อาชีพทางการเกษตรเป็นอีกหนึ่งงานที่สร้างรายได้ให้กับหลายๆ คน ที่มุ่งหวังการทำงานอิสระเป็นนายตัวเอง โดยทำกินอยู่บนที่ดินของครอบครัว ไม่ต้องการที่จะเข้าไปอยู่ในเมืองใหญ่หรือพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรม แต่สามารถสร้างรายได้ด้วยการทำเกษตรในแบบที่ตั้งใจและสานต่อจากครอบครัว พร้อมกับพัฒนาการทำเกษตรให้มีคุณภาพ มีความหลากหลายของสินค้าที่ตอบโจทย์ในเรื่องของตลาดนำการผลิต จึงทำให้สินค้าที่ผลิตออกมายังคงเป็นที่ต้องการและจำหน่ายสร้างรายได้ตลอดทั้งปี
คุณสุริยา ลีวิจิตร เกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี ได้ค้นพบคำตอบของชีวิตว่าชื่นชอบการทำอาชีพทางการเกษตร จึงได้มาพัฒนาการทำเกษตรต่อจากคุณพ่อ พร้อมทั้งมีการพัฒนาหาองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้เกษตรที่ทำครบวงจรมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนจากการทำการค้าจากรูปแบบเดิมๆ มาทำเป็นการค้าสมัยใหม่มากขึ้น จึงทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาทำการเกษตรตามความตั้งใจ

ลาออกงานประจำ
มาทำเกษตรผสมผสาน
คุณสุริยา เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นทำงานประจำรับราชการ เมื่อทำไปเรื่อยๆ เริ่มรู้สึกว่าไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับงานทางด้านการทำเอกสารมากนัก จึงได้มองหาช่องทางการทำอาชีพอื่นเพื่อปรับเปลี่ยนสายงาน แต่ด้วยครอบครัวของเขามีพื้นที่การทำเกษตรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้เขารู้สึกว่าอยากที่จะต่อยอดและพัฒนาการทำเกษตรให้ครบวงจรมากขึ้น จึงได้ลาออกจากงานประจำ และจัดสรรที่ดินทำเกษตรผสมผสานเพื่อให้มีรายได้หมุนเวียนกันไป
“ช่วงที่เป็นจุดเปลี่ยนของผม ก็คือพ่อป่วย ช่วงนั้นการทำเกษตรของที่บ้าน ก็ไม่เกิดรายได้เท่าที่ควร เพราะไม่มีคนทำต่อ ผมจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ช่วงปี 2558 มาสานต่อการทำเกษตรของที่บ้าน โดยได้เรียนรู้และศึกษาการทำเกษตรให้มากขึ้น ซึ่งหลักๆ ที่บ้านจะเน้นทำฟาร์มเห็ด พอผมมาลงมือทำ จึงอยากจะทำให้ครบวงจรมากขึ้น จึงแบ่งพื้นที่ทำหลายอย่าง ตั้งแต่การทำสวนไม้ผล ปลูกพืชผักสวนครัว และการเลี้ยงไก่พื้นเมือง” คุณสุริยา บอก


จากผลิตเห็ดจำหน่ายดอก
ต่อยอดจัดอบรมทำก้อนเชื้อเห็ด
คุณสุริยา เล่าถึงการดำเนินการทำงานทางการเกษตรภายในพื้นที่ให้ฟังว่า อะไรที่ครอบครัวทำเป็นการค้าที่สร้างรายได้ดีอยู่แล้วจะพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น อย่างเช่นในเรื่องของการจำหน่ายดอกเห็ดที่ผลิตสำหรับเปิดดอกจำหน่ายเพียงอย่างเดียว ได้มีการปรับเปลี่ยนในการสร้างรายได้มากขึ้น คือการจัดอบรมการทำก้อนเชื้อเห็ดให้กับผู้ที่สนใจเป็นคอร์สที่เขาสอนเอง พร้อมทั้งขยายการทำตลาดโดยติดต่อแหล่งรับซื้อให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้จำหน่ายดอกเห็ดทั้งดอกสดและนำไปให้แหล่งที่รับซื้อทำการแปรรูปเป็นสินค้าต่างๆ
ส่วนพืชชนิดอื่นที่เขาสนใจจะเป็นพืชผักสวนครัว โดยสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีเพื่อสร้างเป็นรายได้ ซึ่งเขาได้มีการปรับปรุงบำรุงดินภายในสวนเองทั้งหมด จากที่สมัยก่อนเคยมีการใช้ปุ๋ยเคมีและมีการใช้ยากำจัดแมลงศัตรูต่างๆ จึงได้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้เป็นปุ๋ยหมัก พร้อมทั้งใช้สารชีวภัณฑ์เข้ามากำจัดโรคพืชและแมลงศัตรูพืชทั้งหมดภายในสวน จนทำให้พื้นที่ปลูกผักสวนครัวมีความปลอดภัยสามารถจำหน่ายได้ราคาที่ดีตามไปด้วย

