อแก่สีผลจะอ่อนออกเหลือง ผลใหญ่อาจมีน้ำหนักได้ถึง 1 กิโลกรัม
“ทุเรียน” ราชาผลไม้ของไทย มีหลากหลายสายพันธุ์ บางชื่อบางสายพันธุ์อาจจะไม่คุ้นหู แต่ทุเรียนไทยก็อร่อยไม่แพ้ของที่อื่น ยิ่งใกล้ฤดูของทุเรียนเมื่อไหร่ คอทุเรียนต้องรีบไปจับจ่ายกันแน่นอน ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นผลไม้ที่ราคาค่อนข้างสูง แต่ก็มีหลายคนที่ยอมจ่ายเพื่อความอร่อย เอกลักษณ์เฉพาะที่หลายคนหลงใหล รู้ก่อน เตรียมก่อน กำเงินให้พร้อม คอทุเรียนห้ามพลาด วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปส่อง 5 อันดับพันธุ์ทุเรียนแพงที่สุดในไทย จะมีสายพันธุ์ไหนกันบ้างต้องไปดู ราคาอาจจะแพง แต่ละลูกจะมีที่มาและมีเอกลักษณ์เด่น ที่ใครได้ลิ้มลองต้องบอกอร่อย สมกับราคาที่ยอมจ่าย อร่อยแค่ไหนก็ทุ่มสุดตัว อันดับที่ 5 ทุเรียนสายพันธุ์หนามดำ (สวนบ้านไร่ธนิสร) ทุเรียนสายพันธุ์หนามดำ หรือ โอวฉี่ มีการนำต้นพันธุ์มาทดลองปลูกควบคู่กับการปลูกลำไย และพบว่าให้ผลผลิตสมบูรณ์ ลูกกลม ตกไซซ์น้อย ดูแลง่าย ทนต่อโรคระบาดและราคาสูง ใช้เวลาปลูก 3-4 ปีก็ให้ผลผลิตแล้ว ทุเรียนหนามดำ หรือ โอวฉี่ มีถิ่นฐานมาจากมาเลเซีย จุดเด่นรสชาติจะหวานมัน หวานแหลม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อเยอะ เนื้อนุ่ม เนียน เหมือนทานเค้ก คล้ายกับการทานทุเรียนก้านยาวและพวงมณีผสมกั
ภาพของภาคอีสาน ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนาโล่งแจ้ง มีต้นไม้ขึ้นสลับบ้าง ฤดูฝนดูเขียวขจีสวยงาม ก่อนเก็บเกี่ยวข้าวมีสีเหลืองอร่ามของทุ่งรวงทอง ครั้นเข้าสู่หน้าแล้ง อากาศแห้ง แม้แต่น้ำในร่องริมถนนก็เหือดหายไปจนหมด ดูแตกต่างจากภาคอื่นโดยสิ้นเชิง นั่นเป็นภาพส่วนใหญ่ มีผืนดินของอีสานบางแห่ง อุดมสมบูรณ์ ใกล้เคียงกับภาคตะวันออก ที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ติดชายแดนกัมพูชาและลาว สภาพของดินสีแดงคล้ายดินอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี แถบถิ่นนี้จึงปลูกไม้ผลเมืองร้อน จำพวกเงาะ ทุเรียนได้ผลดี งานสวนของที่นี่พัฒนาอย่างช้าๆ มั่นคง มีผลผลิตตอบสนองคนในท้องถิ่นได้อย่างดี โอกาสต่อไปคงเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น คุณไพศาล ยงปัญญา เกษตรกรอยู่บ้านเลขที่ 241 หมู่ที่ 7 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ 094-274-9931 เป็นเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จในการทำสวนผลไม้มากที่สุดคนหนึ่ง เขาปลูกไม้ผล 4-5 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ ชมพู่ ฝรั่ง มะกอกน้ำ ขนุน มะละกอ ด้วยเหตุนี้จึงมีผลผลิตเก็บจำหน่ายได้ทั้งปี ชมพู่ทับทิมจันท์ มีปลูก 40 ต้น ชมพู่ทับทิมจันท์ มีถิ่นกำเนิดอยู่ประเทศอินโดนีเซีย คุณประเทือง อายุเจ
