Featured เทคนิคเกษตร

รู้หรือไม่? “ไส้เดือน” มีกลิ่นคล้ายดอกไม้ ความลับธรรมชาติที่หลายคนไม่เคยรู้

ผู้เขียน : คัคน ญานะวงศ์ษา

วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านวันนี้ จะพาทุกคนไปรู้จักกับเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจไม่เคยสังเกต “กลิ่นของไส้เดือน” ที่ไม่ได้มีแค่กลิ่นดินชื้นอย่างที่คิด 

ไส้เดือนชนิดนี้มีชื่อว่า Blue Worm หรือ ไส้เดือนสีฟ้า ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Perionyx excavatus ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ทั่วไปในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย จุดเด่นของมันไม่ใช่แค่สีลำตัวที่ออกโทนม่วงน้ำเงินสวยงามเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกลิ่นเฉพาะตัวที่แตกต่างจากไส้เดือนทั่วไป

โดยปกติแล้ว เมื่อพูดถึงไส้เดือน ภาพจำของเรามักมาพร้อมกับกลิ่นดินหรือความอับชื้น แต่รู้หรือไม่ว่า มีไส้เดือนสายพันธุ์หนึ่งที่มีกลิ่นเฉพาะตัว “คล้ายดอกไม้” อย่างน่าประหลาดใจ ไส้เดือน “ไม่ได้มีกลิ่นตลอดเวลา” แต่จะส่งกลิ่นออกมาในบางสถานการณ์เท่านั้น โดยเฉพาะเวลาที่มัน ถูกรบกวนหรือรู้สึกไม่ปลอดภัย จะอยู่ในกลุ่ม “ขนาดกลาง” ไม่เล็กจิ๋วและไม่ใหญ่เท่าไส้เดือนดินบางชนิด


โดยลักษณะขนาดทั่วไปคือ

  • ความยาว ประมาณ 5–12 เซนติเมตร (โตเต็มที่จะยาวขึ้นได้ตามสภาพเลี้ยง)
  • ความกว้างลำตัว ประมาณ 2–4 มิลลิเมตร
  • ลำตัว เรียวบาง ไม่อ้วนหนา

Blue Worm หรือ ไส้เดือนสีฟ้าจะส่งกลิ่นอย่างไรบ้าง ?

Blue Worm หรือ ไส้เดือนสีฟ้า ตัวมันเองจะไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าแรงๆ หากมีกลิ่นแรงหรือเหม็นมาก มักไม่ได้มาจากตัวไส้เดือนโดยตรง แต่เกิดจากเศษอาหารหรืออินทรียวัตถุที่กำลังเน่าในดิน กลิ่นที่มาจากตัวไส้เดือนจริงๆ จะเป็นแค่ ดินชื้น / ธรรมชาติ / บางชนิดหอมอ่อน 

ส่งกลิ่นหอมก็ต่อเมื่อ

  • ถูกจับหรือสัมผัสตัว
  • ถูกรบกวน เช่น ขุดดิน เจอสภาพแวดล้อมเปลี่ยน
  • เครียดหรือป้องกันตัว

ไส้เดือนสีฟ้าเป็นสายพันธุ์ที่มี “กลิ่นเฉพาะตัว” แตกต่างจากไส้เดือนทั่วไปอย่างชัดเจน มีกลิ่นหอมคล้ายดอกโมก เกิดจากสารคัดหลั่ง Coelomic fluid ของเหลวนี้ออกมาจากรูหลังเมื่อมีความเครียด ซึ่งมีส่วนประกอบของภูมิคุ้มกัน ที่ช่วยยับยั้งเชื้อรา Rhizoctoniasolani และส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช

เลี้ยงไส้เดือนให้รอด ไม่ยาก

หลายคนอาจคิดว่าแค่มีเศษอาหารก็เลี้ยงได้ หัวใจหลักคือ “เย็น + ร่ม + อากาศถ่ายเท” วางในที่ร่ม เช่น ใต้ต้นไม้ / โรงเรือน ไม่โดนแดดตรงและไม่อับลม

1. เตรียมบ่อเลี้ยง จะใช้กะละมัง กล่องโฟม หรือบ่อปูนก็ได้ มือใหม่แนะนำ “กล่องพลาสติกเจาะรู” ง่ายสุด คุณสมบัติที่ต้องมี ดังนี้

    • มีรูระบายน้ำ
    • ไม่ลึกเกิน (ประมาณ 20–30 เซนติเมตร)
    • ไม่อับอากาศ

    2. เตรียมวัสดุรองพื้น (ที่อยู่ไส้เดือน) ต้อง “ชื้นแต่ไม่แฉะ” บีบแล้วมีน้ำซึมนิดๆ เรียกว่า Bedding ใช้วัสดุพวกนี้ได้ ดังนี้

    • มูลวัวแห้ง (ยอดนิยม)
    • ใบไม้แห้ง
    • กระดาษฉีกแช่น้ำ
    • กาบมะพร้าวสับ

    3. ใส่ไส้เดือนลงบ่อ ช่วงแรกอย่าพึ่งให้อาหารเยอะ ให้มันปรับตัวก่อน 1–2 วัน

    • ค่อยๆ วางลงไป ไม่ต้องฝังลึก
    • ปล่อยให้มันไชลงเอง

    4. ให้อาหารอย่างถูกวิธี ใส่ทีละน้อยก่อน อย่าเยอะเกิน เดี๋ยวเน่า 

    ✅อาหารที่เหมาะ

    • เศษผัก ผลไม้
    • เปลือกกล้วย
    • กากกาแฟ

    ❌ ห้ามให้ / หลีกเลี่ยง

    • ของมัน ของเค็ม
    • เนื้อสัตว์
    • อาหารปรุงสุก

    แต่ความจริงแล้ว “อุณหภูมิ” คือปัจจัยตัวชี้ชะตาเลยก็ว่าได้ ว่าไส้เดือนจะโตเร็ว ขยายพันธุ์ดี หรือค่อยๆ ตายยกบ่อ

    • เติบโตได้ดีที่สุดในช่วง 25–30 องศาเซลเซียส
    • ช่วงที่ยังพอเลี้ยงได้ 20–35 องศาเซลเซียส
    • อุณหภูมิต่ำเกินไปก็ไม่ดี ต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส
    • อันตรายเมื่ออุณหภูมิสูงเกินไป มากกว่า 35 องศาเซลเซียส

    นอกจากนี้แล้ว Blue Worm หรือ ไส้เดือนสีฟ้า ยังมีบทบาทสำคัญในภาคการเกษตร เพราะเป็นสายพันธุ์ยอดนิยมที่ใช้ในการกำจัดขยะอินทรีย์ และผลิตปุ๋ยหมักหรือ “ปุ๋ยไส้เดือน” ที่ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    แหล่งข้อมูล

    มหาวิทยาลัยแม่โจ้

    ศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่

    Related Posts