พืชทำเงิน
นครราชสีมา เกษตรกรไอเดียเจ๋ง ปลูกสะระแหน่ใต้ต้นทุเรียน ไม่ต้องลงทุน ดูแลไม่ยาก ออร์เดอร์ไม่ขาด ขายได้กิโล 50 บาท วันละ 10 กิโล จุนเจือครอบครัวสบาย ที่สวนทุเรียน หลังบ้าน นางสมนึก พาลครบุรี เกษตรกรวัย 67 ปี บ้านโนนมะขามป้อม ตำบลแชะ อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา แม้ว่าทุเรียนที่ปลูกไว้ บนเนื้อที่ 2 งาน จำนวน 8 ต้น ในปีนี้จะให้ผลผลิตไม่ดีนัก ก่อนหน้านี้ต้องเจอกับสภาพอากาศที่ร้อนและแล้งจัด ทำให้ดอกทุเรียนและทุเรียนที่กำลังติดลูก ช่วงแรก ร่วงหล่นเสียหายไปเกือบหมด แต่ว่ายังพอมีรายได้มาจุนเจือครอบครัวทุกวัน เพราะสามารถเก็บใบสะระแหน่ที่ปลูกเอาไว้ใต้โคนต้นทุเรียนไปส่งขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดทั่วไป นางสมนึก บอกว่า ใช้พื้นที่หลังบ้านที่มีเกือบ 2 งาน มาทดลองปลูกทุเรียนเอาไว้ เพื่อให้พอมีกินในครอบครัว และขายเป็นรายได้เสริม แต่ด้วยระยะเวลาที่ต้องรอทุเรียนโต เห็นว่า พื้นที่ระหว่างต้นทุเรียนว่างเปล่า จึงหาพืชอื่นมาปลูกเสริม เพราะการปลูกทุเรียนต้องใช้น้ำและดูแลใส่ปุ๋ยเป็นประจำอยู่แล้ว จึงทดลองปลูกพืชผักหลายอย่าง แต่จะเน้นไปทางพืชผักสวนครัว เพราะสามารถเก็บขายได้รายวัน สุดท้ายก็มาหยุดที่การปลูกสะระแห
ผักป่า ผักบ้าน อย่าง ชะอม ดอกกระเจียว ผักเสี้ยว ผักแขยง ผักแพว ใบขี้เหล็ก ใบเหลียง ฯลฯ ผักที่เหมือนจะหากินง่าย แต่ไม่ง่ายในเมืองกรุง จุดนี้ คุณสากล วงศา หรือ เจ้เอ๋ เจ้าของร้านผักป่าผักพื้นบ้านที่ตลาดสี่มุมเมือง และยังเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มเกษตรกรชุมชน จังหวัดนครนายก เกิดปิ๊งไอเดีย ขายผักพื้นบ้านผักป่าให้คนไกลบ้านได้กินให้หายคิดถึง ก่อนเข้าวงการขายผัก เจ้เอ๋ ทำอะไรมาก่อน เจ้เอ๋ เล่าให้ฟังว่า อาชีพดั้งเดิมคือเปิดร้านสแตนเลส ที่นครนายก รับทำประตูรั้ว รับงานช่างต่างๆ แล้วก็ปลูกผักหวานบ้านควบคู่ไปด้วย โดยส่งให้พี่สาวที่มีร้านอยู่ตลาดสี่มุมเมืองขาย ตอนนั้น ผักหวานบ้านที่ส่งไปขายเป็นที่ต้องการของตลาดมากๆ เรียกว่าติดตลาดเลย มีเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ จึงเกิดแนวคิดรวมกลุ่มเกษตรกชุมชนขึ้นมา ซึ่งผักที่ขายมาจากลูกไร่ในกลุ่มเกษตรกรชุมชน จังหวัดนครนายก โดยกลุ่มเกษตรกรชุมชนนี้เจ้เอ๋เป็นผู้รวบรวมและจัดตั้งขึ้นมาด้วยตัวเอง มีการช่วยเหลือกันในกลุ่มตั้งแต่สอนปลูก สอนหาต้นกล้า ไปจนถึงรับซื้อผลผลิต มีการนัดประชุมในกลุ่มวางแผนการปลูกในแต่ละไตรมาส โดยเจ้เอ๋จะเป็นคนอธิบายสรุปข้อมูลให้กับสมาชิกในกลุ่ม ให้มีทั้งความรู้