“การที่เราผลิตเป็นพืชผักปลอดสารพิษ มันทำให้เราสามารถที่จะจำหน่ายได้ราคาที่ดี โดยช่วงแรกที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้มองว่าจะจำหน่ายอย่างเดียว แต่ต้องการจะกินเองในครัวเรือนก่อน แต่เมื่อมันเริ่มมีมากขึ้น และเพื่อนบ้านที่เราเคยแจกจ่ายไป เขาบอกกันไปปากต่อปากมันเลยทำให้เราขายได้ ทีนี้มีการผลิตพืชผักสวนครัวที่เป็นระบบ มีการปลูกแบบหมุนเวียนไปกัน เพื่อให้สอดคล้องต่อความต้องการของลูกค้าที่รักสุขภาพ จึงทำให้พืชผักสวนครัวเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่สร้างรายได้ดี” คุณสุริยา บอก
โดยที่ดินสำหรับทำการเกษตรนั้นมีทั้งหมด 18 ไร่ คุณสุริยา บอกว่า แบ่งการทำเกษตรอย่างชัดเจน จึงทำให้การทำเกษตรของเขามีระบบ ซึ่งพืชผักสวนครัวและดอกเห็ดสามารถเก็บผลผลิตจำหน่ายได้ทุกวัน จึงเกิดเป็นรายได้ประจำวัน ส่วนไก่พื้นเมืองใช้เวลาเลี้ยงหลายเดือน จึงสามารถสร้างเป็นผลผลิตรายเดือน และการจัดฝึกอบรมการทำก้อนเชื้อเห็ดให้กับผู้ที่สนใจทั่วไปหรือเพื่อนเกษตรกรรายอื่น สามารถสร้างรายได้มีเงินเก็บเป็นรายได้รายปีได้ดีไม่น้อยทีเดียว



วิกฤตโควิค-19
เกิดรายได้ดีจากการเกษตร
สำหรับในเรื่องของการทำตลาดเพื่อจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรภายในสวนนั้น คุณสุริยา เล่าว่า มีทั้งนำสินค้าออกไปจำหน่ายยังตลาดในพื้นที่ของชุมชน และบางส่วนก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าเข้ามารับถึงในสวน และช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 เข้ามาระบาดภายในประเทศใหม่ๆ การต้องอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ เขาเองไม่ขาดแคลนในเรื่องของอาหารเลยแม้แต่น้อย สามารถมีผลผลิตที่ปลูกเองทั้งหมดนำมาประกอบอาหารกินเองได้ และที่สำคัญยังจำหน่ายเกิดรายได้ในช่วงนี้ได้อีกด้วย
โดยสินค้าภายในฟาร์มจำหน่ายราคาที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น เห็ดนางฟ้าราคาส่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท เห็ดขอนขาวราคาส่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนก้อนเชื้อเห็ดสำหรับให้ลูกค้านำไปเปิดดอกเอง ราคาอยู่ที่ก้อนละ 8 บาท และการเปิดฝึกอบรมการทำก้อนเชื้อเห็ดแบบครบวงจรให้ผู้ที่สนใจ ราคาการฝึกอบรมจะอยู่ที่ท่านละ 1,500 บาท สำหรับพืชผักสวนครัวราคาขายปลีกอยู่ที่ขีดละ 10-20 บาท ราคาแตกต่างกันไปตามชนิดของผักนั้นๆ ส่วนผลผลิตจำพวกไม้ผลราคาจำหน่ายขึ้นอยู่กับฤดูกาลในแต่ละปี

“ตั้งแต่ผมมาทำการเกษตร ผมสนุกและมีความสุขกับสิ่งนี้ที่ผมเลือกมาก รู้สึกว่าการทำเกษตรสามารถต่อยอด สามารถทำอะไรได้เยอะแยะมากมาย โดยที่เราไม่ต้องเดินทางไปทำงานที่มีเวลาตายตัว แต่เป็นนายตัวเองได้ ด้วยการทำเกษตรอยู่บนที่ดินของเราเอง เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากถึงคนที่สนใจ ในเรื่องของการทำเกษตร ว่าจริงๆ แล้ว ถ้ามีที่ดินทำกินและทำมาเดิมตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ สามารถนำองค์ความรู้ต่างๆ เข้ามาพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปได้ โดยศึกษาจากแหล่งที่เขาประสบผลสำเร็จ ก็จะช่วยส่งเสริมให้ยิ่งเกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ นำมาปรับใช้ในพื้นที่ของเราเอง รายได้จากการทำเกษตร เป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ไม่ยาก” คุณสุริยา บอก


สำหรับท่านใดที่สนใจในเรื่องของการเพาะพันธุ์เห็ด หรือสนใจแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อื่นๆ สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนในด้านการทำเกษตรผสมผสานได้ โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุริยา ลีวิจิตร ณ บ้านเลขที่ 308 หมู่ที่ 11 ตำลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 097-874-2826
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ.2565
