News

“สยามคูโบต้า” ดึง เทคโนโลยี AI ยกระดับบริการหลังการขายแบบไร้รอยต่อ เปิดโมเดล “เลือกคูโบต้า คุ้มค่าไม่รู้จบ” พร้อมปั้นช่างทักษะมืออาชีพ มุ่งเคียงข้างเกษตรกรทุกฤดูกาลทำงาน

บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เดินหน้ายกระดับบริการหลังการขายสู่ยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาว ภายใต้แนวคิด เลือกคูโบต้า คุ้มค่าไม่รู้จบ “Purchase Once, Lifetime Confidence” รองรับความท้าทายและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตรครึ่งปีหลัง 2569 พร้อมเร่งสร้าง High-Skilled Workforce ผ่านการ Up-Skill และ Re-Skill ทีมช่าง ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับงานบริการอย่างไร้รอยต่อ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเกษตรกร ลดระยะเวลาหยุดทำงานของเครื่องจักร และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคการเกษตรไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานบริการสู่ระดับสากล การันตีด้วยความสำเร็จ 2 รางวัลระดับ Gold จากเวที Asia-Pacific Stevie® Awards 2026 และ The Stevie® Awards for Sales & Customer Service 2026

นายไวพจน์ หามาลา Head of Customer Solutions บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาคเกษตรไทยยังมีศักยภาพในการเติบโต สะท้อนจากเศรษฐกิจการเกษตรไตรมาสแรกปี 2569 ที่ขยายตัวร้อยละ 2.4 (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร) อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังต้องรับมือกับความเสี่ยงจากความผันผวนของสภาพอากาศ ต้นทุนพลังงานและปัจจัยการผลิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และรักษาความต่อเนื่องของการผลิต สยามคูโบต้า ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันเกษตรครบวงจร (Total Agri-Solutions Provider) จึงวางบริการหลังการขายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ ควบคู่กับการส่งมอบนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ โดยเชื่อว่าความสำเร็จของเกษตรกรคือรากฐานของภาคการเกษตรไทย

จากปัจจัยดังกล่าวนำมาสู่กลยุทธ์ “Purchase Once, Lifetime Confidence” หรือ “เลือกคูโบต้า คุ้มค่า ไม่รู้จบ” ผ่านการลงทุนด้านบุคลากร เทคโนโลยี ระบบบริหารจัดการ และเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนและเข้าถึงการบริการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดระยะเวลาการหยุดทำงานของเครื่องจักร (Downtime) ในช่วงฤดูกาลทำงานที่มีความสำคัญ ช่วยให้เกษตรกรสามารถรักษาความต่อเนื่องของการเพาะปลูก ลดความสูญเสีย และบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“จากผลสำรวจลูกค้าสยามคูโบต้าพบว่า การตัดสินใจซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรของเกษตรกรกว่า 77% ไม่ได้พิจารณาเฉพาะราคาสินค้า แต่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในระยะยาว ความพร้อมของศูนย์บริการและอะไหล่ ตลอดจนความรวดเร็วในการเข้าซ่อม เนื่องจากหากเครื่องจักรหยุดทำงานในช่วงฤดูกาลทำงาน อาจทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้นอกจากนี้ยังพบว่า ลูกค้ามีแนวโน้มกลับมาซื้อซ้ำ หากได้รับบริการที่รวดเร็วและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที และไว้วางใจที่จะแนะนำแบรนด์ต่อให้แก่เพื่อนเกษตรกรรายอื่น จากกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ ทำให้สยามคูโบต้ามีคะแนนความพึงพอใจต่อการบริการอยู่ที่ 97.8% สะท้อนให้เห็นว่า บริการหลังการขายไม่ได้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาหลังการซื้อ แต่เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น ที่ส่งผลต่อการซื้อซ้ำ และความผูกพันต่อแบรนด์ในระยะยาว”