กล้วยหอมทอง พืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ ตลาดต่างประเทศมีความต้องการสูง โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ด้วยรสชาติที่อร่อย กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ทำให้กล้วยหอมไทยครองใจชาวญี่ปุ่นได้ไม่ยาก รวมถึงความต้องการภายในประเทศก็มีไม่แพ้กัน เนื่องจากกล้วยหอมเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารต่างๆ ที่ร่างกายควรได้รับ จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภค รวมไปถึงเรื่องศาสนาและความเชื่อ กล้วยหอมก็เป็นอีกหนึ่งผลไม้มงคลที่ต้องใช้ในการไหว้เจ้าที่เช่นกัน โดยมีความหมายถึง ความมั่งคั่ง ร่ำรวย การมีบริวารเยอะแยะ ใครที่จัดของไหว้เจ้าที่ด้วยกล้วยหอมจึงมักจะมีความร่ำรวยเงินทอง มีเงินเข้ามาอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นหากท่านใดสนใจปลูกกล้วยหอมทองสร้างรายได้ก็ยังน่าสนใจ แต่ต้องศึกษาวิธีการปลูกการดูแลให้ดีอีกเช่นกัน เพราะกล้วยหอมทองเป็นพืชที่ได้รับฉายาว่า “ปลูกง่าย แต่ดูแลยาก” นั่นเอง คุณศศิธร พันธ์มุง หรือ คุณติ๋ว เจ้าของสวน T.N banana อยู่ที่ ตำบลกุดจับ อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี อดีตสาวโรงงานในเมืองกรุง ลาออกจากงานมาเป็นเกษตรกร ปลูกกล้วยหอมทองเน้นคุณภาพส่งห้าง หวีใหญ่ ผิวสวย เนื้อแน่นอร่อย กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ฟันรายได้ครึ่งล้านต่อปี คุ
“ ตอนแรก คิดจะปลูกปาล์ม แต่ต้นมันสูง ดูแลยาก ถ้าปลูกยางพารา มันก็ทำงานกลางคืน หลานชายชวนปลูกลำไยเพราะปลูกดูแลง่าย แค่ 5ปี เก็บลำไยขายได้ 3-4 ล้าน ” นายโทมัส ผันนะรา อดีตผู้ใหญ่บ้าน 3 สมัย กล่าว หลังจากตัดสินใจปลูกลำไยเป็นพืชทางเลือกหลังเกษียณ นายโทมัสเดินทางไปเรียนรู้เรื่องการทำสวนลำไยของหลานชายที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี จากนั้นกลับมาลงทุนทำสวนลำไยในพื้นที่บ้านห้วยกระบอก ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี มาจนถึงทุกวันนี้ เป็นระยะเวลากว่า 10 ปีแล้ว ด้านตลาด นายโทมัสปลูกลำไยจำนวน 20 ไร่ ได้ผลผลิตปีละ 8-10 ตัน เน้นปลูกพันธุ์อีดอเป็นหลัก และปลูกลำไยพันธุ์เพชรสาครซึ่งไม่ต้องราดสาร ก็ติดผลดกทุกปี แต่โรงงานรับเฉพาะลำไยอีดอ ไม่รับลำไยพันธุ์เพชรสาครเพราะอบไม่แห้ง “ เนื่องจากหลายจังหวัดได้โค่นต้นลำไยทิ้งและหันไปปลูกทุเรียน ท
