พืชทำเงิน
“กะปิ” ตัวช่วยกระตุ้นให้เกิดการออกรากได้ไวขึ้น ในกะปิมีสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ไคโตซาน ซึ่งนํามาใช้แทนฮอร์โมนเร่งราก นับเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีการใช้กันมาอย่างยาวนาน กะปิสามารถเร่งการเจริญเติบโตของรากพืชได้ โดยวัตถุดิบที่ใช้ผลิตกะปิ คือ กุ้งหรือเคย ทำให้มีแคลเซียม วิตามินบี 12 โอเมก้า 3 จุลินทรีย์พวกโปรไบโอติกส์ นอกจากนี้ ยังมีสารไคโตซานซึ่งได้จากเปลือกกุ้ง ส่วนเคยมีคุณสมบัติเป็นตัวเร่งการเจริญเติบโตของพืชเช่นเดียวกัน วิธีทำ เพียงแค่ละลายกะปิกับน้ำสะอาด อัตราส่วนน้ำ 1 ลิตรต่อกะปิ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำกิ่งตอนแช่ทิ้งไว้ ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำไปปักดิน รอ 20 วัน รับรองว่าเร่งรากดีกว่าน้ำยาเคมี เพราะแคลเซียมจากเคยจากกุ้งในกะปิช่วยเร่งรากได้แถมประหยัดมากๆ วิธีการใช้กะปิกับการตอนกิ่ง 1. เลือกกิ่งพันธุ์ที่มีลักษณะกึ่งแก่กึ่งอ่อนที่มีความสมบูรณ์โดยปราศจากโรคและแมลง 2. จากนั้นทำการควั่นกิ่ง ลอกเอาเปลือกออกแล้วขูดเยื่อเจริญที่เป็นเมือกลื่นๆ ออก จากนั้นนำกะปิเท่าหัวนิ้วมือผสมกับน้ำ 1 แก้ว (150 ซีซี) คนให้เข้ากัน แล้วนำไปทาส่วนที่เราต้องควั่นกิ่ง 3. เมื่อทำการควั่นกิ่งและทากะปิเสร็จแล้ว น
ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร กรมวิชาการเกษตร มีข้อแนะนำ 5 ประการในการบำรุงดูแลสวนมะพร้าวที่ออกผลแล้วให้ติดผลดกสม่ำเสมอ โดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ 1. การไถพรวน เกษตรกรควรไถพรวนระหว่างแถวมะพร้าวไม่ให้ลึกเกินกว่า 20 เซนติเมตร ไถแถวเว้นแถวให้ห่างจากต้นข้างละ 2 เมตร ไถสลับกันทุก 2 ปี ตอนปลายฤดูแล้งรากที่อยู่ผิวดินจะแห้งไม่ดูดอาหาร เมื่อถูกตัดก็จะแตกใหม่เมื่อฝนตก 2. การขุดคูระบายน้ำและการรดน้ำในฤดูแล้ง หากมีฝนตกมากและหากปลูกมะพร้าวในพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมถึงแปลงปลูก เกษตรกรควรขุดคูระบายน้ำออก อย่าให้มีน้ำขังในแปลง ถ้าฝนแล้งนานก็จะกระทบต่อการผลิดอกออกผล ดังนั้น เมื่อถึงฤดูแล้ง หากพื้นที่ใดพอจะหาน้ำรดให้ต้นมะพร้าวได้ก็จะช่วยให้ต้นมะพร้าวงามดี ออกผลดกไม่เหี่ยวเฉา น้ำที่รดต้นควรใช้น้ำจืด แต่น้ำทะเลก็สามารถใช้รดต้นมะพร้าวได้ 3. การควบคุมวัชพืชในสวนมะพร้าว หากใครปลูกมะพร้าวในพื้นที่แล้งนาน ควรคอยถางหญ้าให้เตียน หรือใช้จอบขุดหมุนตีดินบนหน้าดิน อย่าให้ลึกกว่า 10 เซนติเมตร หรือใช้จานพรวนระหว่างแถวมะพร้าวส่วนบริเวณที่ฝนตกต้องเก็บหญ้าหรือพืชคลุมไว้แต่ไม่ให้ขึ้นรกมาก ควรตัดหญ้าหรือใช้จานพรวนลาก แต่ไม่กดให้ลึกมากเพื
