Featured เกษตรอัจฉริยะ

AWS ร่วมมือ AXONS พัฒนา ‘FarmOne’ แอปเกษตรยุคใหม่ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พร้อมพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ AgriTech ครบวงจร

ภาคการเกษตรของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ล่าสุดมีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรม AgriTech ของไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีมูลค่าสูงถึง 113.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2572 สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในอนาคตทั้งในและต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 คณะผู้บริหารจาก AXONS (แอ๊กซอน) และ Amazon Web Services (AWS) ได้พาสื่อมวลชนร่วมไปถึงทางทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้มีโอกาสลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีการนำแอปพลิเคชัน FarmOne ซึ่งพัฒนาบนระบบคลาวด์ของ AWS มาใช้จริงในภาคการเกษตร

อุตสาหกรรมการเกษตรไทยกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดความเสี่ยงในภาคการเกษตร โดยบริษัท AXONS (แอ๊กซอน) ได้พัฒนาแพลตฟอร์มเกษตรอัจฉริยะบนระบบคลาวด์ของ Amazon Web Services (AWS) ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการฟาร์มและสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย

คุณบดินทร์ มิลินทางกูร Director – IT Solution FIT and CPCRT, AXONS และคุณทิพมาศ อจลากุล, Head of Commercial Industries, AWS Thailand

ภาคเกษตรกรรมไทยเผชิญโจทย์ใหญ่ ปรับตัวสู่ยุคเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน

คุณทิพมาศ อจลากุล หัวหน้าฝ่ายธุรกิจอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ จาก AWS ประเทศไทย ได้กล่าวถึงภาพรวมภาคการเกษตรว่า “ตลาดเกษตรกรรมถือเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยข้อมูลระบุว่าภาคการเกษตรคิดเป็นกว่า 30% ของแรงงานทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพารูปแบบการทำงานดั้งเดิมที่ขาดการเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่”

ข้อจำกัดดังกล่าว ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถวางแผนรับมือกับปัจจัยสำคัญ เช่น ปริมาณผลผลิต สภาพดินฟ้าอากาศ รวมถึงความผันผวนของสภาพแวดล้อม ที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ซึ่งหากไม่เร่งแก้ไข ปัญหานี้อาจทำให้ภาคเกษตรกรรมไทยยังคงติดอยู่ในกรอบการผลิตแบบเดิม และไม่สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเต็มที่

นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นตรงกันว่า การนำ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้ามาเสริมในห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงการจัดจำหน่าย จะเป็นกุญแจสำคัญในการปรับโครงสร้างภาคเกษตรไทยให้มีความยั่งยืนและตอบโจทย์ตลาดในอนาคต


อนาคตของภาคการเกษตรไทยถูกคาดการณ์ว่าจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ AgriTech ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับการทำเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการติดตามสภาพดินฟ้าอากาศ การวิเคราะห์และคาดการณ์ผลผลิต ตลอดจนการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างแม่นยำ

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ Technology-Driven Agriculture จะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับศักยภาพของเกษตรกรไทยในอนาคต โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2572 อุตสาหกรรม AgriTech ของไทยจะมีมูลค่ารวมสูงถึง 133.96 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนถึงโอกาสการเติบโตและความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับการเกษตรไทยในยุคใหม่

อนาคตเกษตรไทยอยู่ที่การสร้าง Ecosystem ร่วมมือทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

นายบดินทร์ มิลินทางกูร ผู้อำนวยการด้านส่งมอบระบบไอทีเพื่อธุรกิจ FIT และ CPCRT แบรนด์ AXONS เปิดเผยว่า แนวทางการพัฒนาภาคการเกษตรในปัจจุบัน ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาและสนับสนุนเกษตรกรอย่างแท้จริง

“สิ่งที่เราโฟกัสคือหลักเกณฑ์ของภาคการเกษตรในปัจจุบัน เรามุ่งออกแบบ Ecosystem เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้ามามีบทบาทร่วมกัน ในการแก้ปัญหาและผลักดันให้เกิดการพัฒนาได้จริง” นายบดินทร์กล่าว

โดยอธิบายเพิ่มเติมว่า จุดเริ่มต้นของการสร้าง Ecosystem คือการพัฒนาเครื่องมือที่ตอบโจทย์ปัญหาที่เกษตรกรประสบอยู่จริง โดยแนวทางการทำงานจะไม่ใช่การกำหนดจากส่วนกลางว่าควรทำอะไรให้เกษตรกร แต่เป็นการลงพื้นที่เพื่อรับฟังและร่วมพัฒนาในสิ่งที่เกษตรกรต้องการใช้จริง ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับภาคการเกษตรให้มีความยั่งยืนและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ปฏิบัติในภาคสนาม

คู่คิดเกษตรกรยุคดิจิทัล ‘FarmOne’ แอปที่ช่วยจัดการไร่แบบมือโปร

ที่มาของแอปพลิเคชัน FarmOne บนแพลตฟอร์ม AWS เกิดจากความร่วมมือระหว่าง AXONS และ AWS Builder Studio ศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรมที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อลูกค้ากับทีมพัฒนาต้นแบบและวิศวกรรมคลาวด์ (Prototyping and Cloud Engineering Team) ของ AWS

การพัฒนาครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 3–6 สัปดาห์ โดยดำเนินการภายใต้กรอบวัฒนธรรมการสร้างนวัตกรรมเฉพาะของ Amazon ที่ให้ความสำคัญกับ “ความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาต้นแบบที่สามารถใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หรือแอปพลิเคชัน

ด้วยกระบวนการดังกล่าว AXONS สามารถตรวจสอบความเป็นไปได้ของแนวคิด รวมถึงทดสอบการทำงานก่อนที่จะนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่พร้อมเข้าสู่ตลาดจริง ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนเทคโนโลยีด้านการเกษตรสู่การใช้งานในวงกว้างอย่างมีประสิทธิภาพ