สาหร่ายผมนาง (Gracilaria fisheries) บางแห่งเรียกว่า สายสาหร่ายข้อ สาหร่ายเขากวาง สาหร่ายวุ้น พบได้บริเวณป่าชายเลนทั่วโลก ซึ่งเป็นน้ำกร่อยและน้ำเค็ม สำหรับเมืองไทย พบสาหร่ายผมนางจำนวนมาก บริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาตอนล่าง โดยเฉพาะบริเวณรอบเกาะยอ จะพบสาหร่ายผมนาง ที่ระดับความลึก 1-2 เมตร โดยเติบโตเป็นพุ่มสูง 15-20 เซนติเมตร แตกแขนงเป็นเส้นกิ่งก้านยาวมีสีน้ำตาล คล้ายเส้นผม จึงเรียกกันว่า “สาหร่ายผมนาง” เป็นสาหร่ายที่อยู่กับชาวเกาะยอ จังหวัดสงขลา มาเป็นเวลานาน จัดเป็นวัตถุดิบอาหารพื้นเมืองของจังหวัดสงขลาที่ได้รับความนิยมมากว่า 100 ปี กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเกาะยอ มักออกไปหาสาหร่ายผมนางในช่วงฤดูร้อน สาหร่ายสดๆ มีสีดำ นำมาล้างน้ำแล้วตากแดด ตากน้ำค้าง นานถึง 7-10 วัน จะเริ่มแห้งและเปลี่ยนเป็นสีขาวมองเผินๆ คล้ายหมี่ขาว “ไปเกาะยอต้องกินยำสาหร่าย” ซึ่งเป็นเมนูอาหารขึ้นชื่อของเกาะยอ ชาวบ้านจะนำสาหร่ายที่ตากแห้งไว้แล้ว ไปแช่น้ำประมาณ 10 นาที จากนั้นนำสาหร่ายไปยำกับน้ำมะขาม กะทิ น้ำตาล มะพร้าวคั่ว ถั่ว ซึ่งเป็นเครื่องยำแบบโบราณ กินกับใบชะพลู ห่อกินเหมือนเมี่ยง สาหร่ายผมนาง มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์หลาย
การทำเกษตรแบบพึ่งพาตัวเอง ไม่ต้องพึ่งปุ๋ยเคมีเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ หนึ่งในวิธีที่ง่ายและได้ผลคือ “ปุ๋ยหมักในตะกร้า” ที่สามารถทำได้เองจากขยะในครัวเรือน ลดขยะอินทรีย์และเพิ่มคุณค่าทางดินไปพร้อมกัน มาดูกันว่าทำยังไง ปุ๋ยหมักในตะกร้าเป็นวิธีทำปุ๋ยอินทรีย์ที่ง่ายและสะดวก เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด เช่น ระเบียงคอนโด หรือสวนเล็กๆ ในบ้าน โดยใช้ตะกร้าพลาสติกเป็นภาชนะหลัก ช่วยให้อากาศถ่ายเทดี ลดกลิ่นเหม็น และย่อยสลายได้เร็วขึ้น อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ตะกร้าพลาสติกโปร่ง (ขนาดตามพื้นที่ที่มี) เศษอาหารและขยะอินทรีย์ เช่น เปลือกผัก ผลไม้ เศษอาหาร กากกาแฟ มูลสัตว์ (เช่น มูลไก่ มูลวัว) หรือกากน้ำตาล (ช่วยเร่งการย่อยสลาย) ใบไม้แห้ง ฟางข้าว หรือขี้เลื่อย (ช่วยปรับสัดส่วนคาร์บอน) ดินร่วนหรือปุ๋ยเก่า (ช่วยให้จุลินทรีย์ทำงานดีขึ้น) น้ำเปล่า (ช่วยรักษาความชื้น) วิธีทำ 1. เตรียมตะกร้า เลือกตะกร้าพลาสติกที่มีรูระบายอากาศ หรือถ้าไม่มีรูให้เจาะเพิ่มเติม วางตะกร้าบนพื้นดินหรือรองด้วยก้อนอิฐเพื่อให้ระบายอากาศได้ดี 2. วางชั้นรองพื้น ใส่ใบไม้แห้ง หรือฟางข้าวรองพื้นชั้นแรกหนาประมาณ 5-10 ซม. เพื่อ
