กระท้อน ชื่อวิทยาศาสตร์ Sandoricum koetjape (Burm.f.) Merr. เชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดแถวอินโดจีนและมาเล เซียตะวันตก ก่อนจะแพร่ขยายไปในอินเดีย อินโดนีเซีย มอริเชียส และฟิลิปปินส์ จนกลายเป็นพืชท้องถิ่นไป จัดเป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ 15-30 เมตร เปลือกต้นสีเทา ใบประกอบ ใบย่อยมี 3 ใบคล้ายรูปรีแกมไข่ เมื่อใบแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง กว้าง 6-15 ซ.ม. ยาว 8-20 ซ.ม. กลีบดอกสีเหลืองนวล ออกดอกเป็นช่อที่ซอกใบปลายกิ่ง และ มีดอกย่อยจำนวนมาก
ผลรูปทรงกลมแป้น ผิวมีขนคล้ายกำมะหยี่อ่อนนุ่ม ผลอ่อนจะมีสีเขียวมีน้ำยางสีขาว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและมีน้ำยางน้อยลง ผลกระท้อนขนาดประมาณ 5-15 ซ.ม. ภายในมีเมล็ด 4-5 เมล็ด และ มีปุยสีขาวหุ้มเมล็ดอยู่ เมล็ดรูปรีมีปลอกเหนียวห่อหุ้ม
MOST POPULAR
ส.ป.ก. ผนึก GIZ ดำเนิน “โครงการนำร่องระบบสูบน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรในเขต ส.ป.ก” เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ลดต้นทุนด้านพลังงาน เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และเป็นต้นแบบในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในอนาคต นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก) เปิดเผยว่า ภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยในปัจจุบันยังคงพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิงจากน้ำมันและพลังงานไฟฟ้าจากระบบสายส่งเป็นหลัก ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงและก่อให้เกิดข้อจำกัดต่อความมั่นคง ด้านพลังงานในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ซึ่งมักประสบปัญหาในการเข้าถึงแหล่งพลังงานที่มีความเสถียรภาพและต้นทุนต่ำ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว การแสวงหาแนวทางและรูปแบบการใช้พลังงานหมุนเวียน ที่เหมาะสมกับการเกษตรจึงเป็นแนวทางสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและทั้งผลักดันให้ภาคเกษตรกรรมของไทย มีความมั่นคงและยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคการเกษตร สำนัก
ทุกวันนี้ผู้คนพูดถึงการทำเกษตรที่สร้างมูลค่าเพิ่มกันมากขึ้น แต่คำว่า “มูลค่าเพิ่ม” ไม่ได้หมายถึงการทำให้สินค้าราคาแพงขึ้นเท่านั้น หากหมายถึงการมองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในสิ่งธรรมดา แล้วค่อยๆ ใช้เวลา ความรู้ และความอดทน เปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนพร้อมจ่ายเพื่อครอบครอง “ไม้กฤษณา” คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เพราะกว่าจะได้กลิ่นหอมเพียงไม่กี่หยด ต้องใช้เวลานับ 10 ปี และกว่าจะเข้าใจคุณค่าของต้นไม้ชนิดนี้ หลายคนอาจต้องเดินเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง จึงจะรู้ว่าของแพงที่สุด บางครั้งไม่ได้เกิดจากความหายากเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากเรื่องราวที่เติบโตมาพร้อมธรรมชาติ “เราเป็นวิสาหกิจชุมชนไม้กฤษณา