ดอกกันจอง หรือ ตาลปัตรฤๅษี เป็นพืชผักพื้นบ้านที่เจริญงอกงามได้ดีในท้องนา จึงมักเก็บมาเป็นอาหารในครัวเรือน หรือขายเป็นรายได้ เป็นอีกหนึ่งพืชผักพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมในการบริโภคอย่างแพร่หลาย เป็นพืชที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตไว ใช้ต้นทุนการผลิตต่ำ ให้ผลตอบแทนคุ้มทุน เกษตรกรที่บ้านบางชัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนามาปลูกดอกกันจองในเชิงการค้า ทำให้มีรายได้เดือนละหมื่นกว่าบาท ดอกกันจองนับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของท้องถิ่น การปลูกจึงเป็นหนึ่งอาชีพทางเลือกที่น่าสนใจในการเสริมสร้างรายได้สู่วิถีชีวิตที่มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง ดอกกันจอง…พืชผักพื้นบ้าน ผักปลอดภัย ปลูกขายรายได้ดี มาบอกเล่าสู่กัน ป้าประภารัตน์ บุญเลิศ เกษตรกรปลูกดอกกันจอง พืชผักพื้นบ้าน เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพหลักในการทำนา 29 ไร่ ทำนาปีละ 2 ครั้ง ปลูกข้าว พันธุ์ กข 31 ได้ผลผลิตข้าว 80 ถัง ต่อไร่ ขาย 7,000 บาท ต่อเกวียน และปลูกข้าว พันธุ์ กข 47 ได้ผลผลิต 70-80 ถัง ต่อไร่ ขาย 7,000 บาท ต่อเกวียน เมื่อครั้งมีการรับจำนำข้าว เคยมีรายได้ 2-3 แสนบาท ต่อฤดู เมื่อเวลาเปลี่ยนไป สภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน การทำ
ฉบับก่อนพูดเรื่องเกษตรกรในอเมริกา มีคนถามมาว่า เกษตรกรของอเมริกาทำงานหนักเหมือนเกษตรกรไทยไหม ประเภทหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินเหมือนกันไหม ฉันว่าเขาก็ทำงานหนักนะ แต่มันหนักคนละอย่าง เกษตรกรของอเมริกามีเครื่องไม้เครื่องมือช่วยในการทำงานมาก เขาใช้เครื่องจักรในการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว นั่นเพราะวิทยาการเขาก้าวหน้าไป ค่าแรงเขาแพง และภาครัฐช่วยเหลือเขาในเรื่องเงินทุนสนับสนุนและสารพัดวิธี มองอย่างเป็นธรรม รัฐบาลไทยเองก็ไม่ได้ละทิ้งเกษตรกร เพียงแต่ความช่วยเหลือของรัฐไทยมักไม่ใช่วิธีการถาวร ต่อเนื่องและยั่งยืน แต่เป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้า เช่น รับซื้อผลผลิตราคาสูงกว่าท้องตลาด แต่กระบวนการผลิตไม่ได้รับความช่วยเหลือ เราเอาความช่วยเหลือไปผูกกับวัตถุประสงค์ทางการเมืองระยะสั้น (อเมริกาก็ผูกกับการเมือง แต่เขามองยาวกว่าการเลือกตั้งครั้งใดครั้งหนึ่งเท่านั้น) ชาวนาไทยจึงยังคงอยู่กับวิธีการดั้งเดิม ผลผลิตต่อไร่แบบเดิมๆ ขณะที่ประเทศอื่นเขาก้าวข้ามไปหมดแล้ว กระทั่งเวียดนามที่ไม่กี่ปีก่อนยังไล่หลังไทยอยู่ห่าง กลับมาเรื่องเกษตรกรของอเมริกาลำบากไหม ฉันยืนยันว่า ลำบากมาก ยกตัวอย่างอีกทีคือ รัฐวิสค