แหนแดงพันธุ์กรมวิชาการเกษตร ที่มีลักษณะต้นใหญ่กว่าแหนแดงพันธุ์พืชเมืองของบ้านเรา ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์พื้นเมืองถึง 10 เท่า และสามารถขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ภายใน 30 วัน จะให้ผลผลิตแหนแดงถึงไร่ละ 3 ตัน และเมื่อนำไปวิเคราะห์ค่าธาตุอาหาร แหนแดงพันธุ์นี้ จะมีค่าธาตุอาหารหลัก N-P-K ค่อนข้างสูง โดยมีไนโตรเจน อยู่ที่ 5% ฟอสฟอรัส (P) อยู่ที่ 0.8% และโปแตสเซียม (K) 5% เรียกว่า มีค่าธาตุอาหารสูงกว่าพืชตระกูลถั่ว ที่มีค่าไนโตรเจนเพียงแค่ 3%เท่านั้น และถ้าการปลูกถั่วไม่มีการนำเชื้อแบคทีเรียไรโซเบียมมาคลุกเคล้ากับเมล็ดพันธุ์ถั่ว ธาตุอาหารสำหรับพืชแทบจะไม่มีเลย แหนแดงไม่ต้องพึ่งพาไรโซเบียม เพราะใบของแหนแดงมีโพรงใบ เป็นที่อยู่อาศัยของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินชนิดที่ตรึงไนโตรเจนจากอากาศมาไว้ในตัวได้ เลยทำให้แหนแดงมีค่าธาตุอาหารสูง สามารถที่จะนำมาใช้เป็นปุ๋ยพืชสด และเพื่อให้เหมาะที่จะนำไปเป็นปัจจัยการผลิตสำหรับบำรุงพืชเกษตรอินทรีย์ได้หลายชนิด เราต่อยอดนำไปตากแดดให้แห้งเพื่อให้นำไปใช้ได้สะดวกและเก็บได้นานขึ้น ปรากฏว่าค่าธาตุอาหารลดลงไปเล็กน้อยแค่ 0.5% เท่านั้น และเมื่อนำไปทดลองกับการปลูกผักกินใบ อย่างคะน
“ไม่ต้องยืนให้สูง ไม่ต้องยืนให้เด่น ขอแค่ยืนให้เป็น แล้วไม่ล้มก็พอ” คำพูดของเจ้ฉิม จากเกษตรกรตัวเล็กๆ ที่เคยโดนเอาเปรียบ โดนกดราคาบ้าง ปลูกแล้วขายไม่ได้บ้าง แต่เจ้ก็ไม่เคยย่อท้อ ยังคงตั้งใจค้นคว้าหาโอกาสให้ตัวเองอยู่เสมอ ไม่รอให้โอกาสวิ่งหาอย่างเดียว จนประสบความสำเร็จ ทะยานสู่ยอดขายหลักล้านต่อเดือน เจ้ฉิม-พัชรินทร์ เลาหอุดมโชค หรือที่ลูกค้ารู้จักในนาม “หมูฉิม” เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่จำความได้ เพราะครอบครัวทำอาชีพเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ทำให้ได้ซึมซับวิถีชีวิตการเป็นเกษตรกรและได้รับการถ่ายทอดชำนาญในการเพาะปลูกพืชผักต่างๆ แต่ในยุคปัจจุบันความชำนาญในการทำเกษตรอย่างเดียวคงจะไม่พอ เพราะการตลาดก็สำคัญมากเช่นกัน จะให้ปลูกเก่ง แต่ขายไม่เป็นก็ไปไม่รอดเหมือนกัน แนวคิดการเป็นแม่ค้าจึงเกิดขึ้น คืออยากลองนำผลผลิตของแม่ไปขายเองบ้าง แต่ตอนนั้นยังไม่รู้จักแหล่งรับซื้อหรือตลาดรองรับเลย จนได้คำแนะนำจาก เฮียหมู (สามี) “ก่อนแต่งงานรู้จักกันเพราะเฮียหมูเข้ามารับผักที่สวนไปขายตามตลาดต่างๆ ซึ่งแกจะมีข้อมูลและรู้ดีว่าตลาดไหนขายดีไม่ดียังไง ตอนนั้นก็ชวนกันมาลองขายที่ตลาดสี่มุมเมือง พอเข้