แอปพลิเคชัน “FarmOne” ได้รับการพัฒนาเพื่อสนับสนุนเกษตรกรในทุกขั้นตอนของการทำการเกษตร ตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยว โดยมาพร้อมฟีเจอร์สำคัญ เช่น การพยากรณ์สภาพอากาศ การตรวจสอบโรคและแมลงด้วยระบบ AI การจัดการแปลงปลูก และการบันทึกกิจกรรมการเกษตร

นอกจากการเน้นฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วนแล้ว “FarmOne” ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบอินเทอร์เฟซ (User Interface) และประสบการณ์การใช้งาน (User Experience) เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้งานได้สะดวก เข้าใจง่าย และเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

แอปพลิเคชันดังกล่าวได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการเข้าถึงและความเรียบง่ายเป็นหลัก เพื่อให้ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม รวมถึงเกษตรกรที่ไม่มีพื้นฐานด้านไอที สามารถใช้งานได้โดยไม่ซับซ้อน ผ่านอินเทอร์เฟซที่เข้าใจง่ายบนสมาร์ตโฟน

เป้าหมายการพัฒนาเน้นให้แอปเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกสำหรับเกษตรกร โดยเปิดโอกาสให้เข้าถึงข้อมูลด้านการเพาะปลูก สภาพดิน ฟ้า อากาศ และแนวปฏิบัติที่เหมาะสมได้ทุกที่ทุกเวลา เสมือนเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำในทุกกระบวนการของการทำเกษตร ช่วยให้การจัดการแปลงมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและสนับสนุนการเพิ่มผลผลิตอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ แอปยังมุ่งให้ความรู้เชิงปฏิบัติแก่เกษตรกร เพื่อเสริมศักยภาพในการปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงของระบบการผลิตและตลาด ช่วยให้เกษตรกรก้าวทันเทคโนโลยี และสามารถต่อยอดการทำงานไปสู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

แอปพลิเคชัน FarmOne ถูกพัฒนาเพื่อเป็นเครื่องมือวางแผนและติดตามการเพาะปลูกสำหรับเกษตรกรไทย โดยออกแบบจากความต้องการและปัญหาจริงในภาคการเกษตร ฟีเจอร์สำคัญของแอปประกอบด้วย

  • การพยากรณ์อากาศ: ใช้โมเดลพยากรณ์ความละเอียดสูง สามารถพยากรณ์ได้แม่นยำถึงระดับแปลง และดูข้อมูลล่วงหน้าได้นานถึง 14 วัน
  • การตรวจโรคและแมลง: ใช้เทคโนโลยี AI Vision Model พร้อมคำแนะนำวิธีป้องกันและรักษา
  • คำแนะนำการดูแลแปลงปลูก: ช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิต ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และออกแบบแนวทางการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับเป้าหมายของเกษตรกร
  • การประเมินสุขภาพแปลง: เชื่อมโยงข้อมูลชนิดและอายุพืชกับภาพถ่ายดาวเทียม NDVI แปลงผลให้เข้าใจง่าย พร้อมคำแนะนำและ Dashboard วิเคราะห์คุณภาพแปลง รวมถึงติดตามสถานะการเพาะปลูกรายวันและรายพื้นที่

ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการปลูก วิเคราะห์ความเสี่ยง และบริหารจัดการแปลงเพาะปลูกได้แบบ เรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการตัดสินใจในทุกขั้นตอนของการเกษตร

FarmOne ขยายฐานผู้ใช้งานเกษตรกรกว่า 2,000 ราย พร้อมต่อยอดสู่พืชชนิดอื่น

ปัจจุบันแอปพลิเคชัน FarmOne มีเกษตรกรใช้งานแล้วกว่า 2,000 รายทั่วประเทศ โดยเริ่มจากการรองรับการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าว และทุเรียน ขณะเดียวกัน ทีมพัฒนายังอยู่ระหว่างการขยายฟังก์ชันการใช้งานให้ครอบคลุมพืชชนิดอื่นๆ เพื่อสร้างเครื่องมือสนับสนุนเกษตรกรไทยในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

แอปพลิเคชัน FarmOne มุ่งเน้นส่งมอบคุณค่าให้เกษตรกร ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มรายได้ผ่าน การทำเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ การระบาดของโรคและแมลง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกและคุณภาพผลผลิต

นอกจากนี้ FarmOne ยังสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมี และลดการปล่อยคาร์บอนจากภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับประเทศ

หลังจากที่ คุณเม่น-กฤษฎา บุญถัง เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จังหวัดลพบุรี ได้ทดลองใช้แอป FarmOne ยืนยันว่า เทคโนโลยีดังกล่าวช่วย ลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันผลผลิตต่อไร่ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน ถือเป็นตัวอย่างของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการเกษตรที่ได้ผลจริงและสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเกษตรอัจฉริยะในระดับประเทศ

การลงพื้นที่ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการทำงานของเทคโนโลยี AXONS ที่ช่วยเกษตรกรเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพดิน น้ำ อากาศ และการเจริญเติบโตของพืชแบบเรียลไทม์ ผ่านสมาร์ตโฟนหรืออุปกรณ์ดิจิทัลอื่นๆ ข้อมูลดังกล่าวถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการให้น้ำ การใส่ปุ๋ย และการจัดการศัตรูพืชอย่างแม่นยำ

การร่วมมือกันระหว่าง AXONS และ AWS ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก แต่ยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรไทยก้าวสู่การทำเกษตรสมัยใหม่ที่มีความยั่งยืน พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจและสภาพภูมิอากาศในอนาคต

Related Posts