ข้าว ไม่ได้เป็นเพียงอาหารหลักของคนไทย แต่คือวิถีชีวิต และความมั่นคงทางอาหารของชาติ วันนี้ การทำนาไม่ใช่เพียงอาชีพดั้งเดิม แต่กำลังถูกต่อยอดด้วยความรู้และเทคโนโลยี กรมการข้าวจึงมุ่งขับเคลื่อน ‘เกษตรกรปราดเปรื่อง’ หรือ Smart Farmer ให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างอนาคตข้าวไทยที่ยั่งยืน

จากเรื่องราวของชายคนหนึ่ง ที่เคยใช้ชีวิตอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ก่อนตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อกลับมาสานต่ออาชีพทำนาของครอบครัว เขาคือ ‘คนปลูกข้าว’ ผู้ที่พลิกโฉมการทำนาให้กลายเป็นอาชีพที่ ‘Smart’ กว่าที่เคย
นายสมศักดิ์ กล่อมปัญญา ประธานกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนเกษตรกรตำบลบ่อแก้ว ผู้ได้รับคัดเลือกเป็นเกษตรกรปราดเปรื่องด้านข้าว (Smart Farmer) เล่าถึงจุดเริ่มต้นบนเส้นทางอาชีพเกษตรกรว่า เดิมทีตนทำงานอยู่ร้านคอมพิวเตอร์ รับซ่อมประกอบคอมพิวเตอร์ จำหน่ายอะไหล่ และให้บริการลูกค้า
“ที่บ้านมีแต่พ่อแม่ทำนา ซึ่งท่านมีอายุมากและเรี่ยวแรงก็หดหายไป จึงคิดว่าเราต้องกลับมาสานต่ออาชีพทำนาให้มีความมั่นคงยั่งยืน และเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลัง เพื่อที่จะให้มีอาชีพนี้อยู่คู่กับชุมชนไทยต่อไป”
ปลูกข้าวอินทรีย์ สร้างระบบนิเวศแห่งความยั่งยืน
ด้วยความห่วงใยสุขภาพของครอบครัว และความเชื่อมั่นในวิถีเกษตรยั่งยืน นายสมศักดิ์จึงตัดสินใจหันมาทำ ‘นาอินทรีย์‘ นี่ไม่ใช่เพียงการปลูกข้าว แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ดี สร้างอาหารที่ปลอดภัย และสร้างคุณค่าให้กับผืนแผ่นดิน
ช่วงเริ่มต้น เขาปลูกข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวเหนียวดำ บนพื้นที่ส่วนตัว 4 ไร่ โดยตั้งใจทำเป็นแปลงต้นแบบที่ไม่ใช้สารเคมี เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นคืน ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา หรือนก ได้อาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกัน โดยคำนึงถึงผู้บริโภคและคนในครอบครัวเป็นหลัก
แต่เส้นทางนี้ไม่ได้ราบรื่นนัก ด้วยปัญหาสภาพอากาศ การพึ่งพาฝนทำให้ผลผลิตไม่แน่นอน ปัญหาโรคและแมลง อีกทั้งยังต้องเผชิญเสียงทัดทานจากคนรอบข้างที่ไม่เชื่อว่า ‘เกษตรอินทรีย์’ จะทำได้จริง
“ผมมองว่าเกษตรอินทรีย์คือทางรอดของชาวนาไทย ทุกวันนี้มีการใช้สารเคมีมากเกินไป ปัญหาที่ตามมาคือราคาข้าวตกต่ำ เพราะถูกกดจากพ่อค้าคนกลาง เนื่องจากข้าวไม่มีคุณภาพ แต่ถ้าเราทำให้ข้าวมีคุณภาพ จะสามารถต่อยอดไปสู่ตลาดต่างประเทศได้ ราคาก็จะเป็นที่น่าพอใจสำหรับเกษตรกร”

การทำนายุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘เทคโนโลยี’ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับการทำนายุคใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หนึ่งในนวัตกรรมที่ช่วยเปลี่ยนวิถีการปลูกข้าวคือ เครื่องหยอดเมล็ดข้าว ซึ่งช่วยควบคุมระยะห่างของต้นข้าวได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้แสงสามารถส่องผ่านถึงทุกต้น และลมพัดผ่านได้ทั่วถึง ลดการสะสมของแมลงศัตรูพืช ผลลัพธ์ที่ได้คือรวงข้าวสมบูรณ์ แข็งแรง และให้ผลผลิตที่ดีกว่าการหว่านแบบเดิม
“ผมทำมาตั้งแต่ปี 2561 ตอนนี้ได้รับมาตรฐานทั้ง EU IFOAM US Canada เราสามารถส่งออกข้าวไปต่างประเทศได้ มีใบรับรองที่จะช่วยเพิ่มราคาให้กับเกษตรกร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ที่สำคัญคือ คุณภาพของข้าวเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคและเป็นที่ต้องการของทั่วโลก ถ้าชาวนาไทยใส่ใจเรื่องนี้ ข้าวไทยก็จะมีคุณภาพ ราคาไม่ตกต่ำ ปัญหาอื่นๆ ก็จะลดลง”

