นกกระทาเป็นนกขนาดเล็กที่มีขนเป็นลายจุดๆ แต่สีสันไม่ฉูดฉาดสวยงามมากนัก อีกทั้งยังเป็นนกที่มีปีกและหางสั้น บินได้ไม่ไกลมาก ประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศแรกๆ ที่นำนกกระทามาเลี้ยงเป็นงานอดิเรก ฟังเสียงร้องเหมือนกับการเลี้ยงนกทั่วไปต่อมา มีการพัฒนาสายพันธุ์นกกระทาเชิงการค้า ทุกวันนี้ นกกระทาญี่ปุ่น ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะสามารถให้ไข่และเนื้อได้มากกว่านกกระทาสายพันธุ์อื่นๆ
ไข่นกกระทา ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ เพราะเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี มีโปรตีนสูงถึง 13 กรัม เมื่อเทียบกับไข่ไก่ที่ให้โปรตีน 12.5 กรัม หรือไข่เป็ดที่ให้โปรตีน 12.8 กรัม ขณะเดียวกัน สถาบันรังสีรักษามะเร็งวิทยายังศึกษาพบว่า ธาตุซีลีเนียมในไข่นกกระทามีคุณสมบัติต่อต้านการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย จากประโยชน์เหล่านี้เองที่ทำให้กระแสการนิยมบริโภคไข่นกกระทามากขึ้น และทำให้เกษตรกรสนใจทำฟาร์มนกกระทากันมากขึ้น

ฟาร์มนกกระทา
สมชายฟาร์ม ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงนกกระทาระบบฟาร์ม จุดเริ่มต้นของฟาร์มแห่งนี้เกิดจากพ่อค้านำพันธุ์นกกระทาเข้ามาขายในตลาดหมู่บ้าน ทางฟาร์มจึงได้ซื้อนกกระทามาทดลองเลี้ยงรวมโดยไม่ได้แยกเพศนกกระทา หลังเลี้ยงไปได้ 5-6 เดือนได้ผลผลิตที่ดี มีพ่อค้าแม่ค้าคนกลางมารับซื้อผลผลิตหน้าฟาร์มเพื่อนำไปขายต่อหรือนำไปทำอาหารขายในตลาดชุมชน รวมทั้งเปิดตลาดขายออนไลน์ ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ลูกค้าสามารถเห็นถึงแหล่งที่มาของผลผลิต เนื่องจากนกกระทาเป็นสัตว์เลี้ยงง่าย โตไว สามารถสร้างรายได้ในทุกๆ วัน
ข้อดีของการเลี้ยงนกกระทา
เนื่องจากนกกระทา มีขนาดตัวที่เล็ก ใช้พื้นที่น้อย กินน้อย และให้ผลผลิตไว ทางฟาร์มมีนกกระทา 3,000 ตัว ที่ใช้สำหรับ เพาะไข่เชื้อ 1,000 ตัว และเก็บไข่สด 2,000 ตัว และในทุกๆ วันจะมีไข่เชื้อ 1,000 ฟองต่อวัน ไข่สด 1,700-1,800 ฟองต่อวัน และนอกจากนี้ ยังมีการเพาะพันธุ์เพื่อจำหน่ายลูกนกกระทาและเนื้อนกกระทา

โรงเรือนเลี้ยงนกกระทา
โรงเรือนเลี้ยงนกกระทา ควรออกแบบให้สะดวกต่อการปฏิบัติงานและรักษาความสะอาด ทางฟาร์มจะทำการเก็บขี้นกในทุกๆ วัน ช่วงในอาหารเช้าเวลาตี 5-6 โมง และทำการล้างทำความสะอาดฉีดยาฆ่าเชื้อโรคทุกๆ สัปดาห์ โรงเรือนจำเป็นต้องปลอดภัยจากศัตรู และสิ่งรบกวนต่างๆ เนื่องจากนกกระทาเป็นสัตว์ที่มีความรู้สึกไวต่อสิ่งรบกวน เช่น แสงหรือเสียงมาก
การทำโรงเรือนที่อยู่ไกลจากแหล่งชุมชน ก็ส่งผลดีทั้งผู้เลี้ยงและเพื่อนบ้าน เพราะนกกระทาตัวผู้มีเสียงร้องที่ดังและรบกวน อีกทั้งอาจจะมีกลิ่นจากขี้นกที่อาจส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงได้ โรงเรือนที่ดีจำเป็นต้องถ่ายเทอากาศได้อย่างสะดวก เนื่องจากนกกระทากินอาหารที่มีโปรตีนสูงจึงขับถ่ายไนโตรเจนออกทางปัสสาวะมาก ดังนั้น ถ้าการระบายอากาศไม่ดีพอก็ทำให้มีแอมโมเนียสะสมมากจะเป็นอันตรายต่อบุเยื้อนัยน์ตาได้