ช่วงโรคระบาดร้ายแรงโควิด ระบาดเป็นที่น่ากลัวของทุกคน ในชุมชนเมืองมีการล็อกดาวน์ห้ามคนออกนอกบ้าน ทำให้ธุรกิจชนิดหนึ่งรุ่งเรืองจนถึงบัดนี้คือ อาชีพไรเดอร์รับส่งอาหารถึงบ้าน เป็นความสะดวกที่เราต้องจ่ายค่าขนส่งไม่มากนัก แต่พอรับได้ ผู้คนในบ้าน คอนโดฯ ห้องเช่า ต่างถูกบังคับให้อยู่บ้านโดยไม่มีการสนับสนุนด้านอาหารจากภาครัฐอย่างเพียงพอที่มักจะเป็นมาม่ากับเครื่องกระป๋อง แต่ได้รับการเอื้อเฟื้อจากญาติมิตร ส่งข้าวน้ำโดยแขวนไว้หน้าประตู พอเริ่มอยู่ๆ นานเข้าเริ่มเบื่อมาม่ากับปลากระป๋อง เมื่อเริ่มรู้สึกว่าสูญเสียความมั่นคงทางอาหาร แต่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ก็คิดได้ว่าเราควรจะปลูกผักไว้กินเอง อะไรก็ได้ ตอนเป็นเด็กก็พอคิดได้ว่าเห็นหรือมีส่วนร่วมการปลูกผักหลังบ้านบ้าง จึงอยากทดลองทำบ้างแต่ด้วยความรู้ไม่เต็มองค์ประกอบทำให้ผิดพลาด บางคนก็เรียนรู้จากความผิดพลาดก็ทดลองทำใหม่ แต่บางคนวางมือเลย คอลัมน์เกษตรในเมือง อยากมีส่วนให้ความรู้และความมั่นใจในการทำแปลงเกษตรในเมือง ในอนาคตเราอาจจะมีเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จเพราะเริ่มต้นจากการทำเกษตรในเมืองที่เป็นผู้อ่านนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านก็เป็นได้ โควิด เป็นเหตุสั
สะละพันธุ์สุมาลี มีลักษณะลำต้นคล้ายระกำ ทางใบยาวมีสีเขียวอมเหลือง ใบใหญ่กว้างและมีปลายใบสั้นกว่าพันธุ์เนินวง หนามของยอดอ่อนที่ยังไม่คลี่มีสีส้มอ่อน คานดอกยาว ช่อใหญ่ ติดผลง่าย มีรูปร่างป้อมสั้น สีเนื้อคล้ายสะละเนินวง มีเนื้อหนากว่าระกำ แต่บางกว่าพันธุ์เนินวง มีรสหวาน มีกลิ่นเฉพาะ เจริญเติบโตเร็ว และทนต่อสภาพแสงแดดจัดได้ดีกว่าพันธุ์เนินวง สะละเป็นพืชที่โตเร็วปลูก 3 ปี ก็ได้เก็บผลผลิตขาย และออกผลตลอดทั้งปี ที่สำคัญสะละสามารถปลูกร่วมกับพืชอื่นๆ ได้ อย่างเช่น หมาก ยางพารา ทุเรียน ก็สามารถปลูกได้เช่นกัน เพราะสะละต้องการแค่แสง 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น สะละเป็นพืชที่ไม่มีรากแก้ว เมื่อลมพัดแรงๆ จะทำให้เอนล้มได้จึงจำเป็นต้องทำเสาให้ และเสายังให้ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งคือ โยงคานลูก ถ้าไม่โยงเมื่อคานหักก็จะทำให้เสียหายได้ และยังสามารถใส่รหัสของต้นนั้นๆ ได้อีกด้วย ง่ายและสะดวกต่อการดูแล สะละที่ขายผลสดจะอร่อย หอม หวาน และสะละที่เก็บผลผลิตได้นั้น สามารถนำมาแปรรูปได้ ทั้งสะละลอยแก้ว น้ำสะละ สะละกวน เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตได้อีกด้วย คุณจตุพงศ์ สุมา หรือ คุณกิ๊ก อยู่บ้านเลขที่ 154 หมู่บ้านป่าสงวน ตำ
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมสนใจจะปลูกขนุน เพราะเห็นว่า ปัจจุบันตลาดมีความต้องการสูง มีผู้รู้บอกว่าส่งออกจีนอย่างเงียบๆ ขนุนพันธุ์ดีที่น่าปลูกมีพันธุ์อะไรบ้าง แต่ละพันธุ์นั้นมีลักษณะเด่นและด้อยอย่างใด ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอแสดงความนับถือ ณรงค์ศักดิ์ เกิดพิภพ ตำบลนาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย 64120 ตอบ คุณณรงค์ศักดิ์ เกิดพิภพ ขนุน บ้านเรามีพันธุ์ดีอยู่หลายพันธุ์ ผมขอแนะนำให้รู้จักเพียง 4 พันธุ์ ดังนี้ พันธุ์ทองประเสริฐ มีทรงต้นสูง โปร่ง ใบกลมใหญ่ ปลายมน สีเขียวเข้ม ให้ผลทะวาย ติดผลเมื่ออายุ 2 ปี อายุเก็บเกี่ยวหลังออกดอกแล้ว 