News Uncategorized

SME กว่าพันราย ตบเท้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานสินค้ากับ สสว.อย่างคับคั่ง พร้อมพัฒนาต่อยอดสู่การรับรองมาตรฐาน อย. ในอนาคต

ผู้ประกอบการกว่า 1,000 ราย ตบเท้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานสินค้า อย่างคับคั่ง เผยเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เตรียมส่งต่อการรับรองมาตรฐาน อย.

นายวชิระ แก้วกอ ผู้อำนวยการฝ่ายประสานเครือข่ายผู้ให้บริการ SMEs รักษาการผู้อำนวยการกลุ่มงานข้อมูลและสถานการณ์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เปิดเผยว่า จากกรณีปัญหาสินค้าที่ไม่มีคุณภาพและมาตรฐาน ที่ส่งผลกระทบและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคในปัจจุบัน อาทิ การตรวจพบเครื่องสำอางปลอมเป็นจำนวนมากตามท้องตลาด รวมถึงการตรวจพบสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายทั้งในอาหารและเครื่องดื่ม

ดังนั้น  สสว. จึงร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และบริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด (เซ็นทรัลแล็บไทย) จัดทำโครงการยกระดับมาตรฐานสินค้า ปีงบประมาณ 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการให้ผลิตสินค้าให้ได้ตามมาตรฐาน อย. ถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้สินค้าที่ผลิตเป็นที่ยอมรับ และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค อันจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานสินค้าของผู้ประกอบการให้มีศักยภาพ สามารถแข่งขันในตลาดระดับสากลได้อย่างยั่งยืน

โดยการดำเนินโครงการในปีนี้ มีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก โดยกิจกรรมจัดอบรมพบว่า ผู้ประกอบการในกลุ่มเครื่องสำอางให้ความสนใจเข้ารับการอบรมด้านมาตรฐานสินค้า เกินกว่าร้อยละ 80 จากผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้นกว่า 1,000 ราย แสดงให้เห็นถึงการตื่นตัว และความใส่ใจที่จะนำความรู้ที่ได้ ไปต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานตามที่ อย.กำหนด


นอกจากนี้ สสว.ยังสนับสนุนคูปองตรวจวิเคราะห์ให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อนำสินค้าเข้ารับการตรวจหาสารปนเปื้อน ในห้องปฏิบัติการของ เซ็นทรัลแล็บไทย โดยผลการตรวจวิเคราะห์พบว่า เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ของสินค้าของผู้ประกอบการอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และพร้อมที่จะผลักดันต่อยอดให้ได้มาตรฐาน อย. ต่อไป

ทั้งนี้ กิจกรรมสุดท้าย เป็นกิจกรรมให้คำปรึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมต่อการตรวจประเมินสถานที่ผลิต ถือเป็นด่านแรกของผู้ประกอบการที่จะขอยื่นรับรองมาตรฐานจาก อย. ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการชี้แนะในการปรับปรุงสถานที่ผลิตให้ได้มาตรฐาน GMP อีกทั้งยังพบว่าจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 50 ราย มีผู้ประกอบการจำนวนกว่า 10 ราย มีแนวโน้มผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP จาก อย. ภายในปีนี้

สสว. จะได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ อาทิ อุปสรรคปัญหา ความต้องการ และคำแนะนำของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานสินค้า ปีงบประมาณ 2562 ในทุกกิจกรรม เพื่อนำมาพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจและกระบวนการผลิตสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอาง และอาหาร ให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน พร้อมกับเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้ดำเนินการจดแจ้งมาตรฐาน อย. เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพการจำหน่ายสินค้าในตลาดที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

นายอารยะ โรจนวณิชชการ ที่ปรึกษา บริษัท ฟลูฟิลเลอร์ จำกัด และคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในปีนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข เน้นเรื่องการส่งเสริมผู้ประกอบการให้รับมาตรฐานและเรื่องขอจดแจ้ง อย. ได้อย่างรวดเร็วโครงการนี้ ถือเป็นการช่วยควบคุม กำกับดูแลผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบที่เข้าร่วมโครงการให้มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีประสิทธิผล และเป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการประสบความสำเร็จในการพัฒนาตนเองจนได้รับการรับรองมาตรฐานจาก อย. อีกทั้งยังเป็นการช่วยพัฒนาผู้บริโภคให้มีศักยภาพในการดูแลตนเอง เพื่อการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยอย่างถูกต้อง และเหมาะสม รวมถึงช่วยส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการให้มีศักยภาพแข่งขันได้ในระดับสากล และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ

พันโท นราวิทย์ เปาอินทร์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เซ็นทรัลแล็บไทย กล่าวว่า โครงการยกระดับมาตรฐานสินค้าในครั้งนี้ เซ็นทรัลแล็บไทย มีส่วนร่วมในการรับตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อน หรือตรวจสารพิษตกค้าง (Toxic) หรือตรวจผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานอื่นๆ โดยห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากล

จากโครงการดังกล่าวมีผู้เข้ารับการตรวจวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์ จำนวน 1,000 ราย ทั้งสินค้าในกลุ่มอาหาร และเครื่องสำอาง โดยเซ็นทรัลแล็บไทย ได้ออกใบรายงานผลตรวจวิเคราะห์ให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านการตรวจตามมาตรฐานทุกราย เพื่อเป็นเครื่องมือให้ผู้ประกอบการนำผลการตรวจครั้งนี้ไปใช้พัฒนา สินค้า และผลิตภัณฑ์ของตนเองต่อไปในอนาคต พร้อมกันนี้ยังให้คำปรึกษาแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อนำผลที่ได้ไปปรับปรุงการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย ส่งผลให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ เซ็นทรัลแล็บไทย ได้ขยายความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐภาคเอกชน การบริการที่รวดเร็ว เช่น เพิ่มจัดรับ-ส่งตัว ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการขนส่ง และการท่าอากาศยานฯ (AOT) เพื่อบริการที่ครอบคลุม ส่งเสริมศักยภาพสินค้าไทย ให้ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

Related Posts