“ถั่วแระญี่ปุ่น” หรือ “ถั่วเหลืองฝักสด” (Vegetable Soybean) เป็นพืชที่รู้จักกันแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน และเริ่มมีความสำคัญทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ในแต่ละปีสามารถส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่นำเข้าจากประเทศไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ซึ่งเห็นได้จากที่บริษัทส่งออกต้องเข้ามาส่งเสริมหาลูกไร่ หรือเกษตรกรเพื่อปลูกถั่วแระญี่ปุ่นแล้วรับซื้อผลผลิตคืนทั้งหมด โดยบริษัทจะออกค่าเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย สารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลงให้ รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้เกษตรกรก่อน หลังการเก็บเกี่ยวเสร็จก็ค่อยมาหักค่าใช้จ่ายส่วนที่เกษตรกรจะต้องได้ ซึ่งจากที่สอบถามแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเกษตรกร พบว่า ในการปลูกถั่วแระญี่ปุ่นนั้น เกษตรกรจะเหลือผลกำไรไร่ละ ประมาณ 10,000-15,000 บาท ซึ่งเกษตรกรก็ค่อนข้างพอใจในรายได้ เนื่องจากถั่วแระญี่ปุ่นนั้นใช้ระยะปลูกจนเก็บเกี่ยวเพียง 65-70 วันเท่านั้น “ถั่วแระญี่ปุ่น” เป็นถั่วเหลืองที่มีฝักขนาดใหญ่ บริโภคเมล็ดในระยะเมล็ดเต่งเต็มที่ แต่ฝักยังมีสีเขียวอยู่ อายุเก็บเกี่ยวฝักสด ประมาณ 65 วัน หลังจากหยอดเมล็ดฝักที่ได้มาตรฐานส่งตลาดญี่ปุ่น จะต้องมีเมล็ดตั้งแต่ 2 เมล็ด ขึ้นไป ควา
กำยาน (Frankincense) นับเป็นสุดยอดสมุนไพรป้องกัน รักษาอาการอักเสบ และฆ่าเชื้อ กำยานมีกลิ่นหวานหอมสะอาด อบอุ่น ช่วยคลายเครียด บรรเทาอาการหอบหืด ช่วยให้หายใจสะดวก ลดอาการไซนัส บรรเทาอาการภูมิแพ้ เจ็บคอ ไข้หวัด และหลอดลมอักเสบแล้ว ยังมีสรรพคุณช่วยฟอกอากาศ กำจัดกลิ่น ไล่มดปลวกและแมลง กำยานเป็นไม้มงคลที่ทรงคุณค่าของชาวตะวันออกกลาง เพราะอยู่ในทุกช่วงของชีวิตตั้งแต่วันเกิดจนถึงวันตาย โดยจุดกำยานเป็นเครื่องหอม รมฆ่าเชื้อ และเป็นยารักษาโรค ในศาสนาคริสต์ นิยมจุดกำยานเป็นเครื่องหอมบูชาแทนการอธิษฐานแด่ พระคริสต์ ในวงการแพทย์ใช้กำยานเป็นส่วนผสมยาแก้อักเสบและมะเร็งในตำรับยาไทย และจีน ในต่างประเทศใช้กำยานแท้ เป็นส่วนผสมแต่งกลิ่นเหล้าและไวน์ชั้นดี ทำให้มีรสชาติกลมกล่อม และมีกลิ่นหอมแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาช่วยบำรุงร่างกาย และบำรุงตับ ลดพิษของแอลกอฮอลล์ที่ไปทำลายเซลล์ตับ ต้นกำยานแท้เกิดขึ้นเฉพาะในบางประเทศแถบตะวันออกกลาง เช่น โอมาน เยเมน ที่มีอยู่ค่อนข้างน้อยมาก ผลผลิตของยางกำยานแท้ หรือบางคนเรียกว่า กำยานโอมานนั้น มีไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดโลก เพราะยังไม่มีการปลูกเป็นธุรกิจกันเลย ทำให้เกิดก