140-150 วัน ทรงผลค่อนข้างกลม เปลือกผลสีเขียวถึงเขียวอมน้ำตาล หนามใหญ่ เปลือกบางมาก น้ำหนักผล 12-15 กิโลกรัม ขั้วผลสั้น เนื้อหรือยางสีขาวอมเหลือง เนื้อแน่นและหนา 0.5-0.6 เซนติเมตร ความหวาน 20-27 บริกซ์ ให้เปอร์เซ็นต์เนื้อมาก ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักผล พันธุ์ศรีบรรจง ทรงต้นทึบ ใบเล็ก ปลายใบแหลม เปลือกผลสีเขียวเข้ม ออกผลทะวาย เป็นพันธุ์หนัก ให้ผลเมื่ออายุ 5 ปี เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายใน 140-145 วัน หลังออกดอก ลักษณะผลกลม เปลือกสีเขียวเข้ม หนามใหญ่
คุณวรเชษฐ์ วังพลากร เจ้าของสวนวังพลากร อยู่ที่ตำบลรวมไทย อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องอะโวคาโดคนหนึ่งของเมืองไทย คุณวรเชษฐ์ อธิบายถึงอะโวคาโดสายพันธุ์พบพระ08 ว่า เป็นพันธุ์พื้นเมือง ที่คัดแล้วว่า 1. ทนต่อโรค โดยเฉพาะโรคไฟทอปทอร่า หรือโรคใบไหม้ ซึ่งเป็นเชื้อราที่ทำลายตั้งแต่ยอดลงระบบราก แล้วทำให้รากเน่า โคนเน่า 2. ให้ผลผลิตสูง 3. เนื้อคุณภาพดี เนื้อเหนียวแห้งไม่ฉ่ำน้ำเหมือนพันธุ์พื้นเมืองทั่วๆ ไป มีกลิ่นหอมของอะโวคาโดชัดเจน ผลสุกดูง่าย จากผลสีเขียวจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงดำ 4. เป็นพันธุ์เบา มีระยะเวลาเลี้ยงลูกที่สั้นกว่า และเริ่มให้ผลผลิตได้เร็วกว่าพันธุ์หนัก พันธุ์เบาจึงมีเวลาฟื้นฟูสภาพต้นได้มากกว่า 5. ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI เรียบร้อยแล้ว ตอบโจทย์สำหรับการปลูกเพื่อสร้างรายได้ การปลูก สำหรับการปลูกและการดูแลอะโวคาโดพบพระ08 จะคล้ายกับสายพันธุ์ทั่วไป เหมาะกับการปลูกในพื้นที่ดินร่วน ทำให้เกิดโรคน้อย และใช้น้ำน้อยเมื่อเทียบกับผลไม้ตัวอื่นๆ มีความทนทานต่อสภาพอากาศ ต้านทานโรค ผลผลิตดก ต้นอายุ 5 ปีขึ้นไป ให้ผลผลิตถึง 300 กิโลกรัมต่อต้น “ตอนนี้เกษตรกรในพื้นที่หลายสวนเริ่มตัดสายพั
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ภัยแล้ง” เป็นปัญหาทางธรรมชาติที่เกษตรกรหลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ถึงกระนั้นเราก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เนื่องจากเมืองไทยของเรามักมีปัญหาเรื่องน้ำไม่เพียงพอต่อการเกษตรบ่อยๆ โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน จะทำอย่างไรดีเพื่อให้ยังคงเพิ่มผลผลิตมีรายได้เลี้ยงชีพต่อไป เป็นสิ่งที่ต้องมองหาแนวทางอย่างถูกต้อง เพื่อรู้จักกับปัญหาดังกล่าวรวมถึงเข้าใจวิธีแก้ไข ทำความรู้จัก “ภัยแล้ง” คืออะไร? ต้องอธิบายว่าภัยแล้งคือ ความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นทางธรรมชาติจากภัยทางอากาศและพื้นดิน ที่เราไม่สามารถควบคุมหรือคาดเดาได้ เมื่อฝนที่ควรตกลงมาให้ความชุ่มชื้นกลับไม่เป็นไปตามฤดูกาล หรือตกลงมาน้อยกว่าปกติ พื้นดินจึงเกิดความแห้งแล้ง ส่งผลกระทบต่อผู้คน เศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะภาคเกษตรกร ประเทศไทยเราพบได้บ่อยในภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะเกิดมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ทั้งความชื้นในอากาศ ความชื้นในดิน ระยะเวลาที่แห้งแล้ง ขนาดของพื้นดินที่แห้งแล้ง เป็นต้น อย่างไรแล้ว ภัยแล้งเกิดขึ้นได้ทั้งทางธรรมชาติ อย่างที่บอกคือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป อุณหภูมิโลก ระดับน้ำทะเล ภัยทางธรรมชาติ อย่างฝนไม่ตก