นายไวพจน์ กล่าวเสริมว่า การพัฒนาบุคลากรเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Purchase Once, Lifetime Confidence ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากเครื่องจักรกลการเกษตรยุคใหม่มีการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัจฉริยะ และการเชื่อมต่อข้อมูลมากขึ้น สยามคูโบต้าจึงเร่งเดินหน้าสร้าง High-Skilled Workforce ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ ภายใต้หลักสูตรอบรมพัฒนาทักษะบริการของศูนย์อบรมสยามคูโบต้า SKA (SIAM KUBOTA Academy) เพื่อยกระดับศักยภาพทีมช่างผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,600 คน และทีมงานสนับสนุนให้มีความพร้อมในการดูแลเครื่องจักรกลการเกษตรที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล การประยุกต์ใช้ AI และการให้คำปรึกษาแก่ลูกค้า เพื่อให้สามารถส่งมอบบริการที่รวดเร็ว แม่นยำ และตอบโจทย์การใช้งานของเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ปัจจุบันสยามคูโบต้าได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาสนับสนุนการพัฒนาทักษะของช่างบริการ อาทิ ระบบจำลองเสมือนจริง VR/ Simulator และ Digital Learning Platform พร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์การบริการให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ โดยเชื่อมโยงข้อมูลประวัติการใช้งาน ประวัติการซ่อมบำรุง ประเภทเครื่องจักร และรอบการเข้ารับบริการ เพื่อสร้างมุมมองลูกค้าแบบองค์รวม หรือ Single Customer View ช่วยให้ทีมบริการสามารถวิเคราะห์อาการผิดปกติเบื้องต้น คาดการณ์ความต้องการบำรุงรักษา และแจ้งเตือนลูกค้าก่อนที่ปัญหาจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องจักร โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลทำงาน รวมถึงการมีฐานข้อมูลเครื่องจักรฯ กว่า 800,000 คัน ที่เชื่อมต่อระบบ Telematics และแอปพลิเคชัน KUBOTA Care สำหรับวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพงานบริการ อาทิ การจัดสรรช่างผู้เชี่ยวชาญ เตรียมอะไหล่ และวางแผนการให้บริการได้สอดคล้องกับประเภทเครื่องจักรและพื้นที่ใช้งาน ลดขั้นตอนการตรวจสอบปัญหาและเพิ่มโอกาสในการซ่อมสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก เพื่อให้สามารถนำไปพัฒนาคำแนะนำด้านการใช้งานและการบำรุงรักษาเฉพาะบุคคล หรือ Personalized Service ให้เหมาะกับลักษณะการทำเกษตรของลูกค้าแต่ละราย ถือเป็นการเปลี่ยนบริการหลังการขายจากการรอแก้ไขเมื่อเกิดปัญหา ไปสู่การบริการเชิงรุก หรือ Proactive Service  แก้ไขก่อนเสียหาย ที่ช่วยป้องกันความเสียหาย ลดเวลารอคอยซ่อม (Downtime) และสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรตลอดอายุการใช้งาน”

ขณะเดียวกัน สยามคูโบต้ายังพัฒนา Customer Service Journey เพื่อยกระดับประสบการณ์การบริการตลอดวงจรการใช้งานของลูกค้า ตั้งแต่การส่งมอบเครื่องจักรฯ การแนะนำการใช้งาน การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน การแจ้งเตือนและติดตามการเข้ารับบริการ ไปจนถึงการดูแลหลังการซ่อมและการให้คำปรึกษาผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้งานเครื่องจักรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกฤดูกาลทำงาน โดยมีการต่อยอดเป็นกิจกรรมและแคมเปญบริการอย่างต่อเนื่อง อาทิ แคมเปญ “คูโบต้าแคร์อุ่นใจ 5 ปี ดูแลเกษตรกรยิ่งขึ้น” ตรวจเช็กตามระยะให้ฟรีตลอด 5 ปี ให้ลูกค้าอุ่นใจตลอดการใช้งาน แคมเปญ “KUBOTA CARE HELP CHECK รถพร้อม คนพร้อม” บริการตรวจเช็กเครื่องจักรกลการเกษตรควบคู่กับการตรวจสุขภาพของเกษตรกร ที่มุ่งตรวจเช็กสภาพเครื่องจักรเชิงป้องกัน ลดความเสี่ยงของการหยุดชะงักระหว่างการทำงาน แคมเปญ “คูโบต้า เซอร์วิส เดย์” จัดตั้งจุดให้บริการตรวจเช็กและได้รับคำแนะนำจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญอย่างสะดวกและทั่วถึงด้วยโครงข่ายงานบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศภายใต้มาตรฐานเดียวกัน กว่า 3,000 จุด ทั่วประเทศต่อปี

ปัจจุบัน สยามคูโบต้ามีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,600 คน พร้อมเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายกว่า 87 แห่ง และศูนย์บริการมาตรฐาน Kubota Excellence Service กว่า 200 ศูนย์ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยในปี 2568 ทีมช่างให้บริการลูกค้ากว่า 500,000 เคส มีอัตราการซ่อมสำเร็จตั้งแต่การเข้าบริการครั้งแรก (First-Time Fix Rate) อยู่ที่ 99% ผลสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าทั่วประเทศในปี 2568 ที่สูงถึง 978 คะแนน (หรือ 97.8%) สะท้อนความเป็นเลิศของระบบบริการหลังการขายซึ่งเกิดจากการพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี และมาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยมีศูนย์กระจายอะไหล่สยามคูโบต้าภายใต้หลังคาเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก พื้นที่กว่า 28,000 ตารางเมตร รองรับความต้องการทั้งในและต่างประเทศ พร้อมนำระบบอัตโนมัติมาใช้ตลอดกระบวนการ ตั้งแต่รับสินค้า คัดแยก จัดเก็บ บรรจุอะไหล่ตามออเดอร์ จนถึงขนส่ง ช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ทำให้สามารถส่งมอบอะไหล่ถึงมือลูกค้าได้ภายใน 1 วัน

“ตลอดระยะเวลากว่า 48 ปี สยามคูโบต้ายังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์งานบริการที่รวดเร็ว แม่นยำ และพร้อมดูแลลูกค้าตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนผ่านความไว้วางใจจากเกษตรกรไทยและภาคธุรกิจเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยล่าสุด สามารถคว้า 2 รางวัลระดับ Gold จากเวที Asia-Pacific Stevie® Awards 2026 และ The Stevie® Awards for Sales & Customer Service 2026 สะท้อนมาตรฐานการบริหารงานบริการและการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในระดับสากล” นายไวพจน์ กล่าวสรุป

Related Posts