รู้หรือไม่ว่า ถั่วพู มีชื่อเรียกภาษถิ่นอื่นๆ ว่า ถั่วพูใหญ่ ถั่วพูตะขาบ ถั่วพูจีน เป็นต้น ถั่วพู ถือว่าเป็นพืชชนิดหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการรับประทานคู่กับน้ำพริก และยังนำไปดัดแปลงเป็นเมนูต่างๆ ได้อีกด้วย ฝักอ่อนถั่วพูที่รับประทานกันอยู่ทุกวันนี้ 100 กรัม สามารถให้พลังงานได้ 19 กิโลแคลอรี ถั่วพูถือว่าเป็นพืชที่มีประโยชน์ ทำให้การดูดซึมแคลเซียมเป็นไปได้ด้วยดี และถั่วพูนั้นอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ประกอบไปด้วย วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุเหล็ก และธาตุฟอสฟอรัส ดั่งเช่น คุณวันเพ็ญ แก่นทองหล่อ หนุ่มเมืองบุรีรัมย์ อำเภอหนองกี่ เติบโตมาในครอบครัวชาวนา ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีนัก คุณวันเพ็ญจึงต้องเป็นแรงเสริมช่วยพ่อแม่ทำนาและรับจ้างทั่วไปตั้งแต่วัยเด็ก เนื่องจากทางบ้านไม่มีกำลังมากพอที่จะส่งเสียให้คุณวันเพ็ญได้เรียนหนังสือ อาชีพของคุณวันเพ็ญจึงไม่มีให้เลือกมากนัก ทำให้คุณวันเพ็ญตัดสินใจยึดอาชีพการทำนามาตลอด แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาชีพการทำนามีรายได้ที่ไม่มากและไม่แน่นอน บ่อยครั้งที่ครอบครัวของคุณวันเพ็ญขาดทุน เมื่อหมดฤดูการทำนา คุณวันเพ็ญก็ถูกเพื่อนชักชวนให้มารับจ้างถอนมันที่อ
“ จังหวัดชุมพร” นับเป็นเมืองหลวงของกาแฟโรบัสต้า เป็นแหล่งผลิตกาแฟพันธุ์โรบัสต้า อันดับ 1 ของประเทศไทย เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกกาแฟผสมผสานในสวนผลไม้ สร้างมูลค่าให้กับท้องถิ่นมากกว่า 573.71 ล้านบาทต่อปี กาแฟพันธุ์โรบัสต้าของจังหวัดชุมพรที่ได้รับความนิยมมีหลายกลุ่ม เช่น กาแฟเขาทะลุ เอสที กาแฟชุมพร และกาแฟถ้ำสิงห์ เรียกว่า กาแฟโรบัสต้าชุมพรมีคุณภาพดี จนหลายคนต้องออกปากชม กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร ตำบลถ้ำสิงห์เริ่มต้นปลูกกาแฟโรบัสต้าตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปี 2532 ต้นกาแฟอายุเยอะ รัฐบาลในยุคนั้นมีนโยบายลดพื้นที่ปลูกกาแฟ เกษตรกรจึงตัดต้นกาแฟทิ้งและหันมาปลูกทุเรียนเป็นพืชเชิงเดี่ยวมีการใช้สารเคมีอย่างเข้มข้นเกิดปัญหาสารเคมีตกค้าง กระทบต่อสุขภาพเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม เกษตรกรจึงรื้อฟื้นการปลูกกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าพร้อมนำนวัตกรรมองค์ความรู้มาใช้เพื่อลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต จากเดิมที่เก็บเมล็ดกาแฟสดโดยไม่ได้คัด และนำเมล็ดกาแฟมาตากแห้งบนพื้นปูน ที่ต้องใช้เวลานาน 20-25 วันทำให้เมล็ดกาแฟเน่า และมีรสเปรี้ยว กาแฟถ้ำสิงห์ เป็นผู้ผลิตกาแฟรายเเรกใ