คุณรัฐรินทร์ สว่างสาลีรัฐ หรือ พี่ป๋อมแป๋ม เจ้าของไร่ดีต่อใจ เลขที่ 264 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองตะเคียนบอน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว พ่วงด้วยตำแหน่งประธานยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จังหวัดสระแก้ว อดีตผู้จัดการฝ่ายพัฒนาระบบของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ตัดสินใจทิ้งเงินเดือนหลักแสน กลับมาพัฒนาบ้านเกิดที่จังหวัดสระแก้ว ด้วยการพัฒนาพื้นที่ทำกินของพ่อแม่จากเมื่อก่อนปลูกพืชเชิงเดี่ยว ด้วยการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ จนสามารถสร้างรายได้จากการทำเกษตรถึงหลักล้านบาทต่อปี รวมถึงเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนให้เดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง พี่ป๋อมแป๋ม เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ตนเองเริ่มเข้ามาอยู่ในวงการเกษตรตั้งแต่ปี 2557 จากเมื่อก่อนทำงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์มานานกว่า 10 ปี จนถึงจุดอิ่มตัวเบื่อชีวิตเมืองกรุงอยากกลับมาหางานทำที่บ้าน แต่ด้วยที่บ้านไม่มีธุรกิจอย่างอื่นให้ทำนอกจากการเป็นเกษตรกร มาสานต่อสวนไม้ผลของพ่อกับแม่ที่ปลูกพืชหลักอย่างกระท้อนและมะยงชิดไว้ แต่ถึงแม้ว่าตนเองจะเป็นลูกหลานเกษตรกร มีดีเอ็นเอเป็นเกษตรกรอยู่เต็มสายเลือด แต่ก็ไม่เคยได้ลงมือทำงานด้านการเกษตรแบบจริงจังสักครั้ง เพราะถูกปลูกฝัง
หญ้าหวาน มีกำเนิดแถบอเมริกาใต้ ใบของต้นหญ้าหวานมีรสหวาน เริ่มเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2550 และปลูกกันมากในภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย หญ้าหวานจึงจัดอยู่ในพืชสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง ความพิเศษของหญ้าหวานคือ ส่วนของใบให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 10-15 เท่า แต่ความหวานนี้ไม่ก่อให้เกิดพลังงานแต่อย่างไร ด้วยความพิเศษของหญ้าหวานนี้ หญ้าหวานจึงเป็นพืชที่ได้รับความสนใจทั้งทางด้านอุตสาหกรรม การแพทย์ ยาสมุนไพร เครื่องดื่ม นำไปสู่การปลูกเป็นพืชสร้างรายได้หลักและเสริมของเกษตรกรหลายจังหวัด คุณณัฐกานต์ อุตะมะติง หรือ พี่ยุ้ย อยู่ที่หมู่ 7 ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ สาวบัญชีสานต่องานเกษตรของครอบครัวปลูกและแปรรูปหญ้าหวานอินทรีย์ ตอบรับกระแสคนรักสุขภาพกำลังมาแรง ใช้เวลาว่างจากงานประจำช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ในการดูแล ฟันรายได้ 40,000 บาทต่อเดือน พี่ยุ้ย เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันตนเองทำงานประจำเป็นพนักงานการเงินและบัญชี ที่โรงพยาบาลสะเมิง การปลูกและแปรรูปหญ้าหวานถือเป็นอาชีพเสริมที่เข้ามาสานต่อจากที่พ่อแม่ทำไว้ โดยก่อนหน้านี้พ่อกับแม่เริ่มปลูกหญ้าหวานมาเป็นระยะเวลากว่า 10