สมัยก่อน “กระจับเขาควาย” เป็นวัชพืชเท่านั้น แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นพืชที่สามารถสร้างรายได้ให้ไม่น้อย ใช้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวเพียงแค่ 4 เดือนก็ได้ผลผลิตจำหน่าย สามารถเก็บขายได้ 2-3 รอบเลยทีเดียว กระจับเป็นพืชน้ำล้มลุกอายุหลายฤดู มีอยู่ทั่วไป ลักษณะเป็นกอลอยน้ำ ชอบน้ำนิ่ง มีรากหยั่งยึดดินและมีไหล ใบเดี่ยวมี 2 แบบ ใบที่ลอยน้ำมีก้านยาว อวบน้ำและพองเป็นกระเปาะตรงกลาง ทำให้ลอยน้ำได้ดี แผ่นใบมีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนหรือรูปพัด ใบจะเรียงรอบลำต้นเวียนเป็นเกลียวถี่ๆ ทำให้ดูเหมือนใบแผ่เป็นวงรอบต้น ใบอีกแบบหนึ่งอยู่ในน้ำ เป็นเส้นฝอยๆ คล้ายราก ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีขาว ออกที่โคนก้านใบ มีกลีบดอก 4 กลีบ บานอยู่เหนือน้ำ เมื่อติดผลแล้วก้านดอกจะงอกลับลงน้ำและผลจะเจริญอยู่ใต้น้ำ ผลอ่อนสีม่วงอมแดงจะเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อแก่ ส่วนที่เป็นเขาโค้ง 2 ข้าง เจริญมาจากกลีบเลี้ยง ผลหรือฝักกระจับมีสีดำขนาดใหญ่ เปลือกหนาแข็งงอโค้งคล้ายเขาควาย เมื่อกะเทาะเปลือกนอกที่แข็งออก จะได้เนื้อในสีขาว มีแป้งมาก สำหรับประโยชน์ของกระจับมีมากมาย ซึ่งส่วนมากและการใช้ประโยชน์จากกระจับจะนิยมนำฝักกระจับ มากิน เนื้อของฝักกระจับสามาร
“จิตร์นิยม” สวนผลไม้ชื่อดังของจังหวัดปราจีนบุรี ที่ได้เป็นสวนออร์แกนิกดีเด่นระดับประเทศจากกรมวิชาการเกษตร ประจำปี 2556 มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยรุ่นอาเหล่ากงบุกเบิกทำเป็นสวนเกษตรอินทรีย์เป็นที่แรกของอำเภอศรีมหาโพธิ จนเริ่มเป็นที่รู้จักในยุคคุณสมพร อุดมสิน ในชื่อสวนจิตร์นิยม และได้รับการเฝ้าดูจนมาถึงรุ่นคุณเกรียงศักดิ์ อุดมสิน เจ้าของสวนคนปัจจุบัน ผู้ทำการตลาดส่งออกผลไม้และติดต่อขายกับ 24 Shopping ในรูปแบบ E-Commerce และห้างสรรพสินค้า Central จนมาถึงรุ่นที่ 4 ซึ่งได้มีการวางแผนลงทุนและต่อยอดต่อไป ปัจจุบันที่สวนก็ยังยืนหยัดที่จะทำเกษตรอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงมีการขยับขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมพื้นที่ 20 ไร่ จนถึงปัจจุบันขยายพื้นที่ไปถึง 500 ไร่ นับได้ว่าเป็นอีกสวนเกษตรผสมผสานแบบอินทรีย์ที่มากคุณค่า มากเรื่องราว และน่าค้นหาเป็นอย่างมาก คุณบุณยกร อุดมสิน หรือ คุณเนียร์ อยู่บ้านเลขที่ 29/1 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองโพรง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรง ในวัย 23 ปี ที่กำลังจะกลับมาสานต่อกิจการทำสวนของที่บ้าน อยู่ในช่วงระหว่างการเปลี่ยนรุ่นการดูแล โดยได้มีกา