วิธีการเพาะเลี้ยงนกกระทา
การเพาะเลี้ยงนกกระทา ทางฟาร์มใช้แม่พันธุ์ 3 ตัวต่อตัวผู้ 1 ตัว นับจากวันที่ปล่อยพ่อแม่พันธุ์ไป 1 สัปดาห์ แม่พันธุ์ก็จะออกไข่ จากนั้นนำมาใส่ในตู้ฟักที่ได้มาตรฐาน โดยจะใช้ระยะเวลาอยู่ที่ 15-18 วัน ไข่ก็จะฟักเป็นตัวลูกนก และนำไปกกไฟต่อ 15 วัน เมื่อลูกนกอายุ 7 วันแรกจำเป็นต้องละลายอาหารเสริมในน้ำให้ลูกนกกิน จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตและแข็งแรง
การให้อาหาร ในช่วงที่ลูกนกยังเล็กอยู่อาจจะโปรยอาหารบดลงบนกระดาษเพื่อให้นกได้รู้จักการกินอาหารได้เร็ว และอาหารบดช่วยให้ลูกนกกินได้ง่ายขึ้น เมื่อนกโตขึ้นอาจใช้รางอาหารเล็กๆ ใส่อาหารให้ลูกนกกิน เช่น การให้อาหารลูกไก่เล็กก็ได้ ในส่วนของน้ำจะต้องมีให้ลูกนกได้กินตลอดเวลา

การอนุบาลลูกนก
เมื่อลูกนกอายุได้ 15 วัน จะต้องให้ยาเพื่อถ่ายพยาธิเพื่อการเจริญเติบโตที่ดี ก่อนย้ายไปเลี้ยงในกรงนกรุ่นหรือกรงเลี้ยงนกใหญ่ได้ ทั้งนี้ เพราะว่าลูกนกในระยะนี้มีความแข็งแรงพอที่จะเหยียบพื้นกรงลวดตาข่ายได้และมีขนขึ้นเต็มตัวแล้ว สามารถกินอาหารเม็ดสำเร็จรูปแบบไม่บดได้แล้ว
การคัดแยกเพศ สามารถทำได้เมื่อนกมีอายุประมาณ 3 สัปดาห์ เราจะใช้วิธีการสังเกตจาก ลักษณะภายนอกของนกได้อย่างชัดเจนนั้นก็คือ สีขน นกตัวผู้จะมีขนหน้าอกและบริเวณลำคอสีเหลืองน้ำตาลปนขาว หรือสีน้ำตาลปนแดง และขนบริเวณแก้มก็มีสีน้ำตาลแกมแดงเช่นกัน ส่วนนกตัวเมียสีขนบริเวณคอไม่ค่อยเข้ม หรืออาจมีสีน้ำตาลปนเทา และมีลายดำปนขาว


การขายพันธุ์นก
นกกระทาเมื่อฟักออกจากไข่แล้ว สามารถขายเป็นลูกนกได้เลย เพราะในบางครั้งลูกค้าที่ต้องการนำไปเพาะพันธุ์ในฟาร์มตัวเอง ก็มีซื้อลูกนกกระทาเพียง 5 วันก็มี แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า
นกกระทาที่ถูกแยกเพศแล้ว ตัวเมียจะสามารถนำมาจำหน่ายเป็นนกสาวได้ ส่วนตัวผู้จะนำไปขายเป็นนกเนื้อ โดยจะอยู่ที่ 7-12 ตัวต่อกิโลกรัม ในปัจจุบันจำหน่ายอยู่ที่ 100-120 บาทต่อกิโลกรัม
นกกระทาถือเป็นนกที่สร้างรายได้ได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นไข่ เนื้อ หรือแม้กระทั่งขี้นกกระทาก็มีมูลค่า ไข่สดนกกระทา เป็นสินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งตลาดทั่วไปและตลาดคนรักสุขภาพ ส่วนขี้นกกระทา ก็ขายได้ในราคากระสอบละ 28 บาท สามารถสร้างรายได้ทะลุหลักหมื่นบาทต่อเดือน

ตลาดไข่เชื้อนกกระทา ถือว่ายังมีความต้องการอยู่เสมอ เพราะมีเกษตรกรก้าวเข้ามาทำธุรกิจฟาร์มนกกระทามากขึ้น ต้องการไข่เชื้อที่ได้คุณภาพ เมื่อลูกค้าซื้อไปแล้วมั่นใจได้ว่ามีเชื้อที่พร้อมฟักเป็นตัวแน่นอน เพราะหากไปซื้อฟาร์มที่ไม่มีคุณภาพ ไข่เชื้อไม่ฟักก็ถือเป็นต้นทุนของลูกค้าที่ไม่ได้กำไร ดังนั้น คุณภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก
สำหรับท่านใดที่สนใจเรื่องการเลี้ยงไข่นกกระทา สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทางเฟซบุ๊ก สมชายฟาร์ม ไข่นกกระทา กุดรัง มหาสารคาม