ที่รวมกลุ่มเกษตรกรปลูกไม้เบญจพรรณและไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ของตัวเอง ปลูกกันมาเกือบ 30 ปีแล้ว ไม้กฤษณาเป็นหนึ่งในนั้น และวันนี้มันกลายเป็นไม้ที่สร้างทั้งรายได้และอาชีพให้กับพวกเรา” คุณเต็ก-ศุภเศรษฐ์ กิตติพล เจ้าของ “มีสุขฟาร์ม ผืนป่ากฤษณา” จังหวัดระยอง เริ่มต้นเล่าถึงเส้นทางของชุมชนที่ไม่ได้ปลูกกฤษณาเพียงเพื่อขายไม้ แต่ปลูกเพื่อสร้างระบบนิเวศ สร้างอาชีพ และสร้างอนาคตให้คนในพื้นที่ จากวิกฤตราคาผลไม้ สู
“ปูทะเล” ถือเป็นเมนูโปรดอันดับต้นๆ ในใจของสายอาหารทะเล และมีมูลค่าทางการตลาดสูงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันประเทศไทยได้พัฒนาการเลี้ยงปูทะเลเชิงพาณิชย์ไปไกลมาก ทั้งรูปแบบ การเลี้ยงในบ่อดิน, การเลี้ยงในกระชัง, การเลี้ยงในกล่องหรือพลาสติกหลุม (ระบบน้ำหมุนเวียน) รวมไปถึงการพัฒนาระบบการเลี้ยงเรื่อยมาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มทุนมากที่สุด จนกระทั่งก้าวมาสู่ระบบ “การเลี้ยงปูคอนโด” นวัตกรรมย่อขนาดพื้นที่ที่ช่วยแก้โจทย์เรื่องอัตรารอด ลดการจับคู่ต่อสู้กินกันเอง ประหยัดพื้นที่ได้มหาศาล และกลายเป็นโมเดลสร้างผลตอบแทนสุดคุ้มค่าให้กับผู้เลี้ยงในยุคนี้ น้าดอน-ปริญญ์ อำนวยสิทธิโชค เจ้าของ “ฟาร์มปูน้าดอนชลบุรี” ตั้งอยู่ในตำบลบางทราย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี อดีตหนุ่มโรงงาน ผันตัวเป็นเกษตรกรเลี้ยงปูทะเล ต้องผ่านการลองผิดลองถูกและเริ่มต้นจากความล้มเหลว แต่ด้วยหัวใจของนักสู้ จึงมุ่งมั่นทดลองระบบเลี้ยงปูคอนโดจนประสบความสำเร็จ สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ในระดับหนึ่ง ในอนาคตเตรียมวางแผนขยายพื้นที่การเลี้ยง พร้อมต่อยอดเปิดเป็นศูนย์อบรมถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจนำไปประกอบเป็นอาชีพต่อไป น้าดอ
XAG Thailand ในกลุ่มบริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย เดินหน้าขับเคลื่อนบทบาท โซลูชัน โพรไวเดอร์ ด้วยการเปิดตัว “XAG UGV R200” รถพ่นผลิตภัณฑ์อารักขาพืชอัจฉริยะไร้คนขับระบบไฟฟ้า นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การจัดการสวนผลไม้และพืชไร่เศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เกษตรกรทำงานได้แม่นยำขึ้น ลดต้นทุนแรงงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลพื้นที่เพาะปลูก โดยเฉพาะพื้นที่สวนที่เข้าถึงได้ยาก ผ่านเทคโนโลยีการพ่นสารที่แม่นยำ ควบคุมง่าย และเหมาะกับการทำเกษตรยุคใหม่ สำหรับ XAG UGV R200 มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 6 ล้อ ที่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัวในพื้นที่สวนหลากหลายรูปแบบ โดยใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและสนับสนุนการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้านประสิทธิภาพการพ่นสาร XAG UGV R200 ได้รับการออกแบบให้พ่นได้อย่างสม่ำเสมอและแม่นยำ ด้วยหัวพ่นแรงเหวี่ยงที่สามารถปรับขนาดละอองได้ตั้งแต่ 60–200 ไมครอน พร้อมระบบปรับระดับหัวฉีดให้เหมาะสมกับลักษณะพืชแต่ละชนิด และระบบส่งลมแรงดันสูงที่ช่วยพาละอองเข้าสู่ทรงพุ่มได้อย่างทั่วถึง รองรับระ