“จังหวัดกาญจนบุรี” ได้ชื่อว่า เป็นดินแดนอีสานแห่งภาคตะวันตก เพราะมีอุณหภูมิค่อนข้างสูงและอากาศร้อนอบอ้าวมากในฤดูร้อน ด้านตะวันตกมีเทือกเขาตะนาวศรีกั้นเขตแดนไทย-พม่า อิทธิพลจากเทือกเขานี้ทำให้พื้นที่ราบทางด้านตะวันออกของจังหวัดเป็นเขตพื้นที่อับฝน มีฝนน้อย ปริมาณฝนรวมตลอดปีน้อยกว่า 1,200 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับตอนกลางของจังหวัด ที่มีฝนรวมตลอดปี ประมาณ 1,200-1,600 มิลลิเมตร “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามองของเกษตรกรจังหวัดกาญจนบุรี เพราะทนร้อน ทนแล้งได้ดี ปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ ประมาณ 500-700 กิโลกรัม ราคาขายส่ง ประมาณกิโลกรัมละ 50-60 บาท ปลูกมะขามเทศ 1 ไร่ จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 40,000-60,000 บาท ต่อปี “มะขามเทศฝักสีชมพู” ไม้ผลทำเงิน “ไร่สวนขวัญ” คุณไพฑูรย์ สุนทรวิภาต พนักงานขององค์การบริหารส่วนตำบลวังด้ง (อบต. วังด้ง) ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดทำสวนมะขามเทศเป็นรายได้เสริม ชื่อ “ไร่สวนขวัญ” บนเนื้อที่ 3 ไร่ ตั้งอยู่พื้นที่บ้านหนองสามพราน หมู่ที่ 9 ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โทร. (086) 162-0365 คุณไพฑูรย์
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์แปรรูปกำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภค โดยเฉพาะผลไม้ที่นำมาทำการแปรรูปได้หลากหลาย ซึ่งผู้บริโภคสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ หรือศูนย์ของฝากของแต่ละจังหวัดที่ขึ้นชื่อในไม้ผลนั้นๆ จึงทำให้เกิดรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกวัตถุดิบเข้าสู่โรงงาน คุณประภัสสร เต๊กสงวน อยู่บ้านเลขที่ 51/2 หมู่ที่ 1 ตำบลคลองจินดา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลทางการเกษตรส่งขายเข้าโรงงานแปรรูปหรือที่เรียกว่าโรงดองคือการนำไปแปรรูปทำเป็นบ๊วย ซึ่งผลไม้ที่ทำรายได้ให้กับเธอ คือ ฝรั่งพันธุ์แป้นสีทอง คุณประภัสสร เล่าให้ฟังว่า เริ่มปลูกสวนฝรั่งมาเมื่อประมาณปี 2557 โดยในช่วงนั้นได้นำสายพันธุ์ฝรั่งแป้นสีทองที่เป็นพันธุ์ดีมาจากญาติ จากนั้นทำการเตรียมแปลงปลูกโดยยกเป็นร่องสวนเพื่อให้มีน้ำอยู่ภายในสวนไว้รดได้ตลาดทั้งปี “กิ่งพันธุ์เราก็หากิ่งพันธุ์ดีมาปลูก เตรียมพื้นที่สวนให้พร้อม เสร็จแล้วเอาต้นพันธุ์มาปลูกให้ต้นมีอายุประมาณ 1 ปี เสร็จแล้วต้นก็จะพร้อมให้ผลผลิตได้ โดยช่วงก่อนที่ต้นฝรั่งจะออกผลผลิต ช่วงนั้นเราก็จะใส่ปุ๋ยบำรุงต้นเดือนละ 1 ครั้ง เป็นสูตรเสมอ 16-16-16 เพื่อให้ต้นมีความสมบูรณ์