Smart Farmer เกษตรกรปราดเปรื่องด้านข้าว
เบื้องหลังความสำเร็จของนายสมศักดิ์ คือแรงสนับสนุนจาก กรมการข้าว ผ่านโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง หรือ Smart Farmer ที่มุ่งเสริมศักยภาพให้เกษตรกรมีทั้งความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกัน
นายสมศักดิ์เล่าว่า ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการ Smart Farmer เพราะต้องการพัฒนาผืนนาและเป็นแบบอย่างให้กับชุมชนเห็นว่าเราทำจริง และสามารถนำไปปฏิบัติตามได้ เมื่อมีคนสนใจเข้ามาดูงาน แล้วบอกว่าจะร่วมทำเป็นแบบอย่างด้วย ก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจ
Smart Farmer ยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ มีการพูดคุยปัญหาและแก้ไขปัญหาร่วมกัน มีการติดต่อส่งข่าวถึงกันว่าแต่ละคนมีปัญหาอะไรบ้าง พร้อมการสนับสนุนจากกรมการข้าวในหลายด้าน ทั้งเมล็ดพันธุ์คุณภาพ โดรนถ่ายภาพต้นข้าว เครื่องคัดแยกเมล็ดพันธุ์ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยให้การผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“ความรู้สึกที่ได้รับคัดเลือกเป็นชาวนาต้นแบบคือ ความภาคภูมิใจในอาชีพชาวนา เพราะการทำงานทุกอย่างเราต้องภาคภูมิใจในสิ่งที่ทำ งานที่ออกมาก็จะดี ประโยชน์ก็จะอยู่กับชุมชนและคนข้างเคียง”

รวมกลุ่มสร้างพลัง ‘ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลบ่อแก้ว’
จากเกษตรกรเดี่ยว นายสมศักดิ์ยังได้รวมกลุ่มกับเพื่อนเกษตรกร จัดตั้ง ‘ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลบ่อแก้ว‘ ภายใต้การสนับสนุนของกรมการข้าว เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ลดต้นทุนการผลิต และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน
นายสมศักดิ์เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการจัดตั้งกลุ่มมาจากการสังเกตว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ต่างคนต่างทำ ไม่ได้มีการปรึกษาหรือแบ่งปันแนวทางกัน ตนจึงมีความคิดที่จะรวบรวมกลุ่มและมาอธิบายแนวทางในการทำนา เพื่อช่วยกันวางแผนและพัฒนาวิธีการทำนาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปสู่ประโยชน์ร่วมของสมาชิก และกลายเป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลสู่ชุมชนใกล้เคียงได้

“ปัญหาทุกวันนี้คือ ชาวนาจะไม่ทำนาแล้ว เนื่องจากพ่อแม่ไม่สนับสนุน เห็นว่าอาชีพนี้ลำบาก อนาคตต่อไปชาวนาอาจหมดไป เนื่องจากพ่อแม่ไม่ส่งเสริม จึงอยากให้คนรุ่นหลังหันมาใส่ใจการทำนา ศึกษาวิธีที่จะทำให้ผลผลิตสูง เพราะทุกวันนี้มีทั้งเทคโนโลยีและสื่อออนไลน์ให้เราศึกษาด้วยตัวเองได้ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะสนับสนุนให้เยาวชนรุ่นใหม่หันมาสนใจเรื่องการทำนา เพื่ออนาคตของประเทศชาติ โดยหวังว่ากรมการข้าวจะช่วยส่งเสริมชาวนาต่อไป” นายสมศักดิ์ พูดทิ้งท้าย
จากแปลงนาที่เคยเป็นเพียงอาชีพดั้งเดิม วันนี้ได้กลายเป็นพื้นที่ของความยั่งยืน เรื่องราวของนายสมศักดิ์สะท้อนให้เห็นว่า เกษตรกรไทยรุ่นใหม่สามารถก้าวสู่การเป็น Smart Farmer ด้วยความรู้ เทคโนโลยี และหัวใจที่รักข้าวไทย โดยมีกรมการข้าว พร้อมเคียงข้างเกษตรกร ยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนาชุมชน และสืบสานความมั่นคงทางอาหารของชาติ เพื่ออนาคตข้าวไทยที่ยั่งยืน
